ภาพปกของบทความเรื่องการจัดงบและจังหวะการทำ Oligio X ในระยะยาว
ลิฟติ้ง

วางแผนงบ Oligio X รายปี ทำถี่ เว้นยาว หรือพักไว้ก่อนดี

การพักไม่ได้ดึงผิวให้แย่ลงกว่าตอนก่อนเริ่ม เพียงแต่ส่วนที่หัตถการเติมไว้จะแผ่วลงตามเวลา บทความนี้จึงชวนคุณจัดจังหวะและงบให้เดินต่อได้โดยไม่ฝืน

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

หลังจบ Oligio X รอบแรก หลายคนถูกใจรูปหน้าที่ดูเก็บขึ้น แล้วคำถามถัดมามักเป็นเรื่องเงิน ว่าปีหน้าและปีถัด ๆ ไปต้องเจียดงบก้อนนี้เอาไว้ตลอดหรือเปล่า

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่อง แต่อยู่ที่การจัดตารางระยะยาว ความร้อนของคลื่นวิทยุไปทำงานกับคอลลาเจนที่คุณมีอยู่แล้ว ผลที่ได้จึงมีอายุของมันเอง เรื่องจังหวะรอบถัดไปจึงควรคุยกับคุณหมอตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ตอนที่เริ่มชั่งใจแล้ว

บทความนี้ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ขอชวนดูตัวเลขจริงของแต่ละแพ็กเกจ สามจังหวะที่คนไข้เลือกกันบ่อย และจุดที่ควรระวังหากคิดเร่งตารางค่ะ

งบต่อปีของ Oligio X คิดจากอะไรบ้าง

แพ็กเกจใบหน้าตั้งต้นที่ราว 429,000 วอน สำหรับ 100 ช็อต เป็นระดับที่คนซึ่งเพิ่งมาลองรอบแรกมักหยิบไปก่อน

ถัดขึ้นไปมี 300 ช็อต ราคา 979,000 วอน 600 ช็อต ราคา 1,749,000 วอน และ 930 ช็อต ราคา 2,629,000 วอน ทุกตัวเลขรวมภาษีเรียบร้อย จุดสังเกตคือพอขยับไปแพ็กเกจใหญ่ ต้นทุนต่อหนึ่งช็อตจะถูกลง ไม่ได้บวกขึ้นเป็นเส้นตรงตามจำนวน

ปริมาณช็อตที่พอดีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นกับขนาดโครงหน้า ความหนาของชั้นผิว และตำแหน่งที่อยากเก็บเป็นพิเศษ คุณหมอจะดูให้เป็นราย ๆ ไปและบอกกรอบราคาก่อนลงมือเสมอ ตัวเลขชุดนี้เป็นของคลินิกในกรุงโซลซึ่งปรับได้ตามช่วงเวลา เช็กอัปเดตได้ที่หน้าราคา ส่วนรอบส่วนลดตามไปดูที่โปรโมชัน

การ์ดสรุปแพ็กเกจใบหน้าที่ตั้งต้น 429,000 วอน และต้นทุนต่อช็อตที่ถูกลงในแพ็กเกจใหญ่

เว้นไปหนึ่งปี ผิวจะถอยไปอยู่ตรงไหน

ถอยกลับไปใกล้จุดตั้งต้น บวกอายุที่เดินต่ออีกหนึ่งปี ไม่ได้ต่ำกว่าวันแรกที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะไม่มีกลไกใดในร่างกายที่ทำให้การหยุดพักดึงผิวลงมากกว่าเดิม

คลื่นวิทยุ (RF) พาความร้อนลงไปหาเส้นใยคอลลาเจนชุดเดิม ทำให้มันหดตัวลงบางส่วนทันที แล้วร่างกายค่อยถักชุดใหม่ตามมาในเดือนถัด ๆ ไป เท่ากับเครื่องเร่งงานซ่อมที่ผิวทำอยู่แล้ว ไม่ได้ฝังโครงอะไรไว้ค้ำ ในบทความรวมหลักการทำงานของเครื่องคลื่นวิทยุ ก็ยกการจัดเรียงเส้นใยใหม่ด้วยความร้อนเป็นแกนหลัก

เหมือนรดน้ำต้นไม้หน้าแล้ง ใบที่ตั้งขึ้นเพราะได้น้ำ พอเว้นรดก็กลับไปเท่าเดิม ไม่ได้เหี่ยวกว่าก่อนเริ่มรด

ที่บอกกันว่าแย่ลงกว่าเดิม มาจากสองเส้นที่เดินพร้อมกัน ส่วนที่เติมไว้แผ่วลงในราวหกเดือนถึงหนึ่งปี ส่วนวัยก็เดินของมันไปเรื่อย พอวางเทียบกับภาพจำวันที่ผลขึ้นสุด ช่องว่างเลยดูกว้างกว่าจริง รายงานที่ตามผลระยะยาว ระบุว่าผลลดลงทีละน้อย และความเร็วไม่เท่ากันในแต่ละคน

สามจังหวะการดูแลที่คนไข้เลือกกันบ่อย

ไม่มีจังหวะไหนถูกกว่าจังหวะอื่น มีแค่จังหวะที่คุณเดินตามไหวจริง สามแบบข้างล่างคือรูปแบบที่เจอบ่อยในห้องตรวจ

รูปแบบความถี่เหมาะกับใครจุดที่ต้องชั่งใจ
ทำสม่ำเสมอราว 10-12 เดือนต่อรอบคนที่ถูกใจผลของรอบแรกและอยากคุมระดับไว้ประมาณการรายจ่ายง่าย แลกกับการกันเงินไว้ทุกปี
ทิ้งช่วงยาวราว 1.5-2 ปี หรือรอจนรู้สึกว่ารูปหน้าเริ่มไม่เก็บผิวหนา ความเปลี่ยนแปลงมาถึงช้าเลือกช็อตให้จบในรอบเดียวคุ้มกว่าซอยย่อยหลายครั้ง
ทำเป็นช่วงแล้วพักทำก่อนช่วงที่อยากดูสดใสเป็นพิเศษ แล้วหยุดตามกำลังทรัพย์รายรับไม่เท่ากันในแต่ละปีหยุดได้โดยไม่เสียของเดิม กลับมาเริ่มจากผิวของวันที่มา

ระยะห่างที่ใช้ได้จริงมาจากความเร็วการแผ่วของตัวคุณเอง ไม่ใช่ปฏิทินของเพื่อน ในรายงานที่เทียบเครื่องหลายรุ่น ก็ตั้งอยู่บนแนวคิดว่าการทำซ้ำเพื่อคงผลต้องมีช่วงพักคั่นเสมอ จำนวนครั้งต่อปีจึงมาจากการประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การ์ดเทียบสามจังหวะการดูแล ทั้งทำสม่ำเสมอ ทิ้งช่วงยาว และทำเป็นช่วงแล้วพัก

หายไปนานแล้วอยากกลับมาทำ ต้องนับหนึ่งใหม่ไหม

ในแง่ความปลอดภัยไม่ต้องนับหนึ่ง แต่ในแง่สภาพผิว จุดเริ่มคือผิวของวันที่คุณเดินเข้ามา ไม่ใช่ผิวของวันที่ทำรอบสุดท้าย

ทิ้งช่วงยิ่งนาน สิ่งที่ขยับไม่ได้มีแค่ผลที่แผ่วลง ยังมีพื้นฐานผิวเองด้วย ทั้งความหนา ความยืดหยุ่น และไขมันใต้ผิว ในบทความว่าด้วยความเสื่อมของผิว ก็แยกความเปลี่ยนแปลงตามวัยออกจากผลของหัตถการเป็นคนละเส้น การตรวจใหม่วันที่กลับมาจึงตอบโจทย์กว่าสั่งซ้ำตามใบเดิม

ของที่ช่วยให้การกลับมาลื่นขึ้นมีอยู่ไม่กี่อย่าง

  • รูปหน้าตรงและหน้าเฉียงที่ถ่ายในแสงเดียวกัน เก็บไว้ตั้งแต่ก่อนรอบที่แล้ว
  • ใบบันทึกของคลินิกว่ารอบก่อนลงกี่ช็อต ลงตรงไหน และผิวตอบสนองแบบใด
  • หัตถการอื่นที่แทรกเข้ามาระหว่างทาง เช่น ฟิลเลอร์ (Filler) หรือร้อยไหม (Thread Lifting)

ที่ Beautystone เราเก็บค่าที่ตั้งไว้ของทุกรอบเอาไว้ ต่อให้หายไปสองปีก็หยิบข้อมูลเดิมมาต่อได้ ส่วนจำนวนช็อตของรอบใหม่ยังขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์หลังตรวจผิวเสมอ

การ์ดอธิบายว่าการกลับมาทำอีกครั้งหลังหายไปนานเริ่มจากสภาพผิวของวันที่มา

ข้อควรระวังเมื่อคิดจะอัดรอบให้ถี่ขึ้น

ผลข้างเคียงของคลื่นวิทยุพบไม่บ่อยและมักอยู่ไม่นาน ที่เจอได้คือผิวแดง บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงในสองสามวันแรก กลุ่มนี้มักจางเองใน 1-3 วัน แต่ถ้าเจอนอกเหนือจากนั้น เช่น ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ตุ่มน้ำ แผลเปิด หรือชานานเกินสองสัปดาห์ ควรกลับไปพบแพทย์โดยเร็ว

อีกความเสี่ยงที่มักถูกลืมคือการเร่งตารางเพราะกลัวหน้าตก

  • อัดรอบชิดกันในเวลาสั้นไม่ได้ทำให้ผลบวกทับกันขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะเส้นใยชุดใหม่ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะขึ้นรูป
  • ดันพลังงานเกินกว่าที่ผิวรับไหวไม่ได้ยืดอายุของผล มีแต่จะเพิ่มโอกาสเกิดรอยแดงค้าง
  • ช่วงที่น้ำหนักเพิ่งขึ้นหรือลงเยอะ การแยกผลของหัตถการออกจากผลของน้ำหนักทำได้ยาก

ถ้ายังไม่แน่ใจ การรอดูอีกสักสองสามเดือนปลอดภัยกว่าการรีบจองรอบใหม่ เพราะการพักไม่ได้ทำให้เสียอะไรที่เรียกกลับคืนมาไม่ได้

ใครควรชะลอการทำเอาไว้ก่อน

บางสภาวะควรเลื่อนออกไป หรือให้แพทย์ดูเป็นกรณี ๆ ถึงจะเคยผ่านมาหลายรอบแล้วก็ตาม

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าฝังอยู่ในตัว
  • ตำแหน่งที่จะลงเครื่องมีการติดเชื้อ ผื่นอักเสบ แผลเปิด หรือเพิ่งโดนแดดจนไหม้
  • โรคผิวหนังเรื้อรังกำลังกำเริบ หรือเคยมีแผลเป็นคีลอยด์ (Keloid)
  • เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมตรงบริเวณเดียวกันมาไม่นาน
  • ใช้ยาที่ทำให้ผิวไวต่อความร้อนหรือแสงอยู่ในตอนนี้

รายการนี้ยังไม่ครบทุกกรณี ก่อนเริ่มควรเล่าประวัติสุขภาพ ยาที่กินอยู่ และหัตถการที่เคยผ่านมาให้แพทย์ฟังทุกครั้ง

สรุป

การเริ่ม Oligio X ไม่ได้แปลว่าต้องกันงบก้อนเดิมไว้ทุกปี ส่วนที่เติมให้จะแผ่วลงในราวหกเดือนถึงหนึ่งปี ขณะที่วัยเดินด้วยจังหวะเดิม การพักจึงไม่ได้ทำให้หน้าหย่อนกว่าวันก่อนทำ ตารางที่ดีคือตารางที่เดินตามไหว จะปีละรอบ ทิ้งช่วงสองปี หรือทำเป็นช่วงแล้วพักก็ได้ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

ถ้ากำลังชั่งใจว่าปีนี้ควรกันงบไว้ทำรอบต่อไปหรือเลื่อนไปก่อน ทักเข้ามาคุยกันได้เลยนะคะ ที่ Beautystone ย่านฮับจอง กรุงโซล ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE เข้ามาให้คุณหมอดูสภาพผิวและช่วยจัดจังหวะรอบให้พอดีกับงบของคุณได้เลยค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q. ควรทำ Oligio X ถี่แค่ไหนถึงจะกำลังดี

A. ส่วนมากลงตัวที่ราวปีละรอบ หรือทิ้งช่วงยาวกว่านั้นถ้าผิวหนาและความเปลี่ยนแปลงมาถึงช้าค่ะ ตัวเลขนี้ไม่เท่ากันในแต่ละคน ขึ้นกับพื้นฐานผิวและการดูแลประจำวัน คุณหมอจะช่วยจับจังหวะที่พอดีให้ในวันที่มาปรึกษา

Q. ปีนี้งบไม่ถึง เลื่อนไปก่อนได้ไหม

A. เลื่อนได้ค่ะ การพักไม่ได้ดึงผิวให้ต่ำลงกว่าวันก่อนทำ มีแค่ส่วนที่หัตถการเติมไว้ซึ่งแผ่วลงตามเวลา พอพร้อมเมื่อไรค่อยกลับมาเริ่มจากสภาพผิวของวันนั้นได้เลย

Q. แพ็กเกจ Oligio X เริ่มที่เท่าไร

A. ใบหน้าเริ่มราว 429,000 วอน ที่ 100 ช็อต และเมื่อขยับไปแพ็กเกจที่ช็อตเยอะขึ้น ต้นทุนต่อช็อตจะลดลงค่ะ เป็นราคาของคลินิกในกรุงโซลที่ปรับได้ตามช่วงเวลา รายละเอียดล่าสุดดูได้ที่หน้าราคา

Q. ห่างไป 2 ปีแล้วกลับมา ต้องเพิ่มช็อตไหม

A. ไม่ได้เพิ่มอัตโนมัติค่ะ จำนวนช็อตของรอบใหม่มาจากสภาพผิวในวันที่ตรวจ ไม่ได้มาจากระยะเวลาที่หายไป แพทย์จะวัดความหนาและความยืดหยุ่นกันใหม่แล้วปรับแผนให้เหมาะกับคุณ

บทความแนะนำ

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้น

ราคาร้อยไหมหน้าที่ต่างกันระหว่างคลินิกมักมาจากชนิดไหม บริเวณที่ทำ การวางแนวไหม และสิ่งที่รวมในราคา มากกว่าจำนวนเส้น แต่ก่อนเทียบราคา ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาคือหน้าหย่อนหรือหน้าตอบ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

บทความล่าสุด

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนวผิวหนัง

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนว

ตุ่มแบนเล็ก ๆ ที่ขึ้นเรียงตามรอยโกนหนวดอาจเป็นหูดแบน บทความนี้อธิบายสาเหตุที่ลาม วิธีแยกจากตุ่มชนิดอื่น และทางเลือกในการรักษาค่ะ

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?ผิวหนัง

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?

หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นทีละครั้งด้วย Fractional CO2 ไม่ใช่เต็มในครั้งเดียว อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องจำนวนครั้ง รอยคล้ำหลังทำ และการเลือกวิธีรักษา

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors