ใบหน้าที่ดูซูบลงหลังน้ำหนักลดเร็ว
รูปหน้าและวอลุ่ม

น้ำหนักลดแล้วหน้าซูบ ควรเติมวอลลุ่มตอนไหนดี

น้ำหนักลดลงแล้วเสื้อผ้าหลวมขึ้น แต่ใบหน้ากลับดูซูบและเหนื่อยกว่าเดิม เพราะไขมันที่หนุนใบหน้าอยู่ด้านในลดลงไปพร้อมกัน บทความนี้รวมสาเหตุ ความเสี่ยงของการรีบเติมวอลลุ่มตอนน้ำหนักยังไม่นิ่ง และจังหวะที่เหมาะกับการเริ่มออกแบบ

ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ น้ำหนักลดไปหลายกิโล กางเกงตัวเดิมหลวมจนต้องขยับเข็มขัดอีกรู แต่พอส่องกระจกกลับรู้สึกว่าหน้าดูโทรมกว่าเดิม บางคนถึงกับโดนทักว่าดูแก่ลง

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความรู้สึกไปเองนะคะ พอน้ำหนักลดเร็ว ไขมันที่หนุนใบหน้าอยู่ด้านในก็ลดตามไปด้วย ครีมดูแลผิวชั้นนอกได้ แต่เติมส่วนที่หายไปข้างในไม่ได้ หลายคนจึงมองหาหัตถการเติมวอลลุ่ม (Volume) ตั้งแต่ยังลดไม่จบดี

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูว่าทำไมใบหน้าถึงเปลี่ยนก่อนส่วนอื่น การรีบเติมวอลลุ่มตอนน้ำหนักยังขยับมีความเสี่ยงอะไร และจังหวะไหนที่การออกแบบจะแม่นกว่า ส่วนยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 เป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายและติดตามโดยแพทย์ผู้ดูแลด้านนั้นโดยเฉพาะ เราจึงไม่ได้ให้บริการหรือแนะนำเรื่องการใช้ยา แต่จะคุยกันเฉพาะฝั่งใบหน้าค่ะ

น้ำหนักลดแล้วทำไมหน้าดูโทรมกว่าเดิม

คำตอบสั้น ๆ คือ ใบหน้ามีไขมันหนุนอยู่บาง ๆ ตั้งแต่แรก พอไขมันทั้งตัวลดในสัดส่วนเท่า ๆ กัน ความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าจึงเห็นชัดกว่าที่อื่นค่ะ หน้าท้องยุบหลายเซนติเมตรรูปร่างอาจยังดูคุ้นตา แต่ขมับที่ตอบลงนิดเดียวกลับเปลี่ยนความรู้สึกของทั้งใบหน้า

มีบทความทบทวนที่รวบรวมลักษณะใบหน้าของคนที่น้ำหนักลดเร็วจากยากลุ่ม GLP-1 อธิบายว่าการสูญเสียไขมันบริเวณขมับ แก้ม ร่องใต้ตา กรอบหน้า มุมปาก และร่องแก้ม ทำให้ดูซูบลงและดูคล้ายใบหน้าที่ผ่านความชรามามากกว่าอายุจริง

ไขมันใต้ผิวหน้าหายไปยังไงเมื่อน้ำหนักลดเร็ว

ใต้ผิวหน้าไม่ได้มีไขมันแผ่เป็นแผ่นเดียว แต่แบ่งเป็นกระเปาะย่อยวางซ้อนกันหลายตำแหน่งค่ะ ลองนึกถึงโซฟาที่มีหมอนหนุนอยู่ข้างในหลายใบ ถ้าหมอนทุกใบแฟบลงพร้อมกันทีละนิด ผ้าหุ้มด้านนอกจะเริ่มเป็นคลื่นและหย่อนลง ทั้งที่ผ้ายังเป็นผืนเดิม ความรู้สึกว่าผิวหย่อนหลังลดน้ำหนักจึงมักไม่ได้มาจากผิวอย่างเดียวค่ะ

อีกอย่างที่ลดไปพร้อมกันคือมวลที่ไม่ใช่ไขมัน มีการทบทวนงานวิจัยที่ติดตามองค์ประกอบร่างกายของผู้ใช้ยากลุ่มนี้ รายงานว่าบางกรณีมวลไร้ไขมันแทบไม่เปลี่ยน แต่บางกรณีลดลงมาก คิดเป็นตั้งแต่เกือบศูนย์ไปจนถึงราวสี่สิบเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักที่ลดได้ทั้งหมด

ช่วงกว้างขนาดนี้แปลว่าสองคนที่ลดน้ำหนักเท่ากัน อาจมีใบหน้าที่เปลี่ยนคนละแบบ ขึ้นอยู่กับความเร็วในการลด อาหาร และการออกกำลังกาย เรื่องนี้จึงไม่มีสูตรกลาง ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินจากสภาพจริงเป็นรายบุคคลค่ะ

ไขมันใต้ผิวหน้าที่ค่อย ๆ ลดลงเมื่อน้ำหนักลดตัว

ทำไมการรีบเติมวอลลุ่มตอนน้ำหนักยังไม่นิ่งถึงเสี่ยงพลาด

ตัวหัตถการเองทำได้ค่ะ แต่ปัญหาอยู่ที่เส้นฐานยังเคลื่อนอยู่ ถ้าน้ำหนักยังลดต่อ จุดที่เราเติมวันนี้จะถูกตัดสินอีกครั้งด้วยรูปหน้าของอีกสองสามเดือนข้างหน้า

ความคลาดเคลื่อนมักออกมาสองทาง ทางแรกคือลดต่อหลังทำ บริเวณรอบ ๆ ยุบตามลงไปอีก ส่วนที่เติมไว้จึงดูนูนเด่นแยกออกมา ทางที่สองคือหยุดลดแล้วน้ำหนักกลับขึ้น คราวนี้จุดที่เติมไว้กลับดูล้นเกินความจำเป็น ทั้งสองแบบไม่ได้แปลว่าหัตถการล้มเหลว แต่แปลว่าโจทย์เปลี่ยนหลังออกแบบเสร็จ

น้ำหนักที่กลับมาไม่ใช่เรื่องแปลกนะคะ มีการติดตามผู้เข้าร่วมงานวิจัยหลังหยุดใช้ยา พบว่าที่สัปดาห์ที่ 120 กลุ่มที่เคยใช้เซมากลูไทด์กลับมามีน้ำหนักเพิ่มคิดเป็น 11.6 จุดเปอร์เซ็นต์ของส่วนที่เคยลดได้ ขณะที่กลุ่มยาหลอกอยู่ที่ 1.9 จุดเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าทุกคนจะเป็นเหมือนกัน แต่บอกว่าการวางแผนใบหน้าโดยยังไม่มีแผนรักษาน้ำหนักระยะยาว มีโอกาสคลาดเคลื่อนพอสมควรค่ะ

การวางแผนเติมวอลลุ่มขณะที่น้ำหนักยังเปลี่ยนแปลง

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

หัตถการเติมวอลลุ่มบนใบหน้าโดยทั่วไปมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย ส่วนใหญ่คือบวม แดง หรือรอยช้ำเล็กน้อยตรงตำแหน่งที่ทำ ซึ่งมักค่อย ๆ จางลงได้เองภายในราว 3 ถึง 7 วัน แต่ถ้าปวดมากผิดปกติ ผิวซีดเป็นหย่อม มองเห็นไม่ชัด หรือบวมแดงลามขึ้นเรื่อย ๆ ควรรีบพบแพทย์ทันทีนะคะ

สำหรับคนที่ใช้ยาลดน้ำหนักอยู่ มีอีกจุดที่ต้องแจ้งล่วงหน้า มีรายงานทางวิสัญญีที่พูดถึงผลข้างเคียงทางเดินอาหารของยากลุ่มนี้ รวมถึงภาวะกระเพาะอาหารส่งอาหารต่อช้าลง และเสนอให้พิจารณาหยุดยาก่อนการดมยาสลบ หัตถการบนใบหน้าส่วนใหญ่ใช้ยาชาเฉพาะที่ แต่ถ้าต้องใช้ยานอนหลับร่วมด้วย ต้องแจ้งชื่อยาที่ใช้อยู่ทุกครั้ง เพราะอาจต้องปรับเวลางดน้ำงดอาหารใหม่ กลุ่มที่ควรเลื่อนหรือปรึกษาแพทย์ละเอียดก่อน ได้แก่

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีการติดเชื้อ ผื่น หรือสิวอักเสบตรงบริเวณที่จะทำ
  • เคยแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่จะใช้
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือมีภาวะเลือดออกง่าย
  • น้ำหนักยังลดเร็วมากในช่วงหนึ่งถึงสองเดือนที่ผ่านมา
  • กินได้น้อยลงชัดเจนจนกังวลเรื่องสารอาหาร

ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิดค่ะ ร่างกายต้องใช้วัตถุดิบซ่อมแซมตัวเองหลังทำหัตถการ ถ้ากินได้น้อยจนโปรตีนไม่พอ ควรคุยกับแพทย์ที่ดูแลเรื่องน้ำหนักก่อนค่ะ

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยก่อนทำหัตถการบนใบหน้า

ควรเริ่มเมื่อไหร่ดี และต้องบอกคุณหมออะไรบ้าง

พอน้ำหนักเข้าสู่ช่วงคงที่ การอ่านใบหน้าจะง่ายขึ้นมากค่ะ เพราะเส้นฐานหยุดนิ่ง เราจึงแยกออกว่าตรงไหนคือส่วนที่ขาดจริง กับตรงไหนที่แค่ผิวหย่อน ตารางด้านล่างเป็นแนวทางคร่าว ๆ ไม่ใช่กฎตายตัว

ช่วงเวลาสภาพน้ำหนักแนวทางที่แนะนำ
ยังลดอยู่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่องชะลอการออกแบบ เน้นถ่ายรูปเก็บไว้
เพิ่งหยุดลดยังมีโอกาสขยับเริ่มจากวิธีที่ปรับแก้ได้ง่าย ใช้ปริมาณน้อย
คงที่ 2 ถึง 3 เดือนเส้นฐานเริ่มนิ่งออกแบบโดยเน้นบริเวณที่ยุบจริง
คงที่เกิน 6 เดือนเปลี่ยนแปลงน้อยพิจารณาแนวทางกระตุ้นคอลลาเจนร่วมได้

ระหว่างที่รอ ยังมีเรื่องที่ทำได้นะคะ กันแดดสม่ำเสมอ ดูแลความชุ่มชื้น และถ่ายรูปใบหน้าในมุมเดิมกับแสงเดิมทุกเดือน รูปถ่ายจะช่วยมากตอนออกแบบจริง เพราะเห็นว่าอะไรเปลี่ยนเร็ว อะไรอยู่คงที่

เวลามาปรึกษา สิ่งที่ควรเล่าให้คุณหมอฟังคือชื่อยาและขนาดที่ใช้อยู่ แผนว่าจะใช้ถึงเมื่อไหร่ น้ำหนักที่เปลี่ยนไปในช่วงสามเดือนหลังสุด และตั้งใจจะลดต่ออีกเท่าไหร่ ข้อมูลชุดนี้เปลี่ยนคำแนะนำได้ทั้งหมด ส่วนค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้ บริเวณที่ทำ และการออกแบบของแพทย์ จึงบอกเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ ดูแนวทางล่าสุดได้ที่หน้ารวมราคาค่ะ

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเริ่มออกแบบวอลลุ่มใบหน้า

สรุป

เมื่อน้ำหนักลดเร็ว ไขมันที่หนุนใบหน้าอยู่ด้านในลดตามไปด้วย ใบหน้าจึงดูซูบก่อนส่วนอื่น และตราบใดที่น้ำหนักยังขยับ การเติมวอลลุ่มก็เท่ากับออกแบบบนพื้นที่ยังไม่นิ่ง ซึ่งคลาดเคลื่อนได้ทั้งทางที่ดูนูนเกินและทางที่ดูไม่พอ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความเร็วในการลดน้ำหนักและสภาพผิว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจค่ะ และถ้ายังใช้ยาอยู่ ควรคุยกับแพทย์ที่ดูแลเรื่องยาควบคู่กันไปด้วย

หากคุณกำลังกังวลว่าน้ำหนักลดแล้วหน้าดูโทรมลง แต่ยังไม่แน่ใจว่าถึงเวลาทำหรือยัง ทักมาเล่าให้ฟังก่อนได้เลยนะคะ ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล รับปรึกษาฟรีผ่าน LINE ได้เลยค่ะ และถ้าอยากอ่านต่อ ลองดูแนวทางฟื้นวอลลุ่มใบหน้าหลังลดน้ำหนัก กับการเลือกระหว่างฟิลเลอร์และคอลลาเจนบูสเตอร์สำหรับกลางใบหน้า ประกอบกันได้ค่ะ

บทความแนะนำ

แพทย์แบ่งโซนบนใบหน้าก่อนเริ่มทำคลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็กรูปหน้าและวอลุ่ม

ทำไมความลึกเข็ม Secret RF ถึงไม่เท่ากันในแต่ละจุดของใบหน้า?

Secret RF เครื่องเดียวกัน เซสชันเดียวกัน แต่ความลึกของเข็มถูกปรับหลายรอบระหว่างทำ เพราะผิวแต่ละจุดบนใบหน้าหนาไม่เท่ากัน และชั้นที่ต้องการให้ความร้อนไปถึงก็อยู่ลึกไม่เท่ากัน

Juvelook Volume ในวัย 50 ความต่างของการออกแบบและความคาดหวังเมื่อเทียบกับวัย 30รูปหน้าและวอลุ่ม

ทำ Juvelook Volume ตอนอายุ 50 ต่างจากตอนอายุ 30 ยังไง?

แก้มที่ตอบลงตอนวัย 50 กับวัย 30 ไม่ได้มาจากชั้นเดียวกัน เมื่อสาเหตุต่างกัน การออกแบบปริมาณ จุดฉีด จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ผลลัพธ์จะปรากฏก็ควรตั้งไว้คนละแบบ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวบรวมความต่างเหล่านี้ไว้ให้ค่ะ

ผู้หญิงปรึกษาแพทย์เรื่องลำดับการฉีด Sculptra และการทำ Liftingรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีด Sculptra แล้วทำ Lifting ได้เมื่อไหร่ ควรเว้นระยะห่างแค่ไหน?

Sculptra ค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจน ส่วน HIFU และ RF ทำงานด้วยความร้อนในชั้นผิวชุดเดียวกัน ลำดับและระยะห่างจึงมีผลกับผลลัพธ์มากกว่าที่คิดนะคะ

บทความล่าสุด

การกินโปรตีนให้พอในช่วงหลังทำหัตถการคอลลาเจนและผลลัพธ์ที่ตามมาผิวหนัง

ทำหัตถการคอลลาเจนแล้วผลไม่ขึ้น ต้องกินโปรตีนวันละเท่าไหร่?

หัตถการอย่างคอลลาเจนบูสเตอร์หรือลิฟติ้งทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้ผิวสร้างคอลลาเจน แต่วัตถุดิบจริงมาจากโปรตีนในมื้ออาหาร ถ้ากินไม่พอ การฟื้นตัวและผลที่เห็นก็มักช้ากว่าที่ควร บทความนี้รวมเส้นขั้นต่ำต่อวัน วิธีแบ่งมื้อ และข้อควรระวังไว้ให้ค่ะ

Sculptra ต้องใช้กี่ไวอัล ดูจากพื้นที่และอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดีผิวหนัง

Sculptra ต้องใช้กี่ไวอัล? ดูจากพื้นที่และอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

ตัวเลขไวอัลของ Sculptra ไม่ได้บอกขนาดของผลลัพธ์ แต่เป็นผลของการคำนวณพื้นที่ที่ต้องกระจายให้ทั่ว ร่วมกับความเร็วในการสร้างคอลลาเจนที่เปลี่ยนไปตามอายุ แล้วแบ่งออกเป็นหลายครั้ง

แพทย์อธิบายแผนการกระจายจำนวนช็อตบนใบหน้าก่อนเริ่มทำ Sofwaveลิฟติ้ง

จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?

จำนวนช็อตของ Sofwave ไม่ใช่ตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกใบหน้า แต่เป็นค่าที่ออกแบบขึ้นตามขนาดพื้นที่ ระดับความหย่อนคล้อย และเป้าหมายของแต่ละคน การเทียบยอดรวมระหว่างคลินิกจึงบอกอะไรได้น้อยกว่าที่คิด

เปรียบเทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติผิวหนัง

ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?

ยาตัวเดียวกัน จุดเดียวกัน แต่ฉีดด้วยมือกับใช้หัวฉีดให้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน บทความนี้เทียบให้เห็นว่าความเจ็บ รอยช้ำ และความสม่ำเสมอของความลึกต่างกันตรงไหน

สภาพผิวในห้องแอร์ที่ความมันยังออกแต่น้ำในผิวชั้นนอกลดลงผิวหนัง

อยู่ห้องแอร์แล้วหน้ามันแต่ผิวตึง เกิดจากอะไร

หน้ามันแต่ก็ยังรู้สึกตึง อาการนี้เกิดขึ้นได้บ่อยในห้องแอร์ เพราะปริมาณความมันกับน้ำในผิวชั้นนอกเคลื่อนไหวคนละทาง บทความนี้รวมสาเหตุ ระยะเวลาที่ผิวเริ่มแห้ง และเงื่อนไขในห้องที่ปรับได้

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors