โบท็อกซ์มุมปาก — รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงไหม?
รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์มุมปาก — รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงไหม?

คุณหมอเผยความจริงของโบท็อกซ์มุมปาก — มุมปากเปลี่ยนอย่างไร และทำไมถึงต้องใช้ร่วมกับฟิลเลอร์

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 6 กันยายน 2026
5นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

โบท็อกซ์มุมปาก — รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงไหม?

โบท็อกซ์มุมปาก รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงไหม?

หลายคนสังเกตว่าเวลาส่องกระจกหน้าตาเฉย มุมปากดูตกลงเล็กน้อย และยิ่งถ่ายรูปยิ่งเห็นชัด พอลองค้นหาข้อมูลก็จะเจอคำว่า "โบท็อกซ์มุมปาก" ตามมาเสมอ พร้อมกับคำถามในใจว่า "ถ้าฉีดแล้ว รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงๆ ไหมนะ?"

สรุปสั้นๆ ในบรรทัดเดียว มุมปากจะไม่ถูกดึงขึ้นโดยตรง แต่เพราะแรงที่ดึงมุมปากลงลดลง ใบหน้าจึงดูผ่อนคลายขึ้น และมุมปากดูไม่หย่อนยานเหมือนเดิมครับ

กล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง

บนใบหน้ามีทั้งกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากขึ้นและกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง ความสมดุลของแรงทั้งสองขึ้นอยู่กับนิสัยและการแสดงออกทางสีหน้าในชีวิตประจำวัน หากมุมปากมักตกลงอยู่เสมอ นั่นหมายความว่ากล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง* กำลังทำงานหนักกว่าครับ

<small>*กล้ามเนื้อ Depressor Anguli Oris: กล้ามเนื้อที่อยู่สองข้างของมุมปาก ทำหน้าที่ดึงมุมปากลงสู่คาง เมื่อกล้ามเนื้อนี้แข็งแรงมาก มุมปากจะดูตกลงในขณะที่หน้าเฉย*</small>

โบท็อกซ์มุมปากจะฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณน้อยเข้าที่กล้ามเนื้อนี้ เพื่อลดแรงดึงลงเล็กน้อย ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากขึ้นทำงานได้อย่างเต็มที่มากขึ้น มุมปากจึงดูยกขึ้นเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติครับ

ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2–4 ยูนิตต่อข้าง ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับโบท็อกซ์บริเวณอื่น เช่น โบท็อกซ์กรามที่ใช้ถึง 30–50 ยูนิตต่อข้าง สาเหตุที่ใช้น้อยเป็นเพราะกล้ามเนื้อรอบปากมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการออกเสียงและการแสดงสีหน้า หากฉีดมากเกินไปอาจทำให้รอยยิ้มดูผิดธรรมชาติหรือการออกเสียงผิดเพี้ยนเล็กน้อยได้ครับ

กล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง

ไม่ใช่ "ยกขึ้น" แต่คือ "ไม่หย่อนลง"

จุดที่หลายคนมักเข้าใจผิดคือ โบท็อกซ์ไม่ได้ดึงมุมปากขึ้นโดยตรง แต่เป็นการลดแรงที่ดึงมุมปากลงต่างหากครับ ผลที่ได้คือสีหน้าในขณะหน้าเฉยซึ่งเคยดูตกหน่อยๆ จะเปลี่ยนเป็นแนวที่นุ่มนวลและเสมอกันมากขึ้น

เวลายิ้มก็ช่วยให้มุมปากยกขึ้นได้อิสระมากขึ้นด้วย เพราะแรงต้านของกล้ามเนื้อที่ดึงลงลดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มจะไม่ได้กว้างขึ้นหรือมุมปากจะไม่ยกขึ้นถึงระดับโหนกแก้มแต่อย่างใดครับ

ไม่ใช่ยกขึ้น แต่คือไม่หย่อนลง

บางกรณีโบท็อกซ์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

การที่มุมปากหย่อนลงอาจไม่ได้เกิดจากปัญหากล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบริเวณข้างมุมปากจะลดลง ทำให้เกิดร่องมาริโอเนต* ขึ้นมาด้วย ในกรณีนี้ แม้จะฉีดโบท็อกซ์แล้ว ร่องดังกล่าวก็ยังคงอยู่ครับ

<small>*ร่องมาริโอเนต (Marionette Lines): ร่องที่ลากจากมุมปากลงสู่คาง ชื่อนี้มาจากลักษณะที่คล้ายปากของหุ่นกระบอก*</small>

ในกรณีเช่นนี้ มักใช้โบท็อกซ์ร่วมกับฟิลเลอร์ครับ โดยโบท็อกซ์ช่วยลดแรงดึงลง ส่วนฟิลเลอร์ช่วยเติมร่องที่บุ๋มลงไป ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติกว่ามาก หากเคยทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วรู้สึกว่าผลไม่ชัดเจน อาจเป็นเพราะยังขาดอีกส่วนหนึ่งอยู่ครับ

บางกรณีโบท็อกซ์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

ผลเริ่มเห็นหลังจากไม่กี่วัน และอยู่ได้ 4–6 เดือน

โบท็อกซ์มุมปากจะยังไม่เห็นผลทันทีหลังฉีดครับ โดยทั่วไปต้องรอประมาณ 3–7 วันจึงจะรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อเริ่มคลายแรง ผลมักคงอยู่ประมาณ 4–6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ผู้ที่ใช้กล้ามเนื้อสีหน้าบ่อยๆ อาจเห็นผลหายเร็วกว่าปกติ หากในชีวิตประจำวันแสดงออกทางสีหน้ามากหรือขยับมุมปากบ่อย ระยะเวลาที่ผลยังอยู่อาจสั้นลงครับ การฉีดบ่อยขึ้นไม่ได้หมายความว่าผลจะดีขึ้นเสมอไป แต่ควรปรับช่วงเวลาให้เหมาะกับรูปแบบการแสดงออกของตัวเองครับ

ผู้ที่ฉีดครั้งแรกบางรายอาจรู้สึกว่า "ผลดูไม่ค่อยเห็น" ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะปริมาณที่ใช้น้อย แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราสังเกตสีหน้าตัวเองหน้ากระจกได้ยาก การถ่ายรูปในท่าเดิมและแสงเดิมก่อนและหลังทำจึงช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนและเป็นกลางมากขึ้นครับ

ในทางกลับกัน บางรายก็คาดหวังผลมากเกินไปจนผิดหวัง โบท็อกซ์มุมปากไม่ใช่การทำที่คนอื่นมองแล้วจะสังเกตเห็นได้ทันที ผลที่ดีที่สุดคือตัวเองรู้สึกว่าสีหน้าดูนุ่มนวลขึ้น ในขณะที่คนรอบข้างอาจแค่บอกว่า "วันนี้ดูสดใสขึ้นนะ" ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดแล้วครับ

ผลเริ่มเห็นหลังจากไม่กี่วัน และอยู่ได้ 4–6 เดือน

สิ่งที่ควรทราบก่อนทำ

มีสามเรื่องที่ควรตรวจสอบล่วงหน้าเพื่อให้การปรึกษาแพทย์ราบรื่นขึ้นครับ ประการแรก สังเกตว่าสิ่งที่รบกวนใจคือมุมปากหย่อนตอนหน้าเฉย หรือรอยยิ้มที่ดูแปลกตอนยิ้ม หากเป็นเรื่องมุมปากหย่อนตอนหน้าเฉย โบท็อกซ์จะให้ผลที่ชัดเจนมากครับ

ประการที่สอง ลองดูว่ามีร่องมาริโอเนตข้างมุมปากหรือเปล่า ถ้ามีร่องนี้ร่วมด้วย การใช้ฟิลเลอร์หรือผสมผสานกับการรักษาอื่นจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่าครับ

ประการที่สาม ลองให้แพทย์ดูการขยับสีหน้าของคุณในสภาวะต่างๆ ทั้งตอนยิ้ม ตอนพูด และตอนหน้าเฉย เพื่อให้แพทย์กำหนดปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสมได้ครับ หากใส่มากเกินไปอาจทำให้สีหน้าดูผิดธรรมชาติหรือมีผลต่อการออกเสียงเล็กน้อย ดังนั้นหลักการ "เริ่มน้อยแล้วค่อยเพิ่มหากยังไม่พอ" จึงใช้ได้กับการทำโบท็อกซ์มุมปากเช่นกันครับ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ฉีดโบท็อกซ์มุมปากแล้วการออกเสียงจะผิดเพี้ยนไหม?

A. หากใช้ปริมาณที่เหมาะสม การออกเสียงจะไม่ได้รับผลกระทบครับ อย่างไรก็ตาม หากฉีดมากเกินไปอาจทำให้สีหน้าดูผิดธรรมชาติหรือการออกเสียงเพี้ยนเล็กน้อยได้ จึงควรเริ่มด้วยปริมาณน้อยไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยครับ

Q2. ฉีดครั้งแรก จะเห็นผลได้เลยไหม?

A. โดยทั่วไปการทำครั้งแรกก็เห็นผลได้ครับ แต่หากกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากเป็นพิเศษ ครั้งเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ในกรณีนั้นสามารถปรับปริมาณในครั้งถัดไปได้ครับ

Q3. ทำร่วมกับฟิลเลอร์ได้เลยไหม?

A. ทำร่วมกันได้บ่อยมากครับ การใช้โบท็อกซ์ลดแรงกล้ามเนื้อและฟิลเลอร์เติมร่องให้เต็มขึ้น จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่ามาก อย่างไรก็ตาม ควรแยกวันทำทั้งสองอย่างออกจากกัน แทนที่จะทำในวันเดียวกัน จะปลอดภัยกว่าครับ

บทความแนะนำ

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

หลายคนอยากแก้ฟิลเลอร์ที่ไม่พอใจ แต่กลัวว่าสลายแล้วผิวจะยืดหย่อนกว่าเดิม บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรเป็นแค่ช่วงชั่วคราวไม่กี่วัน

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหม?

หลายคนอยากปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวว่าฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแรงเคี้ยวจะหายไปจนกินข้าวไม่ได้ บทความนี้รวมตัวเลขจากงานวิจัยว่าแรงกัดลดลงเท่าไร ช่วงไหนรู้สึกมากที่สุด และกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

บทความล่าสุด

เปรียบเทียบใบเสนอราคา Fraxel ยังไงให้ถูกต้อง?ผิวหนัง

ขอใบเสนอราคา Fraxel จากหลายคลินิก เปรียบเทียบยังไงให้ไม่ถูกหลอก?

เมื่อขอใบเสนอราคา Fraxel จากหลายคลินิก ตัวเลขที่ต่างกันนั้นไม่ได้บอกว่าคลินิกไหนถูกหรือแพงกว่า แต่บอกว่าแต่ละที่เสนออะไรให้คุณบ้าง การอ่านใบเสนอราคาให้เป็นคือกุญแจสำคัญก่อนตัดสินใจค่ะ

ผู้หญิงกำลังค้นหาข้อมูลคลินิกรักษาสิวบนสมาร์ทโฟนก่อนนัดหมายผิวหนัง

จะรู้ได้ยังไงว่าคลินิกรักษาสิวนี้ใช่? เกณฑ์จริงที่ควรเช็กก่อนนัด

การเลือกคลินิกรักษาสิวต้องการมากกว่าการดูรีวิวออนไลน์ บทความนี้ให้เกณฑ์ที่ใช้งานได้จริงสำหรับประเมินคลินิกและแพทย์ ตั้งแต่ก่อนนัดจนถึงระหว่างห้องตรวจค่ะ

Sculptra ทำงานอย่างไร ถึงต้องทำหลายครั้งผิวหนัง

Sculptra งบรวมคิดยังไง? คู่มือวางแผนก่อนจอง

หลายคนดูราคา Sculptra ต่อครั้งแล้วประเมินงบต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะลืมนับจำนวนไวอัลต่อครั้ง จำนวนครั้งทั้งหมด และค่าบำรุงรักษาหลังจบคอร์สแรก บทความนี้อธิบายวิธีคิดงบที่ครบถ้วนค่ะ

คู่มือเตรียมปรึกษาแพทย์เรื่องร่องแก้มลึก Lifting หรือฟิลเลอร์ผิวหนัง

ร่องแก้มลึกขึ้น ทำ Lifting หรือฉีดฟิลเลอร์? คู่มือเตรียมปรึกษาแพทย์

ร่องแก้มลึกมีสองสาเหตุที่ต้องการวิธีแก้ต่างกัน — ก่อนนัดปรึกษาแพทย์ มาเตรียมตัวให้พร้อมด้วยคำถามที่ถูกต้องค่ะ

ผู้หญิงกำลังวางแผนงานสำคัญพร้อมปรึกษาแพทย์เรื่องการดูแลผิวด้วย Sofwave ที่ Beautystone Clinicผิวหนัง

Sofwave ก่อนงานสำคัญ เริ่มยังไงดี? คู่มือตัดสินใจฉบับปฏิบัติจริง

ก่อนจองคิว Sofwave เพื่องานสำคัญ มีคำถามสำคัญที่ควรตอบให้ได้ก่อน เช่น ผิวของคุณเหมาะกับหัตถการนี้ไหม วันงานอยู่ห่างพอไหม และจะวางแผนการดูแลผิวก่อนวันงานให้ครบได้อย่างไร บทความนี้จะพาคุณผ่านทุกขั้นตอนการตัดสินใจค่ะ

ผู้หญิงดูแลผิวหน้าหลังทำ Shurink Universe HIFU ลิฟติ้งผิวหนัง

Shurink Universe แล้วล้างหน้า ออกกำลังกาย ดื่มได้ไหม? ดูสัญญาณก่อน

หลังทำ Shurink Universe หลายคนสงสัยว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าพร้อมล้างหน้า ออกกำลังกาย หรือดื่มแอลกอฮอล์แล้ว บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาไปดูเกณฑ์และสัญญาณที่ต้องสังเกตก่อนตัดสินใจแต่ละกิจกรรมค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors