ผิวผู้ชายหนากว่า ตั้งค่า Oligio X เหมือนเดิมได้ไหม
ชั้นหนังแท้ของผู้ชายหนากว่าและผลิตน้ำมันมากกว่า ถ้าใช้การตั้งค่าเดิมความร้อนอาจไปไม่ถึงชั้นลึก บทความนี้พาไปดูเหตุผลทางโครงสร้าง แนวหนวดเคราที่ต้องแยกดู และวิธีคิดเรื่องพลังงานกับจำนวนรอบ

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
เคยไหมคะ ทำโปรแกรมยกกระชับผิวหน้ามาแล้ว แต่รู้สึกว่าผลลัพธ์ไม่ชัดเท่าเพื่อนผู้หญิงที่ทำโปรแกรมเดียวกัน กรอบหน้ายังดูไม่คมเท่าที่หวังไว้
อีกเรื่องที่คุณผู้ชายเล่าให้ฟังบ่อยคือ หลังทำไปสองสามวัน บริเวณที่มีหนวดเคราขึ้นกลับไวเป็นพิเศษ ทั้งแสบและแดงกว่าจุดอื่น จริง ๆ แล้วสองเรื่องนี้มาจากรากเดียวกัน คือชั้นหนังแท้ของผู้ชายหนากว่า และต่อมไขมันทำงานมากกว่า
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่าโครงสร้างผิวผู้ชายต่างตรงไหน ทำไมแนวหนวดเคราต้องแยกดูต่างหาก และการตั้งค่า Oligio X ควรคิดจากอะไรค่ะ
Oligio X คืออะไร และส่งความร้อนลงไปถึงชั้นไหน
Oligio X เป็นเครื่องคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF จากเกาหลี หลักการคือส่งคลื่นผ่านผิวชั้นบนลงไปทำให้ชั้นหนังแท้* อุ่นขึ้นถึงระดับที่ร่างกายตีความว่าต้องซ่อมแซมตัวเอง แล้วเริ่มสร้างคอลลาเจนชุดใหม่ขึ้นมาแทน
*ชั้นหนังแท้ (Dermis) คือชั้นใต้ผิวชั้นนอกสุด มีคอลลาเจนและเส้นใยยืดหยุ่นค้ำผิวเอาไว้ เป็นชั้นที่หัตถการคลื่นวิทยุเล็งไปถึงจริง ๆ
พูดง่าย ๆ คือ ลองนึกถึงเส้นใยของเสื้อยืดตัวโปรดที่ใส่จนยืดย้วย ถ้าได้รับความร้อนพอเหมาะ เส้นใยจะหดกลับเข้าหากันได้บ้าง จุดสำคัญจึงไม่ใช่ความแรง แต่เป็นการทำให้ชั้นที่ต้องการอุ่นถึงระดับที่เหมาะ ในขณะที่ผิวชั้นบนยังปลอดภัย
และเมื่อชั้นหนังแท้หนาขึ้น ระยะทางที่ความร้อนต้องเดินทางไปให้ถึงก็ไกลขึ้นตามไปด้วย
ผิวผู้ชายหนากว่าจริงหรือไม่
คำตอบคือหนากว่าจริง และมีงานวัดค่าเอาไว้ งานวิจัยที่วัดความหนาของผิวใบหน้าในผู้ใหญ่สุขภาพดี 118 คน ด้วยอัลตราซาวด์ความถี่สูง รายงานว่าชั้นหนังแท้บริเวณหน้าผากของผู้ชายอยู่ที่ 1.17 มิลลิเมตร ผู้หญิง 0.86 มิลลิเมตร บริเวณขมับผู้ชาย 1.06 มิลลิเมตร ผู้หญิง 0.80 มิลลิเมตร และเกือบทุกตำแหน่งที่วัด ผู้ชายหนากว่าอย่างมีนัยสำคัญ (งานวิจัยเรื่องความหนาของผิวใบหน้าในผู้ชายและผู้หญิง)
| ตำแหน่ง | ผู้ชาย | ผู้หญิง |
|---|---|---|
| หน้าผาก | 1.17 มิลลิเมตร | 0.86 มิลลิเมตร |
| ขมับ | 1.06 มิลลิเมตร | 0.80 มิลลิเมตร |
ไม่ใช่แค่เรื่องความหนา เอกสารทางผิวหนังที่รวบรวมความต่างระหว่างผิวสองเพศอธิบายว่า ค่าความชุ่มชื้น การสูญเสียน้ำผ่านผิวหนัง ปริมาณน้ำมัน การไหลเวียนเลือดฝอย เม็ดสี และความหนา มักสูงกว่าในผู้ชาย (เอกสารรวบรวมความต่างของผิวระหว่างเพศ) เมื่อผิวมันกว่า หัวจับของเครื่องอาจแนบไม่สม่ำเสมอ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงต้องเช็ดผิวถี่ขึ้น
ทำไมแนวหนวดเคราต้องแยกดูต่างหาก
บริเวณที่มีหนวดเคราขึ้นมีรูขุมขน* เรียงกันหนาแน่นและฝังลึกกว่าจุดอื่นบนใบหน้า แล้วยังถูกรบกวนซ้ำ ๆ อยู่ก่อนวันทำหัตถการ จากการโกนแทบทุกวัน
*รูขุมขน (Hair follicle) คือโครงสร้างคล้ายถุงใต้ผิวที่เส้นขนงอกออกมา แนวหนวดเคราจะมีโครงสร้างนี้หนาแน่นและอยู่ลึกกว่าปกติ
งานวิจัยที่ตรวจผู้ป่วยภาวะรูขุมขนอักเสบเทียมบริเวณหนวดเครา 24 คน พบว่า 18 คน หรือ 75 เปอร์เซ็นต์ มีเส้นขนหยิก และระบุปัจจัยเสี่ยงไว้สองอย่าง คือนิสัยดึงผิวให้ตึงตอนโกน กับการปล่อยให้ขนยาวจนโค้งกลับเข้าหาผิว (งานวิจัยเรื่องรูขุมขนอักเสบเทียมบริเวณหนวดเครา) แปลว่าบริเวณนี้อาจมีการอักเสบเล็ก ๆ และพังผืดเดินอยู่ก่อนแล้ว
| สถานการณ์ | ทำไมต้องระวัง | แนวทางที่คุยกันในห้องปรึกษา |
|---|---|---|
| เพิ่งโกนมา | ผิวชั้นบนมีรอยถลอกเล็ก ๆ | เลื่อนวันทำออกไปสองสามวัน |
| เห็นขนคุด | มีการอักเสบเดินอยู่แล้ว | จัดการจุดนั้นให้เรียบร้อยก่อน |
| ขนหยิกโดยธรรมชาติ | ขนกลับเข้าไปฝังใต้ผิวได้ง่าย | นัดเวลาโกนหลังทำไว้ด้วยกัน |
ด้วยเหตุนี้ การไล่เครื่องด้วยการตั้งค่าเดียวทั้งใบหน้าจึงไม่ค่อยเข้ากับผิวผู้ชาย
พลังงานและจำนวนรอบ ควรคิดจากอะไร
เป้าหมายไม่ใช่การไล่ให้แรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่คือการพาอุณหภูมิของชั้นหนังแท้ขึ้นไปอยู่ในช่วงที่ต้องการ แล้วรักษาให้อยู่ในช่วงนั้น
งานวิจัยที่ใช้คลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ชนิดไม่ผ่าตัดกับผิวหนังหมู รายงานว่าการตั้งค่าต่ำทำให้อุณหภูมิชั้นหนังแท้อยู่ที่ 50 องศาเซลเซียส ค่ากลาง 60 และค่าสูงประมาณ 70 องศาเซลเซียส เมื่อดูผลที่ 30 วัน ความหนาและความหนาแน่นของคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ไม่พบความเสียหายจากความร้อนที่ชั้นหนังแท้และผิวชั้นนอก และอุณหภูมิผิวชั้นบนถูกคุมให้อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยที่ 42 ถึง 45 องศาเซลเซียส (งานวิจัยเรื่องอุณหภูมิและการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อจากคลื่นวิทยุ)
สำหรับคุณผู้ชาย สมดุลตรงนี้คือหัวใจ เพราะชั้นหนังแท้หนากว่า จึงอยากพาความร้อนลงไปให้ถึง แต่เพดานที่ผิวชั้นบนรับได้ไม่ได้ขยับตามเพศ ทางที่นิ่งกว่าจึงเป็นการแบ่งจำนวนรอบที่เดินเครื่องผ่านผิว แล้วปรับระดับแยกตามโซน ผลลัพธ์จะเดินตามจังหวะที่คอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่ ค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหลายสัปดาห์ และอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง
หลังทำอาจมีรอยแดง ความรู้สึกอุ่น ๆ หรือแสบเล็กน้อย ซึ่งมักค่อย ๆ หายได้เองภายใน 1 ถึง 2 วัน หากบวมมากขึ้นหรือรอยแดงลามกว้างกว่าเดิม ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
สำหรับแนวหนวดเครา แนะนำให้พักการโกนไว้ก่อนจนกว่ารอยแดงจะสงบลง ถ้าเอาใบมีดลงไปซ้ำในช่วงที่ผิวยังไวอยู่ ความระคายเคืองจะทับซ้อนกันและกลายเป็นจุดเริ่มของขนคุดได้ ช่วงนี้ควรงดซาวน่า และเว้นการขัดผิวด้วยตัวขัดผิวเม็ดหยาบไว้อีกสักระยะ
กลุ่มที่ยังไม่เหมาะกับหัตถการนี้ ได้แก่
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
- มีการอักเสบหรือเริมที่กำลังกำเริบในบริเวณที่จะทำ
- ผิวเกิดแผลเป็นคีลอยด์ได้ง่าย
- มีขนคุดหรือการอักเสบชัดเจนอยู่ในแนวหนวดเครา
ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าข่ายข้อไหน เล่าให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญฟังในวันปรึกษาได้เลยนะคะ
ราคาและคำถามที่ควรถามในวันปรึกษา
ค่าใช้จ่ายของ Oligio X ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้ โปรแกรมพื้นฐานสำหรับใบหน้าเริ่มต้นประมาณ 429,000 วอน (100 ช็อต) ยิ่งช็อตมาก ราคาต่อช็อตยิ่งคุ้ม เช่น โปรแกรม 600 ช็อต อยู่ที่ 1,749,000 วอน นี่คือราคาที่คลินิกในกรุงโซล อาจเปลี่ยนแปลงได้ รายละเอียดดูได้ที่หน้าราคา และหน้าโปรโมชัน
คำถามที่แนะนำให้ถามไว้ตั้งแต่วันปรึกษา
- จะไล่เครื่องด้วยการตั้งค่าเดียวทั้งหน้า หรือแบ่งโซนหนวดเคราออกมา
- ประเมินความหนาของชั้นหนังแท้ด้วยวิธีไหน
- แทนการเพิ่มพลังงาน สามารถแบ่งจำนวนรอบได้หรือไม่
- ก่อนและหลังทำ ควรเว้นการโกนกี่วัน
เล่าเรื่องนิสัยการโกนและขนคุดที่เคยเป็นไว้ด้วยนะคะ
สรุป
ผิวผู้ชายมีชั้นหนังแท้ที่หนากว่าและผลิตน้ำมันมากกว่า ถ้าใช้การตั้งค่าเดิม ความร้อนอาจไปไม่ถึงชั้นลึก ส่วนแนวหนวดเคราเป็นบริเวณที่รูขุมขนหนาแน่นและอักเสบได้ง่ายอยู่ก่อน ทางที่เข้ากับผิวลักษณะนี้จึงคือการแบ่งโซน แบ่งจำนวนรอบ แล้วปรับระดับพลังงานแยกกัน
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ
หากกังวลว่าทำยกกระชับมาแล้วผลไม่ชัด หรือแนวหนวดเคราไวเป็นพิเศษหลังทำ แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ










