คุณแม่หลังคลอดกำลังพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะกับการทำ Ultherapy
ลิฟติ้ง

ให้นมอยู่ทำ Ultherapy ยังไม่ได้ ต้องรอกี่เดือนหลังหย่านมถึงเริ่มได้?

รวมแนวทางเรื่องจังหวะเวลาสำหรับคุณแม่ที่อยากทำ Ultherapy แต่ยังให้นมอยู่ ว่าช่วงไหนควรรอ ช่วงไหนเริ่มคุยกับแพทย์ได้ และระหว่างรอดูแลหน้าหย่อนยังไง

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่หาข้อมูลเรื่อง Ultherapy มาพักใหญ่ แล้วเจอคำแนะนำซ้ำ ๆ ว่าช่วงให้นมยังไม่ควรทำ คำถามที่มักค้างอยู่ในใจต่อมาก็คือ แล้วต้องรอไปถึงเมื่อไหร่กันแน่ ต้องหย่านมก่อนไหม หรือรอให้ลูกโตอีกนิดก็พอ และระหว่างที่ยังทำไม่ได้ จะปล่อยให้หน้าหย่อนลงไปเรื่อย ๆ เลยหรือเปล่า ความรู้สึกกดดันแบบนี้เป็นสิ่งที่คุณแม่หลายคนเจอเหมือน ๆ กัน

บทความนี้ Beautystone Clinic จะไม่พาไปเริ่มนับหนึ่งว่า Ultherapy คืออะไรอีกครั้ง แต่จะโฟกัสที่คำถามเรื่องจังหวะเวลาโดยตรง คือช่วงไหนของการเป็นคุณแม่ที่ยังควรรอ ช่วงไหนที่พอจะเริ่มคุยกับแพทย์ได้ และระหว่างที่รอ เราดูแลหน้าหย่อนของตัวเองอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้ตัดสินใจได้สบายใจขึ้นค่ะ

หน้าหย่อนหลังคลอด รอเฉย ๆ จะดีขึ้นเองบ้างไหม?

ก่อนจะไปถึงเรื่องเวลา อยากชวนคุณแม่มองอีกมุมก่อนว่า ความหย่อนที่เห็นตอนนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปตลอดทั้งหมด ตลอดการตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด ระดับฮอร์โมนขึ้นลงแรง และตัวมันเองก็ไปกระทบทั้งการทำงานของคอลลาเจนและการเก็บน้ำในผิว ผลที่ตามมาคือผิวดูแฟบลง แก้มไม่อิ่มแน่นเหมือนเดิม เส้นกรอบหน้าเลยดูละมุนจนเกือบเบลอ ยิ่งบวกกับการนอนไม่พอ ภาระดูแลลูกเล็ก และน้ำหนักที่วูบขึ้นวูบลง กระบวนการซ่อมแซมผิวก็เดินช้าลงตามไปด้วย

ข่าวที่พอทำให้ใจชื้นได้คือ ส่วนของความหย่อนที่มีต้นเหตุจากฮอร์โมนนั้น หลายเดือนถัดมามักจะขยับเข้าที่เองทีละนิดเมื่อสมดุลในร่างกายเริ่มกลับมา เพราะฉะนั้นการยอมให้ผิวได้เวลาตั้งหลักสักพัก จึงไม่เท่ากับการทิ้งหน้าตัวเองไว้เฉย ๆ แต่เป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีเหตุผลรองรับ และเป็นข้อแรก ๆ ที่ทำให้เราไม่จำเป็นต้องรีบร้อน

ทำไมหลังคลอดหน้าถึงดูหย่อน

ให้นมอยู่ ทำไมหมอถึงแนะนำให้รอ ทั้งที่ไม่ใช่การฉีดยา?

หลายคนพอได้ยินว่าไม่ใช่การฉีดยา ก็คิดว่างั้นน่าจะเดินเข้าคลินิกทำได้เลย ลองมาไล่เหตุผลกันว่าทำไมคำแนะนำโดยรวมถึงยังเป็นให้ชะลอไว้ก่อน หลักการของ Ultherapy คือการยิงคลื่นเสียงพลังงานสูงแบบรวมจุดให้ลงลึกไปถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) โดยไม่มีการนำตัวยาหรือสารเคมีเข้าสู่ตัวเราเลย เมื่อไม่มีสารถูกฉีดหรือกลืนเข้าไป จึงไม่มีเส้นทางที่มันจะซึมเข้าเลือดแล้ววิ่งต่อไปปนกับน้ำนมแบบยาที่กินทางปาก ลักษณะนี้ต่างจากหัตถการกลุ่มที่พึ่งพาตัวยาหรือเข็มฉีดอย่างชัดเจน

ถึงอย่างนั้น เหตุผลที่แพทย์จำนวนมากยังบอกให้เลื่อนไว้ ก็ไม่ได้เกิดจากหลักฐานว่ามันเป็นอันตราย แต่มาจากการที่ยังมีการศึกษาในคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่ให้นมค่อนข้างน้อย ประกอบกับผิวและเนื้อเยื่อในระยะนี้ก็อยู่ในภาวะที่เปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อเป็นเรื่องความสวยความงามที่ไม่ได้ด่วนอะไร การเลือกพักไว้จนร่างกายนิ่งกว่านี้ย่อมเป็นทางที่อุ่นใจกว่า สรุปสั้น ๆ คือไม่ใช่ห้ามเพราะเสี่ยง แต่ยอมรอเพราะยังไม่คุ้มจะไปลุ้นกับข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน

ภาพตัดขวางแสดงพลังงาน HIFU ของ Ultherapy ลงไปถึงชั้น SMAS ใต้ผิว

ต้องรอนานแค่ไหน ลองเทียบกับช่วงของคุณแม่แต่ละคน

ทีนี้มาถึงคำถามหลักว่าต้องรอนานแค่ไหน คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะแต่ละคนอยู่ในช่วงที่ต่างกัน ลองเทียบสถานการณ์ของตัวเองคร่าว ๆ ได้จากตารางด้านล่าง โดยถือเป็นแนวทางเบื้องต้นไว้คุยกับแพทย์ ไม่ใช่กำหนดการที่ตายตัว

ช่วงของคุณแม่แนวทางเรื่องจังหวะเวลา
กำลังตั้งครรภ์ยังไม่ใช่ช่วงที่เหมาะ ควรเลื่อนออกไปก่อน
ให้นมเต็มที่ ลูกยังเล็กโดยทั่วไปยังเร็วเกินไป แนะนำให้รอและปรึกษาแพทย์เรื่องช่วงเวลา
ให้นมร่วมกับอาหารเสริมตามวัยเริ่มพูดคุยกับแพทย์ได้ เพื่อประเมินเป็นรายบุคคลว่าเหมาะจะเริ่มเมื่อไร
หย่านมแล้ว ร่างกายเริ่มเข้าที่เป็นช่วงที่พอจะพิจารณาได้ แต่ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนเสมอ

จะเห็นว่าหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเดือน แต่อยู่ที่การบอกแพทย์ตรง ๆ ว่ากำลังให้นมอยู่ หรือเพิ่งหย่านมมาได้ไม่นาน แล้วปล่อยให้แพทย์เป็นคนพิจารณาให้เป็นกรณี ๆ ไปก่อนนัดวันทำ เพราะสภาพผิว การฟื้นตัว และความพร้อมของร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการตัดสินใจเองจากตัวเลขที่อ่านเจอในอินเทอร์เน็ตค่ะ

ระหว่างที่ยังรอ ดูแลหน้าหย่อนเองยังไงดี?

ระหว่างที่ยังไม่ถึงจังหวะทำ ไม่ได้แปลว่าต้องนั่งมองหน้าตัวเองหย่อนลงเฉย ๆ ช่วงเวลานี้ดูแลตัวเองแบบพื้นฐานให้ดีไว้ก่อนได้ เริ่มจากการให้ร่างกายและฮอร์โมนได้กลับเข้าที่ ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าความหย่อนบางส่วนอาจค่อย ๆ ดีขึ้นเองได้ พยายามพักผ่อนเท่าที่โอกาสของคุณแม่ลูกอ่อนจะเอื้ออำนวย ดูแลความชุ่มชื้นของผิวตามปกติ และที่ลืมไม่ได้เลยคือการทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพราะแดดเป็นตัวเร่งให้ผิวโทรมและหย่อนคล้อยเร็วขึ้น

ส่วนสิ่งที่ไม่แนะนำคือการไปลองวิธีลดหน้าหย่อนที่ยังไม่มีข้อมูลรองรับด้วยตัวเอง หรือรีบทำหัตถการโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เพราะช่วงให้นมเป็นช่วงที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ถ้ามองการรอเป็นการเตรียมตัวให้พร้อม มากกว่าจะมองว่าเสียเวลา ก็จะช่วยให้ใจสบายขึ้นเยอะ และพอถึงเวลาที่เหมาะจริง ๆ ร่างกายก็อยู่ในสภาพที่พร้อมกว่าด้วยค่ะ

พอถึงเวลาที่ทำได้ Ultherapy ช่วยเรื่องหน้าหย่อนยังไง กว่าจะเห็นผล?

เมื่อถึงวันที่แพทย์ไฟเขียวว่าเริ่มได้แล้ว คำถามที่ตามมาของหลายคนคือ แล้ว Ultherapy ไปจัดการกับความหย่อนด้วยวิธีไหน ใจความคือมันใช้ความร้อนที่แปลงมาจากคลื่นเสียง เล็งให้พุ่งตรงลงไปที่ชั้น SMAS อันเป็นเหมือนโครงยึดที่คอยพยุงใบหน้าไว้ และเป็นชั้นเดียวกับที่ถูกดึงขึ้นในการผ่าตัดดึงหน้า เมื่อความร้อนแบบเจาะจงไปกระตุ้นถึงตรงนั้น ร่างกายก็จะทยอยผลิตคอลลาเจนชุดใหม่ขึ้นมา

จุดที่อยากให้ตั้งความคาดหวังไว้ให้ถูกตั้งแต่ต้นคือ ความเปลี่ยนแปลงจะมาแบบค่อย ๆ ไม่ใช่พลิกหน้าใหม่ในวันเดียว ปกติแล้วคอลลาเจนจะถูกเสริมสร้างเรื่อยไปในช่วงราว 2-3 เดือนหลังทำ ส่วนผลจะเด่นชัดแค่ไหนก็แปรผันตามพื้นผิวเดิมและวัยของแต่ละคน ฉะนั้นแทนที่จะรอผลแบบเปลี่ยนปุ๊บเห็นปั๊บ ให้นึกภาพเป็นการทยอยเรียกความกระชับกลับคืนมามากกว่า

Ultherapy กับการทำงานของคลื่นเสียงที่ชั้น SMAS

ผลข้างเคียงที่พบได้ และใครที่ควรเลื่อนออกไปก่อน

อีกมุมที่ควรชั่งน้ำหนักก่อนเคาะว่าจะทำหรือไม่ คือผลข้างเคียงที่อาจเจอและคนที่ยังไม่ควรรีบทำ ข้อดีอย่างหนึ่งของ Ultherapy คือไม่ต้องลงมีดผ่าตัด เวลาพักฟื้นจึงไม่ยืดยาว แต่ในเมื่อมันคือการปล่อยความร้อนไว้ใต้ผิว เราก็ควรแยกให้ชัดว่าปฏิกิริยาไหนคือเรื่องธรรมดา และสัญญาณไหนที่ต้องคอยจับตา อาการที่ถือว่าพบได้บ่อยและไม่น่าตกใจ ได้แก่

  • รอยแดงหรืออาการบวมเพียงเล็กน้อย
  • ความรู้สึกตึง ๆ หรือเสียวผิวเป็นพัก ๆ
  • โดยรวมมักทุเลาไปเองภายในราว 1-3 วัน

แต่ถ้าเจอสัญญาณเตือนอย่างมีไข้ขึ้น รอยแดงที่แผ่กระจายกว้างกว่าเดิม หรือความปวดที่กลับหนักขึ้นในวันถัด ๆ ไป แบบนี้ควรติดต่อแพทย์โดยไว โดยเฉพาะผิวของคุณแม่หลังคลอดที่อาจอ่อนบางกว่าช่วงปกติ การตรวจประเมินก่อนลงมือจึงยิ่งขาดไม่ได้ ส่วนคนที่ควรเลื่อนไปก่อน หรือจำเป็นต้องให้แพทย์ดูเป็นกรณีพิเศษ ได้แก่กลุ่มต่อไปนี้

  • กำลังตั้งครรภ์อยู่
  • อยู่ระหว่างให้นม และยังไม่ได้คุยกับแพทย์เรื่องจังหวะเวลา
  • มีไหมหรือวัสดุฝังอยู่ในบริเวณใบหน้า
  • มีการติดเชื้อหรืออักเสบรุนแรงตรงตำแหน่งที่จะทำ

การเคลียร์ประเด็นเหล่านี้ให้เรียบร้อยตั้งแต่แรก จะทำให้การทำในภายหลังทั้งปลอดภัยและสบายใจมากขึ้น

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังของ Ultherapy หลังคลอด

สรุป

สรุปภาพรวมคือ หน้าหย่อนหลังคลอดโดยมากมีรากมาจากฮอร์โมนที่แปรปรวน และมักคลี่คลายไปเองได้ส่วนหนึ่งเมื่อร่างกายเข้าที่ ส่วนเรื่องจังหวะลงมือทำ Ultherapy กุญแจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเดือนตายตัว หากอยู่ที่ว่าตอนนี้คุณแม่อยู่ช่วงไหน แล้วให้แพทย์ช่วยดูเป็นรายคน ถึง Ultherapy จะไม่ได้ส่งสารใด ๆ เข้าร่างกาย แต่แนวปฏิบัติที่ยึดกันไว้ก็ยังคือรอให้ผ่านพ้นช่วงให้นมและร่างกายกลับสู่ภาวะปกติเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ผลที่ได้ของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน การให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินก่อนตัดสินใจจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเสมอ หากคุณแม่กำลังไม่แน่ใจว่าช่วงเวลาของตัวเองเหมาะจะเริ่มเมื่อไหร่ จะแอด LINE เข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เพื่อประเมินเป็นรายบุคคลก่อนก็ได้เช่นกันนะคะ ไม่ต้องรีบตัดสินใจ ค่อย ๆ ดูให้เหมาะกับจังหวะของตัวเองค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

หย่านมแล้วเริ่มทำ Ultherapy ได้เลยไหม?

หลังหย่านมนับว่าเข้าใกล้ช่วงที่พิจารณาได้ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนลงมือได้ทันที ควรเผื่อเวลาให้ฮอร์โมนและสภาพร่างกายนิ่งก่อน แล้วให้คุณหมอช่วยดูสภาพผิวเป็นกรณีของเราเองก่อนเคาะค่ะ

พลังงานของ Ultherapy ส่งผ่านไปยังน้ำนมได้ไหม?

โดยหลักการแล้วไม่มีการฉีดหรือกลืนสารใด ๆ เข้าไป พลังงานจึงไม่ได้ซึมเข้าเลือดไปปนกับน้ำนมแบบยาที่กิน เพียงแต่งานวิจัยในกลุ่มคุณแม่ให้นมยังมีไม่มาก คุณหมอส่วนใหญ่เลยแนะนำให้เผื่อเวลารอไว้ก่อนเพื่อความชัวร์ค่ะ

ราคา Ultherapy ที่คลินิกในกรุงโซลประมาณเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายจะแปรไปตามจำนวนช็อตและตำแหน่งที่ทำเป็นหลัก ส่วนใหญ่จึงคิดเป็นช็อตหรือเป็นโซน ไม่ใช่ราคาเหมารวมก้อนเดียว ทางที่ชัวร์ที่สุดคือเช็กราคาล่าสุดตอนเข้าไปปรึกษาที่คลินิกค่ะ

หลังทำมีรอยแดงหรือบวม ถือว่าปกติไหม?

ช่วงแรก ๆ ผิวอาจแดงหรือบวมนิดหน่อย รู้สึกตึงหรือเสียวเป็นระยะ ซึ่งมักดีขึ้นเองใน 1-3 วัน แต่ถ้าเริ่มมีไข้ แดงลามกว้าง หรือปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ควรรีบพบคุณหมอทันทีค่ะ

บทความแนะนำ

ยกกระชับกรอบหน้า ดับเบิ้ลชินเพราะหย่อนหรือไขมัน ควรเลือกวิธีไหน?ลิฟติ้ง

ยกกระชับกรอบหน้า ดับเบิ้ลชินเพราะหย่อนหรือไขมัน ควรเลือกวิธีไหน?

แยกดับเบิ้ลชินจากผิวหย่อน ไขมันใต้คาง และแนวกล้ามเนื้อคอ เทียบอัลตราซาวด์ยกกระชับกับร้อยไหม จังหวะที่ใต้คางยกขึ้นมากที่สุด อาการหลังทำที่ต้องรีบติดต่อ และการวางแผนตามทริปมาเกาหลี

ราคา Shurink ทั้งปีเท่าไร? ขึ้นกับว่าเว้นแต่ละรอบนานแค่ไหนลิฟติ้ง

ราคา Shurink ทั้งปีเท่าไร? ขึ้นกับว่าเว้นแต่ละรอบนานแค่ไหน

ราคา Shurink ต่อปีคือราคาต่อครั้งคูณจำนวนครั้ง สรุปจังหวะที่ผลเริ่มจาง จำนวนช็อตตามไขมันบนหน้า อาการหลังทำที่ต้องรู้ และการวางแผนตามทริปมาเกาหลี

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?ลิฟติ้ง

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?

ทำ Titanium Lifting แล้วหน้ายังเหมือนเดิม? ผลของเลเซอร์ยกกระชับแบบนี้มักค่อย ๆ ขึ้นในช่วง 2-6 เดือนหลังครั้งสุดท้าย ดูจำนวนครั้ง อาการที่ต้องรีบติดต่อ และวิธีตัดสินใจทำซ้ำจากรูปถ่าย

บทความล่าสุด

ยกกระชับกรอบหน้า ดับเบิ้ลชินเพราะหย่อนหรือไขมัน ควรเลือกวิธีไหน?ลิฟติ้ง

ยกกระชับกรอบหน้า ดับเบิ้ลชินเพราะหย่อนหรือไขมัน ควรเลือกวิธีไหน?

แยกดับเบิ้ลชินจากผิวหย่อน ไขมันใต้คาง และแนวกล้ามเนื้อคอ เทียบอัลตราซาวด์ยกกระชับกับร้อยไหม จังหวะที่ใต้คางยกขึ้นมากที่สุด อาการหลังทำที่ต้องรีบติดต่อ และการวางแผนตามทริปมาเกาหลี

ราคา Shurink ทั้งปีเท่าไร? ขึ้นกับว่าเว้นแต่ละรอบนานแค่ไหนลิฟติ้ง

ราคา Shurink ทั้งปีเท่าไร? ขึ้นกับว่าเว้นแต่ละรอบนานแค่ไหน

ราคา Shurink ต่อปีคือราคาต่อครั้งคูณจำนวนครั้ง สรุปจังหวะที่ผลเริ่มจาง จำนวนช็อตตามไขมันบนหน้า อาการหลังทำที่ต้องรู้ และการวางแผนตามทริปมาเกาหลี

ราคา Radiesse ต้องใช้กี่หลอด? เทียบจากขนาดหลอดและจำนวนต่อจุดผิวหนัง

ราคา Radiesse ต้องใช้กี่หลอด? เทียบจากขนาดหลอดและจำนวนต่อจุด

คำว่าหนึ่งหลอดของ Radiesse อาจหมายถึง 1.5 mL หรือ 0.8 mL สรุปวิธีอ่านใบเสนอราคาจากจำนวนหลอดต่อจุด รอบเติม การฉีดซ้ำ การวางแผนตามทริปมาเกาหลี และอาการหลังฉีดที่ควรรู้

ราคา Sculptra ใช้กี่ขวด? ขึ้นอยู่กับจุดที่ตอบและจำนวนครั้งผิวหนัง

ราคา Sculptra ใช้กี่ขวด? ขึ้นอยู่กับจุดที่ตอบและจำนวนครั้ง

Sculptra แบ่งฉีด 1–4 ครั้ง ห่างกัน 3–4 สัปดาห์ และจำนวนขวดขึ้นกับความกว้างและความลึกของจุดที่ตอบ สรุปวิธีอ่านใบเสนอราคา การวางแผนตามทริปมาเกาหลี และอาการหลังฉีดที่ต้องรู้

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลัง ดื่มเหล้าได้เมื่อไหร่?รูปหน้าและวอลุ่ม

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลัง ดื่มเหล้าได้เมื่อไหร่?

บวมและช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ปากมักยุบภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ รวมสิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันแรกถึงสัปดาห์ที่สอง เวลาที่แต่งหน้า ออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ได้ และอาการที่ต้องรีบไปหาหมอ

ร่องแก้มลึก ยกกระชับอย่างเดียวพอไหม? วิธีแยกหน้าหย่อนกับหน้าตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ร่องแก้มลึก ยกกระชับอย่างเดียวพอไหม? วิธีแยกหน้าหย่อนกับหน้าตอบ

ร่องแก้มลึกจากหน้าหย่อนกับหน้าตอบต้องแก้ต่างกัน รวมวิธีเช็กด้วยการดันแก้มหน้ากระจก สิ่งที่ HIFU และร้อยไหมทำได้ เมื่อไหร่ควรใช้ฟิลเลอร์ และอาการที่ต้องรีบไปหาหมอ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors