ร่องแก้มกับหว่างคิ้ว ใช้ฟิลเลอร์ตัวเดียวกันได้เลยไหม?
จะใช้ฟิลเลอร์ตัวเดียวกันเติมทั้งร่องแก้มและหว่างคิ้วได้ไหม? มาดูกันว่าทำไมแต่ละบริเวณถึงต้องใช้สูตรฟิลเลอร์ที่แตกต่างกันครับ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
ร่องแก้มกับหว่างคิ้ว ใช้ฟิลเลอร์ตัวเดียวกันได้เลยไหม?
เวลาปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์ หมอมักจะบอกชื่อผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันในแต่ละบริเวณครับ ซึ่งหลายคนอาจนึกขึ้นมาว่า "ฟิลเลอร์ที่เหลือจากจุดนึง เอามาเติมอีกจุดได้ไหมนะ?" หรือ "ขอใช้ฟิลเลอร์ตัวเดียวเลยได้มั้ย?" ความคิดแบบนี้เป็นเรื่องปกติมากครับ
สรุปสั้นๆ: การประหยัดแบบนี้อาจไม่คุ้มค่าเลยครับ เพราะแต่ละบริเวณมีความหนาของผิว การเคลื่อนไหว และความแข็งของฟิลเลอร์ที่ต้องการแตกต่างกัน การใช้ฟิลเลอร์ตัวเดียวกันทุกจุดมักทำให้ผลลัพธ์ดูไม่เป็นธรรมชาติครับ
ฟิลเลอร์ไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว
ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มกรดไฮยาลูโรนิก* แต่ขนาดอนุภาคและความแข็งแรงของการเชื่อมโยงโมเลกุลภายในจะกำหนดความแข็งของฟิลเลอร์ครับ ฟิลเลอร์ที่แข็งกว่าจะใช้กับบริเวณที่ต้องการโครงสร้าง เช่น จมูกหรือคาง ส่วนฟิลเลอร์ที่นุ่มกว่าจะใช้กับบริเวณที่ผิวบางและเคลื่อนไหวบ่อย เช่น รอบดวงตาหรือหว่างคิ้วครับ
<small>*กรดไฮยาลูโรนิก: เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายของเราอยู่แล้วครับ ทำหน้าที่ดึงความชุ่มชื้น และจะค่อยๆ สลายตัวไปเองตามเวลา*</small>
แม้แต่ในแบรนด์เดียวกัน ก็ยังมีสายผลิตภัณฑ์แยกตามบริเวณที่ใช้ครับ ยกตัวอย่างเช่น จูเวลูค ก็ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แต่ขนาดอนุภาคและความหนืดจะแตกต่างกันตามบริเวณที่ออกแบบมาให้ใช้ครับ
สิ่งนี้ส่งผลต่อราคาด้วยครับ ในสายผลิตภัณฑ์เดียวกัน ฟิลเลอร์ที่แข็งกว่าหรืออยู่ได้นานกว่าจะมีราคาสูงกว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ค่าใช้จ่ายดูเพิ่มขึ้นเมื่อหมอแนะนำผลิตภัณฑ์ต่างกันสำหรับร่องแก้มและหว่างคิ้วครับ แต่ขอให้เข้าใจว่านี่ไม่ใช่การขายแพงเกินจำเป็น แต่เป็นผลจากการเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับแต่ละบริเวณครับ
ร่องแก้มต้องการฟิลเลอร์ที่แข็งกว่า
ร่องแก้มอยู่บริเวณตั้งแต่ใต้โหนกแก้มลงมาถึงมุมปากครับ บริเวณนี้รับน้ำหนักจากด้านบนค่อนข้างมาก ถ้าใช้ฟิลเลอร์ที่นุ่มเกินไปก็จะไหลลงมาในไม่กี่วันครับ จึงต้องใช้ฟิลเลอร์ที่แข็งพอจะรักษารูปทรงได้ครับ
หากในการปรึกษา หมอชี้ผลิตภัณฑ์เฉพาะว่า "บริเวณร่องแก้มปกติใช้ตัวนี้" นั่นหมายความว่าฟิลเลอร์นั้นออกแบบมาสำหรับบริเวณนั้นโดยเฉพาะครับ การขอใช้ฟิลเลอร์ที่เหลือจากบริเวณอื่นมาเติมนั้น ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่ทางเลือกที่ดีครับ
หว่างคิ้วตรงกันข้ามเลย
ริ้วรอยหว่างคิ้วเป็นบริเวณที่เคลื่อนไหวบ่อยตามการแสดงสีหน้า จึงไม่ควรใช้ฟิลเลอร์ที่แข็งครับ ประการแรก ฟิลเลอร์ที่แข็งจะไม่โค้งงอตามสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้รู้สึกผิดปกติเมื่อสัมผัส ประการที่สอง ผิวหนังบริเวณหว่างคิ้วบางมาก ถ้าใช้อนุภาคขนาดใหญ่อาจทำให้มองเห็นหรือเป็นตะปุ่มตะป่ำได้ครับ
ดังนั้นบริเวณหว่างคิ้วและริ้วรอยหว่างคิ้วจึงต้องใช้ฟิลเลอร์ที่นุ่มและละเอียดครับ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ "ขอเอาฟิลเลอร์ที่เหลือจากร่องแก้มมาเติมหว่างคิ้วหน่อยนะ" ใช้ไม่ได้ผล เพราะมันเป็นผลิตภัณฑ์คนละตัวกันเลยครับ
ริ้วรอยหว่างคิ้วกับการเพิ่มวอลุ่มหว่างคิ้วก็ต่างกันอีก
ยังมีความแตกต่างอีกชั้นหนึ่งครับ ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักคือ "ริ้วรอย" หรือ "ความกลวงบุ๋ม" วิธีการฉีดก็จะต่างกันครับ
ถ้ากังวลเรื่องริ้วรอย จะใช้วิธีเติมอย่างละเอียดตามแนวริ้วรอยครับ โดยค่อยๆ เติมเข้าไปในร่องเพื่อเกลี่ยให้เรียบ แต่ถ้าหว่างคิ้วดูแบนราบหรือกลวงบุ๋มและต้องการเพิ่มวอลุ่ม จะต้องใช้วิธีกระจายฟิลเลอร์ในพื้นที่กว้างขึ้นครับ
ทั้งสองกรณีใช้ฟิลเลอร์ที่นุ่มเหมือนกัน แต่ปริมาณและตำแหน่งที่ฉีดจะแตกต่างกันครับ ดังนั้นในการปรึกษาควรบอกให้ชัดเจนว่าอะไรที่รบกวนใจมากกว่าครับ
ถ้าริ้วรอยหว่างคิ้วลึกพอสมควร การรับโบท็อกซ์ก่อนแล้วค่อยใช้ฟิลเลอร์เก็บริ้วรอยที่เหลือจะให้ผลดูธรรมชาติกว่าครับ เพราะริ้วรอยหว่างคิ้วเกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า ถ้าไม่ลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อด้วยโบท็อกซ์ก่อน เติมฟิลเลอร์ไปก็อาจเห็นร่องกลับมาอีกภายในไม่กี่วันครับ แนะนำให้รับโบท็อกซ์ก่อน แล้วรอให้ออกฤทธิ์เต็มที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ค่อยเพิ่มฟิลเลอร์ จะได้ผลลัพธ์ที่สะอาดและเป็นธรรมชาติกว่าครับ
สรุปสั้นๆ
การเลือกฟิลเลอร์ตามบริเวณเป็นแบบนี้ครับ บริเวณที่ต้องการโครงสร้าง เช่น จมูกและคาง ใช้ฟิลเลอร์แข็ง บริเวณที่รับน้ำหนัก เช่น ร่องแก้ม ใช้ฟิลเลอร์ความแข็งปานกลาง ส่วนบริเวณที่ผิวบางและเคลื่อนไหวบ่อย เช่น หว่างคิ้วและรอบดวงตา ใช้ฟิลเลอร์นุ่มและละเอียด ริมฝีปากก็อยู่ในกลุ่มที่ต้องใช้ฟิลเลอร์นุ่มเช่นกันครับ
ถ้าหมอแนะนำฟิลเลอร์ต่างชนิดสำหรับแต่ละบริเวณ นั่นไม่ใช่การขายแพงเกินจำเป็น แต่เป็นการเลือกที่จำเป็นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้นานครับ การขอใช้ฟิลเลอร์ตัวเดียวทุกจุดอาจดูเหมือนประหยัดในระยะสั้น แต่อาจเสียเปรียบทั้งในแง่ความเป็นธรรมชาติและระยะเวลาที่คงอยู่ครับ
เวลาอ่านรีวิว ควรดูด้วยว่าบริเวณไหนใช้ผลิตภัณฑ์อะไรครับ รีวิวสั้นๆ แค่ "ทำฟิลเลอร์มาแล้ว" นั้นอ้างอิงได้ยากมาก รีวิวที่ระบุละเอียดว่า "ร่องแก้มใช้ ○○, หว่างคิ้วใช้ ○○ ปริมาณ ○cc" แบบนี้จะเป็นประโยชน์กับการตัดสินใจทำหัตถการของคุณได้มากกว่าครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ใช้ฟิลเลอร์ตัวเดียวกันทุกจุดจริงๆ ไม่ได้เลยหรือ?
A. มากกว่า "ทำไม่ได้" คือ "ไม่แนะนำ" ครับ ทำได้แต่ความเป็นธรรมชาติของแต่ละบริเวณจะลดลง และถ้าใช้ฟิลเลอร์นุ่มในจุดที่ต้องการความแข็ง ก็จะไหลลงมาเร็วมากครับ
Q2. ใช้ฟิลเลอร์ต่างชนิดแต่ละบริเวณ ราคาแพงกว่ามากไหม?
A. ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ครับ แต่โดยทั่วไปความแตกต่างไม่ได้มากนัก การเลือกสูตรผสมที่หมอแนะนำมักจะคุ้มค่าที่สุดครับ
Q3. มีสิทธิ์รู้ไหมว่าฟิลเลอร์ที่ใช้คือผลิตภัณฑ์อะไร?
A. มีสิทธิ์ถามได้เต็มๆ เลยครับ ควรตรวจสอบก่อนและหลังทำหัตถการว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทไหน รุ่นอะไร และใช้ปริมาณกี่ cc ในแต่ละบริเวณครับ






