ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?
ช่วงที่เครียดหนัก ๆ แล้วรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติ จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวเสียความกระชับยังไง และ RF Lifting เข้ามาช่วยตรงไหน

เคยไหม ช่วงที่งานหนักหรือเครียดสะสมนาน ๆ แล้วมองกระจกทีไรก็รู้สึกว่าผิวดูตก กรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวดูไม่แน่นเหมือนก่อน หลายคนมักโทษว่าเป็นเพราะอายุ แต่จริง ๆ แล้วช่วงเวลาที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเสมอไป เพราะความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อโครงสร้างที่พยุงผิวหน้าของเราจริง ๆ
ปัญหาคือ ครีมหรือการนอนหลับดี ๆ แค่คืนสองคืน ก็ไม่ได้ช่วยฟื้นสิ่งที่ความเครียดหลายเดือนทำกับรากฐานของผิวได้ทั้งหมด นี่จึงเป็นจุดที่หลายคนเริ่มมองหาหัตถการอย่าง RF Lifting เข้ามาเสริม บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าความเครียดทำให้ผิวหย่อนได้ยังไง RF Lifting ทำงานแบบไหน ช่วยเรื่องความหย่อนจากความเครียดได้แค่ไหน พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลค่ะ
ความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวหย่อนได้อย่างไร?
คำตอบสั้น ๆ คือ ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) เมื่อความเครียดกลายเป็นเรื้อรัง ระดับคอร์ติซอลจะสูงค้างอยู่ และค่อย ๆ บั่นทอนโครงสร้างที่ทำให้ผิวแน่น
มีงานวิจัยพบว่า คอร์ติซอลไปกดการสร้างโปรตีนสำคัญที่ผิวต้องใช้เป็นโครงค้ำ ทั้งคอลลาเจนชนิดที่ 1 คอลลาเจนชนิดที่ 3 และ HSP47* รวมถึงทำให้เครือข่ายอีลาสตินอ่อนแอลง งานวิจัยชิ้นเดียวกันยังพบว่าผิวของคนที่เครียดมีริ้วรอยเล็ก ๆ มากขึ้น และสูญเสียน้ำผ่านผิวมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเกราะป้องกันผิวกำลังอ่อนแรง (งานวิจัยเรื่องความเครียดเรื้อรังกับความแก่ของผิว)
พูดง่าย ๆ คือเหมือนเสาเข็มที่ค่อย ๆ ถูกกัดกร่อน โดยทั่วไปแล้วเมื่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินช้าลงเป็นเดือน ๆ เราจะยังไม่ทันสังเกตในช่วงแรก แล้วอยู่ ๆ วันหนึ่งก็รู้สึกว่าแก้มดูหย่อน กรอบหน้าเบลอลง จึงรู้สึกเหมือนมันเกิดขึ้นเร็ว ทั้งที่จริงค่อยเป็นค่อยไปมานานแล้ว
*HSP47 : โปรตีนที่ช่วยให้ร่างกายประกอบคอลลาเจนได้อย่างเป็นระเบียบ
RF Lifting คืออะไร แล้วทำงานยังไง?
RF Lifting คือหัตถการที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency) ส่งความร้อนลงไปที่ผิวชั้นลึกอย่างชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นที่อยู่ของคอลลาเจน โดย Thermage เป็นหนึ่งในเครื่อง Monopolar RF ที่หลายคนคุ้นชื่อในกลุ่มนี้
หลักการคือ ความร้อนที่ควบคุมได้จะทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัว จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาในช่วงหลายเดือนถัดมา งานวิจัยเรื่องหัตถการที่ใช้พลังงานความร้อนได้อธิบายว่า การกระตุ้นด้วยความร้อนแบบควบคุมนี้ช่วยกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจน ให้ผลิตคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 เพิ่มขึ้น (บทความทบทวนเรื่องการฟื้นฟูผิวด้วยพลังงาน) ความกระชับที่เห็นจึงไม่ได้มาทันที แต่ค่อย ๆ ชัดขึ้นเมื่อคอลลาเจนใหม่พัฒนาเต็มที่
ช่วยเรื่องผิวหย่อนจากความเครียดได้แค่ไหน?
คำตอบคือช่วยได้และไม่ได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก RF Lifting ทำงานที่ฝั่ง "ตัวผิว" ถ้าความเครียดเรื้อรังทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินบางลง ความร้อนจาก RF ก็อาจช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างโครงค้ำนั้นขึ้นมาใหม่บางส่วน ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงมักค่อย ๆ เห็นในช่วง 2-6 เดือน ไม่ใช่ในชั่วข้ามคืน
แต่สิ่งที่ RF Lifting ทำไม่ได้ คือการลดคอร์ติซอลหรือเอาความเครียดออกไปจากชีวิต ถ้าต้นตอความเครียดยังสูงอยู่ รากฐานของผิวก็ยังถูกบั่นทอนต่อไป เพราะฉะนั้น RF Lifting จึงเหมาะกับการเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ทำควบคู่ไปกับการดูแลพื้นฐาน ไม่ใช่มาแทนที่
- การนอน : การนอนให้พอคือช่วงเวลาหลักที่ผิวได้ซ่อมแซมตัวเอง
- กันแดด : ครีมกันแดดคือสิ่งที่ห้ามข้าม เพราะ UV จะยิ่งเติมความเสียหายให้คอลลาเจนที่อ่อนแออยู่แล้ว
- ดูแลเกราะผิว : การบำรุงความชุ่มชื้นสม่ำเสมอช่วยพยุงเกราะผิวที่ความเครียดมักทำให้อ่อนแอลง
มองง่าย ๆ ว่าการดูแลไลฟ์สไตล์ช่วยประคองรากฐาน ส่วน RF Lifting ช่วยเสริมสร้างสิ่งที่เสียไป ทำไปด้วยกันย่อมดีกว่าอย่างใดอย่างหนึ่งเดี่ยว ๆ
ใครเหมาะและใครควรเลี่ยง?
RF Lifting เหมาะกับคนที่เริ่มรู้สึกว่าผิวหย่อน กรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม และอยากดูแลแบบไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน หรือควรเลี่ยง
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
- มีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือแผลบริเวณที่จะทำ
ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล เพราะสภาพผิวและสุขภาพของแต่ละคนต่างกัน การเข้ามาปรึกษาก่อนจึงเป็นขั้นตอนที่ควรทำเสมอ
ผลข้างเคียง ระยะพักฟื้น และราคา
RF Lifting เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยงเลย หลังทำอาจมีรอยแดง รู้สึกร้อนวูบ หรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงลามมากขึ้น เจ็บผิดปกติ หรือมีตุ่มพอง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
โดยทั่วไประยะพักฟื้นค่อนข้างสั้น แต่ความรู้สึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ส่วนเรื่องราคานั้นขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง จำนวนช็อต และบริเวณที่ทำ เนื่องจากเป็นราคาที่คลินิกในกรุงโซล อาจเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำให้ดูรายละเอียดล่าสุดที่หน้า ราคา และ โปรโมชัน หรือสอบถามตอนเข้ามาปรึกษา เพื่อให้ได้แผนที่เหมาะกับผิวของคุณค่ะ
สรุป
ความเครียดเรื้อรังและคอร์ติซอลที่สูงค้าง สามารถค่อย ๆ บั่นทอนคอลลาเจนและอีลาสตินที่ทำให้ใบหน้าดูแน่น จนแสดงออกมาเป็นความหย่อนคล้อยที่รู้สึกเหมือนมาเร็ว RF Lifting เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ใช้ความร้อนไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ฝั่งตัวผิว โดยผลมักค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 2-6 เดือน
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และหัตถการก็มีทั้งผลข้างเคียงและข้อควรระวัง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ และอย่าลืมว่ามันไม่ได้มาแทนการดูแลเรื่องการนอน กันแดด และเกราะผิว
หากคุณกำลังกังวลเรื่องผิวหย่อนที่ดูแย่ลงในช่วงที่เครียดสะสม แอด LINE เข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ









