ภาพแสดงผู้หญิงกำลังเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA
ผิวหนัง

SPF และ PA ต่างกันอย่างไร? เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับคุณ

SPF และ PA บนฉลากครีมกันแดดมีความหมายต่างกัน บทความนี้สรุปวิธีเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ พร้อมปริมาณและจังหวะการทาซ้ำที่ถูกต้อง

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 29 กันยายน 2026
6นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมที่หยิบครีมกันแดดขึ้นมาดูฉลากด้านหลัง แล้วเจอตัวเลข SPF50+ กับสัญลักษณ์ PA++++ เต็มไปหมด จนไม่แน่ใจว่าตัวไหนเหมาะกับตัวเองกันแน่ การเลือกครีมกันแดดโดยดูแค่ตัวเลขที่สูงที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป เพราะแต่ละไลฟ์สไตล์มีระดับการป้องกันที่เหมาะสมต่างกัน และการทาในปริมาณที่ไม่พอก็ทำให้ค่าที่ระบุไว้บนฉลากใช้ไม่ได้ผลจริงเช่นกัน

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความหมายของค่า SPF และ PA ความแตกต่างระหว่างสองตัวนี้ พร้อมแนะนำแนวทางการเลือกใช้ให้เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละวันค่ะ

ค่า SPF ในครีมกันแดดหมายถึงอะไร?

SPF (Sun Protection Factor) เป็นค่าที่บอกระดับการป้องกันรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการผิวไหม้แดดและรอยแดง หลายคนเข้าใจว่ายิ่งค่า SPF สูง ยิ่งสามารถอยู่กลางแดดได้นานขึ้น แต่จริงๆ แล้ว SPF สื่อถึงสัดส่วนของรังสี UVB ที่ครีมกันแดดสามารถกรองได้ ไม่ใช่ระยะเวลาที่ปลอดภัยโดยตรง

โดยทั่วไป SPF15 สามารถกรองรังสี UVB ได้ประมาณ 93% ส่วน SPF30 กรองได้ประมาณ 97% จะเห็นว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนเดียวกัน เมื่อผ่านระดับหนึ่งไปแล้วความแตกต่างจะค่อยๆ แคบลง ด้วยเหตุนี้ การใช้ในชีวิตประจำวันจึงมักแนะนำให้เลือก SPF30 ขึ้นไปเป็นเกณฑ์พื้นฐาน

ภาพแสดงกลไกที่ SPF ช่วยกรองรังสี UVB

PA ต่างจาก SPF อย่างไร?

PA (Protection Grade of UVA) เป็นค่าที่บอกระดับการป้องกันรังสี UVA โดยแสดงเป็นเครื่องหมายบวก ตั้งแต่ PA+ ไปจนถึง PA++++ ยิ่งมีเครื่องหมายบวกมาก ยิ่งครอบคลุมการป้องกัน UVA ได้กว้างขึ้น รังสี UVA มีความยาวคลื่นมากกว่า UVB จึงสามารถทะลุลงไปถึงชั้นหนังแท้ และมีความเกี่ยวข้องกับปัญหาที่สะสมอย่างช้าๆ เช่น จุดด่างดำและผิวหย่อนคล้อยตามวัย

หากเลือกครีมกันแดดที่มีแค่ SPF สูงแต่ PA ต่ำ ผิวอาจไม่ไหม้แดดง่าย แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากรังสี UVA อยู่ดี ดังนั้นการดูทั้งสองค่าคู่กันจึงสำคัญกว่าการดูค่าใดค่าหนึ่งเพียงอย่างเดียว ในผลิตภัณฑ์บางแบรนด์จากตะวันตกอาจไม่มีสัญลักษณ์ PA แต่ใช้คำว่า Broad Spectrum แทน ซึ่งสื่อถึงการป้องกันทั้ง UVA และ UVB เช่นเดียวกัน

ควรเลือก SPF และ PA เท่าไหร่ตามไลฟ์สไตล์?

สำหรับคนที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในอาคารหรือออกแดดสั้นๆ SPF30 และ PA++ ขึ้นไปมักเพียงพอ แต่หากกังวลเรื่องรังสี UVA ที่ลอดผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาได้ การเลือกค่า PA ที่สูงขึ้นอีกเล็กน้อยก็ช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น

ลักษณะกิจกรรมSPF ที่แนะนำPA ที่แนะนำ
อยู่ในอาคาร ออกนอกบ้านช่วงสั้นๆSPF30 ขึ้นไปPA++ ขึ้นไป
เดินทาง เดินเล่นกลางแจ้งบางช่วงSPF30-50PA+++ ขึ้นไป
เดินป่า เล่นน้ำ กิจกรรมกลางแจ้งนานSPF50PA++++ และมีสัญลักษณ์กันน้ำ

สำหรับกิจกรรมที่ต้องเจอเหงื่อหรือน้ำ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ water resistant ซึ่งหมายถึงประสิทธิภาพที่คงอยู่ได้ประมาณ 40 หรือ 80 นาทีเมื่อโดนน้ำหรือเหงื่อ เมื่อเวลาผ่านไปตามที่ระบุ ก็ควรทาซ้ำอีกครั้ง กล่าวโดยสรุป การเลือกตามสถานการณ์การใช้งานสำคัญกว่าการไล่ตามตัวเลขที่สูงที่สุดเพียงอย่างเดียว

ภาพแสดงการเลือก SPF และ PA ตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

ทาปริมาณเท่าไหร่และทาซ้ำตอนไหนถึงจะพอ?

แม้จะเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเพียงใด หากทาในปริมาณที่น้อยเกินไป ประสิทธิภาพที่ระบุไว้บนฉลากก็จะไม่เกิดขึ้นจริง เพราะค่า SPF ที่ทดสอบมาอ้างอิงจากปริมาณที่กำหนดไว้ตายตัว ในขณะที่คนส่วนใหญ่มักทาได้เพียงครึ่งเดียวของปริมาณที่แนะนำเท่านั้น

โดยทั่วไปแนะนำให้ทาบริเวณใบหน้าประมาณความยาวนิ้วชี้และนิ้วกลาง หรือประมาณ 1 ช้อนชา ส่วนทั่วร่างกายประมาณ 1 ออนซ์ หรือปริมาณเทียบเท่าแก้วช็อตเล็กหนึ่งแก้ว และควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือทันทีหลังเล่นน้ำและมีเหงื่อออกมาก

ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือมีประวัติไวต่อแสงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

ภาพแสดงปริมาณและจังหวะการทาครีมกันแดดซ้ำ

ข้อควรระวังสำหรับผิวแพ้ง่ายและกลุ่มที่ไวต่อแสง

ผิวบางคนอาจมีอาการแดงหรือคันเล็กน้อยหลังใช้ครีมกันแดดบางสูตร ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วันหากหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้น แต่หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

สำหรับผู้ที่รับประทานยาบางชนิดหรือมีภาวะไวต่อแสงเป็นทุนเดิม ควรตรวจสอบส่วนผสมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือกใช้ครีมกันแดด เพราะบางส่วนผสมอาจกระตุ้นให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้นกว่าปกติ การเลือกสูตรที่อ่อนโยนและทดสอบบนผิวก่อนใช้จริงเป็นแนวทางที่ปลอดภัยกว่าเสมอ

สรุป

SPF คือค่าที่บ่งบอกการป้องกันรังสี UVB ส่วน PA คือค่าที่บ่งบอกการป้องกันรังสี UVA การใช้ในชีวิตประจำวันมักเพียงพอด้วย SPF30 และ PA++ ขึ้นไป ส่วนกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานควรเลือก SPF50 และ PA++++ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

นอกจากการเลือกค่าที่เหมาะสมแล้ว การทาในปริมาณที่พอเหมาะและทาซ้ำตรงเวลาก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณกำลังกังวลเรื่องการดูแลผิวจากแสงแดดหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสภาพผิวของตัวเอง ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซลได้เลยนะคะ แอด LINE มาปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. SPF30 กับ SPF50 ต่างกันมากแค่ไหน?

หากเทียบสัดส่วนการกรองรังสี UVB แล้ว SPF30 กรองได้ประมาณ 97% ส่วน SPF50 กรองได้ประมาณ 98% ความแตกต่างจึงไม่มากนัก แต่เนื่องจากหลายคนมักทาในปริมาณที่น้อยกว่าที่แนะนำ การเลือก SPF50 สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งจึงช่วยเผื่อไว้ได้มากกว่าค่ะ

Q2. ผลิตภัณฑ์ต่างประเทศที่ไม่มีสัญลักษณ์ PA ดูอย่างไร?

ผลิตภัณฑ์จากยุโรปหรืออเมริกามักใช้คำว่า Broad Spectrum หรือสัญลักษณ์วงกลม UVA แทนค่า PA ซึ่งสื่อความหมายว่าครอบคลุมการป้องกันรังสี UVA เช่นกัน สามารถเทียบเคียงได้กับผลิตภัณฑ์ที่มีค่า PA สูง

Q3. วันที่ท้องฟ้าครึ้มยังจำเป็นต้องทาครีมกันแดดไหม?

รังสี UVA สามารถทะลุผ่านเมฆและกระจกหน้าต่างได้ในระดับหนึ่ง แม้วันที่มีเมฆมากก็ยังมีรังสีตกกระทบผิวอยู่ การทาเป็นประจำทุกวันช่วยลดการสะสมของจุดด่างดำและริ้วรอยได้ในระยะยาว ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

Q4. ทาเมคอัพทับแล้ว จะทาครีมกันแดดซ้ำอย่างไรดี?

การใช้ผลิตภัณฑ์รูปแบบคุชชั่น แท่ง หรือสเปรย์ จะช่วยให้ทาซ้ำระหว่างวันได้สะดวกโดยไม่ต้องล้างเมคอัพออก แต่สำหรับสเปรย์ควรฉีดให้ทั่วและเพียงพอ เพราะบางครั้งปริมาณที่ได้อาจน้อยกว่าที่คิดค่ะ

บทความแนะนำ

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนวผิวหนัง

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนว

ตุ่มแบนเล็ก ๆ ที่ขึ้นเรียงตามรอยโกนหนวดอาจเป็นหูดแบน บทความนี้อธิบายสาเหตุที่ลาม วิธีแยกจากตุ่มชนิดอื่น และทางเลือกในการรักษาค่ะ

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?ผิวหนัง

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?

หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นทีละครั้งด้วย Fractional CO2 ไม่ใช่เต็มในครั้งเดียว อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องจำนวนครั้ง รอยคล้ำหลังทำ และการเลือกวิธีรักษา

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

บทความล่าสุด

ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี? เช็กชื่อยา ยูนิต และการตรวจหน้าตอนปรึกษารูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี? เช็กชื่อยา ยูนิต และการตรวจหน้าตอนปรึกษา

ยูนิตของโบทูลินัม ท็อกซินแต่ละยี่ห้อแปลงกันไม่ได้ และรูปแบบการขมวดคิ้วก็ต่างกันในแต่ละคน รวมคำถามที่ควรใช้ตอนปรึกษา ข้อมูลที่ควรเก็บกลับบ้าน และอาการหลังฉีดที่ต้องรีบไปพบแพทย์

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนวผิวหนัง

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนว

ตุ่มแบนเล็ก ๆ ที่ขึ้นเรียงตามรอยโกนหนวดอาจเป็นหูดแบน บทความนี้อธิบายสาเหตุที่ลาม วิธีแยกจากตุ่มชนิดอื่น และทางเลือกในการรักษาค่ะ

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?ผิวหนัง

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?

หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นทีละครั้งด้วย Fractional CO2 ไม่ใช่เต็มในครั้งเดียว อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องจำนวนครั้ง รอยคล้ำหลังทำ และการเลือกวิธีรักษา

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors