ทำไมความลึกเข็ม Secret RF ถึงไม่เท่ากันในแต่ละจุดของใบหน้า?
Secret RF เครื่องเดียวกัน เซสชันเดียวกัน แต่ความลึกของเข็มถูกปรับหลายรอบระหว่างทำ เพราะผิวแต่ละจุดบนใบหน้าหนาไม่เท่ากัน และชั้นที่ต้องการให้ความร้อนไปถึงก็อยู่ลึกไม่เท่ากัน

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
ถ้าเคยทำ Secret RF มาก่อน หลายคนน่าจะเคยสังเกตว่าระหว่างทำ แพทย์มีการปรับตัวเลขบนหน้าจอหลายรอบ ตัวเลขนั้นส่วนใหญ่คือความลึกของเข็ม และเป็นค่าที่ถูกปรับบ่อยที่สุดค่าหนึ่งภายในการทำครั้งเดียว
ตอนนอนอยู่บนเตียงมันอาจดูเหมือนการปรับแบบไม่มีหลักเกณฑ์ แต่จริง ๆ ไม่ใช่ ผิวหน้าคนเราหนาไม่เท่ากันทั้งใบหน้า และชั้นที่ต้องการให้พลังงานไปถึงก็อยู่ลึกไม่เท่ากันในแต่ละจุด ถ้าใช้ความลึกเดียวทั้งหน้า บางจุดจะเลยเป้าหมาย บางจุดจะไปไม่ถึง
บทความนี้จะพาไปดูว่าความลึกของเข็มควบคุมอะไรกันแน่ ผิวแต่ละจุดหนาต่างกันแค่ไหน แก้ม หน้าผาก กรอบหน้า และรอบดวงตาถูกตั้งค่าต่างกันอย่างไร และควรถามอะไรก่อนตัดสินใจทำนะคะ
ความลึกของเข็ม Secret RF กำหนดอะไรกันแน่?
Secret RF จาก Cutera ทำงานแบบคลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็ก เข็มจะลงไปในผิวก่อน แล้วจึงปล่อยพลังงานออกมา จุดสำคัญคือเข็มมีฉนวนหุ้มตลอดก้าน พลังงานจึงออกที่ปลายเข็มเป็นหลัก ความลึกจึงสำคัญมาก เพราะเป็นตัวตัดสินว่าชั้นไหนได้รับความร้อน และชั้นไหนถูกข้ามไป
มีงานวิจัยที่ดูการเปลี่ยนแปลงระดับเนื้อเยื่อจากการทำคลื่นวิทยุร่วมกับเข็ม ซึ่งมีสองประเด็นที่ควรรู้ ประเด็นแรกคือเข็มที่มีฉนวนหุ้มช่วยลดความเสียหายที่ผิวชั้นบน เพราะความร้อนถูกรวมไว้ตรงปลายเข็ม ประเด็นที่สองคือผลลัพธ์ชัดที่สุดเมื่อเข็มลงถึงชั้นหนังแท้ส่วนลึก ซึ่งเป็นชั้นที่การซ่อมสร้างเกิดขึ้น
มีสองค่าที่คนมักเข้าใจปนกัน ลองแยกออกจากกันแบบนี้
- ความลึก เป็นตัวกำหนดว่าพลังงานจะไปลงตรงไหน เรื่องนี้เป็นเรื่องของกายวิภาค ไม่ใช่เรื่องความแรง
- กำลังและระยะเวลาปล่อยพลังงาน เป็นตัวกำหนดว่าเมื่อปลายเข็มไปถึงแล้ว จะให้ความร้อนมากแค่ไหน
ดังนั้นการตั้งค่าตื้นไม่ได้แปลว่าทำแบบเบา ๆ แต่แปลว่าเป้าหมายอยู่คนละชั้นกัน การเพิ่มความลึกบนผิวที่บางไม่ได้ทำให้ได้ผลมากขึ้น แต่เป็นการย้ายความร้อนไปยังตำแหน่งที่ไม่ได้ตั้งใจจะไปตั้งแต่แรก
ผิวแต่ละจุดบนใบหน้าหนาไม่เท่ากัน
เหตุผลที่ตัวเลขเดียวใช้ทั้งหน้าไม่ได้ ก็เพราะความหนาของผิวหน้าต่างกันมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด มีงานวิจัยที่วัดความหนาของผิวจาก 39 ตำแหน่งบนใบหน้า พบว่าชั้นหนังแท้หนาที่สุดอยู่บริเวณข้างจมูกด้านล่าง ประมาณ 1,969 ไมโครเมตร ส่วนที่บางที่สุดคือเปลือกตาบนด้านใน ประมาณ 759 ไมโครเมตร นั่นคือต่างกันเกินสองเท่าภายในใบหน้าเดียว
พอเอาข้อมูลนี้มาวางคู่กับงานวิจัยแรก ภาพก็ชัดขึ้น ถ้าเป้าหมายคือชั้นหนังแท้ส่วนลึก และหนังแท้บางจุดหนากว่าอีกจุดเกินสองเท่า ความลึกที่พอดีกับแก้มก็จะเลยเป้าหมายไปไกลเมื่อมาถึงรอบดวงตา เครื่องเดียวกัน เป้าหมายเดียวกัน แต่ตัวเลขต้องคนละค่า
ความหนาไม่ใช่ตัวแปรเดียว สิ่งที่อยู่ใต้ผิวลงไปก็สำคัญ หน้าผากมีกระดูกอยู่ใกล้ผิวมาก กรอบหน้ามีเส้นประสาทและเส้นเลือดพาดผ่าน ส่วนใต้ตาแทบไม่มีชั้นไขมันรองรับ แพทย์จึงคิดสองอย่างพร้อมกัน คือชั้นที่อยากให้ความร้อนไปถึง และโครงสร้างที่ควรหลีกเลี่ยง
แก้ม หน้าผาก กรอบหน้า และรอบดวงตา ตั้งค่าต่างกันยังไง?
ตารางด้านล่างสรุปแนวทางที่มักใช้ในสี่บริเวณหลัก ตัวเลขมิลลิเมตรเป็นเพียงตัวอย่างให้เห็นทิศทาง ไม่ใช่ค่ามาตรฐาน เพราะค่าจริงขึ้นกับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้
| บริเวณ | ลักษณะผิวและโครงสร้างใต้ผิว | ทิศทางการตั้งค่า |
|---|---|---|
| แก้ม | หนังแท้หนา มีชั้นไขมันรองรับ | ลึกที่สุดในสี่จุด มักอยู่แถว 2.0 มม. |
| หน้าผาก | ความหนาปานกลาง กระดูกอยู่ใกล้ผิว | ตื้นกว่าและค่อนข้างสม่ำเสมอ มักราว 1.2 มม. |
| กรอบหน้า | ความหนาปานกลาง มีเส้นประสาทและเส้นเลือดพาดผ่าน | อยู่ระดับกลาง และตั้งค่าแบบระมัดระวัง |
| รอบดวงตา | ผิวบางที่สุดบนใบหน้า แทบไม่มีชั้นรองรับ | ตื้นที่สุด มักราว 0.8 มม. และลดกำลังลงด้วย |
สังเกตว่ารอบดวงตาถูกลดทั้งความลึกและกำลัง การลดความลึกคือการทำให้ปลายเข็มยังอยู่ในชั้นที่ถูกต้อง ส่วนการลดกำลังคือการทำให้ความร้อนสมดุลกับเนื้อเยื่อที่มีน้อยในบริเวณนั้น
ลึกกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม?
ไม่ใช่เสมอไปค่ะ และตรงนี้เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อนตอนเข้าปรึกษา เพราะความลึกตามปัญหาที่ต้องการแก้ ไม่ได้ตามบริเวณอย่างเดียว
รูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวตื้นอยู่ในหนังแท้ส่วนบน การดูแลกลุ่มนี้จึงตั้งใจให้ตื้น แม้จะอยู่บนแก้มที่รองรับความลึกได้มากกว่านั้น ในทางกลับกัน ความหย่อนคล้อยบนแก้มจุดเดียวกันกลับต้องลงลึกกว่า เพราะโครงสร้างที่ต้องการกระตุ้นอยู่ลึกลงไป คนสองคนจึงถูกทำบนพื้นที่เดียวกันด้วยความลึกต่างกันมากได้ และถูกต้องทั้งคู่
อีกเรื่องที่ควรรู้คือตัวเลขมิลลิเมตรเทียบข้ามเครื่องตรง ๆ ไม่ได้ ผู้ผลิตแต่ละรายวัดความยาวเข็มจากจุดอ้างอิงคนละจุด และส่วนที่หุ้มฉนวนก็ยาวไม่เท่ากัน ค่า 2.0 มม. บนเครื่องหนึ่งจึงไม่จำเป็นต้องวางพลังงานที่ตำแหน่งเดียวกับอีกเครื่อง ถ้ากำลังเทียบคลินิกหรือเทียบ Secret RF กับเครื่องอย่าง Potenza การถามว่าเล็งชั้นไหน จะได้ข้อมูลมากกว่า
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังหลังทำ
การทำคลื่นวิทยุร่วมกับเข็มคือการสร้างบาดแผลเล็ก ๆ แบบควบคุมให้ผิว ปฏิกิริยาหลังทำจึงเป็นเรื่องที่คาดไว้อยู่แล้ว ไม่ใช่สัญญาณว่ามีอะไรผิดพลาด อาการที่พบบ่อยคือผิวแดง บวมเล็กน้อย รู้สึกร้อนคล้ายโดนแดด มีจุดเล็ก ๆ ตรงตำแหน่งที่เข็มลง และผิวสากหรือแห้งอยู่ไม่กี่วัน บางคนอาจมีรอยช้ำได้ โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบางหรือมีเส้นเลือดมาก
ความลึกมีผลต่อความรู้สึกช่วงพักฟื้นด้วย การลงลึกบริเวณแก้มมักให้ความรู้สึกตื้อ ๆ ลึก ๆ และบวมนานกว่าเล็กน้อย ส่วนการทำแบบตื้นรอบดวงตามักแสบผิวชัดกว่าแต่ลงเร็วกว่า ทั้งสองแบบไม่ใช่ปัญหา แต่ควรถามแพทย์ล่วงหน้าว่าแผนของคุณจะเป็นแบบไหน
มีบางอาการที่ควรติดต่อคลินิกแทนการรอดูเอง เช่น บวมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลังผ่านวันที่สองไปแล้ว ผิวแดงลามพร้อมความร้อนหรือมีของเหลวไหลออก อาการปวดผิดปกติที่ไม่ดีขึ้น หรือรู้สึกชาและกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ไม่หายไป อาการเหล่านี้พบไม่บ่อย แต่ควรแจ้งเร็วดีกว่าปล่อยไว้
ถ้ามีประวัติแผลเป็นนูน มีการติดเชื้อที่ผิวบริเวณที่จะทำ กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ใช้ยากลุ่มไอโซเตรทติโนอิน เพิ่งทำหัตถการอื่นในบริเวณเดียวกัน หรือมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่ต้น แพทย์อาจปรับแผนหรือแนะนำให้รอก่อน
สรุป
ความลึกที่ไม่เท่ากันในแต่ละจุดไม่ใช่ความไม่สม่ำเสมอของการทำ แต่เป็นการปรับตามผิวที่หนาต่างกันจริง ๆ หนังแท้ข้างจมูกหนากว่าเปลือกตาบนด้านในเกินสองเท่า การเปลี่ยนตัวเลขจึงมีขึ้นเพื่อให้ยังเล็งชั้นเป้าหมายเดิมได้ในทุกบริเวณ
ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และความลึกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนที่ยังรวมถึงกำลัง จำนวนครั้ง และการตอบสนองของผิวระหว่างรอบ ถ้ากำลังชั่งใจว่าวิธีนี้เหมาะกับปัญหาผิวของคุณไหม การให้แพทย์ดูหน้างานจะช่วยได้มากกว่าการเทียบตัวเลขบนอินเทอร์เน็ต แอด LINE เข้ามาสอบถามได้เลยนะคะ ทีมงาน BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ










