โบท็อกซ์มุมปาก — รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงไหม?
คุณหมอเผยความจริงของโบท็อกซ์มุมปาก — มุมปากเปลี่ยนอย่างไร และทำไมถึงต้องใช้ร่วมกับฟิลเลอร์


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
โบท็อกซ์มุมปาก — รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงไหม?
หลายคนสังเกตว่าเวลาส่องกระจกหน้าตาเฉย มุมปากดูตกลงเล็กน้อย และยิ่งถ่ายรูปยิ่งเห็นชัด พอลองค้นหาข้อมูลก็จะเจอคำว่า "โบท็อกซ์มุมปาก" ตามมาเสมอ พร้อมกับคำถามในใจว่า "ถ้าฉีดแล้ว รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงๆ ไหมนะ?"
สรุปสั้นๆ ในบรรทัดเดียว มุมปากจะไม่ถูกดึงขึ้นโดยตรง แต่เพราะแรงที่ดึงมุมปากลงลดลง ใบหน้าจึงดูผ่อนคลายขึ้น และมุมปากดูไม่หย่อนยานเหมือนเดิมครับ
กล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง
บนใบหน้ามีทั้งกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากขึ้นและกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง ความสมดุลของแรงทั้งสองขึ้นอยู่กับนิสัยและการแสดงออกทางสีหน้าในชีวิตประจำวัน หากมุมปากมักตกลงอยู่เสมอ นั่นหมายความว่ากล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง* กำลังทำงานหนักกว่าครับ
<small>*กล้ามเนื้อ Depressor Anguli Oris: กล้ามเนื้อที่อยู่สองข้างของมุมปาก ทำหน้าที่ดึงมุมปากลงสู่คาง เมื่อกล้ามเนื้อนี้แข็งแรงมาก มุมปากจะดูตกลงในขณะที่หน้าเฉย*</small>
โบท็อกซ์มุมปากจะฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณน้อยเข้าที่กล้ามเนื้อนี้ เพื่อลดแรงดึงลงเล็กน้อย ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากขึ้นทำงานได้อย่างเต็มที่มากขึ้น มุมปากจึงดูยกขึ้นเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติครับ
ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2–4 ยูนิตต่อข้าง ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับโบท็อกซ์บริเวณอื่น เช่น โบท็อกซ์กรามที่ใช้ถึง 30–50 ยูนิตต่อข้าง สาเหตุที่ใช้น้อยเป็นเพราะกล้ามเนื้อรอบปากมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการออกเสียงและการแสดงสีหน้า หากฉีดมากเกินไปอาจทำให้รอยยิ้มดูผิดธรรมชาติหรือการออกเสียงผิดเพี้ยนเล็กน้อยได้ครับ
ไม่ใช่ "ยกขึ้น" แต่คือ "ไม่หย่อนลง"
จุดที่หลายคนมักเข้าใจผิดคือ โบท็อกซ์ไม่ได้ดึงมุมปากขึ้นโดยตรง แต่เป็นการลดแรงที่ดึงมุมปากลงต่างหากครับ ผลที่ได้คือสีหน้าในขณะหน้าเฉยซึ่งเคยดูตกหน่อยๆ จะเปลี่ยนเป็นแนวที่นุ่มนวลและเสมอกันมากขึ้น
เวลายิ้มก็ช่วยให้มุมปากยกขึ้นได้อิสระมากขึ้นด้วย เพราะแรงต้านของกล้ามเนื้อที่ดึงลงลดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มจะไม่ได้กว้างขึ้นหรือมุมปากจะไม่ยกขึ้นถึงระดับโหนกแก้มแต่อย่างใดครับ
บางกรณีโบท็อกซ์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
การที่มุมปากหย่อนลงอาจไม่ได้เกิดจากปัญหากล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบริเวณข้างมุมปากจะลดลง ทำให้เกิดร่องมาริโอเนต* ขึ้นมาด้วย ในกรณีนี้ แม้จะฉีดโบท็อกซ์แล้ว ร่องดังกล่าวก็ยังคงอยู่ครับ
<small>*ร่องมาริโอเนต (Marionette Lines): ร่องที่ลากจากมุมปากลงสู่คาง ชื่อนี้มาจากลักษณะที่คล้ายปากของหุ่นกระบอก*</small>
ในกรณีเช่นนี้ มักใช้โบท็อกซ์ร่วมกับฟิลเลอร์ครับ โดยโบท็อกซ์ช่วยลดแรงดึงลง ส่วนฟิลเลอร์ช่วยเติมร่องที่บุ๋มลงไป ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติกว่ามาก หากเคยทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วรู้สึกว่าผลไม่ชัดเจน อาจเป็นเพราะยังขาดอีกส่วนหนึ่งอยู่ครับ
ผลเริ่มเห็นหลังจากไม่กี่วัน และอยู่ได้ 4–6 เดือน
โบท็อกซ์มุมปากจะยังไม่เห็นผลทันทีหลังฉีดครับ โดยทั่วไปต้องรอประมาณ 3–7 วันจึงจะรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อเริ่มคลายแรง ผลมักคงอยู่ประมาณ 4–6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ผู้ที่ใช้กล้ามเนื้อสีหน้าบ่อยๆ อาจเห็นผลหายเร็วกว่าปกติ หากในชีวิตประจำวันแสดงออกทางสีหน้ามากหรือขยับมุมปากบ่อย ระยะเวลาที่ผลยังอยู่อาจสั้นลงครับ การฉีดบ่อยขึ้นไม่ได้หมายความว่าผลจะดีขึ้นเสมอไป แต่ควรปรับช่วงเวลาให้เหมาะกับรูปแบบการแสดงออกของตัวเองครับ
ผู้ที่ฉีดครั้งแรกบางรายอาจรู้สึกว่า "ผลดูไม่ค่อยเห็น" ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะปริมาณที่ใช้น้อย แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราสังเกตสีหน้าตัวเองหน้ากระจกได้ยาก การถ่ายรูปในท่าเดิมและแสงเดิมก่อนและหลังทำจึงช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนและเป็นกลางมากขึ้นครับ
ในทางกลับกัน บางรายก็คาดหวังผลมากเกินไปจนผิดหวัง โบท็อกซ์มุมปากไม่ใช่การทำที่คนอื่นมองแล้วจะสังเกตเห็นได้ทันที ผลที่ดีที่สุดคือตัวเองรู้สึกว่าสีหน้าดูนุ่มนวลขึ้น ในขณะที่คนรอบข้างอาจแค่บอกว่า "วันนี้ดูสดใสขึ้นนะ" ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดแล้วครับ
สิ่งที่ควรทราบก่อนทำ
มีสามเรื่องที่ควรตรวจสอบล่วงหน้าเพื่อให้การปรึกษาแพทย์ราบรื่นขึ้นครับ ประการแรก สังเกตว่าสิ่งที่รบกวนใจคือมุมปากหย่อนตอนหน้าเฉย หรือรอยยิ้มที่ดูแปลกตอนยิ้ม หากเป็นเรื่องมุมปากหย่อนตอนหน้าเฉย โบท็อกซ์จะให้ผลที่ชัดเจนมากครับ
ประการที่สอง ลองดูว่ามีร่องมาริโอเนตข้างมุมปากหรือเปล่า ถ้ามีร่องนี้ร่วมด้วย การใช้ฟิลเลอร์หรือผสมผสานกับการรักษาอื่นจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่าครับ
ประการที่สาม ลองให้แพทย์ดูการขยับสีหน้าของคุณในสภาวะต่างๆ ทั้งตอนยิ้ม ตอนพูด และตอนหน้าเฉย เพื่อให้แพทย์กำหนดปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสมได้ครับ หากใส่มากเกินไปอาจทำให้สีหน้าดูผิดธรรมชาติหรือมีผลต่อการออกเสียงเล็กน้อย ดังนั้นหลักการ "เริ่มน้อยแล้วค่อยเพิ่มหากยังไม่พอ" จึงใช้ได้กับการทำโบท็อกซ์มุมปากเช่นกันครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ฉีดโบท็อกซ์มุมปากแล้วการออกเสียงจะผิดเพี้ยนไหม?
A. หากใช้ปริมาณที่เหมาะสม การออกเสียงจะไม่ได้รับผลกระทบครับ อย่างไรก็ตาม หากฉีดมากเกินไปอาจทำให้สีหน้าดูผิดธรรมชาติหรือการออกเสียงเพี้ยนเล็กน้อยได้ จึงควรเริ่มด้วยปริมาณน้อยไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยครับ
Q2. ฉีดครั้งแรก จะเห็นผลได้เลยไหม?
A. โดยทั่วไปการทำครั้งแรกก็เห็นผลได้ครับ แต่หากกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากเป็นพิเศษ ครั้งเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ในกรณีนั้นสามารถปรับปริมาณในครั้งถัดไปได้ครับ
Q3. ทำร่วมกับฟิลเลอร์ได้เลยไหม?
A. ทำร่วมกันได้บ่อยมากครับ การใช้โบท็อกซ์ลดแรงกล้ามเนื้อและฟิลเลอร์เติมร่องให้เต็มขึ้น จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่ามาก อย่างไรก็ตาม ควรแยกวันทำทั้งสองอย่างออกจากกัน แทนที่จะทำในวันเดียวกัน จะปลอดภัยกว่าครับ





