Ultraformer (Shurink) เจ็บแค่ไหน? ทำไมยิ่งลึกยิ่งเจ็บกว่าเดิม
Ultraformer (Shurink) ไม่ได้เจ็บเท่ากันทุกจุด ความเจ็บเปลี่ยนไปตามความลึกของหัวทิปที่ใช้ บทความนี้พาไปดูว่าความลึกแต่ละระดับเจ็บต่างกันอย่างไร พร้อมตัวช่วยลดความเจ็บที่เหมาะกับคุณ

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026
เคยไหมคะ อยากทำ Ultraformer (Shurink) ยกกระชับหน้าให้เข้ารูป แต่พอได้ยินคำว่า "เจ็บมาก" ก็ชะงักและเลื่อนนัดออกไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่เจ็บนั้นเจ็บแบบไหน มากน้อยแค่ไหนกันแน่
จริง ๆ แล้ว Ultraformer (Shurink) ไม่ได้เจ็บเท่ากันทุกจุดของใบหน้า ความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับ "ความลึก" ของหัวทิปที่เลือกใช้เป็นหลัก ยิ่งเข็มยิงลึกเท่าไร ความรู้สึกก็ยิ่งเปลี่ยนไป ตั้งแต่แค่ซ่า ๆ ตื้น ๆ ที่ผิว ไปจนถึงรู้สึกสะเทือนถึงกระดูกในบางจุด การเข้าใจความต่างตรงนี้ก่อน จะช่วยให้เตรียมใจและเลือกตัวช่วยลดความเจ็บได้ตรงจุดมากขึ้น
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าความลึกแต่ละระดับของ Ultraformer (Shurink) เจ็บต่างกันอย่างไร พร้อมแนะนำตัวช่วยลดความเจ็บที่เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ค่ะ
Ultraformer (Shurink) เจ็บแค่ไหนกันแน่?
คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจแทบทุกสัปดาห์คือ "ได้ยินว่าเจ็บมาก จริงไหมคะ" ตอบตรง ๆ ว่าคำตอบไม่ได้มีคำเดียว เพราะความเจ็บของ Ultraformer (Shurink) เปลี่ยนไปตามความลึกของหัวทิปที่ใช้ ซึ่งแต่ละระดับให้ความรู้สึกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
- 1.5 มิลลิเมตร: รู้สึกซ่า ๆ ตื้น ๆ ที่ผิวชั้นบน
- 3.0 มิลลิเมตร: ปวดตื้อ ๆ ที่มักตามมาช้ากว่าจังหวะยิงเล็กน้อย
- 4.5 มิลลิเมตร: รู้สึกสะเทือนลึกคล้ายสั่นถึงกระดูก โดยเฉพาะแนวกราม
พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งความลึกมาก ความเจ็บก็ยิ่งเปลี่ยนรูปแบบ ไม่ใช่แค่ "เจ็บมากขึ้น" เฉย ๆ แต่เป็นความเจ็บคนละชนิดกันเลยในแต่ละชั้นผิว

ทำไมยิ่งลึกยิ่งเจ็บ? กลไกเบื้องหลังความรู้สึก
Ultraformer (Shurink) เป็นเครื่อง HIFU (คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสจุดความเข้มสูง) ที่รวมพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ในชั้นผิวที่กำหนดไว้ ทำให้เกิดจุดความร้อนรวมตัวที่อุณหภูมิสูงกว่า 65 องศาเซลเซียสขึ้นไป ยิ่งจุดความร้อนนี้อยู่ในชั้นไหน ความรู้สึกเจ็บก็จะสะท้อนชั้นนั้นออกมา
หัวทิป 1.5 มิลลิเมตรตกอยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) จึงรู้สึกซ่า ๆ ตื้น ๆ ที่ผิว หัวทิป 3.0 มิลลิเมตรลึกลงไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ความรู้สึกจึงเปลี่ยนเป็นปวดตื้อที่มาช้ากว่าเล็กน้อย ส่วนหัวทิป 4.5 มิลลิเมตรซึ่งลึกที่สุด จะไปถึงชั้นพังผืด (SMAS) ที่อยู่ใกล้เยื่อหุ้มกระดูกมาก จึงให้ความรู้สึกคล้ายเสียงก้องเวลาเคาะใกล้พื้นแข็ง ยิ่งใกล้กระดูกเท่าไร แรงสะเทือนก็ยิ่งรู้สึกชัดเท่านั้น
อีกปัจจัยที่มีผลไม่น้อยคือฝีมือของแพทย์ผู้ทำหัตถการ การเลือกตำแหน่งยิงให้เลี่ยงจุดที่ใกล้กระดูกกรามมากเกินไป สามารถทำให้ความเจ็บต่างกันได้เกือบสองเท่าในบริเวณเดียวกัน
ตัวช่วยลดความเจ็บมีอะไรบ้าง?
ข่าวดีคือ ความเจ็บที่ต่างกันตามความลึกนี้ มีตัวช่วยลดความเจ็บให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมได้ ไม่ต้องฝืนทนเพียงอย่างเดียว
ตัวช่วยพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดคือยาชาแบบครีมทาผิวประมาณ 30 นาทีก่อนเริ่มทำ ซึ่งเพียงพอสำหรับคนไข้ส่วนใหญ่ราว 70-80% โดยเฉพาะเมื่อเน้นความลึก 1.5 และ 3.0 มิลลิเมตรเป็นหลัก แต่ถ้าต้องใช้หัวทิป 4.5 มิลลิเมตรในสัดส่วนที่มาก หรือเป็นเคสที่ต้องปรับแนวกรามอย่างละเอียด แพทย์มักแนะนำให้เสริมยาชาเฉพาะจุด (ฉีดยาชาบริเวณเส้นประสาท) เพิ่มเข้าไปด้วย
เมื่อเสริมยาชาเฉพาะจุด ความเจ็บมักลดลงเหลือเพียงราว 30-40% ของระดับเดิม คนไข้บางคนที่กลับมาทำซ้ำเล่าให้ฟังว่า ครั้งแรกที่มาทำรู้สึกเจ็บกว่าที่ควรเพราะตื่นเต้นและเกร็งตัวมาก แต่พอเสริมยาชาเฉพาะจุดในครั้งต่อมา กลับรู้สึกสบายขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์เจ็บจนเป็นความกังวลฝังใจ หรือกลับมาทำซ้ำแล้วยังกลัวมาก แพทย์บางรายอาจพิจารณายาสลบระยะสั้นเป็นทางเลือกเพิ่มเติม ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องจดจำความรู้สึกระหว่างทำเลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายบุคคล
| สถานการณ์ | ยาชาที่แนะนำ | ความรู้สึกเจ็บ |
|---|---|---|
| ปรับผิวตื้น (1.5 มม.) | ยาชาแบบครีม 30 นาที | ซ่า ๆ ตื้น ๆ |
| ปรับแก้ม-ข้างแก้ม (3.0 มม.) | ยาชาแบบครีม 30 นาที | ปวดตื้อ ๆ |
| ปรับแนวกราม (4.5 มม. สัดส่วนมาก) | ครีม + ยาชาเฉพาะจุด | สะเทือนลึก ควรระวัง |
| เคยเจ็บจนกังวลใจ/ทำซ้ำ | พิจารณายาสลบระยะสั้น | แทบไม่รู้สึก |

ใครควรระวังเรื่องความลึก 4.5 มิลลิเมตร?
ความลึก 4.5 มิลลิเมตรนอกจากจะช่วยดึงกระชับชั้นพังผืดแล้ว ยังมีผลข้างเคียงในการลดปริมาณไขมันร่วมด้วย จึงไม่แนะนำสำหรับคนที่แก้มค่อนข้างบางอยู่แล้วหรือมีแก้มห้อยจากไขมันน้อย เพราะอาจทำให้แก้มดูตอบลึกขึ้นกว่าที่ตั้งใจ
ในทางกลับกัน คนที่มีสัดส่วนไขมันใต้คางค่อนข้างมากหรือแนวกรามเริ่มหย่อนคล้อยชัดเจน มักได้ประโยชน์จากการเพิ่มสัดส่วนความลึก 4.5 มิลลิเมตรให้มากขึ้น เพราะได้ทั้งผลลดไขมันและผลกระชับโครงหน้าไปพร้อมกัน
ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มไหน สัดส่วนความลึกที่เหมาะสมควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินสภาพผิวและโครงหน้าเป็นรายบุคคลก่อนตัดสินใจ ไม่ควรกำหนดสัดส่วนเองตามความรู้สึกกลัวเจ็บเพียงอย่างเดียว

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนทำ
แม้ Ultraformer (Shurink) จะเป็นหัตถการที่ไม่กรีดผิว แต่ก็มีข้อควรระวังที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บโดยตรงซึ่งควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ อย่างแรกคือหากรู้สึกเจ็บมากระหว่างทำจนอยากหยุดกลางคัน แม้จะหยุดได้ แต่แพทย์มักไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้ผลลัพธ์ทั้งสองข้างของใบหน้าไม่สมมาตรกัน ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือเสริมยาชาเฉพาะจุดระหว่างทำแล้วทำต่อจนครบ
อีกจุดที่ควรระวังคือการลดจำนวนช็อตลงเพราะกลัวเจ็บ วิธีนี้อาจทำให้พลังงานที่ส่งไปน้อยเกินกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ต้องการ แทนที่จะลดจำนวนช็อต การจัดการความเจ็บด้วยยาชาที่เหมาะสมและคงปริมาณช็อตให้ครบตามแผน มักให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ในภาพรวม โอกาสเกิดผลข้างเคียงรุนแรงมีน้อยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน แต่ควรบอกแพทย์ตรง ๆ หากมีความกังวลเรื่องความเจ็บมาก่อน เพื่อวางแผนยาชาและสัดส่วนความลึกให้เหมาะกับคุณตั้งแต่ต้น
สรุป
Ultraformer (Shurink) ไม่ได้เจ็บเท่ากันทุกจุด ความเจ็บเปลี่ยนไปตามความลึกของหัวทิปที่ใช้ ตั้งแต่ซ่า ๆ ตื้น ๆ ที่ 1.5 มิลลิเมตร ปวดตื้อที่ 3.0 มิลลิเมตร ไปจนถึงสะเทือนลึกที่ 4.5 มิลลิเมตรใกล้แนวกราม ความเข้าใจจุดนี้ช่วยให้เลือกตัวช่วยลดความเจ็บได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นยาชาแบบครีม ยาชาเฉพาะจุด หรือยาสลบระยะสั้นในบางเคส
ทั้งนี้ความรู้สึกเจ็บและความเหมาะสมของสัดส่วนความลึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจปรับความลึกหรือเพิ่มยาชา
หากคุณกำลังกังวลว่า Ultraformer (Shurink) จะเจ็บเกินไปจนไม่กล้าตัดสินใจ ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE เข้ามาปรึกษาคุณหมอเรื่องสัดส่วนความลึกและยาชาที่เหมาะกับคุณได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. Ultraformer (Shurink) เจ็บมากไหมคะ ทนไหวไหม?
ความเจ็บเปลี่ยนไปตามความลึกของหัวทิปที่ใช้ค่ะ ความลึก 1.5 และ 3.0 มิลลิเมตรส่วนใหญ่ทนไหวสบาย ๆ ด้วยยาชาแบบครีม แต่ถ้าเน้นความลึก 4.5 มิลลิเมตรมาก ๆ แพทย์อาจแนะนำเสริมยาชาเฉพาะจุดเพิ่มเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น ทั้งนี้ความไวต่อความเจ็บต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ
Q2. ใช้แค่ยาชาแบบครีมพอไหม ไม่ต้องฉีดยาชาเพิ่ม?
สำหรับคนส่วนใหญ่ราว 70-80% ยาชาแบบครีม 30 นาทีก็เพียงพอแล้วค่ะ โดยเฉพาะเมื่อเน้นความลึก 1.5-3.0 มิลลิเมตร แต่ถ้าต้องใช้ความลึก 4.5 มิลลิเมตรในสัดส่วนที่มากหรือต้องปรับแนวกรามอย่างละเอียด แนะนำให้เสริมยาชาเฉพาะจุดเพิ่ม ซึ่งช่วยลดความเจ็บลงได้อีกมาก
Q3. กลัวเจ็บ เลยอยากลดจำนวนช็อตลง ทำได้ไหม?
ไม่แนะนำค่ะ เพราะการลดจำนวนช็อตลงมากเกินไปอาจทำให้พลังงานที่ส่งถึงชั้นผิวไม่เพียงพอ จนแทบไม่เห็นผลลัพธ์ที่ต้องการ ทางเลือกที่ดีกว่าคือจัดการความเจ็บด้วยยาชาเฉพาะจุด แล้วคงปริมาณช็อตให้ครบตามแผนเดิม จะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
Q4. ระหว่างทำถ้าเจ็บมากจนทนไม่ไหว หยุดกลางคันได้ไหม?
หยุดได้ค่ะ แต่แพทย์มักไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้ผลลัพธ์สองข้างของใบหน้าไม่สมมาตรกัน ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือแจ้งแพทย์ทันทีเพื่อเสริมยาชาเฉพาะจุดระหว่างทำ แล้วทำต่อจนครบตามแผนที่วางไว้










