ภาพปกอธิบาย Juvelook Volume สำหรับหน้าตอบหลังลดน้ำหนัก
ผิวหนัง

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติมด้วย Juvelook Volume ได้ไหม

พอลดน้ำหนักสำเร็จ แต่แก้มและกลางใบหน้ากลับตอบจนดูโทรมกว่าเดิม Juvelook Volume ช่วยพยุงด้วยแนวคิดแบบไหน มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ค่ะ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube

เคยไหม ลดน้ำหนักสำเร็จแล้ว หุ่นดีขึ้น แต่พอส่องกระจกกลับรู้สึกว่า ทำไมหน้าดูโทรมลง หรือ ตัวเพรียวขึ้นแต่หน้าดูมีอายุกว่าเดิม จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นกับหลายคนค่ะ เวลาเราลดน้ำหนัก ไขมันที่ลดลงไม่ได้ลดเฉพาะจุดที่เราอยากให้ลด แต่รวมถึงไขมันที่ช่วยให้แก้มและกลางใบหน้าดูอิ่มด้วย

แก้มตอบหลังลดน้ำหนักไม่ได้เป็นแค่เรื่องความกระชับของผิวชั้นบน แต่เป็นเพราะชั้นไขมันและโครงสร้างพยุงด้านล่างยุบลง พูดง่าย ๆ คือ ฐานที่เคยรองรับความอิ่มของใบหน้าบางลงนั่นเอง การบำรุงหรือดูแลเฉพาะผิวชั้นบนจึงมักไม่พอที่จะเติมส่วนที่ตอบกลับมา และเมื่อบริเวณนี้ยุบ แสงที่ตกกระทบก็เปลี่ยนไป ทำให้เกิดเงาและดูโทรมหรือมีอายุมากกว่าความเป็นจริง หนึ่งในทางเลือกที่ใช้แนวคิดกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อค่อย ๆ พยุงส่วนที่ตอบก็คือ Juvelook Volume

บทความนี้ BeautyStone คลินิกย่านฮับจอง กรุงโซล จะพาคุณไปเจาะลึกว่า ทำไมลดน้ำหนักแล้วหน้าถึงตอบ และ Juvelook Volume ทำงานด้วยกลไกแบบไหน เหมาะกับใคร อยู่ได้นานแค่ไหน พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลแบบเข้าใจง่ายค่ะ

ทำไมลดน้ำหนักแล้วหน้าถึงดูตอบลง

การที่หน้าดูตอบหลังลดน้ำหนักส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับชั้นไขมันบริเวณแก้มและกลางใบหน้าที่ลดลงค่ะ บนใบหน้าของเรามีถุงไขมันหลายตำแหน่งที่คอยพยุงให้ใบหน้าดูอิ่มและดูอ่อนวัย เมื่อลดน้ำหนักเร็วหรืออายุมากขึ้น ส่วนนี้จะบางลง ทำให้เส้นโครงหน้าที่เคยมีความอิ่มดูแบนราบหรือยุบตอบลง

นอกจากนี้ คอลลาเจนที่เป็นฐานของผิวก็ค่อย ๆ ลดลงตามวัย ทำให้การสูญเสียวอลุ่มและความกระชับมาพร้อมกัน งานวิจัยที่รายงานว่าสารกระตุ้นคอลลาเจนอย่าง PLLA จะไปกระตุ้นเซลล์สร้างเส้นใย (fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจนของตัวเองหลังการฉีด ชี้ให้เห็นว่าแนวคิดนี้ไม่ใช่แค่การเติมปริมาณจากภายนอก แต่เป็นการค่อย ๆ ปรับฐานความกระชับของผิวขึ้นมาใหม่ ด้วยเหตุนี้การเปลี่ยนแปลงจึงมักไม่ได้เห็นทั้งหมดในครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ ปรากฏภายในหลายเดือนค่ะ

กลไกและจุดเด่นของ Juvelook Volume

Juvelook Volume เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบหลักเป็น PDLLA (โพลีดีแอลแลกติกแอซิด) ผสมกับกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) แบบไม่เชื่อมขวางค่ะ ต่างจากฟิลเลอร์ (Filler) กลุ่ม HA ทั่วไปที่อุ้มน้ำและเติมวอลลุ่มให้เห็นผลได้ค่อนข้างไว Juvelook Volume จะค่อย ๆ กระตุ้นให้บริเวณที่ฉีดสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง แล้วใช้เวลาในการพยุงโครงสร้างด้านล่างเป็นแนวคิดหลัก

ด้วยเหตุนี้ การรับรู้ถึงผลลัพธ์จึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และมักแบ่งทำเป็นหลายครั้งเพื่อดูการตอบสนองไปเรื่อย ๆ แนวทางนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากให้การเปลี่ยนแปลงดูเป็นธรรมชาติแบบสะสมทีละน้อย มากกว่าคนที่ต้องการเห็นผลเร็วเป็นอันดับแรกค่ะ สำหรับแก้มและกลางใบหน้าที่มักตอบเป็นพื้นที่กว้างหลังลดน้ำหนัก แนวคิดการเสริมความแน่นให้ชั้นพยุงจึงเป็นทางที่เข้ากันได้ในบางกรณี แต่ความเหมาะสมและปริมาณที่พอดีนั้นต่างกันในแต่ละคน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้เห็นสภาพใบหน้าจริงเพื่อความสบายใจค่ะ

ภาพแสดงกลไกและจุดเด่นของ Juvelook Volume

ผลลัพธ์ค่อย ๆ เห็น และอยู่ได้นานแค่ไหน

Juvelook Volume มักไม่ได้เปลี่ยนแบบเห็นชัดตั้งแต่วันแรก แต่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ปรากฏไปพร้อมกับการที่ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนค่ะ หลังฉีดอาจรู้สึกอิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ความกระชับของฐานที่เป็นเป้าหมายหลักนั้นจะค่อย ๆ สะสมขึ้นตามเวลา

เรื่องระยะเวลา ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปความอิ่มจากการกระตุ้นคอลลาเจนมักอยู่ได้ราว 1 ถึง 1 ปีครึ่ง รายงานทางคลินิกของผลิตภัณฑ์กลุ่ม PLLA ก็แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงจากการกระตุ้นคอลลาเจนมักคงอยู่ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การดูแลตัวเอง และการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักด้วย จึงควรดูการตอบสนองแล้วปรึกษาแพทย์เรื่องจังหวะการเติมซ้ำไปเรื่อย ๆ ค่ะ

ภาพแสดงผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้ของ Juvelook Volume

ใครที่เหมาะและใครที่ควรระวัง

โดยทั่วไป คนที่ลดน้ำหนักแล้วรู้สึกว่าแก้มหรือกลางใบหน้าเริ่มตอบจนเกิดเงาและดูโทรม และอยากค่อย ๆ ปรับให้ดูอิ่มขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ มักเป็นกลุ่มที่แนวคิดนี้เข้ากันได้ค่ะ เพราะเป็นการสะสมการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย ไม่ได้เปลี่ยนแบบเห็นชัดในทันที จึงช่วยลดความกังวลเรื่องดูผิดธรรมชาติลงได้

ในทางกลับกัน คนที่ต้องการเห็นผลเร็วสำหรับงานสำคัญที่ใกล้เข้ามา หรือมีส่วนที่ตอบลึกมากจนต้องการการเติมปริมาณโดยตรง อาจต้องพิจารณาทางเลือกอื่นร่วมด้วย นอกจากนี้ คนที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบ กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ ความเหมาะสมของแต่ละคนต่างกัน การให้แพทย์ประเมินสภาพใบหน้าจริงจึงเป็นขั้นตอนที่ควรทำก่อนตัดสินใจค่ะ

ภาพแสดงข้อควรระวังก่อนทำ Juvelook Volume

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนทำ

หลังทำ Juvelook Volume อาจมีอาการบวมเล็กน้อย รอยแดง หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ทุเลาลงภายในไม่กี่วันถึงราวหนึ่งสัปดาห์ค่ะ ในบางกรณีอาจรู้สึกเป็นก้อนเล็ก ๆ หรือมีความไม่เท่ากันสองข้าง หากมีอาการที่รบกวนและไม่ทุเลาลง ควรรีบปรึกษาคลินิกที่ทำหัตถการทันที

ผลลัพธ์และการรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และไม่ได้ปรากฏเหมือนกันทุกคน โดยเฉพาะแก้มและกลางใบหน้าเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาททอดผ่าน จึงเป็นตำแหน่งที่ละเอียดอ่อน การทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจกายวิภาค แล้วประเมินปริมาณและความลึกที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ การค่อย ๆ ดูแลเป็นขั้นตอนตามการตอบสนอง มักให้ความสบายใจมากกว่าการเร่งเติมปริมาณในครั้งเดียวค่ะ

สรุป

หน้าที่ตอบหลังลดน้ำหนักมักไม่ได้มาจากริ้วรอยที่ผิวชั้นบน แต่มาจากการลดลงของไขมันและคอลลาเจนในชั้นที่ลึกกว่าค่ะ Juvelook Volume เป็นทางเลือกที่ใช้แนวคิดกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อค่อย ๆ พยุงโครงสร้างด้านล่าง มากกว่าการเติมปริมาณจากภายนอกโดยตรง โดยการเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ ปรากฏภายในหลายเดือน และมักอยู่ได้ราว 1 ถึง 1 ปีครึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคน

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และหัตถการนี้ก็มีความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่ควรทำความเข้าใจ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ ที่ BeautyStone คลินิกย่านฮับจอง กรุงโซล มีบริการปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากคุณกำลังกังวลว่าลดน้ำหนักแล้วหน้าดูโทรมลง แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

บทความแนะนำ

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

บทความล่าสุด

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติในช่วงที่เครียดสะสมลิฟติ้ง

ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?

ช่วงที่เครียดหนัก ๆ แล้วรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติ จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวเสียความกระชับยังไง และ RF Lifting เข้ามาช่วยตรงไหน

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

คุณแม่หลังคลอดกำลังพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะกับการทำ Ultherapyลิฟติ้ง

หลังคลอดหน้าหย่อน ทำ Ultherapy ตอนให้นมได้ไหม?

หลังคลอดแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวดูไม่แน่นเท่าก่อน บทความนี้จะพาไปดูว่าช่วงให้นมทำ Ultherapy ได้ไหม และควรเริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors