ถ้าถูกแนะนำให้ใช้จูเวลูค 3 ไวแอล ลองคิดทบทวนอีกครั้งก็ดีครับ
การแนะนำจูเวลูค 3 ไวแอล ไม่ได้เหมาะกับทุกใบหน้าครับ สำหรับภาวะผิวสูงวัยทั่วไป 1-2 ไวแอลถือว่าเพียงพอ และการแบ่งปริมาณตามบริเวณคือสิ่งที่กำหนดผลลัพธ์


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
ถ้าถูกแนะนำให้ใช้จูเวลูค 3 ไวแอล ลองคิดทบทวนอีกครั้งก็ดีครับ
เวลาได้ยินคำว่า "แนะนำจูเวลูค 3 ไวแอลเลยครับ" จากห้องให้คำปรึกษา มักทำให้ตัดสินใจได้ยากขึ้นครับ เพราะถ้าซื้อเป็นแพ็กเกจก็ราคาต่อหน่วยถูกลง และยิ่งใส่มากก็ดูเหมือนจะได้ผลมากกว่า
แต่จูเวลูคซึ่งเป็นคอลลาเจนบูสเตอร์* นั้น ไม่ใช่หัตถการที่ยิ่งใส่มากยิ่งได้ผลดีเสมอไปครับ หากไม่เหมาะกับปริมาตรใบหน้าและรูปแบบการสูงวัยของแต่ละคน เมื่อเวลาผ่านไปอาจเกิดความนูนที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือทำให้เส้นกรอบหน้าดูทื่อลงได้
*คอลลาเจนบูสเตอร์: คือหัตถการที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนภายในผิวครับ ใช้ส่วนประกอบ PDLLA และ PLLA เช่นเดียวกับจูเวลูคและสคัลพทรา*
สรุปสั้นๆ สำหรับภาวะผิวสูงวัยทั่วไป 1-2 ไวแอลถือว่าเหมาะสมครับ แม้จะมีบางกรณีที่แนะนำให้ใช้ตั้งแต่ 3 ไวแอลขึ้นไป แต่จำกัดเฉพาะกรณีที่สูญเสียปริมาตรมากและโครงกระดูกใบหน้ารองรับได้เพียงพอเท่านั้น
ทำไมถึงดูเหมือนว่ายิ่งใส่มากยิ่งดี
จูเวลูคมีส่วนประกอบ PDLLA ที่ค่อยๆ สลายตัวในชั้นผิว กระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ในบริเวณนั้นครับ เนื่องจากแต่ละไวแอลสามารถกระตุ้นพื้นที่ได้จำกัด ผู้ที่มีใบหน้ากว้างหรือสูญเสียปริมาตรมากจึงอาจต้องการหลายไวแอลจริงๆ
ปัญหาคือในห้องให้คำปรึกษา มักมีความเชื่อว่า "ยิ่งใส่มากยิ่งดี" กลายเป็นเรื่องปกติไปครับ ราคาแพ็กเกจถูกลง และจากมุมมองของแพทย์ก็ช่วยเพิ่มรายได้ ทำให้การแนะนำปริมาณมากกลายเป็นกระแสที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ
แต่เมื่อสร้างคอลลาเจนขึ้นมาแล้ว มันไม่ได้หายไปไหนครับ ถ้ากระตุ้นปริมาณมากเกินไปในบริเวณเดียวกัน คอลลาเจนอาจสะสมจนเกิดปริมาตรที่ดูไม่เป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้มหรือแก้มที่มีพื้นที่จำกัด มักพบกรณีเช่นนี้บ่อยครับ
เหตุใด 1-2 ไวแอลจึงเหมาะสม
ใบหน้าทั่วไปในวัย 30-40 ปี เป็นช่วงที่การสูงวัยเพิ่งเริ่มต้นครับ การสูญเสียปริมาตรยังไม่มากนัก เพียงแค่โครงข่ายคอลลาเจนเริ่มบางลง หากกระตุ้นแรงเกินไปจะทำให้ผลลัพธ์ดูเกินธรรมชาติได้
1 ไวแอลคือปริมาณที่กระจายเบาๆ ทั่วใบหน้าเพื่อปรับสภาพผิวโดยรวม ส่วน 2 ไวแอลคือปริมาณที่กระตุ้นอย่างเข้มข้นในบริเวณที่เริ่มสูญเสียปริมาตรเล็กน้อยครับ ในช่วงนี้คอลลาเจนจะตั้งตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ และแม้จะสะสมก็ไม่ค่อยเกิดความนูนที่ดูผิดธรรมชาติ
หากกังวลเรื่องสภาพผิวและริ้วรอยเล็กๆ เป็นหลัก และยังไม่สูญเสียปริมาตรมากนัก 1 ไวแอลก็สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเพียงพอครับ หากเริ่มเห็นเงาใต้โหนกแก้มหรือบริเวณมุมปาก การแบ่ง 2 ไวแอลถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสม
บริเวณรอบดวงตาต้องพิจารณาแยกต่างหาก
บริเวณรอบดวงตาไม่ได้ใช้จูเวลูคสูตรปกติครับ เนื่องจากเป็นบริเวณที่ผิวบางและมีหลอดเลือดมาก หากอนุภาคขนาดใหญ่เข้าไปผิดพลาดอาจเกิดก้อนนูน (Nodule) หรือความนูนที่ดูผิดธรรมชาติได้ง่าย จึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่อนุภาคเล็กกว่าโดยเฉพาะที่เรียกว่าจูเวลูค อาย
แม้จะเป็นคอลลาเจนบูสเตอร์เหมือนกัน แต่อนุภาคที่เล็กกว่าช่วยให้กระจายตัวได้เรียบเนียนในผิวบาง และเมื่อสัมผัสก็แทบไม่รู้สึกเป็นเม็ดครับ หากกังวลเรื่องริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาด้วย การใช้จูเวลูคปกติสำหรับบริเวณอื่นของใบหน้า และจูเวลูค อาย สำหรับรอบดวงตาแบบ Mix & Match ถือเป็นวิธีที่นิยมใช้กันครับ
การออกแบบแบ่งผลิตภัณฑ์ตามบริเวณเช่นนี้ ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่าการใส่ปริมาณมากในบริเวณเดียวครับ กุญแจสำคัญคือพิจารณาทั้งปริมาณที่เหมาะสมและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับแต่ละบริเวณไปพร้อมกัน
ประเด็นที่ควรสอบถามเมื่อเข้ารับคำปรึกษา
แทนที่จะถามว่า "กี่ไวแอลที่เหมาะสม" ลองถามว่า "จะแบ่งปริมาณอย่างไรให้เหมาะกับการสูญเสียปริมาตรของผม" ดีกว่าครับ แพทย์ที่อธิบายแผนการแบ่งปริมาณตามบริเวณได้ชัดเจน มักเป็นแพทย์ที่ใส่ใจเรื่องปริมาณที่เหมาะสม
หากถูกแนะนำให้ใช้ตั้งแต่ 3 ไวแอลขึ้นไปตั้งแต่แรก ลองตรวจสอบอีกครั้งว่าพื้นที่ใบหน้าและการสูญเสียปริมาตรของคุณอยู่ในสภาวะที่ต้องการการกระตุ้นระดับนั้นจริงหรือไม่ครับ การปรึกษาที่ดูรูปภาพประกอบและชี้ให้เห็นว่าบริเวณใดต้องการการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง คือแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ถ้ารับแค่ 1 ไวแอล ผลลัพธ์จะไม่น้อยเกินไปหรือครับ?
A. หากยังไม่สูญเสียปริมาตรมาก 1 ไวแอลก็เห็นความเปลี่ยนแปลงได้เพียงพอครับ หากเป้าหมายหลักคือปรับสภาพผิวและลดริ้วรอยเล็กๆ 1 ไวแอลให้ผลที่เป็นธรรมชาติกว่าด้วยซ้ำ
Q2. กรณีไหนที่จำเป็นต้องใช้ตั้งแต่ 3 ไวแอลขึ้นไปครับ?
A. คือกรณีที่สูญเสียปริมาตรมากและมีใบหน้าขนาดใหญ่ครับ เช่น เงาใต้โหนกแก้มชัดเจน หรือแก้มยุบมากจนกรอบหน้าเสียรูปทรง
Q3. ถ้ารู้สึกกังวลที่จะใส่มากในครั้งเดียว แบ่งทำเป็นรอบได้ไหมครับ?
A. ได้เลยครับ การรับ 1-2 ไวแอลในครั้งแรก แล้วประเมินสภาพผิวหลังจากนั้น 2-3 เดือนก่อนตัดสินใจเพิ่มปริมาณ ถือเป็นแนวทางที่ปลอดภัยครับ







