Secret RF รอบดวงตา ทำได้แค่ไหน? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า และมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาอยู่ใกล้มาก Secret RF จึงไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ต้องกำหนดความลึกของเข็มและขอบเขตการทำใหม่ทั้งหมด

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
เคยส่องกระจกแล้วสังเกตเห็นริ้วรอยเล็กๆ ที่มุมตาหรือใต้ดวงตาไหมคะ? ผิวบริเวณนั้นบางเป็นพิเศษ และยิ่งเราแสดงสีหน้า หัวเราะ หรือถูตาบ่อยๆ ริ้วรอยก็ยิ่งลึกขึ้นตามเวลา
Secret RF เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมสำหรับดูแลริ้วรอยและรูขุมขนทั่วใบหน้า แต่เมื่อพูดถึงรอบดวงตา คำถามที่ได้ยินบ่อยมากคือ ทำได้เลยไหม? หรืออันตรายไหมคะ? บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่าผิวรอบตาต่างจากที่อื่นอย่างไร Secret RF ทำได้บริเวณไหนบ้าง และมีข้อจำกัดอะไรที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจนะคะ
ผิวรอบดวงตาต่างจากที่อื่นอย่างไร?
จริงๆ แล้วผิวรอบดวงตามีความหนาเพียงประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ในขณะที่ผิวบนแก้มหรือหน้าผากมีความหนาประมาณ 1.5 ถึง 2 มิลลิเมตร พูดง่ายๆ คือบางกว่ากันเกือบ 3 เท่า
นอกจากนี้ โครงสร้างกระดูกเบ้าตา (Orbital Bone) อยู่ใกล้ผิวมาก ทำให้พื้นที่ในการทำหัตถการมีจำกัด กล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis Oculi) ทำหน้าที่ปิด-เปิดเปลือกตาตลอดเวลา ส่งผลให้ริ้วรอยในบริเวณนี้เกิดได้ง่ายและดูแลยากกว่าที่อื่น
- ผิวบางกว่าบริเวณอื่น ๆ บนใบหน้า
- กระดูกเบ้าตาอยู่ใกล้ผิวหนังมากกว่าบริเวณแก้ม
- กล้ามเนื้อรอบตาเคลื่อนไหวตลอดเวลา
- หลอดเลือดและเส้นประสาทอยู่ตื้นกว่าบริเวณอื่น
สิ่งเหล่านี้ทำให้การทำหัตถการรอบดวงตาต้องใช้ความระมัดระวัง และเทคนิคที่แตกต่างออกไปค่ะ
Secret RF คืออะไร และทำงานอย่างไร?
Secret RF คือเทคโนโลยีไมโครนีดเดิลที่ผสมคลื่นความถี่วิทยุ (RF) เข้าไว้ด้วยกัน เข็มเล็กๆ จะแทงผ่านผิวหนังลงไปในชั้นที่กำหนด แล้วปล่อยพลังงาน RF ออกมาที่ปลายเข็มโดยตรง
ลองนึกภาพว่าเหมือนการให้ความร้อนแบบจุดเล็กๆ ลึกเข้าไปในผิว แทนที่จะให้ความร้อนบนผิวชั้นบน พลังงาน RF ที่ปลายเข็มจะกระตุ้นให้ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยให้ผิวแน่นขึ้นและริ้วรอยตื้นลงได้
จุดที่ทำให้ Secret RF น่าสนใจในบริบทของรอบดวงตาคือ ความลึกของเข็มสามารถปรับได้ตามบริเวณ ต่างจากเลเซอร์บางชนิดที่พลังงานส่งผ่านชั้นผิวทั้งหมด แต่นั่นก็หมายความว่าแพทย์ต้องตั้งค่าให้แม่นยำมากขึ้นด้วย
Secret RF ทำบริเวณรอบตาได้ไหม และได้แค่ไหน?
คำตอบคือ ทำได้บางบริเวณ แต่ต้องปรับการตั้งค่าใหม่ทั้งหมดค่ะ
บริเวณที่มักทำได้ด้วยความระมัดระวัง ได้แก่:
- ใต้ดวงตาและมุมตา — สามารถทำได้ด้วยการลดความลึกของเข็มลงมาก โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 0.5 มิลลิเมตรหรือน้อยกว่า พร้อมกับลดพลังงานลงด้วย
- บริเวณขมับ (Temple) — อยู่ห่างจากดวงตาพอสมควร มักทำได้ที่ความลึกใกล้เคียงกับแก้ม
บริเวณที่มักหลีกเลี่ยง:
- เปลือกตาบน (Upper Eyelid) — ผิวบางมากและใกล้ดวงตาเกินไป ความเสี่ยงสูงกว่าประโยชน์ที่ได้รับ
- ขอบกระดูกเบ้าตา (Orbital Rim) — กระดูกอยู่ใกล้มาก การทำในบริเวณนี้อาจก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สบายหรือผลข้างเคียงได้
ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความลึกของริ้วรอย และดุลยพินิจของแพทย์ในการตั้งค่าที่เหมาะสมค่ะ
ดูรายละเอียดการกำหนดความลึกของเข็ม Secret RF ตามบริเวณใบหน้าข้อควรระวังและความปลอดภัยในการทำ Secret RF รอบตา
เนื่องจากผิวรอบตาบางและละเอียดอ่อน การทำ Secret RF บริเวณนี้มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นพิเศษนะคะ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น:
- รอยแดง บวม หรือรู้สึกเจ็บเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1 ถึง 3 วัน
- รอยจ้ำเลือดบริเวณใต้ตา พบได้บ้างเนื่องจากหลอดเลือดใต้ตาอยู่ตื้น
- อาการบวมที่ดูชัดกว่าบริเวณอื่น เพราะผิวบางมากกว่า
มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจกายวิภาคบริเวณนี้ และหากมีอาการผิดปกติหลังทำ เช่น บวมมากผิดปกติ มองเห็นพร่ามัว หรืออาการใดๆ ที่ไม่แน่ใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ
สิ่งที่ช่วยให้การทำปลอดภัยมากขึ้น:
- แพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทางกับการทำบริเวณรอบดวงตา
- การตั้งค่าความลึกของเข็มและพลังงานที่เหมาะสมกับรอบดวงตาโดยเฉพาะ
- การประเมินสภาพผิวและโครงสร้างของแต่ละคนก่อนทำทุกครั้ง
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินว่าบริเวณไหนทำได้ บริเวณไหนควรหลีกเลี่ยง และพลังงานที่เหมาะสมสำหรับคุณโดยเฉพาะค่ะ
Microneedle radiofrequency safety and efficacy: clinical reviewใครที่ไม่เหมาะกับการทำ Secret RF บริเวณรอบดวงตา?
นอกจากข้อจำกัดด้านตำแหน่งแล้ว ยังมีกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือแจ้งแพทย์ก่อนเสมอนะคะ
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณรอบดวงตาที่ยังไม่หาย
- เคยผ่าตัดศัลยกรรมเปลือกตา (Blepharoplasty) และยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว
- มีภาวะตาแห้งรุนแรงหรือโรคตาที่ยังรักษาอยู่
- ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์โลหะในร่างกาย
- มีประวัติแพ้ง่ายหรือเป็นแผลเป็นคีลอยด์
การแจ้งประวัติสุขภาพให้ครบถ้วนก่อนการประเมิน จะช่วยให้แพทย์วางแผนได้อย่างเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณค่ะ
สรุป: Secret RF กับรอบดวงตา ทำได้แต่ต้องรู้จุด
Secret RF สามารถช่วยดูแลริ้วรอยรอบดวงตาได้ในบางบริเวณ แต่ไม่ใช่ทุกจุดที่ทำได้เหมือนกัน เปลือกตาบนและขอบกระดูกเบ้าตาคือบริเวณที่มักหลีกเลี่ยง ส่วนบริเวณใต้ตาและมุมตาอาจทำได้ด้วยการปรับความลึกของเข็มและพลังงานให้เหมาะสม
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจค่ะ
หากคุณกำลังกังวลเรื่องริ้วรอยรอบดวงตาและอยากรู้ว่า Secret RF เหมาะกับคุณไหม แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล
ข้อมูลอ้างอิง : Microneedle Radiofrequency: A Review of Current Evidence – PubMed









