ทำไมคนอายุปลาย 30 ถึงเลือกจูเวลูคแทนฟิลเลอร์?
รูปหน้าและวอลุ่ม

ทำไมคนอายุปลาย 30 ถึงเลือกจูเวลูคแทนฟิลเลอร์?

เหตุผลที่จูเวลูคดูธรรมชาติกว่าฟิลเลอร์จริงๆ พร้อมวิธีใช้แบบแยกตามบริเวณ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
1นาที

ทำไมคนอายุปลาย 30 ถึงเลือกจูเวลูคแทนฟิลเลอร์?

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วันพุธ มีลูกค้าวัยปลาย 30 ทำงานออฟฟิศมาที่คลินิก โดยตั้งใจจะมาเป็นเพื่อนให้กับเพื่อนที่มาปรึกษาเรื่องร่องแก้มครับ

ตอนแรกมาแค่เป็นเพื่อนคนที่มาปรึกษาเรื่องร่องแก้ม แต่พอฟังไปเรื่อยๆ กลับสนใจและมีส่วนร่วมในการปรึกษามากกว่าเพื่อนเสียอีกครับ

"ฟิลเลอร์นี่ไม่ชอบเลยเพราะกลัวดูออก เลยเลื่อนมาตลอด

แต่ที่บอกว่าจูเวลูคดูธรรมชาติจริงๆ นั้น หมายความว่าอะไรกันแน่" เธอถามครับ

ภาพการปรึกษาผลลัพธ์ที่ดูธรรมชาติของจูเวลูค





จูเวลูคกับฟิลเลอร์ดูคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วต่างกันนะครับ

จูเวลูคคือคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ใช้ส่วนประกอบย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่ชื่อว่า PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ฉีดเข้าสู่ชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองครับ

ต่างจากฟิลเลอร์ HA ตรงที่จูเวลูคไม่ได้เติมปริมาตรโดยตรงครับ

ฟิลเลอร์จะพองเต็มทันทีที่ฉีด เท่ากับปริมาตรที่ใส่เข้าไป

แต่จูเวลูคนั้น อนุภาคที่ฉีดเข้าไปจะค่อยๆ สลายตัว แล้วคอลลาเจนของเราเองจะเติบโตขึ้นมาแทนที่ครับ





ทำไมจูเวลูคเหมือนกันแต่บางคนดูธรรมชาติ บางคนกลับดูเกินครับ?

อินไซต์สำคัญจากคุณหมอวียองจิน

เหตุผลที่จูเวลูคดูธรรมชาติกว่าฟิลเลอร์ก็เพราะไม่ได้เติมทีเดียวให้เต็ม แต่ปล่อยให้คอลลาเจนของเราค่อยๆ เติบโตขึ้นเองครับ

ถ้าเปรียบกับการตกแต่งบ้าน ฟิลเลอร์คือการขนเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน ส่วนจูเวลูคคือการเพาะต้นไม้ให้เติบโตครับ

ในการตรวจวันนี้ก็มีลูกค้าลักษณะคล้ายกันครับ

ลูกค้าวัยปลาย 30 ที่กล่าวถึงข้างต้น

มาเป็นเพื่อนแล้วสุดท้ายก็ขอปรึกษาเรื่องแก้มและร่องแก้มของตัวเองด้วยครับ

ตอนนั้นผมอธิบายด้วยการเปรียบเทียบว่า

ถ้าเปรียบกับการตกแต่งห้อง ฟิลเลอร์คือการขนเฟอร์นิเจอร์เข้ามา ส่วนจูเวลูคคือการปลูกต้นไม้ครับ

เฟอร์นิเจอร์พอขนเข้ามาพื้นที่ก็เต็มทันที แต่ถ้าวางผิดที่ก็จะเห็นได้ชัดเจนทันทีครับ

ขณะที่ต้นไม้ต้องใช้เวลาในการเติบโต แต่เมื่อโตขึ้นแล้ว

จะกลมกลืนกับพื้นที่ราวกับอยู่ที่นั่นมาตลอดครับ

นี่คือเหตุผลแท้จริงที่จูเวลูคดูธรรมชาติครับ

ไม่ได้เติมทีเดียว แต่ให้เนื้อเยื่อของเราค่อยๆ เติบโตขึ้นเองในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์ครับ

กลไกการสร้างคอลลาเจนของจูเวลูค

แต่มีสิ่งสำคัญอีกอย่างนึงที่ต้องรู้ครับ

แม้จะเป็นจูเวลูคเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามแต่ละบริเวณครับ

บริเวณแก้มเป็นพื้นที่แบบกว้าง เมื่อคอลลาเจนขึ้นสม่ำเสมอ ความยืดหยุ่นโดยรวมของใบหน้าจะดีขึ้นชัดเจนครับ

ร่องแก้มเป็นเส้นแนวยาว ต้องให้ปริมาตรด้านข้างรองรับจึงจะดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติครับ

ส่วนหน้าผากนั้นผิวบางและมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมาก หากอนุภาครวมตัวกันก็มีความเสี่ยงเกิดก้อนนูน (Nodule) สูงที่สุดครับ

ดังนั้นผมจึงใช้อัตราส่วนการเจือจางที่มากขึ้นสำหรับบริเวณหน้าผากครับ

ส่วนขากรรไกรนั้นตรงกันข้าม

ต้องทำเป็นแนวเพื่อจัดทิศทางการหย่อนคล้อย จึงต้องฉีดลึกกว่าบริเวณอื่นๆ ครับ

วิธีใช้จูเวลูคแยกตามบริเวณ

สรุปสำคัญจากคุณหมอวียองจิน

ที่จูเวลูคดูธรรมชาตินั้นไม่ใช่เพราะผลที่เห็นทันทีหลังทำ แต่เป็นเพราะผลลัพธ์ที่ค่อยๆ สมบูรณ์ขึ้นในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์ครับ

และเพื่อให้ความ "ค่อยๆ" นี้เกิดขึ้นได้ดีที่สุด ต้องปรับความลึก อัตราการเจือจาง และแนวการฉีดให้ต่างกันในแต่ละบริเวณครับ

ยาชนิดเดียวกัน แต่ฉีดที่ไหนและอย่างไร คือสิ่งที่กำหนดความเป็นธรรมชาติครับ





จูเวลูคแต่ละบริเวณ เราปรับแนวทางต่างกันแบบนี้ครับ

ดูภาพรวมพร้อมกันจะเห็นภาพชัดขึ้นครับ

มีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่า การนวดหลังทำมีผลต่อผลลัพธ์มากจริงๆ ครับ

ผมแนะนำ กฎ 5-5-5 ครับ

นวดเบาๆ ตั้งแต่วันที่ทำ ต่อเนื่อง 5 วัน วันละ 5 ครั้ง แต่ละบริเวณ 5 นาทีครับ

ทำไมถึงสำคัญ ก็เพราะ

ถ้าอนุภาคที่ฉีดเข้าไปรวมตัวกันเป็นก้อนทันทีหลังฉีด คอลลาเจนจะเติบโตมากเกินไปในจุดนั้น และอาจรู้สึกเหมือนก้อนแข็งๆ เมื่อสัมผัสได้ครับ

การนวดเพื่อกระจายอนุภาคให้สม่ำเสมอ จะช่วยให้คอลลาเจนเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติในพื้นที่กว้างๆ ครับ

แต่ถ้านวดแรงเกินไปก็จะทำให้รอยช้ำอยู่นานขึ้นครับ

ไม่ต้องกดด้วยปลายนิ้ว

ใช้แรงแค่พอๆ กับการทาครีมบำรุง วนเป็นวงกลมเบาๆ ก็พอครับ

โปรโตคอลการนวด 5-5-5 ของจูเวลูค





ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะมีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจครับ

Q1. ทำจูเวลูคแล้วไม่เห็นผลทันที แปลว่าล้มเหลวหรือเปล่า?

จริงๆ แล้วที่ห้องตรวจ

มีลูกค้าที่มาวันถัดจากทำแล้วบอกว่า "รู้สึกไม่ได้ผลเลย" อยู่บ่อยมากครับ

จูเวลูคทันทีหลังทำจะรู้สึกเหมือนอิ่มขึ้นเล็กน้อยจากน้ำที่ฉีดเข้าไป

แต่พอผ่านไป 2-3 วัน น้ำตรงนั้นจะดูดซึม ทำให้ดูเหมือนกลับไปเหมือนก่อนทำครับ

ผลลัพธ์จริงๆ จะเริ่มปรากฏตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไปครับ

จุดที่ลูกค้าส่วนใหญ่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงและคิดว่า "เฮ้ ดูต่างออกไปนะ" มักจะอยู่ที่สัปดาห์ที่ 6-8 ครับ

แล้วก็มักจะตามมาด้วยคำถามนี้เกือบทุกครั้งครับ

Q2. ต้องทำกี่ครั้ง และผลอยู่ได้นานแค่ไหน?

จริงๆ คำถามนี้ถามกันบ่อยมากครับ

แม้จะขึ้นอยู่กับแต่ละเคส แต่ผมมักแนะนำแบบนี้ครับ

สำหรับคนที่เริ่มต้นครั้งแรก แนะนำทำ 2-3 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ครับ

คนที่มีฐานคอลลาเจนในระดับหนึ่งอยู่แล้ว 2 ครั้งก็เพียงพอ

แต่คนที่ผิวบางหรือมีการหย่อนคล้อยที่ดำเนินมาแล้ว ต้องทำ 3 ครั้งจึงจะเห็นผลชัดเจนครับ

ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้โดยปกติคือ 12-18 เดือน แต่คนที่โดนแดดมากหรือน้ำหนักขึ้นลงบ่อยจากการไดเอท ผลมักจะจางเร็วกว่าครับ

ก่อนจบ มีเรื่องนี้ที่สำคัญมากครับ

Q3. ก้อนนูน (Nodule) หรือผลข้างเคียงอื่นๆ เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน?

อันนี้ตอบยาวหน่อยนะครับ ความถี่ในการเกิดก้อนนูนโดยรวมถือว่าต่ำครับ

แต่ก็ไม่ได้ 0%

โดยเฉพาะในบริเวณที่ผิวบางและกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวมาก เช่น หน้าผากและรอบปาก พบได้บ่อยกว่าครับ

สาเหตุมีสองอย่างครับ

หนึ่งคือฉีดตื้นเกินไป

สองคืออนุภาครวมตัวกันเป็นก้อนในจุดเดียว นั่นคือสาเหตุที่การแนะนำการนวดหลังทำสำคัญมากครับ

ถ้ารู้สึกมีก้อนเล็กๆ ที่คลำได้ในช่วง 4-8 สัปดาห์หลังทำ ให้มาพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการดูแลครับ

ถ้าจับได้เร็ว แก้ได้เกือบทุกกรณีครับ

ที่จูเวลูคดูธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะผลที่เร็ว แต่เพราะเลือกผลลัพธ์ที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นเองครับ


บทความถัดไปจะเล่าถึง "วิธีการนวดแบบ 5-5-5 หลังทำจูเวลูคจริงๆ ว่าทำอย่างไร" พร้อมเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างคนที่นวดครบ 5 วันกับคนที่ไม่ได้นวดให้ดูเป็นเคสจริงๆ ครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

อ่านเพิ่มเติม

บทความแนะนำ

ผู้หญิงเปรียบเทียบฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน Ellanse กับ Radiesseรูปหน้าและวอลุ่ม

Ellanse กับ Radiesse ต่างกันยังไง ทั้งที่ก็กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน?

Ellanse และ Radiesse ต่างก็เป็นฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน แต่ส่วนประกอบและวิธีทำงานไม่เหมือนกัน บทความนี้จะพาไปดูความต่างเพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ภาพปกอธิบายลำดับการทำ Juvelook Volume คู่กับ Rejuranรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume คู่กับ Rejuran ทำอะไรก่อนดี? จัดลำดับให้เข้าใจง่าย

Juvelook Volume ช่วยเติมโครงหน้าที่ยุบ ส่วน Rejuran ดูแลผิวจากข้างใน บทความนี้จะพาไปดูว่าถ้าทำทั้งคู่ ควรเริ่มจากอะไรก่อน เว้นระยะยังไง และแบ่งจุดแบบไหน

ภาพปกอธิบายว่าฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วลดน้ำหนัก วอลลุ่มจะหายไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วลดน้ำหนัก วอลลุ่มจะหายไหม?

หลายคนกังวลว่าฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วถ้าลดน้ำหนัก วอลลุ่มที่เติมไว้จะยุบตามไปด้วยไหม บทความนี้จะพาไปดูความจริงและวิธีดูแลให้ผลลัพธ์อยู่สวยค่ะ

บทความล่าสุด

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติในช่วงที่เครียดสะสมลิฟติ้ง

ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?

ช่วงที่เครียดหนัก ๆ แล้วรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติ จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวเสียความกระชับยังไง และ RF Lifting เข้ามาช่วยตรงไหน

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

ภาพปกอธิบาย Juvelook Volume สำหรับหน้าตอบหลังลดน้ำหนักผิวหนัง

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติมด้วย Juvelook Volume ได้ไหม

พอลดน้ำหนักสำเร็จ แต่แก้มและกลางใบหน้ากลับตอบจนดูโทรมกว่าเดิม Juvelook Volume ช่วยพยุงด้วยแนวคิดแบบไหน มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ค่ะ

คุณแม่หลังคลอดกำลังพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะกับการทำ Ultherapyลิฟติ้ง

หลังคลอดหน้าหย่อน ทำ Ultherapy ตอนให้นมได้ไหม?

หลังคลอดแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวดูไม่แน่นเท่าก่อน บทความนี้จะพาไปดูว่าช่วงให้นมทำ Ultherapy ได้ไหม และควรเริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors