ภาพแสดงผู้หญิงกำลังเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA
ผิวหนัง

SPF และ PA ต่างกันอย่างไร? เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับคุณ

SPF และ PA บนฉลากครีมกันแดดมีความหมายต่างกัน บทความนี้สรุปวิธีเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ พร้อมปริมาณและจังหวะการทาซ้ำที่ถูกต้อง

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube

เคยไหมที่หยิบครีมกันแดดขึ้นมาดูฉลากด้านหลัง แล้วเจอตัวเลข SPF50+ กับสัญลักษณ์ PA++++ เต็มไปหมด จนไม่แน่ใจว่าตัวไหนเหมาะกับตัวเองกันแน่ การเลือกครีมกันแดดโดยดูแค่ตัวเลขที่สูงที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป เพราะแต่ละไลฟ์สไตล์มีระดับการป้องกันที่เหมาะสมต่างกัน และการทาในปริมาณที่ไม่พอก็ทำให้ค่าที่ระบุไว้บนฉลากใช้ไม่ได้ผลจริงเช่นกัน

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความหมายของค่า SPF และ PA ความแตกต่างระหว่างสองตัวนี้ พร้อมแนะนำแนวทางการเลือกใช้ให้เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละวันค่ะ

ค่า SPF ในครีมกันแดดหมายถึงอะไร?

SPF (Sun Protection Factor) เป็นค่าที่บอกระดับการป้องกันรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการผิวไหม้แดดและรอยแดง หลายคนเข้าใจว่ายิ่งค่า SPF สูง ยิ่งสามารถอยู่กลางแดดได้นานขึ้น แต่จริงๆ แล้ว SPF สื่อถึงสัดส่วนของรังสี UVB ที่ครีมกันแดดสามารถกรองได้ ไม่ใช่ระยะเวลาที่ปลอดภัยโดยตรง

โดยทั่วไป SPF15 สามารถกรองรังสี UVB ได้ประมาณ 93% ส่วน SPF30 กรองได้ประมาณ 97% จะเห็นว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนเดียวกัน เมื่อผ่านระดับหนึ่งไปแล้วความแตกต่างจะค่อยๆ แคบลง ด้วยเหตุนี้ การใช้ในชีวิตประจำวันจึงมักแนะนำให้เลือก SPF30 ขึ้นไปเป็นเกณฑ์พื้นฐาน

ภาพแสดงกลไกที่ SPF ช่วยกรองรังสี UVB

PA ต่างจาก SPF อย่างไร?

PA (Protection Grade of UVA) เป็นค่าที่บอกระดับการป้องกันรังสี UVA โดยแสดงเป็นเครื่องหมายบวก ตั้งแต่ PA+ ไปจนถึง PA++++ ยิ่งมีเครื่องหมายบวกมาก ยิ่งครอบคลุมการป้องกัน UVA ได้กว้างขึ้น รังสี UVA มีความยาวคลื่นมากกว่า UVB จึงสามารถทะลุลงไปถึงชั้นหนังแท้ และมีความเกี่ยวข้องกับปัญหาที่สะสมอย่างช้าๆ เช่น จุดด่างดำและผิวหย่อนคล้อยตามวัย

หากเลือกครีมกันแดดที่มีแค่ SPF สูงแต่ PA ต่ำ ผิวอาจไม่ไหม้แดดง่าย แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากรังสี UVA อยู่ดี ดังนั้นการดูทั้งสองค่าคู่กันจึงสำคัญกว่าการดูค่าใดค่าหนึ่งเพียงอย่างเดียว ในผลิตภัณฑ์บางแบรนด์จากตะวันตกอาจไม่มีสัญลักษณ์ PA แต่ใช้คำว่า Broad Spectrum แทน ซึ่งสื่อถึงการป้องกันทั้ง UVA และ UVB เช่นเดียวกัน

ควรเลือก SPF และ PA เท่าไหร่ตามไลฟ์สไตล์?

สำหรับคนที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในอาคารหรือออกแดดสั้นๆ SPF30 และ PA++ ขึ้นไปมักเพียงพอ แต่หากกังวลเรื่องรังสี UVA ที่ลอดผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาได้ การเลือกค่า PA ที่สูงขึ้นอีกเล็กน้อยก็ช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น

ลักษณะกิจกรรมSPF ที่แนะนำPA ที่แนะนำ
อยู่ในอาคาร ออกนอกบ้านช่วงสั้นๆSPF30 ขึ้นไปPA++ ขึ้นไป
เดินทาง เดินเล่นกลางแจ้งบางช่วงSPF30-50PA+++ ขึ้นไป
เดินป่า เล่นน้ำ กิจกรรมกลางแจ้งนานSPF50PA++++ และมีสัญลักษณ์กันน้ำ

สำหรับกิจกรรมที่ต้องเจอเหงื่อหรือน้ำ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ water resistant ซึ่งหมายถึงประสิทธิภาพที่คงอยู่ได้ประมาณ 40 หรือ 80 นาทีเมื่อโดนน้ำหรือเหงื่อ เมื่อเวลาผ่านไปตามที่ระบุ ก็ควรทาซ้ำอีกครั้ง กล่าวโดยสรุป การเลือกตามสถานการณ์การใช้งานสำคัญกว่าการไล่ตามตัวเลขที่สูงที่สุดเพียงอย่างเดียว

ภาพแสดงการเลือก SPF และ PA ตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

ทาปริมาณเท่าไหร่และทาซ้ำตอนไหนถึงจะพอ?

แม้จะเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเพียงใด หากทาในปริมาณที่น้อยเกินไป ประสิทธิภาพที่ระบุไว้บนฉลากก็จะไม่เกิดขึ้นจริง เพราะค่า SPF ที่ทดสอบมาอ้างอิงจากปริมาณที่กำหนดไว้ตายตัว ในขณะที่คนส่วนใหญ่มักทาได้เพียงครึ่งเดียวของปริมาณที่แนะนำเท่านั้น

โดยทั่วไปแนะนำให้ทาบริเวณใบหน้าประมาณความยาวนิ้วชี้และนิ้วกลาง หรือประมาณ 1 ช้อนชา ส่วนทั่วร่างกายประมาณ 1 ออนซ์ หรือปริมาณเทียบเท่าแก้วช็อตเล็กหนึ่งแก้ว และควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือทันทีหลังเล่นน้ำและมีเหงื่อออกมาก

ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือมีประวัติไวต่อแสงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

ภาพแสดงปริมาณและจังหวะการทาครีมกันแดดซ้ำ

ข้อควรระวังสำหรับผิวแพ้ง่ายและกลุ่มที่ไวต่อแสง

ผิวบางคนอาจมีอาการแดงหรือคันเล็กน้อยหลังใช้ครีมกันแดดบางสูตร ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วันหากหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้น แต่หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

สำหรับผู้ที่รับประทานยาบางชนิดหรือมีภาวะไวต่อแสงเป็นทุนเดิม ควรตรวจสอบส่วนผสมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือกใช้ครีมกันแดด เพราะบางส่วนผสมอาจกระตุ้นให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้นกว่าปกติ การเลือกสูตรที่อ่อนโยนและทดสอบบนผิวก่อนใช้จริงเป็นแนวทางที่ปลอดภัยกว่าเสมอ

สรุป

SPF คือค่าที่บ่งบอกการป้องกันรังสี UVB ส่วน PA คือค่าที่บ่งบอกการป้องกันรังสี UVA การใช้ในชีวิตประจำวันมักเพียงพอด้วย SPF30 และ PA++ ขึ้นไป ส่วนกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานควรเลือก SPF50 และ PA++++ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

นอกจากการเลือกค่าที่เหมาะสมแล้ว การทาในปริมาณที่พอเหมาะและทาซ้ำตรงเวลาก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณกำลังกังวลเรื่องการดูแลผิวจากแสงแดดหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสภาพผิวของตัวเอง ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซลได้เลยนะคะ แอด LINE มาปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. SPF30 กับ SPF50 ต่างกันมากแค่ไหน?

หากเทียบสัดส่วนการกรองรังสี UVB แล้ว SPF30 กรองได้ประมาณ 97% ส่วน SPF50 กรองได้ประมาณ 98% ความแตกต่างจึงไม่มากนัก แต่เนื่องจากหลายคนมักทาในปริมาณที่น้อยกว่าที่แนะนำ การเลือก SPF50 สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งจึงช่วยเผื่อไว้ได้มากกว่าค่ะ

Q2. ผลิตภัณฑ์ต่างประเทศที่ไม่มีสัญลักษณ์ PA ดูอย่างไร?

ผลิตภัณฑ์จากยุโรปหรืออเมริกามักใช้คำว่า Broad Spectrum หรือสัญลักษณ์วงกลม UVA แทนค่า PA ซึ่งสื่อความหมายว่าครอบคลุมการป้องกันรังสี UVA เช่นกัน สามารถเทียบเคียงได้กับผลิตภัณฑ์ที่มีค่า PA สูง

Q3. วันที่ท้องฟ้าครึ้มยังจำเป็นต้องทาครีมกันแดดไหม?

รังสี UVA สามารถทะลุผ่านเมฆและกระจกหน้าต่างได้ในระดับหนึ่ง แม้วันที่มีเมฆมากก็ยังมีรังสีตกกระทบผิวอยู่ การทาเป็นประจำทุกวันช่วยลดการสะสมของจุดด่างดำและริ้วรอยได้ในระยะยาว ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

Q4. ทาเมคอัพทับแล้ว จะทาครีมกันแดดซ้ำอย่างไรดี?

การใช้ผลิตภัณฑ์รูปแบบคุชชั่น แท่ง หรือสเปรย์ จะช่วยให้ทาซ้ำระหว่างวันได้สะดวกโดยไม่ต้องล้างเมคอัพออก แต่สำหรับสเปรย์ควรฉีดให้ทั่วและเพียงพอ เพราะบางครั้งปริมาณที่ได้อาจน้อยกว่าที่คิดค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ผู้หญิงกังวลเรื่องการเลือกหัวทิป Potenza ให้เหมาะกับผิวผิวหนัง

Potenza มีหัวทิปหลายแบบ แต่ละหัวต่างกันยังไง แล้วผิวเราเหมาะกับหัวไหน?

Potenza เป็นเครื่อง RF ไมโครนีดเดิลที่หัวทิปแต่ละแบบทำหน้าที่ต่างกัน บทความนี้จะพาไปดูว่าหัวแบบไหนเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน เพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ภาพหน้าปกเรื่องดาวน์ไทม์ Potenza และการฟื้นตัววันต่อวันลิฟติ้ง

ดาวน์ไทม์ Potenza นานแค่ไหน ฟื้นตัววันต่อวันอย่างไร

หลังทำ Potenza รอยแดง สะเก็ดเล็ก ๆ และบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามวันอย่างไร บทความนี้เรียบเรียงไทม์ไลน์การฟื้นตัวและจุดดูแลในแต่ละช่วงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกเรื่องการทำ InMode FX ในหน้าร้อนและการดูแลผิวจากแดดลิฟติ้ง

InMode FX หน้าร้อนทำได้ไหม ดูแลผิวจากแดดหลังทำอย่างไร

หน้าร้อนทำ InMode FX ได้ไหม และหลังทำควรจัดการกับแดด เหงื่อ และการออกไปข้างนอกอย่างไรเพื่อเลี่ยงรอยคล้ำ บทความนี้ค่อย ๆ เรียบเรียงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกอธิบายว่าผลของ Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหนและควรทำซ้ำเมื่อไหร่ลิฟติ้ง

Oligio X ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่

หลังทำ Oligio X หลายคนสงสัยว่าความกระชับจะอยู่ได้นานแค่ไหน และควรกลับมาทำซ้ำเมื่อไหร่ดี บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดจากมุมของการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ภาพหน้าปกอธิบายความต่างของความลึกที่ความร้อนจาก Onda และ Shurink ลงถึงลิฟติ้ง

Onda กับ Shurink ต่างกันอย่างไร ความร้อนลงลึกแค่ไหน

Onda และ Shurink เป็นทรีตเมนต์กระชับผิวเหมือนกัน แต่วิธีส่งผ่านความร้อนและความลึกที่ลงถึงต่างกันมาก บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดว่าแต่ละเครื่องเหมาะกับใครค่ะ

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors