โบท็อกซ์มุมปาก — รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงไหม?
รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์มุมปาก — รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงไหม?

คุณหมอเผยความจริงของโบท็อกซ์มุมปาก — มุมปากเปลี่ยนอย่างไร และทำไมถึงต้องใช้ร่วมกับฟิลเลอร์

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 15 พฤษภาคม 2026
5นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

โบท็อกซ์มุมปาก — รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงไหม?

โบท็อกซ์มุมปาก รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงไหม?

หลายคนสังเกตว่าเวลาส่องกระจกหน้าตาเฉย มุมปากดูตกลงเล็กน้อย และยิ่งถ่ายรูปยิ่งเห็นชัด พอลองค้นหาข้อมูลก็จะเจอคำว่า "โบท็อกซ์มุมปาก" ตามมาเสมอ พร้อมกับคำถามในใจว่า "ถ้าฉีดแล้ว รอยยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นจริงๆ ไหมนะ?"

สรุปสั้นๆ ในบรรทัดเดียว มุมปากจะไม่ถูกดึงขึ้นโดยตรง แต่เพราะแรงที่ดึงมุมปากลงลดลง ใบหน้าจึงดูผ่อนคลายขึ้น และมุมปากดูไม่หย่อนยานเหมือนเดิมครับ

กล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง

บนใบหน้ามีทั้งกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากขึ้นและกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง ความสมดุลของแรงทั้งสองขึ้นอยู่กับนิสัยและการแสดงออกทางสีหน้าในชีวิตประจำวัน หากมุมปากมักตกลงอยู่เสมอ นั่นหมายความว่ากล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง* กำลังทำงานหนักกว่าครับ

<small>*กล้ามเนื้อ Depressor Anguli Oris: กล้ามเนื้อที่อยู่สองข้างของมุมปาก ทำหน้าที่ดึงมุมปากลงสู่คาง เมื่อกล้ามเนื้อนี้แข็งแรงมาก มุมปากจะดูตกลงในขณะที่หน้าเฉย*</small>

โบท็อกซ์มุมปากจะฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณน้อยเข้าที่กล้ามเนื้อนี้ เพื่อลดแรงดึงลงเล็กน้อย ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากขึ้นทำงานได้อย่างเต็มที่มากขึ้น มุมปากจึงดูยกขึ้นเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติครับ

ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2–4 ยูนิตต่อข้าง ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับโบท็อกซ์บริเวณอื่น เช่น โบท็อกซ์กรามที่ใช้ถึง 30–50 ยูนิตต่อข้าง สาเหตุที่ใช้น้อยเป็นเพราะกล้ามเนื้อรอบปากมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการออกเสียงและการแสดงสีหน้า หากฉีดมากเกินไปอาจทำให้รอยยิ้มดูผิดธรรมชาติหรือการออกเสียงผิดเพี้ยนเล็กน้อยได้ครับ

กล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง

ไม่ใช่ "ยกขึ้น" แต่คือ "ไม่หย่อนลง"

จุดที่หลายคนมักเข้าใจผิดคือ โบท็อกซ์ไม่ได้ดึงมุมปากขึ้นโดยตรง แต่เป็นการลดแรงที่ดึงมุมปากลงต่างหากครับ ผลที่ได้คือสีหน้าในขณะหน้าเฉยซึ่งเคยดูตกหน่อยๆ จะเปลี่ยนเป็นแนวที่นุ่มนวลและเสมอกันมากขึ้น

เวลายิ้มก็ช่วยให้มุมปากยกขึ้นได้อิสระมากขึ้นด้วย เพราะแรงต้านของกล้ามเนื้อที่ดึงลงลดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มจะไม่ได้กว้างขึ้นหรือมุมปากจะไม่ยกขึ้นถึงระดับโหนกแก้มแต่อย่างใดครับ

ไม่ใช่ยกขึ้น แต่คือไม่หย่อนลง

บางกรณีโบท็อกซ์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

การที่มุมปากหย่อนลงอาจไม่ได้เกิดจากปัญหากล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบริเวณข้างมุมปากจะลดลง ทำให้เกิดร่องมาริโอเนต* ขึ้นมาด้วย ในกรณีนี้ แม้จะฉีดโบท็อกซ์แล้ว ร่องดังกล่าวก็ยังคงอยู่ครับ

<small>*ร่องมาริโอเนต (Marionette Lines): ร่องที่ลากจากมุมปากลงสู่คาง ชื่อนี้มาจากลักษณะที่คล้ายปากของหุ่นกระบอก*</small>

ในกรณีเช่นนี้ มักใช้โบท็อกซ์ร่วมกับฟิลเลอร์ครับ โดยโบท็อกซ์ช่วยลดแรงดึงลง ส่วนฟิลเลอร์ช่วยเติมร่องที่บุ๋มลงไป ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติกว่ามาก หากเคยทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วรู้สึกว่าผลไม่ชัดเจน อาจเป็นเพราะยังขาดอีกส่วนหนึ่งอยู่ครับ

บางกรณีโบท็อกซ์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

ผลเริ่มเห็นหลังจากไม่กี่วัน และอยู่ได้ 4–6 เดือน

โบท็อกซ์มุมปากจะยังไม่เห็นผลทันทีหลังฉีดครับ โดยทั่วไปต้องรอประมาณ 3–7 วันจึงจะรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อเริ่มคลายแรง ผลมักคงอยู่ประมาณ 4–6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ผู้ที่ใช้กล้ามเนื้อสีหน้าบ่อยๆ อาจเห็นผลหายเร็วกว่าปกติ หากในชีวิตประจำวันแสดงออกทางสีหน้ามากหรือขยับมุมปากบ่อย ระยะเวลาที่ผลยังอยู่อาจสั้นลงครับ การฉีดบ่อยขึ้นไม่ได้หมายความว่าผลจะดีขึ้นเสมอไป แต่ควรปรับช่วงเวลาให้เหมาะกับรูปแบบการแสดงออกของตัวเองครับ

ผู้ที่ฉีดครั้งแรกบางรายอาจรู้สึกว่า "ผลดูไม่ค่อยเห็น" ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะปริมาณที่ใช้น้อย แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราสังเกตสีหน้าตัวเองหน้ากระจกได้ยาก การถ่ายรูปในท่าเดิมและแสงเดิมก่อนและหลังทำจึงช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนและเป็นกลางมากขึ้นครับ

ในทางกลับกัน บางรายก็คาดหวังผลมากเกินไปจนผิดหวัง โบท็อกซ์มุมปากไม่ใช่การทำที่คนอื่นมองแล้วจะสังเกตเห็นได้ทันที ผลที่ดีที่สุดคือตัวเองรู้สึกว่าสีหน้าดูนุ่มนวลขึ้น ในขณะที่คนรอบข้างอาจแค่บอกว่า "วันนี้ดูสดใสขึ้นนะ" ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดแล้วครับ

ผลเริ่มเห็นหลังจากไม่กี่วัน และอยู่ได้ 4–6 เดือน

สิ่งที่ควรทราบก่อนทำ

มีสามเรื่องที่ควรตรวจสอบล่วงหน้าเพื่อให้การปรึกษาแพทย์ราบรื่นขึ้นครับ ประการแรก สังเกตว่าสิ่งที่รบกวนใจคือมุมปากหย่อนตอนหน้าเฉย หรือรอยยิ้มที่ดูแปลกตอนยิ้ม หากเป็นเรื่องมุมปากหย่อนตอนหน้าเฉย โบท็อกซ์จะให้ผลที่ชัดเจนมากครับ

ประการที่สอง ลองดูว่ามีร่องมาริโอเนตข้างมุมปากหรือเปล่า ถ้ามีร่องนี้ร่วมด้วย การใช้ฟิลเลอร์หรือผสมผสานกับการรักษาอื่นจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่าครับ

ประการที่สาม ลองให้แพทย์ดูการขยับสีหน้าของคุณในสภาวะต่างๆ ทั้งตอนยิ้ม ตอนพูด และตอนหน้าเฉย เพื่อให้แพทย์กำหนดปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสมได้ครับ หากใส่มากเกินไปอาจทำให้สีหน้าดูผิดธรรมชาติหรือมีผลต่อการออกเสียงเล็กน้อย ดังนั้นหลักการ "เริ่มน้อยแล้วค่อยเพิ่มหากยังไม่พอ" จึงใช้ได้กับการทำโบท็อกซ์มุมปากเช่นกันครับ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ฉีดโบท็อกซ์มุมปากแล้วการออกเสียงจะผิดเพี้ยนไหม?

A. หากใช้ปริมาณที่เหมาะสม การออกเสียงจะไม่ได้รับผลกระทบครับ อย่างไรก็ตาม หากฉีดมากเกินไปอาจทำให้สีหน้าดูผิดธรรมชาติหรือการออกเสียงเพี้ยนเล็กน้อยได้ จึงควรเริ่มด้วยปริมาณน้อยไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยครับ

Q2. ฉีดครั้งแรก จะเห็นผลได้เลยไหม?

A. โดยทั่วไปการทำครั้งแรกก็เห็นผลได้ครับ แต่หากกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากเป็นพิเศษ ครั้งเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ในกรณีนั้นสามารถปรับปริมาณในครั้งถัดไปได้ครับ

Q3. ทำร่วมกับฟิลเลอร์ได้เลยไหม?

A. ทำร่วมกันได้บ่อยมากครับ การใช้โบท็อกซ์ลดแรงกล้ามเนื้อและฟิลเลอร์เติมร่องให้เต็มขึ้น จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่ามาก อย่างไรก็ตาม ควรแยกวันทำทั้งสองอย่างออกจากกัน แทนที่จะทำในวันเดียวกัน จะปลอดภัยกว่าครับ

บทความแนะนำ

ใบหน้าที่ดูซูบลงหลังน้ำหนักลดเร็วรูปหน้าและวอลุ่ม

น้ำหนักลดแล้วหน้าซูบ ควรเติมวอลลุ่มตอนไหนดี

น้ำหนักลดลงแล้วเสื้อผ้าหลวมขึ้น แต่ใบหน้ากลับดูซูบและเหนื่อยกว่าเดิม เพราะไขมันที่หนุนใบหน้าอยู่ด้านในลดลงไปพร้อมกัน บทความนี้รวมสาเหตุ ความเสี่ยงของการรีบเติมวอลลุ่มตอนน้ำหนักยังไม่นิ่ง และจังหวะที่เหมาะกับการเริ่มออกแบบ

แพทย์แบ่งโซนบนใบหน้าก่อนเริ่มทำคลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็กรูปหน้าและวอลุ่ม

ทำไมความลึกเข็ม Secret RF ถึงไม่เท่ากันในแต่ละจุดของใบหน้า?

Secret RF เครื่องเดียวกัน เซสชันเดียวกัน แต่ความลึกของเข็มถูกปรับหลายรอบระหว่างทำ เพราะผิวแต่ละจุดบนใบหน้าหนาไม่เท่ากัน และชั้นที่ต้องการให้ความร้อนไปถึงก็อยู่ลึกไม่เท่ากัน

Juvelook Volume ในวัย 50 ความต่างของการออกแบบและความคาดหวังเมื่อเทียบกับวัย 30รูปหน้าและวอลุ่ม

ทำ Juvelook Volume ตอนอายุ 50 ต่างจากตอนอายุ 30 ยังไง?

แก้มที่ตอบลงตอนวัย 50 กับวัย 30 ไม่ได้มาจากชั้นเดียวกัน เมื่อสาเหตุต่างกัน การออกแบบปริมาณ จุดฉีด จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ผลลัพธ์จะปรากฏก็ควรตั้งไว้คนละแบบ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวบรวมความต่างเหล่านี้ไว้ให้ค่ะ

บทความล่าสุด

คุณผู้ชายเข้ารับคำปรึกษาเรื่องหัตถการยกกระชับผิวหน้าผู้ชาย

ผิวผู้ชายหนากว่า ตั้งค่า Oligio X เหมือนเดิมได้ไหม

ชั้นหนังแท้ของผู้ชายหนากว่าและผลิตน้ำมันมากกว่า ถ้าใช้การตั้งค่าเดิมความร้อนอาจไปไม่ถึงชั้นลึก บทความนี้พาไปดูเหตุผลทางโครงสร้าง แนวหนวดเคราที่ต้องแยกดู และวิธีคิดเรื่องพลังงานกับจำนวนรอบ

ผู้หญิงส่องกระจกแล้วสังเกตว่ารูขุมขนดูชัดขึ้นผิวหนัง

ดูแลรูขุมขนตอนอายุ 20 กว่า เริ่มเลยหรือรอก่อนดี

รูขุมขนที่ยังกลมมักฟื้นตัวได้เร็วกว่ารูขุมขนที่ถูกดึงค้างไว้จนรีลง บทความนี้รวมกลไกของรูขุมขนตอนอายุ 20 กว่า จังหวะที่เหมาะกับการเริ่มทำ Potenza จำนวนครั้ง และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

ผู้หญิงส่องกระจกและรู้สึกว่าคิ้วดูหนักลงกว่าเดิมลิฟติ้ง

ทำ Shurink Universe ที่หน้าผากกับไรผม ต้องตั้งค่าต่างจากแก้มไหม

หน้าผากกับไรผมเป็นบริเวณที่ชั้นไขมันบางและมีกระดูกอยู่ใกล้ผิว การตั้งค่าจึงต้องแยกจากแก้มและใต้คาง บทความนี้รวมเหตุผลเรื่องความลึก ตัวเลขการยกคิ้วจากงานวิจัย และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

ผู้หญิงกังวลว่าหลังทำหัตถการจะบวมไม่ทันงานสำคัญลิฟติ้ง

หลังทำ InMode FX บวมกี่วันหาย รอยช้ำจางตอนไหน

หลังทำ InMode FX อาการบวมและรอยช้ำมักเปลี่ยนไปเป็นวัน ๆ ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าแต่ละวันหน้าจะเป็นแบบไหน การวางวันทำให้พอดีกับตารางงานจะง่ายขึ้นมากค่ะ

ปื้นคล้ำสองข้างโหนกแก้มที่ขึ้นระหว่างใช้ยาคุมผิวหนัง

กินยาคุมอยู่ ทำเลเซอร์ฝ้าได้ไหม ต้องวางแผนยังไง

ฝ้าที่ขึ้นตอนใช้ยาคุมไม่เหมือนจุดด่างดำจากแดดอย่างเดียว เพราะตัวกระตุ้นยังทำงานอยู่ข้างในตลอดเวลาที่ยังใช้ยา บทความนี้รวมกลไก แนวทางเลือกหัตถการ และข้อควรระวังสำหรับคนที่ยังกินยาคุมอยู่

ใบหน้าที่ดูซูบลงหลังน้ำหนักลดเร็วรูปหน้าและวอลุ่ม

น้ำหนักลดแล้วหน้าซูบ ควรเติมวอลลุ่มตอนไหนดี

น้ำหนักลดลงแล้วเสื้อผ้าหลวมขึ้น แต่ใบหน้ากลับดูซูบและเหนื่อยกว่าเดิม เพราะไขมันที่หนุนใบหน้าอยู่ด้านในลดลงไปพร้อมกัน บทความนี้รวมสาเหตุ ความเสี่ยงของการรีบเติมวอลลุ่มตอนน้ำหนักยังไม่นิ่ง และจังหวะที่เหมาะกับการเริ่มออกแบบ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors