ทำไมบริเวณคิ้วต้องใช้ฟิลเลอร์นุ่ม ส่วนร่องแก้มต้องใช้ฟิลเลอร์แน่น?
ฟิลเลอร์นุ่มสำหรับคิ้ว ฟิลเลอร์แน่นสำหรับร่องแก้ม — แต่ละบริเวณมีความลึกและการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน ผมสรุปสาเหตุที่การใช้ฟิลเลอร์เดียวกันทั้งหมดอาจให้ผลลัพธ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติไว้ในบทความนี้ครับ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
ทำไมบริเวณคิ้วต้องใช้ฟิลเลอร์นุ่ม ส่วนร่องแก้มต้องใช้ฟิลเลอร์แน่น?
เวลาที่คนไข้บอกว่า "กังวลเรื่องริ้วรอยค่ะ/ครับ" คำถามแรกที่ผมถามมักจะเป็น "บริเวณไหนที่เป็นกังวลมากที่สุดครับ?" หลายคนคิดว่าฟิลเลอร์ตัวเดียวจะแก้ปัญหาได้ทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณคิ้วหรือร่องแก้ม แต่ในความเป็นจริงแล้ว แต่ละบริเวณต้องการฟิลเลอร์ที่แตกต่างกันครับ
ผมเจอเคสที่ใช้ฟิลเลอร์ชนิดเดียวกันสำหรับทั้งบริเวณคิ้วและร่องแก้มแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง บางรายบริเวณคิ้วดูเรียบเนียนดี แต่ร่องแก้มเริ่มหย่อนยานลงตามกาลเวลา หรือในทางกลับกัน ร่องแก้มดูดีแต่บริเวณคิ้วกลับรู้สึกขรุขระเมื่อสัมผัสครับ
สรุปสั้นๆ ในประโยคเดียว บริเวณคิ้วต้องการฟิลเลอร์นุ่มที่กระจายตัวได้ดี ส่วนร่องแก้มต้องการฟิลเลอร์ที่มีความแน่นและแรงยึดเกาะสูง เนื่องจากแต่ละบริเวณมีความลึกและการเคลื่อนไหวที่ต่างกัน การใช้ฟิลเลอร์ตัวเดียวกันจึงอาจสร้างปัญหาที่จุดใดจุดหนึ่งได้ครับ
เหตุผลที่บริเวณคิ้วมีความซับซ้อนเป็นพิเศษ
ริ้วรอยบริเวณคิ้วอาจดูลึก แต่จริงๆ แล้วเกิดขึ้นในชั้นผิวที่ค่อนข้างตื้น เป็นริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ที่เกิดจากการขมวดคิ้วซ้ำๆ ดังนั้นความลึกจึงไม่มาก แต่มีการเคลื่อนไหวค่อนข้างมากครับ
หากใส่ฟิลเลอร์แน่นในบริเวณนี้ จะเกิดปัญหา 2 ประการ ประการแรก ฟิลเลอร์แน่นที่อยู่ในชั้นตื้นจะรู้สึกได้เป็นก้อนเมื่อสัมผัส ประการที่สอง เมื่อเคลื่อนไหวตามสีหน้า ฟิลเลอร์มีแนวโน้มจะเกาะกลุ่มไปด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้บริเวณคิ้วดูนูนขึ้นมาแทนที่จะเรียบเนียนได้ครับ
ดังนั้นบริเวณคิ้วจึงต้องใช้ฟิลเลอร์นุ่มที่มี HA* กระจายตัวได้ดี เพราะสามารถกระจายตัวได้เนียนแม้ในชั้นตื้น และเคลื่อนไหวตามการแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกเป็นก้อนเมื่อสัมผัส และไม่ดูแปลกเมื่อขมวดคิ้วครับ
*HA: กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) คือส่วนประกอบที่ดึงดูดความชุ่มชื้นในผิวหนัง และเป็นวัตถุดิบหลักที่พบบ่อยที่สุดในฟิลเลอร์ครับ*
ทำไมร่องแก้มถึงต้องการฟิลเลอร์ที่แน่นกว่า
ร่องแก้มนั้นตรงข้ามกับบริเวณคิ้วโดยสิ้นเชิง คือมีความลึกมากแต่การเคลื่อนไหวน้อยกว่าเปรียบเทียบกัน เป็นเส้นที่ทอดจากข้างจมูกลงมาถึงมุมปาก ดังนั้นจึงได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงและการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรใบหน้ามากกว่าการเคลื่อนไหวของสีหน้าโดยตรงครับ
หากใส่ฟิลเลอร์นุ่มในบริเวณนี้ ฟิลเลอร์จะเริ่มไหลลงตามกาลเวลา ฟิลเลอร์ที่มีแรงยึดเกาะต่ำจะไม่มีแรงเพียงพอในการยกร่องลึกขึ้น และในที่สุดเส้นร่องแก้มก็จะไม่เรียบขึ้น แต่กลับกระจายออกด้านข้างทำให้บริเวณใต้จมูกดูหนาขึ้นหรือรอยยิ้มดูไม่เป็นธรรมชาติได้ครับ
สำหรับร่องแก้มจึงต้องใช้ฟิลเลอร์ที่มีความแน่นและแรงยึดเกาะสูง เพื่อยึดตำแหน่งในชั้นลึกและทำหน้าที่ยกเส้นร่องแก้มขึ้น ความแน่นที่ดีหมายถึงมีแรงในการรักษารูปทรง ทำให้เส้นร่องแก้มไม่ไหลลงมาง่ายแม้ผ่านไปนานครับ
การใช้ฟิลเลอร์ต่างชนิดกันสองตัวในคนเดียวกันถือเป็นมาตรฐานครับ
มีคนไข้ไม่น้อยที่ไม่ทราบความแตกต่างนี้ แล้วกลับมาปรึกษาใหม่หลังจากผ่านไปประมาณ 6 เดือน หลังจากได้รับการฉีดฟิลเลอร์ชนิดเดียวกันทั้งบริเวณคิ้วและร่องแก้ม ส่วนใหญ่มักเป็นเพราะบริเวณคิ้วดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือร่องแก้มเริ่มหย่อนลงครับ
การออกแบบโดยใช้ฟิลเลอร์ต่างชนิดกันตั้งแต่แรกอาจใช้เวลาทำหัตถการนานขึ้นเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด การใช้เครื่องมือที่แตกต่างกันในแต่ละบริเวณของใบหน้าเดียวกันไม่ใช่เรื่องเกินจำเป็น แต่ถือเป็นมาตรฐานพื้นฐานเลยครับ
เมื่อมองจากด้านราคา การฉีดฟิลเลอร์ชนิดเดียว 1 cc ทั้งสองบริเวณดูเหมือนเรียบง่าย แต่มีโอกาสสูงที่จะต้องกลับมาแก้ไขภายใน 6 เดือน ซึ่งทำให้ความคุ้มค่าด้านต้นทุนไม่ดีในระยะยาวครับ
ควรถามอะไรในการปรึกษาแพทย์?
แทนที่จะถามว่า "ใช้ฟิลเลอร์อะไรในบริเวณนี้ครับ/ค่ะ" ลองเปลี่ยนเป็น "ทำไมถึงเลือกใช้ฟิลเลอร์ตัวนี้ครับ/ค่ะ" จะดีกว่าครับ หากแพทย์อธิบายเหตุผลที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างกันในแต่ละบริเวณได้ แสดงว่าแพทย์ท่านนั้นใส่ใจในการออกแบบผลลัพธ์ครับ
หากได้ยินประโยคว่า "จะจัดการทุกจุดด้วยฟิลเลอร์ตัวเดียวให้เลยครับ/ค่ะ" ก็ควรสอบถามเพิ่มเติมครับ หากแพทย์ไม่ได้อธิบายว่าแต่ละบริเวณมีความลึกและการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน โอกาสที่ผลลัพธ์จะดูไม่เป็นธรรมชาติก็จะสูงขึ้นครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. การใช้ฟิลเลอร์ต่างชนิดกันในแต่ละบริเวณทำให้ราคาแพงขึ้นมากไหมครับ?
A. หากคิดตามปริมาณ cc เดิม ราคาไม่ได้แตกต่างกันมากนักครับ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการออกแบบเพิ่มขึ้น เวลาทำหัตถการจึงนานขึ้นเล็กน้อย แต่การที่ต้องมาแก้ไขน้อยลงทำให้ความคุ้มค่าด้านต้นทุนในระยะยาวดีกว่าครับ
Q2. หากฉีดฟิลเลอร์แน่นในบริเวณคิ้ว จะรู้ได้อย่างไรว่ามีปัญหา?
A. อาจสังเกตได้ว่าเวลาขมวดคิ้วจะมีก้อนรวมตัวอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง หรือรู้สึกเป็นก้อนเมื่อสัมผัสด้วยมือครับ หลายเคสจะเริ่มสังเกตเห็นได้หลังทำหัตถการประมาณ 1-2 เดือนครับ
Q3. การใช้ฟิลเลอร์นุ่มที่ร่องแก้มจะไหลลงทุกครั้งไหมครับ?
A. หมายความว่าโอกาสที่จะไหลลงนั้นสูงขึ้น ไม่ใช่ว่าทุกเคสจะเกิดปัญหาครับ อย่างไรก็ตาม หากเป็นร่องที่ลึก การใช้ฟิลเลอร์ที่มีแรงยึดเกาะสูงตั้งแต่แรกจะให้ผลลัพธ์ที่เสถียรกว่าครับ







