มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

เคยกังวลไหมว่า "มีโรคประจำตัวอยู่ จะทำหัตถการความงามได้หรือเปล่า?" โดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือต้องกินยาประจำทุกวัน พอคิดจะทำฟิลเลอร์ ทำเลเซอร์ หรือฉีดสกินบูสเตอร์ ก็มักจะลังเลว่ามันจะปลอดภัยกับเราไหม
จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้ สิ่งที่อันตรายที่สุดคือการหยุดยาเองหรือปิดบังข้อมูลสุขภาพจากคุณหมอ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูว่าโรคประจำตัวและยาที่กินอยู่ ส่งผลต่อความปลอดภัยของหัตถการอย่างไร พร้อมแนะนำว่าตอนปรึกษาควรบอกอะไรกับคลินิกบ้างค่ะ
มีโรคประจำตัว ทำหัตถการความงามไม่ได้จริงไหม?
คำตอบคือ ส่วนใหญ่ยังทำได้ค่ะ การมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือความดันสูง ไม่ได้แปลว่าจะทำหัตถการความงามไม่ได้เลย คนจำนวนมากยังสามารถทำได้ ภายใต้การประเมินและการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
แต่โรคเรื้อรังเหล่านี้อาจมีผลต่อการฟื้นตัวหลังทำ หรือความเสี่ยงเรื่องเลือดออกและรอยช้ำได้ พูดง่าย ๆ คือ ตัวโรคเองไม่ได้น่ากลัวเท่ากับ "โรคที่คลินิกไม่รู้" เพราะฉะนั้นก่อนทำ ควรบอกสภาพร่างกายและโรคประจำตัวตามจริง เพื่อให้แพทย์วางแผนได้อย่างเหมาะสม ต่อไปเรามาดูทีละกลุ่มกันว่าแต่ละโรคและยาต้องระวังอะไรบ้าง
ยาละลายลิ่มเลือดกับความเสี่ยงเรื่องรอยช้ำ
ถ้าคุณกินยาที่ช่วยให้เลือดไม่แข็งตัวง่าย ส่วนนี้ต้องอ่านให้ดีเลยนะคะ ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด เช่น Warfarin, DOAC (ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกิน), Aspirin และ Clopidogrel จะทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง ซึ่งช่วยป้องกันลิ่มเลือดในผู้ป่วยหลายคน แต่ก็ทำให้หัตถการกลุ่มฉีดหรือกลุ่มใช้พลังงาน มีโอกาสเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกได้มากกว่าปกติ
ยกตัวอย่างเช่น การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หรือสกินบูสเตอร์ อาจมีรอยช้ำเล็กน้อยได้ ซึ่งโดยทั่วไปมักหายเองภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ แต่ในคนที่กินยาละลายลิ่มเลือด รอยช้ำอาจกว้างขึ้นหรือใช้เวลาจางนานกว่าเดิม ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับชนิดยาและสภาพร่างกาย
เรื่องการจัดการยาต้านการแข็งตัวของเลือดช่วงก่อนทำหัตถการ ถือเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียด งานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการยาต้านการแข็งตัวของเลือดช่วงผ่าตัด ชี้ว่าการจะหยุดยาหรือกินต่อ ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและประเภทหัตถการเป็นสำคัญ (งานวิจัยการจัดการยาต้านการแข็งตัวของเลือด)
สิ่งที่สำคัญที่สุดและห้ามพลาดคือ อย่าหยุดยาเองเด็ดขาด การหยุดยาละลายลิ่มเลือดเองอาจเพิ่มความเสี่ยงเรื่องลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งอันตรายกว่ารอยช้ำมาก การจะหยุดยาได้หรือไม่ ต้องให้แพทย์ที่สั่งจ่ายยาเป็นผู้ประเมินเท่านั้น จากนั้นค่อยแจ้งรายการยาทั้งหมดให้คลินิกที่จะทำหัตถการทราบด้วยนะคะ
เบาหวานกับความดันสูงส่งผลอย่างไร?
สำหรับคนที่เป็นเบาหวาน ถ้าคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีพอ แผลอาจหายช้าลงและมีโอกาสติดเชื้อได้มากขึ้น โดยเฉพาะหัตถการที่มีการเจาะผิวหรือมีช่วงพักฟื้น จุดนี้ยิ่งต้องใส่ใจ
แต่ถ้าระดับน้ำตาลของคุณคงที่และคุมได้ดี หลายคนก็ยังทำหัตถการได้ ภายใต้การประเมินของแพทย์ค่ะ การรู้ค่าน้ำตาลล่าสุดและมีรายการยาติดตัวไว้ จะช่วยให้การปรึกษาราบรื่นขึ้น
ส่วนความดันสูง ถ้าคุมได้ไม่ดี อาจทำให้เกิดรอยช้ำได้ง่ายขึ้น และบางหัตถการก็ต้องระวังเป็นพิเศษ คนที่ความดันมักขึ้นสูงในวันที่จะทำหัตถการ ควรแจ้งให้คลินิกทราบล่วงหน้าจะดีกว่า บางครั้งแค่ความกังวลตอนมาทำก็ทำให้ความดันขึ้นได้ การเตรียมตัวมาแบบสบาย ๆ ไม่เครียด จึงช่วยได้จริง ในแง่ของความปลอดภัยของหัตถการ การเข้าใจสภาพร่างกายโดยรวมของคนไข้ก่อนทำ ถือเป็นเรื่องสำคัญ (งานวิจัยด้านความปลอดภัยของหัตถการ)
ตอนปรึกษาควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง?
การปรึกษาก่อนทำ คือจุดเริ่มต้นของความปลอดภัยที่แท้จริง มองว่าเป็นการพูดคุยสองทาง ไม่ใช่การสอบที่มีผิดถูก สิ่งที่แนะนำให้บอกกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีดังนี้
- โรคประจำตัวที่มีอยู่ เช่น เบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ และคุมได้ดีแค่ไหน
- ยาที่กินอยู่ทั้งหมด รวมถึงยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด และอาหารเสริม เพราะบางตัวก็มีผลต่อการเลือดออก
- ประสบการณ์เดิม เช่น เคยมีรอยช้ำมากหรือแผลหายช้าหลังทำหัตถการมาก่อน
- อาการแพ้ และประวัติการผ่าตัดหรือหัตถการในอดีต
อย่าคิดว่า "เรื่องเล็กน้อยไม่ต้องบอกก็ได้" เพราะการบอกตามจริงคือสิ่งที่ช่วยปกป้องตัวคุณเอง ในบางกรณีคลินิกอาจประสานกับแพทย์ที่ดูแลคุณอยู่ เพื่อวางแผนวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และถ้ามีอะไรสงสัย ถามตรงนั้นได้เลยนะคะ
สรุป
การมีโรคประจำตัวไม่ได้แปลว่าจะทำหัตถการความงามไม่ได้ค่ะ คนที่กินยาละลายลิ่มเลือดจะมีโอกาสเกิดรอยช้ำและเลือดออกมากขึ้น ส่วนเบาหวานต้องระวังเรื่องแผลหายช้าและการติดเชื้อ ขณะที่ความดันสูงก็ต้องดูแลเรื่องรอยช้ำและการควบคุมระหว่างทำ
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าหยุดยาด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ที่สั่งยาก่อนเสมอ
หากคุณกำลังกังวลว่ามีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ แล้วจะทำหัตถการได้ไหม สามารถแอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ







