ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม
รูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

หลายคนอยากแก้ฟิลเลอร์ที่ไม่พอใจ แต่กลัวว่าสลายแล้วผิวจะยืดหย่อนกว่าเดิม บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรเป็นแค่ช่วงชั่วคราวไม่กี่วัน

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
7นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ ที่ฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วผลลัพธ์ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ บางคนรู้สึกว่าเติมมาเกินจนดูบวม บางคนเห็นว่าสองข้างไม่เท่ากัน หรือคลำแล้วเจอเป็นก้อนแข็ง ๆ ใต้ผิว พอคิดจะไปฉีดสลายออก ก็ไปเจอคอมเมนต์ที่บอกว่า "สลายแล้วผิวจะยืด หย่อนกว่าเดิม" จนลังเลไม่กล้าตัดสินใจ

ความกังวลนี้เข้าใจได้ค่ะ เพราะภาพที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือฟิลเลอร์เป็นตัวค้ำผิวเอาไว้ พอเอาออกผิวก็น่าจะยุบลงตามไปด้วย แต่กลไกของเอนไซม์ที่ใช้ฉีดสลายไม่ได้ทำงานแบบนั้น

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปดูว่าเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสสลายอะไรได้ สลายอะไรไม่ได้ ทำไมสองสามวันแรกหน้าถึงดูยุบลงชั่วคราว และควรคุยกับแพทย์เรื่องอะไรก่อนตัดสินใจค่ะ

เอนไซม์ฉีดสลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase) ทำงานอย่างไร?

ยาที่ใช้ฉีดสลายฟิลเลอร์คือเอนไซม์ชื่อไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) หน้าที่ของมันไม่ใช่การละลายทุกอย่างที่อยู่ใต้ผิว แต่เป็นการเข้าไปคลายพันธะของโมเลกุลกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ให้แตกตัวเป็นชิ้นเล็กลงจนร่างกายกำจัดออกไปได้เอง

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาระบุว่าเอนไซม์ตัวนี้ย่อยกรดไฮยาลูโรนิกแบบชั่วคราวและย้อนกลับได้ ไม่ใช่ยาที่เข้าไปทำลายโครงสร้างอะไรก็ตามที่ขวางหน้า ประโยคสั้น ๆ นี้ช่วยจัดระเบียบความกังวลได้เกินครึ่งแล้วค่ะ

พูดง่าย ๆ คือถ้าเปรียบเนื้อฟิลเลอร์เป็นตาข่ายเจลที่ถักโยงกันไว้แน่น เอนไซม์ตัวนี้ทำหน้าที่คล้ายกรรไกรที่ตัดเส้นใยของตาข่ายให้คลายออกจากกัน ไม่ได้ไปกัดกร่อนเนื้อเยื่อรอบข้าง หรือทำลายคอลลาเจนกับอีลาสตินในชั้นหนังแท้

เพราะทำงานเจาะจงแบบนี้ แพทย์จึงใช้เอนไซม์ตัวนี้แก้ไขฟิลเลอร์ที่ให้ผลไม่เป็นที่พอใจ ทั้งเติมเกินจนดูบวม ฉีดแล้วสองข้างไม่สมมาตร หรือเกิดเป็นก้อนนูนคลำได้ ส่วนปริมาณและจำนวนจุดที่ฉีดต่างกันไปในแต่ละคน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสสลายได้เฉพาะฟิลเลอร์กลุ่มกรดไฮยาลูโรนิกเท่านั้น

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

คำตอบสั้น ๆ คือ ปริมาณฟิลเลอร์บนใบหน้าโดยทั่วไป เมื่อสลายออกไปแล้วมักไม่ถือว่าทำให้ผิวหย่อนคล้อยแบบถาวรค่ะ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีช่วงที่หน้าดูแย่ลงเลย มีค่ะ เพียงแต่เป็นช่วงสั้น ๆ ไม่ใช่ผลที่ค้างอยู่ถาวร

ความเชื่อว่า "สลายแล้วผิวจะยืด" ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงข้อหนึ่งที่ถูกต้อง คือเอนไซม์เลือกย่อยเฉพาะเนื้อฟิลเลอร์แบบเป๊ะ ๆ ไม่ได้ กรดไฮยาลูโรนิกที่ร่างกายสร้างขึ้นเองบริเวณนั้นจึงถูกย่อยไปบางส่วนด้วย ตรงนี้จริง แต่ข้อมูลที่มักหายไปคือส่วนที่ตามมา

กรดไฮยาลูโรนิกในผิวไม่ใช่ของที่สะสมไว้แล้วนอนนิ่ง ๆ แต่เป็นสารที่ร่างกายย่อยและสร้างขึ้นใหม่หมุนเวียนตลอดเวลา เมื่อถูกย่อยไปบางส่วน ผิวจึงค่อย ๆ สร้างทดแทนได้เองภายในไม่กี่วัน นี่คือเหตุผลที่การสลายฟิลเลอร์ในปริมาณปกติของใบหน้าโดยทั่วไปจึงไม่ถือว่าทิ้งความเสียหายถาวรไว้กับโครงสร้างผิว

แต่สิ่งที่ต้องพูดกันตรง ๆ คือ ช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีดสลาย หน้าอาจดูแย่กว่าตอนก่อนฉีดเสียอีก เพราะวอลลุ่มที่เคยเติมไว้หายไปพร้อมกับที่ยังมีอาการบวมจากการฉีดค้างอยู่ ทำให้เห็นทั้งรอยยุบและความไม่สม่ำเสมอพร้อมกัน ภาพในกระจกช่วงนี้ยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย

ฟิลเลอร์แบบไหนที่สลายด้วยเอนไซม์ตัวนี้ไม่ได้?

คำตอบคือทุกตัวที่ไม่ได้ทำมาจากกรดไฮยาลูโรนิก เพราะไฮยาลูโรนิเดสรู้จักเฉพาะพันธะของ HA เท่านั้น กลุ่มที่พบบ่อยในคลินิกและสลายด้วยเอนไซม์ตัวนี้ไม่ได้ ได้แก่

  • Sculptra — ทำจาก Poly-L-Lactic Acid (PLLA) จัดเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ไม่ใช่ฟิลเลอร์ HA
  • Radiesse — ทำจาก Calcium Hydroxyapatite (CaHA) เป็นเนื้อแร่ธาตุผสมในเจล
  • Ellansé — ทำจาก Polycaprolactone (PCL) อยู่ในกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนเช่นกัน
  • Juvelook — ทำจาก PDLLA ซึ่งเป็นสารคนละกลุ่มกับกรดไฮยาลูโรนิก

บทความของ American Society of Plastic Surgeons ระบุไว้ชัดเจนว่าฟิลเลอร์กลุ่ม HA สามารถสลายหรือย้อนกลับได้ด้วยไฮยาลูโรนิเดส ในขณะที่ตัวอื่น ๆ ไม่มีวิธีย้อนกลับแบบนั้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฟิลเลอร์กลุ่ม HA ถือว่ายืดหยุ่นในการแก้ไขมากกว่า

ถ้าสารที่ฉีดไปไม่ใช่กลุ่ม HA แนวทางการดูแลจะเปลี่ยนไปทั้งหมด โดยทั่วไปคือรอให้สารสลายตัวไปตามธรรมชาติของมันเอง ร่วมกับปรับรูปหน้าด้วยวิธีอื่นตามที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม ไม่ใช่การฉีดสลาย

คำถามข้อแรกก่อนไปปรึกษาจึงเป็น "ฉีดอะไรมา" ถ้าจำชื่อผลิตภัณฑ์ไม่ได้ ลองขอประวัติการรักษาจากคลินิกเดิม เพราะถ้าไม่รู้ว่าเป็นสารกลุ่มไหน แพทย์ก็ประเมินไม่ได้ว่าสลายได้หรือไม่ค่ะ

หลังฉีดสลายกี่วันหน้าถึงเข้าที่ แล้วเติมใหม่ได้เมื่อไหร่?

โดยทั่วไปอาการบวมจากการฉีดจะค่อย ๆ ลดลงในไม่กี่วันแรก แล้วเนื้อเยื่อจึงค่อย ๆ เข้าที่ตามมา ระยะเวลาที่แน่นอนไม่เท่ากันทุกคน ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ปริมาณฟิลเลอร์เดิม ความลึกของชั้นที่ฉีด และการฟื้นตัวของแต่ละคน

อีกเรื่องที่ควรรู้ล่วงหน้าคือ ฟิลเลอร์ไม่ได้สลายหมดในครั้งเดียวเสมอไป โดยเฉพาะฟิลเลอร์ที่อยู่มานานหลายปี ฉีดไว้ในชั้นลึก หรือเป็นเนื้อที่เชื่อมโยงโมเลกุลกันแน่นเป็นพิเศษ กรณีแบบนี้แพทย์อาจนัดประเมินซ้ำแล้วพิจารณาฉีดเพิ่มเป็นรอบ ๆ ซึ่งไม่ได้แปลว่าครั้งแรกล้มเหลว แต่เป็นการทยอยจัดการตามปริมาณที่ยังเหลืออยู่

ส่วนคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดคือจะกลับไปเติมฟิลเลอร์ใหม่ได้เมื่อไหร่ แนวทางที่พบบ่อยคือรอประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังฉีดสลาย แล้วให้แพทย์ประเมินอีกครั้ง เหตุผลคือถ้าเติมทันทีในวันที่ยังบวมและยุบไม่เท่ากัน จะประเมินไม่ได้ว่าจริง ๆ ขาดวอลลุ่มตรงไหนและมากแค่ไหน

ทั้งนี้ตัวเลข 1-2 สัปดาห์เป็นเพียงแนวทางคร่าว ๆ ไม่ใช่กฎตายตัว บางคนอาจต้องรอนานกว่านั้น บางคนอาจสั้นกว่า แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลจากสภาพผิวและเนื้อเยื่อจริงในวันนัดค่ะ

ฟิลเลอร์เก่าหรือฉีดในชั้นลึกอาจต้องฉีดสลายมากกว่าหนึ่งครั้ง

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

การฉีดสลายฟิลเลอร์มีข้อมูลการใช้งานมายาวนาน แต่เช่นเดียวกับยาทุกชนิดที่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย ก็มีสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอยู่

  • บวม แดง หรือช้ำเฉพาะที่ — อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่วัน
  • อาการแพ้เอนไซม์ — มีโอกาสเกิดขึ้นได้แต่พบไม่บ่อย ข้อมูลทางเภสัชวิทยาระบุว่าอัตราการแพ้ที่มีรายงานอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม "พบน้อย" ไม่ได้แปลว่า "ไม่ต้องตรวจสอบ"
  • ยุบมากกว่าที่ตั้งใจ — ถ้าฟิลเลอร์เดิมกระจายตัวเป็นบริเวณกว้าง เอนไซม์อาจไปสลายบริเวณข้างเคียงมากกว่าที่คาด ทำให้ต้องนัดประเมินซ้ำภายหลัง

ก่อนฉีด แพทย์มักซักประวัติการแพ้ยา ประวัติแพ้พิษต่อยของแมลง และเคยฉีดเอนไซม์ตัวนี้มาก่อนหรือไม่ บางกรณีอาจทดสอบด้วยปริมาณเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาก่อน ขั้นตอนเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ให้กลัว แต่มีไว้ให้ลำดับการตัดสินใจชัดเจนขึ้น

หากหลังฉีดมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ ผื่นลมพิษ หายใจลำบาก หรือเจ็บผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีนะคะ ไม่ควรรอดูอาการเอง

สรุป — ก่อนตัดสินใจฉีดสลาย ควรคุยกับแพทย์เรื่องอะไร

ประเด็นที่อยากให้จำคือ เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสสลายได้เฉพาะฟิลเลอร์กลุ่มกรดไฮยาลูโรนิกเท่านั้น ส่วนกรดไฮยาลูโรนิกของร่างกายที่ถูกย่อยไปด้วยจะสร้างทดแทนได้เองภายในไม่กี่วัน และภาพหน้ายุบช่วง 2-3 วันแรกยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย

คำถามสามข้อที่ช่วยให้การปรึกษาชัดเจนขึ้นคือ ฟิลเลอร์ที่ฉีดมาเป็นกลุ่ม HA หรือเปล่า ต้องสลายทั้งหมดหรือแก้เฉพาะจุดที่ไม่พอใจก็พอ และควรรอกี่วันจึงจะประเมินผลได้จริง

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจเสมอ เพราะแพทย์จะดูทั้งชนิดของฟิลเลอร์ ตำแหน่ง ปริมาณ และสภาพผิวจริงเป็นรายบุคคลค่ะ

หากคุณกำลังกังวลว่าฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วหน้าจะแย่กว่าเดิม หรือยังไม่แน่ใจว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดมาสลายได้หรือไม่ ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำค่ะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาสอบถามคุณหมอได้เลยนะคะ

ข้อมูลอ้างอิง: StatPearls — Hyaluronidase · ASPS — Non-Hyaluronic Acid Fillers

บทความแนะนำ

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหม?

หลายคนอยากปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวว่าฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแรงเคี้ยวจะหายไปจนกินข้าวไม่ได้ บทความนี้รวมตัวเลขจากงานวิจัยว่าแรงกัดลดลงเท่าไร ช่วงไหนรู้สึกมากที่สุด และกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

บทความล่าสุด

การ์ดสรุปคู่มือดูแลขนคุดที่แขนแบบขั้นตอนที่ทำได้เองที่บ้านผิวหนัง

ขนคุดที่แขน ดูแลยังไงให้ได้ผลจริง? คู่มือขั้นตอนทำที่บ้าน

ขนคุดที่แขนไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยการขัดหนักขึ้น แต่แก้ได้ด้วยการดูแลให้ถูกลำดับและสม่ำเสมอ บทความนี้รวบรวมขั้นตอนการดูแลขนคุดที่บ้านแบบครบวงจร ตั้งแต่การล้างผิว การเลือกสารผลัดเซลล์ที่ใช่ ไปจนถึงการติดตามผลตามช่วงเวลา

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

วางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลา ดูแลผิวระหว่างรอยังไง?ผิวหนัง

วางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลา ดูแลผิวระหว่างรอยังไง?

การวางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลาขึ้นอยู่กับประเภทที่ใช้ กลุ่มเติมความชื้นและกลุ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมีจังหวะที่เหมาะสมต่างกัน บทความนี้ช่วยวางแผนและดูแลผิวระหว่างรอให้ได้ผลต่อเนื่องค่ะ

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?ลิฟติ้ง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?

คลื่นไมโครเวฟ Onda กระจายความร้อนในชั้นไขมันไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณ ทำให้ความเร็วในการยุบตัวของสองข้างอาจไม่เดินพร้อมกัน บทความนี้บอกว่าควรทำอะไรในแต่ละช่วงหลัง Onda และสัญญาณที่ควรพบแพทย์ค่ะ

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือกับความชื้นแกว่งในสภาพอากาศไทยได้ตลอดวันผิวหนัง

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือความชื้นแกว่งได้ทั้งวัน

เมื่ออากาศไทยความชื้นแกว่งทั้งวัน ปัญหาหน้าตึงมักไม่ใช่เรื่องขาดน้ำแต่เป็นเรื่องที่ชั้นไขมันกักน้ำบาง — ลำดับการทาครีมที่ถูกต้องช่วยแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดกว่าการเพิ่มปริมาณครีม

แนวทางดูแลผิวใต้คางและขากรรไกรหลังทำ InMode FX รายสัปดาห์ลิฟติ้ง

หลัง InMode FX ดูแลใต้คางให้ถูกวิธี — ตารางดูแลรายสัปดาห์ที่ควรรู้

หลังทำ InMode FX การดูแลที่บ้านในแต่ละช่วงสัปดาห์มีความสำคัญมาก บทความนี้รวมแนวทางดูแลผิวใต้คางและบริเวณขากรรไกรแบบรายสัปดาห์ค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors