ภาพปกอธิบายว่าหน้าตึงจากข้างในหลังทำลิฟติ้งเกิดจากอะไรและกี่วันหาย
ลิฟติ้ง

หลังทำลิฟติ้ง หน้าตึงจากข้างในเป็นปกติไหม กี่วันหาย?

หลังทำลิฟติ้ง หลายคนรู้สึกหน้าตึงหรือถูกดึงรั้งจากข้างใน บทความนี้อธิบายว่าเกิดจากอะไร ปกติไหม และกี่วันจะค่อย ๆ ดีขึ้น

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 14 สิงหาคม 2026
5นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ หลังทำลิฟติ้งอย่าง Ulthera (อัลเทอร่า) หรือ Thermage FLX (เทอร์มาจ) มาแล้ว รู้สึกว่าหน้าตึง ๆ แต่ไม่ใช่ตึงที่ผิวด้านนอก กลับเป็นความรู้สึกถูกดึงรั้งลึก ๆ อยู่ข้างในแทน พอยิ้ม พูด หรือขยับปาก ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรดึงอยู่ข้างใน ทั้งที่ส่องกระจกแล้วหน้าก็ดูไม่ได้เปลี่ยนไปมาก อาการแบบนี้ทำให้หลายคนกังวลใจว่าจะผิดปกติหรือเปล่า

จริง ๆ แล้ว ความรู้สึกตึงจากข้างในนี้ ส่วนใหญ่เป็นหนึ่งในปฏิกิริยาการฟื้นตัวของผิวชั้นลึกที่กำลังทำงานอยู่ พูดง่าย ๆ คือผิวกำลังตอบสนองต่อการรักษาตามที่ควรจะเป็น บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูว่าอาการหน้าตึงจากข้างในหลังทำลิฟติ้งเกิดจากอะไร โดยทั่วไปกี่วันจะค่อย ๆ ดีขึ้น พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลและสัญญาณที่ควรสังเกตค่ะ

อาการตึงจากข้างในหลังทำลิฟติ้งคืออะไร?

อาการตึงลึก ๆ นี้ ส่วนใหญ่คือเนื้อเยื่อชั้นลึกที่กำลังตอบสนองต่อความร้อนจากการรักษา ลิฟติ้งด้วยพลังงานอย่าง Ulthera ที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส (HIFU) หรือ Thermage FLX ที่ใช้คลื่นวิทยุ (RF) จะไม่ได้ทำงานที่ผิวชั้นบน แต่ส่งความร้อนลงไปที่ชั้นหนังแท้และชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่การผ่าตัดดึงหน้าเข้าไปจัดการ

ภาพตัดขวางแสดงพลังงานลิฟติ้งที่ลงไปถึงชั้นหนังแท้และ SMAS ทำให้คอลลาเจนหดตัว

เมื่อความร้อนลงไปถึงชั้นลึก คอลลาเจนเดิมจะหดตัว และร่างกายก็จะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนถัดไป การหดตัวทันทีตรงนี้แหละคือสิ่งที่คุณรู้สึกได้ พูดง่าย ๆ คือความร้อนไปทำงานอยู่ใต้ผิว ทั้งที่ผิวด้านนอกยังปกติดี อาการเลยออกมาเป็นความรู้สึกถูกดึงลึก ๆ มากกว่าจะเป็นแผลที่ผิว หลายคนบอกว่าเหมือน "แน่น ๆ" หรือ "ถูกรั้ง" อยู่ที่แก้มหรือกรอบหน้า มากกว่าจะเป็นความเจ็บ

แผนภาพแสดงว่าอาการตึงหลังทำลิฟติ้งค่อย ๆ ดีขึ้นตามช่วงเวลา

อาการตึงจะค่อย ๆ ดีขึ้นกี่วัน?

ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปจะมีช่วงเวลาคร่าว ๆ ที่เป็นแบบเดียวกัน ความตึงจะมากหรือน้อย และอยู่นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่อง ระดับพลังงานที่ใช้ และสภาพผิวเดิมของแต่ละคน ลองดูภาพรวมคร่าว ๆ ได้จากตารางนี้

ช่วงเวลาความรู้สึกตึงจากข้างใน
หลังทำ - 2-3 วันแรกรู้สึกตึงหรือถูกรั้งมากที่สุด
ประมาณ 1-2 สัปดาห์ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้น
ประมาณ 1-3 เดือนมักจางลงจนแทบไม่รู้สึก

โดยทั่วไป อาการตึงจะมากที่สุดในช่วง 2-3 วันแรกหลังทำ จากนั้นก็จะค่อย ๆ ทุเลาลง เพราะการหดตัวของคอลลาเจนและการสร้างคอลลาเจนใหม่เป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงราว ๆ สองสามเดือนกว่าความรู้สึกจะเข้าที่ ซึ่งถือว่าปกติ ไม่ได้แปลว่ามีอะไรผิดพลาด ช่วงนี้แนะนำให้ค่อย ๆ สังเกตผิวไปเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องกังวลมากเกินไป

ภาพประกอบวิธีดูแลผิวอย่างอ่อนโยนช่วงที่หน้ายังตึงหลังทำลิฟติ้ง

ช่วงที่หน้ายังตึง ดูแลตัวเองยังไงดี?

ช่วงที่ยังรู้สึกตึง ผิวชั้นลึกยังบอบบางอยู่ การดูแลแบบอ่อนโยนจึงช่วยได้มาก หลักการง่าย ๆ คือเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ผิวต้องทำงานหนักเกินไป

  • เติมความชุ่มชื้นบ่อย ๆ : ทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ผิวไม่แห้ง จะรู้สึกสบายขึ้น
  • ทากันแดดทุกวัน : โดยเฉพาะช่วงที่ผิวกำลังฟื้นตัว ควรทากันแดดเป็นประจำ
  • อย่านวดหรือกดแรง : ไม่ควรถู กด หรือพยายามดึงผิวให้หายตึง เพราะอาจยิ่งระคายเคือง
  • งดความร้อนสักพัก : เลี่ยงน้ำร้อนจัด ซาวน่า และการแช่น้ำนาน ๆ ในช่วง 2-3 วันแรก

พอรู้สึกตึงแล้วอยากนวดหรือดึงผิวให้คลาย จริง ๆ แล้วอาจได้ผลตรงข้าม เพราะไปกระตุ้นผิวที่ยังเข้าที่ไม่เต็มที่ แนะนำให้ค่อย ๆ ทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงแล้วปล่อยให้ผิวฟื้นเองดีกว่า ส่วนการขยับใบหน้าตามปกติ เช่น ยิ้ม พูด กินข้าว ทำได้ตามปกติ ไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์เสียไป เพียงแต่ถ้าขยับแล้วเจ็บมากจนฝืน ก็ควรเลี่ยงไว้ก่อนค่ะ

ภาพประกอบสัญญาณที่ควรสังเกตและรีบพบแพทย์หลังทำลิฟติ้ง

ผลข้างเคียงและสัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์

สำหรับคนส่วนใหญ่ อาการตึงจากข้างในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัวตามปกติ นอกจากนี้อาจมีรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงเจ็บนิด ๆ ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึง 1-2 สัปดาห์ แต่ก็ควรรู้ไว้ว่าอาการแบบไหนที่อยู่นอกเหนือช่วงปกติ จะได้รับมือทัน

ควรรีบปรึกษาแพทย์ หากมีอาการเหล่านี้ คือ ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะดีขึ้น บวมที่ไม่ยุบสักที ผิวบางจุดบุ๋มลงหรือนูนขึ้นผิดปกติ หรือมีอาการชาที่ลากยาวเกินช่วง 1-2 สัปดาห์แรก อาการเหล่านี้ไม่ใช่การฟื้นตัวตามปกติ และหากมีรอยแดงลามกว้าง มีไข้ หรือปวดรุนแรงขึ้น ควรรีบพบแพทย์ทันที รวมถึงถ้าอาการตึงลากยาวนานกว่าที่คิดจนรู้สึกกังวล ก็ไม่ควรปล่อยไว้หรือดูแลด้วยตัวเอง ควรทักไปปรึกษาคลินิกที่ทำมาก่อนเสมอค่ะ

ใครที่ควรดูแลเป็นพิเศษ?

ถึงแม้อาการตึงจากข้างในจะเป็นเรื่องปกติสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่บางกลุ่มควรระวังและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำลิฟติ้ง หรือดูแลตัวเองอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษหลังทำ

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าฝังในร่างกาย (สำหรับ RF)
  • เคยมีแผลเป็นคีลอยด์ หรือผิวไวต่อการอักเสบง่าย
  • มีการติดเชื้อหรือแผลบริเวณที่จะทำ

ทั้งนี้ ความเหมาะสมของแต่ละคนแตกต่างกัน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล หากไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มที่ควรระวังหรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะกับผิวของคุณ

สรุป

อาการหน้าตึงหรือถูกดึงรั้งจากข้างในหลังทำลิฟติ้ง ส่วนใหญ่เป็นสัญญาณที่ดี เพราะแปลว่าคอลลาเจนในชั้นลึกกำลังหดตัวและเริ่มกระชับขึ้น โดยทั่วไปอาการจะตึงมากที่สุดใน 2-3 วันแรก แล้วค่อย ๆ จางลงในช่วงหลายสัปดาห์ถึงสองสามเดือน ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง จึงไม่ต้องตกใจกับความรู้สึกแน่น ๆ ในช่วงแรก เพียงดูแลด้วยการเติมความชุ่มชื้นและทากันแดดสม่ำเสมอ แล้วค่อย ๆ สังเกตผิวไป

หากคุณกำลังกังวลเรื่องอาการตึงจากข้างในหลังทำลิฟติ้ง หรืออยากปรึกษาว่าลิฟติ้งแบบไหนเหมาะกับผิวคุณ ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

บทความแนะนำ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ผู้หญิงส่องกระจกและรู้สึกว่าคิ้วดูหนักลงกว่าเดิมลิฟติ้ง

ทำ Shurink Universe ที่หน้าผากกับไรผม ต้องตั้งค่าต่างจากแก้มไหม

หน้าผากกับไรผมเป็นบริเวณที่ชั้นไขมันบางและมีกระดูกอยู่ใกล้ผิว การตั้งค่าจึงต้องแยกจากแก้มและใต้คาง บทความนี้รวมเหตุผลเรื่องความลึก ตัวเลขการยกคิ้วจากงานวิจัย และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ขนที่ขึ้นมาใหม่หลังหยุดทำเลเซอร์กำจัดขน — ต้องเริ่มต้นใหม่จริงไหมกำจัดขน

หยุดกำจัดขนแล้วขนขึ้นมาใหม่ ครั้งที่ทำไปแล้วหายไปเลยไหม?

หยุดทำเลเซอร์กำจัดขนไปหลายเดือนแล้วเห็นขนขึ้นมาอีก ใจหนึ่งก็กังวลว่าทุกอย่างที่ทำไปหายเปล่า จริง ๆ แล้วขนที่ถูกทำลายรากไปแล้วไม่ได้กลับมา แต่รอบขนที่เคยอยู่ในระยะพักตัวอาจโผล่ขึ้นมาใหม่ได้

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

Secret RF รอบดวงตา ความปลอดภัยและขอบเขตการทำผิวหนัง

Secret RF รอบดวงตา ทำได้แค่ไหน? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า และมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาอยู่ใกล้มาก Secret RF จึงไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ต้องกำหนดความลึกของเข็มและขอบเขตการทำใหม่ทั้งหมด

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors