ภาพแสดงความเจ็บของ Ultraformer (Shurink) ที่ต่างกันไปตามความลึกของหัวทิป
ลิฟติ้ง

Ultraformer (Shurink) เจ็บแค่ไหน? ทำไมยิ่งลึกยิ่งเจ็บกว่าเดิม

Ultraformer (Shurink) ไม่ได้เจ็บเท่ากันทุกจุด ความเจ็บเปลี่ยนไปตามความลึกของหัวทิปที่ใช้ บทความนี้พาไปดูว่าความลึกแต่ละระดับเจ็บต่างกันอย่างไร พร้อมตัวช่วยลดความเจ็บที่เหมาะกับคุณ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
7นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026

เคยไหมคะ อยากทำ Ultraformer (Shurink) ยกกระชับหน้าให้เข้ารูป แต่พอได้ยินคำว่า "เจ็บมาก" ก็ชะงักและเลื่อนนัดออกไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่เจ็บนั้นเจ็บแบบไหน มากน้อยแค่ไหนกันแน่

จริง ๆ แล้ว Ultraformer (Shurink) ไม่ได้เจ็บเท่ากันทุกจุดของใบหน้า ความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับ "ความลึก" ของหัวทิปที่เลือกใช้เป็นหลัก ยิ่งเข็มยิงลึกเท่าไร ความรู้สึกก็ยิ่งเปลี่ยนไป ตั้งแต่แค่ซ่า ๆ ตื้น ๆ ที่ผิว ไปจนถึงรู้สึกสะเทือนถึงกระดูกในบางจุด การเข้าใจความต่างตรงนี้ก่อน จะช่วยให้เตรียมใจและเลือกตัวช่วยลดความเจ็บได้ตรงจุดมากขึ้น

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าความลึกแต่ละระดับของ Ultraformer (Shurink) เจ็บต่างกันอย่างไร พร้อมแนะนำตัวช่วยลดความเจ็บที่เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ค่ะ

Ultraformer (Shurink) เจ็บแค่ไหนกันแน่?

คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจแทบทุกสัปดาห์คือ "ได้ยินว่าเจ็บมาก จริงไหมคะ" ตอบตรง ๆ ว่าคำตอบไม่ได้มีคำเดียว เพราะความเจ็บของ Ultraformer (Shurink) เปลี่ยนไปตามความลึกของหัวทิปที่ใช้ ซึ่งแต่ละระดับให้ความรู้สึกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

  • 1.5 มิลลิเมตร: รู้สึกซ่า ๆ ตื้น ๆ ที่ผิวชั้นบน
  • 3.0 มิลลิเมตร: ปวดตื้อ ๆ ที่มักตามมาช้ากว่าจังหวะยิงเล็กน้อย
  • 4.5 มิลลิเมตร: รู้สึกสะเทือนลึกคล้ายสั่นถึงกระดูก โดยเฉพาะแนวกราม

พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งความลึกมาก ความเจ็บก็ยิ่งเปลี่ยนรูปแบบ ไม่ใช่แค่ "เจ็บมากขึ้น" เฉย ๆ แต่เป็นความเจ็บคนละชนิดกันเลยในแต่ละชั้นผิว

ภาพแสดงความแตกต่างของความเจ็บที่ความลึก 1.5, 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร

ทำไมยิ่งลึกยิ่งเจ็บ? กลไกเบื้องหลังความรู้สึก

Ultraformer (Shurink) เป็นเครื่อง HIFU (คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสจุดความเข้มสูง) ที่รวมพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ในชั้นผิวที่กำหนดไว้ ทำให้เกิดจุดความร้อนรวมตัวที่อุณหภูมิสูงกว่า 65 องศาเซลเซียสขึ้นไป ยิ่งจุดความร้อนนี้อยู่ในชั้นไหน ความรู้สึกเจ็บก็จะสะท้อนชั้นนั้นออกมา

หัวทิป 1.5 มิลลิเมตรตกอยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) จึงรู้สึกซ่า ๆ ตื้น ๆ ที่ผิว หัวทิป 3.0 มิลลิเมตรลึกลงไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ความรู้สึกจึงเปลี่ยนเป็นปวดตื้อที่มาช้ากว่าเล็กน้อย ส่วนหัวทิป 4.5 มิลลิเมตรซึ่งลึกที่สุด จะไปถึงชั้นพังผืด (SMAS) ที่อยู่ใกล้เยื่อหุ้มกระดูกมาก จึงให้ความรู้สึกคล้ายเสียงก้องเวลาเคาะใกล้พื้นแข็ง ยิ่งใกล้กระดูกเท่าไร แรงสะเทือนก็ยิ่งรู้สึกชัดเท่านั้น

อีกปัจจัยที่มีผลไม่น้อยคือฝีมือของแพทย์ผู้ทำหัตถการ การเลือกตำแหน่งยิงให้เลี่ยงจุดที่ใกล้กระดูกกรามมากเกินไป สามารถทำให้ความเจ็บต่างกันได้เกือบสองเท่าในบริเวณเดียวกัน

ตัวช่วยลดความเจ็บมีอะไรบ้าง?

ข่าวดีคือ ความเจ็บที่ต่างกันตามความลึกนี้ มีตัวช่วยลดความเจ็บให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมได้ ไม่ต้องฝืนทนเพียงอย่างเดียว

ตัวช่วยพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดคือยาชาแบบครีมทาผิวประมาณ 30 นาทีก่อนเริ่มทำ ซึ่งเพียงพอสำหรับคนไข้ส่วนใหญ่ราว 70-80% โดยเฉพาะเมื่อเน้นความลึก 1.5 และ 3.0 มิลลิเมตรเป็นหลัก แต่ถ้าต้องใช้หัวทิป 4.5 มิลลิเมตรในสัดส่วนที่มาก หรือเป็นเคสที่ต้องปรับแนวกรามอย่างละเอียด แพทย์มักแนะนำให้เสริมยาชาเฉพาะจุด (ฉีดยาชาบริเวณเส้นประสาท) เพิ่มเข้าไปด้วย

เมื่อเสริมยาชาเฉพาะจุด ความเจ็บมักลดลงเหลือเพียงราว 30-40% ของระดับเดิม คนไข้บางคนที่กลับมาทำซ้ำเล่าให้ฟังว่า ครั้งแรกที่มาทำรู้สึกเจ็บกว่าที่ควรเพราะตื่นเต้นและเกร็งตัวมาก แต่พอเสริมยาชาเฉพาะจุดในครั้งต่อมา กลับรู้สึกสบายขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์เจ็บจนเป็นความกังวลฝังใจ หรือกลับมาทำซ้ำแล้วยังกลัวมาก แพทย์บางรายอาจพิจารณายาสลบระยะสั้นเป็นทางเลือกเพิ่มเติม ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องจดจำความรู้สึกระหว่างทำเลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายบุคคล

สถานการณ์ยาชาที่แนะนำความรู้สึกเจ็บ
ปรับผิวตื้น (1.5 มม.)ยาชาแบบครีม 30 นาทีซ่า ๆ ตื้น ๆ
ปรับแก้ม-ข้างแก้ม (3.0 มม.)ยาชาแบบครีม 30 นาทีปวดตื้อ ๆ
ปรับแนวกราม (4.5 มม. สัดส่วนมาก)ครีม + ยาชาเฉพาะจุดสะเทือนลึก ควรระวัง
เคยเจ็บจนกังวลใจ/ทำซ้ำพิจารณายาสลบระยะสั้นแทบไม่รู้สึก
ภาพแสดงตัวช่วยลดความเจ็บของ Ultraformer (Shurink) เช่น ยาชาแบบครีมและยาชาเฉพาะจุด

ใครควรระวังเรื่องความลึก 4.5 มิลลิเมตร?

ความลึก 4.5 มิลลิเมตรนอกจากจะช่วยดึงกระชับชั้นพังผืดแล้ว ยังมีผลข้างเคียงในการลดปริมาณไขมันร่วมด้วย จึงไม่แนะนำสำหรับคนที่แก้มค่อนข้างบางอยู่แล้วหรือมีแก้มห้อยจากไขมันน้อย เพราะอาจทำให้แก้มดูตอบลึกขึ้นกว่าที่ตั้งใจ

ในทางกลับกัน คนที่มีสัดส่วนไขมันใต้คางค่อนข้างมากหรือแนวกรามเริ่มหย่อนคล้อยชัดเจน มักได้ประโยชน์จากการเพิ่มสัดส่วนความลึก 4.5 มิลลิเมตรให้มากขึ้น เพราะได้ทั้งผลลดไขมันและผลกระชับโครงหน้าไปพร้อมกัน

ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มไหน สัดส่วนความลึกที่เหมาะสมควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินสภาพผิวและโครงหน้าเป็นรายบุคคลก่อนตัดสินใจ ไม่ควรกำหนดสัดส่วนเองตามความรู้สึกกลัวเจ็บเพียงอย่างเดียว

ภาพแสดงข้อควรระวังสำหรับผู้ที่แก้มบางหรือหย่อนคล้อยก่อนเพิ่มความลึก 4.5 มิลลิเมตร

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนทำ

แม้ Ultraformer (Shurink) จะเป็นหัตถการที่ไม่กรีดผิว แต่ก็มีข้อควรระวังที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บโดยตรงซึ่งควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ อย่างแรกคือหากรู้สึกเจ็บมากระหว่างทำจนอยากหยุดกลางคัน แม้จะหยุดได้ แต่แพทย์มักไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้ผลลัพธ์ทั้งสองข้างของใบหน้าไม่สมมาตรกัน ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือเสริมยาชาเฉพาะจุดระหว่างทำแล้วทำต่อจนครบ

อีกจุดที่ควรระวังคือการลดจำนวนช็อตลงเพราะกลัวเจ็บ วิธีนี้อาจทำให้พลังงานที่ส่งไปน้อยเกินกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ต้องการ แทนที่จะลดจำนวนช็อต การจัดการความเจ็บด้วยยาชาที่เหมาะสมและคงปริมาณช็อตให้ครบตามแผน มักให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ในภาพรวม โอกาสเกิดผลข้างเคียงรุนแรงมีน้อยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน แต่ควรบอกแพทย์ตรง ๆ หากมีความกังวลเรื่องความเจ็บมาก่อน เพื่อวางแผนยาชาและสัดส่วนความลึกให้เหมาะกับคุณตั้งแต่ต้น

สรุป

Ultraformer (Shurink) ไม่ได้เจ็บเท่ากันทุกจุด ความเจ็บเปลี่ยนไปตามความลึกของหัวทิปที่ใช้ ตั้งแต่ซ่า ๆ ตื้น ๆ ที่ 1.5 มิลลิเมตร ปวดตื้อที่ 3.0 มิลลิเมตร ไปจนถึงสะเทือนลึกที่ 4.5 มิลลิเมตรใกล้แนวกราม ความเข้าใจจุดนี้ช่วยให้เลือกตัวช่วยลดความเจ็บได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นยาชาแบบครีม ยาชาเฉพาะจุด หรือยาสลบระยะสั้นในบางเคส

ทั้งนี้ความรู้สึกเจ็บและความเหมาะสมของสัดส่วนความลึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจปรับความลึกหรือเพิ่มยาชา

หากคุณกำลังกังวลว่า Ultraformer (Shurink) จะเจ็บเกินไปจนไม่กล้าตัดสินใจ ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE เข้ามาปรึกษาคุณหมอเรื่องสัดส่วนความลึกและยาชาที่เหมาะกับคุณได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Ultraformer (Shurink) เจ็บมากไหมคะ ทนไหวไหม?

ความเจ็บเปลี่ยนไปตามความลึกของหัวทิปที่ใช้ค่ะ ความลึก 1.5 และ 3.0 มิลลิเมตรส่วนใหญ่ทนไหวสบาย ๆ ด้วยยาชาแบบครีม แต่ถ้าเน้นความลึก 4.5 มิลลิเมตรมาก ๆ แพทย์อาจแนะนำเสริมยาชาเฉพาะจุดเพิ่มเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น ทั้งนี้ความไวต่อความเจ็บต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

Q2. ใช้แค่ยาชาแบบครีมพอไหม ไม่ต้องฉีดยาชาเพิ่ม?

สำหรับคนส่วนใหญ่ราว 70-80% ยาชาแบบครีม 30 นาทีก็เพียงพอแล้วค่ะ โดยเฉพาะเมื่อเน้นความลึก 1.5-3.0 มิลลิเมตร แต่ถ้าต้องใช้ความลึก 4.5 มิลลิเมตรในสัดส่วนที่มากหรือต้องปรับแนวกรามอย่างละเอียด แนะนำให้เสริมยาชาเฉพาะจุดเพิ่ม ซึ่งช่วยลดความเจ็บลงได้อีกมาก

Q3. กลัวเจ็บ เลยอยากลดจำนวนช็อตลง ทำได้ไหม?

ไม่แนะนำค่ะ เพราะการลดจำนวนช็อตลงมากเกินไปอาจทำให้พลังงานที่ส่งถึงชั้นผิวไม่เพียงพอ จนแทบไม่เห็นผลลัพธ์ที่ต้องการ ทางเลือกที่ดีกว่าคือจัดการความเจ็บด้วยยาชาเฉพาะจุด แล้วคงปริมาณช็อตให้ครบตามแผนเดิม จะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

Q4. ระหว่างทำถ้าเจ็บมากจนทนไม่ไหว หยุดกลางคันได้ไหม?

หยุดได้ค่ะ แต่แพทย์มักไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้ผลลัพธ์สองข้างของใบหน้าไม่สมมาตรกัน ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือแจ้งแพทย์ทันทีเพื่อเสริมยาชาเฉพาะจุดระหว่างทำ แล้วทำต่อจนครบตามแผนที่วางไว้

บทความแนะนำ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ผู้หญิงปรึกษาแพทย์เรื่องหัตถการคลื่นวิทยุบริเวณรอบดวงตาลิฟติ้ง

ทำ InMode FX ที่รอบดวงตาและใต้ตาได้ไหม? ขอบเขตที่ควรรู้

InMode FX ออกแบบมาโดยคิดถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แต่ผิวรอบดวงตาบางและมีไขมันรองรับน้อย เงื่อนไขจึงเปลี่ยนไป มาดูกันว่าขอบเขตที่พอพิจารณาได้อยู่ตรงไหน และต้องระวังอะไรบ้างนะคะ

การ์ดตั้งคำถามว่าทำไมผลของ Sofwave ถึงรู้สึกไม่ชัดในช่วงแรกลิฟติ้ง

ทำ Sofwave แล้วยังไม่เห็นผล? 4 ตัวแปรที่ควรเช็ก

ความรู้สึกหลังทำ Sofwave ต่างกันได้มาก แม้จะใช้เครื่องเดียวกัน บทความนี้ไล่ให้ดูทีละข้อว่าความหนาผิว ชนิดของความหย่อนคล้อย บริเวณที่ทำ และช่วงเวลาที่ประเมิน ส่งผลต่อสิ่งที่คุณมองเห็นอย่างไร

บทความล่าสุด

ผู้หญิงจดรายการยาที่กินประจำก่อนเข้าปรึกษาที่คลินิกผิวหนัง

กินยาลดความดันหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ต้องบอกคลินิกก่อนทำไหม?

ยาลดความดันและยาละลายลิ่มเลือดที่กินประจำมีผลกับรอยช้ำและการห้ามเลือดในวันทำหัตถการ บทความนี้รวมเหตุผลที่ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้า และเหตุผลที่ไม่ควรหยุดยาเอง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้หรือไม่ เกณฑ์ที่ช่วยตัดสินใจผิวหนัง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้ไหม?

ไข้และการติดเชื้อเฉียบพลันส่งผลต่อการบวม การฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ จึงควรมีเกณฑ์ที่จับต้องได้ว่าอาการแบบไหนควรเลื่อนคิวที่จองไว้ แบบไหนยังคุยกับแพทย์ก่อนได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวมแนวทางไว้ให้ค่ะ

รูปร่างผอมกับการฉีดฟิลเลอร์สะโพก ทำไมวอลลุ่มดูน้อยกว่าและควรออกแบบอย่างไรบอดี้

รูปร่างผอมฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ววอลลุ่มดูน้อย ต้องออกแบบยังไง?

คนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง เมื่อฉีดฟิลเลอร์สะโพกในปริมาณเท่ากับคนอื่นมักได้วอลลุ่มที่ดูน้อยกว่า และมีโอกาสเห็นขอบของสารได้ง่ายกว่า ทางออกจึงอยู่ที่การเลือกชั้นที่ฉีดและการแบ่งจำนวนครั้งให้ต่างออกไปค่ะ

Juvelook Volume ในวัย 50 ความต่างของการออกแบบและความคาดหวังเมื่อเทียบกับวัย 30รูปหน้าและวอลุ่ม

ทำ Juvelook Volume ตอนอายุ 50 ต่างจากตอนอายุ 30 ยังไง?

แก้มที่ตอบลงตอนวัย 50 กับวัย 30 ไม่ได้มาจากชั้นเดียวกัน เมื่อสาเหตุต่างกัน การออกแบบปริมาณ จุดฉีด จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ผลลัพธ์จะปรากฏก็ควรตั้งไว้คนละแบบ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวบรวมความต่างเหล่านี้ไว้ให้ค่ะ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ภาพปกบทความเรื่องการใช้เครื่องความงามที่บ้านร่วมกับหัตถการที่คลินิกผิวหนัง

เครื่องความงามที่บ้าน ต้องพักตอนไหนก่อนและหลังทำหัตถการ?

จำนวนวันที่ต้องพักเครื่องความงามหลังทำหัตถการไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมของแต่ละคลินิก บทความนี้จัดระเบียบวิธีคิดจากสภาพผิว 4 อย่าง แยกตามชนิดของเครื่อง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors