ภาพปกบทความเรื่องอาการปวดหัวและขมับตึงหลังทำ Shurink กับวิธีแยกว่ามาจากอะไร
ลิฟติ้ง

ปวดหัวหลังทำ Shurink มาจากเครื่องจริงไหม แยกยังไง

ความรู้สึกที่ขมับหลังทำ Shurink มักเป็นผลรวมของความร้อนชั้นลึก กล้ามเนื้อที่เกร็งค้าง และสภาพร่างกายของวันนั้น มาดูวิธีแยกทีละอย่าง และวิธีเล่าอาการให้คลินิกประเมินได้เร็วขึ้น

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหม หลังทำ Shurink ไปได้วันหนึ่ง แล้วรู้สึกตื้อ ๆ ที่ขมับ กดลงไปแล้วเจ็บลึก ๆ บางคนรู้สึกหัวหนักไปทั้งซีก แล้วก็เริ่มไม่แน่ใจว่ามาจากเครื่อง หรือมาจากอย่างอื่นในวันเดียวกัน

จริง ๆ แล้วความรู้สึกหลังทำมักไม่ได้มาจากทางเดียว ส่วนหนึ่งมาจากความร้อนในชั้นลึก ส่วนหนึ่งมาจากกล้ามเนื้อที่เกร็งค้าง และอีกส่วนมาจากสภาพร่างกายของวันนั้น ถ้าสังเกตอย่างเป็นระบบสักหน่อย การคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะตรงจุดขึ้นมาก

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปดูว่าอาการแบบไหนมักโยงกับอะไร ควรจดอะไรไว้ก่อนติดต่อคลินิก และสัญญาณแบบไหนที่ไม่ควรรอดูต่อค่ะ

ปวดหัวหลังทำ Shurink มาจากเครื่องเสมอไปหรือเปล่า

คำตอบสั้น ๆ คือไม่เสมอไป พลังงานมีส่วนจริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของสิ่งที่รู้สึก

Shurink เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัส (HIFU) พลังงานถูกรวมให้ไปบรรจบกันที่ความลึกที่ตั้งค่าไว้ คล้ายกับการเอาแว่นขยายไปรวมแสงแดดให้ตกที่จุดเดียว จุดนั้นจะร้อนขึ้นชัดเจน ทั้งที่รอบ ๆ ยังเย็น

ขมับต่างจากแก้มพอสมควร ผิวและไขมันบาง กระดูกอยู่ตื้น และใต้ลงไปมีกล้ามเนื้อมัดที่เราใช้เคี้ยวอาหารทุกวันวางตัวอยู่พอดี ความรู้สึกจึงกระจายกว้างกว่าตำแหน่งที่ยิงจริง หลายคนเลยรู้สึกเหมือนปวดทั้งซีกศีรษะ โดยรายงานทบทวนด้านความปลอดภัยของการยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์ระบุว่าความรู้สึกลักษณะนี้โดยทั่วไปเป็นการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวที่ค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ

ระดับพลังงาน จำนวนช็อต และความหนาบางของเนื้อเยื่อแต่ละคน ทำให้ความรู้สึกออกมาไม่เท่ากัน ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และแพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

แยกให้ออก อาการจากกล้ามเนื้อ กับอาการจากความร้อนชั้นลึก

จุดตั้งต้นที่ใช้ได้จริงคือดูว่าอาการเปลี่ยนไปตามอะไร ถ้าเปลี่ยนตามการเคี้ยวและการอ้าปาก มักโยงกับกล้ามเนื้อ ถ้าเปลี่ยนตามการกดผิวเฉพาะจุด มักโยงกับเนื้อเยื่อที่เพิ่งได้รับความร้อน

ลักษณะที่รู้สึกมักสัมพันธ์กับจุดสังเกตง่าย ๆ
เมื่อยตึงเวลาเคี้ยวหรืออ้าปากกว้างกล้ามเนื้อขมับที่เกร็งค้างเลี่ยงของแข็งสักวัน แล้วดูว่าเบาลงไหม
กดแล้วเจ็บเป็นจุด ตามแนวที่ยิงเนื้อเยื่อชั้นลึกที่เพิ่งได้รับความร้อนเจ็บเป็นบริเวณ ไม่ใช่ทั้งซีก
ชา ๆ ซ่า ๆ เป็นหย่อมแขนงประสาทรับความรู้สึกบริเวณนั้นขอบเขตมักคงที่ และค่อย ๆ แคบลง
ปวดตื้อเป็นแถบรอบศีรษะ สองข้างเท่ากันความตึงของกล้ามเนื้อคอและบ่าไม่ตรงกับแนวที่ยิง

ตารางนี้เป็นการสังเกตเบื้องต้น ไม่ได้ใช้แทนการตรวจของแพทย์ และหลายคนเจอสองแบบพร้อมกัน งานที่รวบรวมประสบการณ์ระหว่างและหลังการทำหัตถการด้วยอัลตราซาวด์แบบโฟกัสก็สะท้อนว่าความรู้สึกที่แต่ละคนรายงานต่างกันได้มาก

อยากเทียบว่าความรู้สึกระหว่างทำอยู่ระดับไหน อ่านต่อได้ที่บทความเรื่องระดับความเจ็บของ Shurink ส่วนความรู้สึกตึงลึก ๆ หลังยกกระชับ อ่านได้ในบทความเรื่องความรู้สึกตึงจากด้านใน

การ์ดเปรียบเทียบอาการที่เจ็บตอนเคี้ยว กับอาการที่กดแล้วเจ็บเป็นจุดตามแนวที่ยิง

สาเหตุร่วมที่มักถูกมองข้ามในวันเดียวกัน

หลายครั้งอาการเป็นผลรวมของหลายอย่างในวันเดียว และข้อที่คนมองข้ามมักเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ดูไม่น่าเกี่ยว

  • นอนนิ่งในท่าเดิมเกือบชั่วโมง คอและบ่าเกร็งค้างโดยไม่รู้ตัว
  • กัดฟันหรือเกร็งกรามระหว่างทำ เพื่อรับมือกับความรู้สึกจี๊ด ๆ
  • ยังไม่ได้กินอะไรก่อนมา หรือดื่มน้ำน้อยมาตลอดวัน
  • อดนอนมาก่อนหน้า หรือมีไมเกรนเป็นทุนเดิม

แต่ละข้อดูเล็กน้อย แต่พอซ้อนกับวันที่เพิ่งได้รับความร้อน ความรู้สึกก็ถูกขยายให้เด่นขึ้น จนหลายคนตีความว่าอาการกำลังแย่ลง ทั้งที่รายงานทบทวนการใช้พลังงานอัลตราซาวด์เพื่อยกกระชับระบุว่าปฏิกิริยาหลังทำส่วนใหญ่เป็นแบบไม่รุนแรงและเป็นชั่วคราว

สิ่งที่ช่วยในสองถึงสามวันแรกจึงเป็นการลดตัวแปรลงทีละอย่าง ดื่มน้ำให้พอ กินมื้อตามปกติ นอนให้ได้เท่าเดิม เลี่ยงความร้อนจัดอย่างซาวน่า และลดการเคี้ยวของแข็ง

เล่าอาการอย่างไรให้คลินิกประเมินได้ตรงจุด

สิ่งที่ช่วยได้มากคือการเล่าว่าอาการเดินไปทางไหนในแต่ละวัน มากกว่าบรรยายว่าปวดแค่ไหน เพราะทิศทางของอาการเป็นข้อมูลที่เทียบกันได้

  • เริ่มรู้สึกตั้งแต่ประมาณกี่ชั่วโมงหลังทำ
  • แต่ละวันเบาลง เท่าเดิม หรือแรงขึ้น
  • เป็นข้างเดียวหรือสองข้าง และตรงกับแนวที่ยิงหรือเปล่า
  • อะไรทำให้แย่ลง เช่น เคี้ยว กด นอนทับ หรือก้มหน้านาน
  • มีชาร่วมด้วยหรือไม่ ขอบเขตกว้างขึ้นหรือแคบลง

ฝั่งคลินิกมีอีกครึ่งหนึ่งของข้อมูลอยู่แล้ว คือบันทึกว่าวันนั้นยิงบริเวณใด จำนวนเท่าไร ที่ความลึกใด เมื่อเอาสองฝั่งมาวางคู่กัน การประเมินจะแคบลงเร็วขึ้นมาก รายงานการติดตามผลหลังทำหัตถการเองก็อาศัยการบันทึกอาการตามช่วงเวลาแบบเดียวกันนี้

การ์ดแนะนำให้จดทิศทางของอาการในแต่ละวันไว้ก่อนติดต่อคลินิก

ผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าดู และใครที่ควรเลื่อนออกไปก่อน

โดยทั่วไปหัตถการกลุ่มนี้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย สิ่งที่พบได้บ่อยคือผิวแดงเล็กน้อย ความรู้สึกบวมตื้อ ๆ และกดเจ็บเฉพาะจุด ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

เกณฑ์ที่ใช้แยกไม่ใช่ความแรงของวันแรก แต่เป็นทิศทางของวันถัด ๆ มา อาการที่ค่อย ๆ เบาลงทุกวันคือภาพที่คุ้นเคยของช่วงพักฟื้น ส่วนอาการที่ยังแรงขึ้นหลังหลายวัน ไม่ใช่ช่วงเวลาของการรอดูอีกต่อไป

  • ผ่านสามถึงสี่วันแล้วยังแรงขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะเบาลง
  • คลำเจอรอยบุ๋ม หรือเห็นสองข้างไม่เท่ากันชัดเจน
  • อ้าปากได้ลำบาก หรือเคี้ยวแล้วเจ็บต่อเนื่องหลายวัน
  • ชาไม่หาย หรือขอบเขตของความชากลับกว้างขึ้น
  • มีไข้ ผิวแดงลามออก หรือบวมแล้วร้อนเมื่อกด

ในฝั่งวิชาการ มีการรวบรวมเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ของหัตถการกลุ่มนี้ไว้อย่างเป็นระบบ ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาไม่รุนแรงและกลับคืนได้ ประเด็นจึงอยู่ที่การรู้ว่าอะไรควรรายงานกลับ และตอนไหน

อีกด้านหนึ่งคือเรื่องจังหวะ บางกรณีแนะนำให้เลื่อนออกไปก่อน หรือคุยกับแพทย์ให้ละเอียดกว่าปกติก่อนตัดสินใจ

  • กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • มีการอักเสบ แผลเปิด หรือสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณที่จะทำ
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรืออุปกรณ์ฝังโลหะบริเวณศีรษะและใบหน้า
  • ไมเกรนกำลังกำเริบหนักอยู่ในช่วงนั้น
  • มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมได้ไม่ดีในตอนนี้

รายการนี้ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ตลอดไป หลายข้อเป็นเรื่องของจังหวะเวลา

การ์ดสรุปว่าอาการที่ค่อย ๆ เบาลงคือช่วงพักฟื้น ส่วนอาการที่แรงขึ้นคือสัญญาณให้ติดต่อกลับ

สรุป

อาการตึงที่ขมับและความรู้สึกหนักหัวหลังทำ Shurink มักเป็นผลรวมของสามส่วน คือความร้อนในชั้นลึกของตำแหน่งที่ผิวบาง กล้ามเนื้อที่เกร็งค้าง และสภาพร่างกายของวันนั้น การสังเกตว่าอาการเปลี่ยนตามอะไร ช่วยให้แยกได้ว่าอะไรคือช่วงพักฟื้น อะไรคือสิ่งที่ควรรายงานกลับ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจเสมอ

หากยังไม่แน่ใจว่าอาการที่ขมับมาจากเครื่อง หรือมาจากอย่างอื่นในวันเดียวกัน ไม่ต้องรอถึงวันนัดครั้งหน้าก็ได้ค่ะ ที่ Beautystone ย่านฮับจอง กรุงโซล เรามีบันทึกการทำของแต่ละครั้งเก็บไว้ครบ จึงคุยเรื่องอาการหลังทำได้ตรงจุด ทักมาเล่าอาการกับคุณหมอทาง LINE ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q. ปวดขมับหลังทำ Shurink แบบไหนที่ยังพอรอดูได้

A. ถ้าค่อย ๆ เบาลงทุกวัน กดเจ็บเป็นจุดตามแนวที่ยิง และไม่มีไข้หรือความชาที่กว้างขึ้น โดยทั่วไปถือว่ายังอยู่ในช่วงที่รอดูได้ค่ะ ให้ดูทิศทางของอาการเป็นหลัก มากกว่าความแรงของวันแรก

Q. แยกยังไงว่าปวดจากกล้ามเนื้อหรือจากความร้อน

A. ลองสังเกตว่าอาการเปลี่ยนตามอะไร ถ้าเมื่อยชัดตอนเคี้ยวหรืออ้าปากกว้าง มักโยงกับกล้ามเนื้อขมับ ถ้ากดแล้วเจ็บเป็นจุดตามแนวที่ยิง มักโยงกับเนื้อเยื่อที่เพิ่งได้รับความร้อนค่ะ

Q. เป็นไมเกรนอยู่แล้ว ทำ Shurink ได้ไหม

A. หลายคนทำได้ค่ะ แต่ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่วันปรึกษา เพราะช่วงที่ไมเกรนกำลังกำเริบหนักมักแนะนำให้เลื่อนออกไปก่อน และแพทย์อาจปรับขอบเขตการยิงหรือค่าพลังงานให้เหมาะกับแต่ละคน

Q. ควรจดอะไรไว้ก่อนติดต่อคลินิก

A. จดว่าเริ่มรู้สึกกี่ชั่วโมงหลังทำ แต่ละวันเบาลงหรือแรงขึ้น เป็นข้างเดียวหรือสองข้าง อะไรทำให้แย่ลง และมีชาหรือไข้ร่วมด้วยหรือไม่ เท่านี้ก็ช่วยให้ประเมินได้เร็วขึ้นมากค่ะ

บทความแนะนำ

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้น

ราคาร้อยไหมหน้าที่ต่างกันระหว่างคลินิกมักมาจากชนิดไหม บริเวณที่ทำ การวางแนวไหม และสิ่งที่รวมในราคา มากกว่าจำนวนเส้น แต่ก่อนเทียบราคา ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาคือหน้าหย่อนหรือหน้าตอบ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

บทความล่าสุด

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนวผิวหนัง

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนว

ตุ่มแบนเล็ก ๆ ที่ขึ้นเรียงตามรอยโกนหนวดอาจเป็นหูดแบน บทความนี้อธิบายสาเหตุที่ลาม วิธีแยกจากตุ่มชนิดอื่น และทางเลือกในการรักษาค่ะ

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?ผิวหนัง

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?

หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นทีละครั้งด้วย Fractional CO2 ไม่ใช่เต็มในครั้งเดียว อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องจำนวนครั้ง รอยคล้ำหลังทำ และการเลือกวิธีรักษา

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors