คนที่ฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก กังวลเพราะยังไม่เห็นผลในวันที่ 3
รูปหน้าและวอลุ่ม

คนที่ฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก กังวลเพราะยังไม่เห็นผลในวันที่ 3

โบท็อกซ์เริ่มออกฤทธิ์จากวันที่ 3 เห็นผลสูงสุดวันที่ 7 และคงอยู่เฉลี่ย 4–6 เดือนครับ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
1นาที

คนที่ฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก กังวลเพราะยังไม่เห็นผลในวันที่ 3

เมื่อพฤหัสบดีที่แล้ว

มีผู้หญิงอายุต้น 30 เดินเข้ามาในห้องตรวจครับ

"คุณหมอคะ หนูฉีดโบท็อกซ์หน้าผากมาสองวันแล้ว

แต่ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ

แบบนี้แปลว่าไม่ได้ผลหรือเปล่าคะ?"

พอให้เธอขมวดคิ้ว กล้ามเนื้อยังขยับได้ปกติเลยครับ

เธอนั่งด้วยสีหน้ากังวลมาก

ซึ่งคำถามแบบนี้ผมได้ยินบ่อยมากครับ

ไทม์ไลน์ระยะเวลาที่โบท็อกซ์ออกฤทธิ์



ระยะเวลาที่โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ — สำหรับคนที่เข้าใจว่าเห็นผลทันที

โบท็อกซ์คือการฉีดสารโปรตีนที่เรียกว่า Botulinum Toxin เข้าไปในกล้ามเนื้อ

เพื่อยับยั้งสัญญาณที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวครับ

ต่างจากฟิลเลอร์ตรงที่โบท็อกซ์ไม่ได้ "เติม" แต่ "หยุด" ครับ

ฟิลเลอร์จะเห็นวอลุ่มได้ทันทีหลังฉีด

แต่โบท็อกซ์นั้นต้องใช้เวลาในการตัดสัญญาณระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อครับ

เพราะฉะนั้นถ้าส่องกระจกในวันเดียวกับที่ฉีด

แล้วรู้สึกว่า "ไม่เห็นเปลี่ยนอะไรเลย" ถือว่าปกติมากครับ





ไทม์ไลน์การออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ — ทำไมถึงเริ่มรู้สึกได้ในวันที่ 3

ประเด็นสำคัญของบทความนี้

คุณหมอเผยไทม์ไลน์การออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ — เริ่มรู้สึกวันที่ 3 และเห็นผลสูงสุดวันที่ 7

คนไข้ที่ผมเล่าถึงด้านบน

ผมบอกให้เธอรอไปอีก 3 วันครับ

แล้ววันอาทิตย์ถัดมาก็ส่งข้อความมาว่า

"หมอคะ กล้ามเนื้อขยับน้อยลงจริงๆ เลย!"

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับ

เมื่อโบท็อกซ์เข้าสู่กล้ามเนื้อ

มันจะยับยั้งการปล่อยสาร Acetylcholine

ที่ปลายเส้นประสาทซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณครับ

แต่กระบวนการบล็อกสัญญาณนี้ให้สมบูรณ์

ต้องใช้เวลาประมาณ 72 ชั่วโมง

นั่นคือราว 3 วันครับ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า "เริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่วันที่ 3"

ซึ่งถูกต้องตามหลักทางคลินิกครับ

กลไกการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์

แล้วทำไมวันที่ 7 ถึงเป็นจุดสูงสุด?

เพราะการบล็อกปลายเส้นประสาทเพียงจุดเดียว

ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อทั้งมัดหยุดทำงานทันทีครับ

ปลายเส้นประสาทรอบข้างจะถูกบล็อกตามมาทีละจุด

จนโทนัสของกล้ามเนื้อทั้งหมดลดลง

กระบวนการนี้ใช้เวลาเฉลี่ย 5–7 วันครับ

เดือนที่แล้วผมติดตามผลกับคนไข้ที่ฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก

ราว 47 คน เมื่อถามว่า "รู้สึกผ่อนคลายมากที่สุดตอนไหน"

เกือบทุกคนตอบว่าอยู่ในช่วงวันที่ 6–8 ครับ

ระยะเวลาการคงอยู่ของโบท็อกซ์

ระยะเวลาที่ผลคงอยู่จะแตกต่างกันไป

ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและปริมาณที่ใช้ครับ

บริเวณกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และรอบดวงตา

คงอยู่เฉลี่ย 4–6 เดือน

ส่วนกล้ามเนื้อขนาดใหญ่อย่างโบท็อกซ์กราม หรือกล้ามเนื้อสะบัก (Trapezius)

มักอยู่ได้ประมาณ 5–7 เดือนครับ

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้แปลว่ายิ่งฉีดมากยิ่งดีนะครับ

การเพิ่มขนาดยาไม่ได้ทำให้ผลอยู่นานเป็น 2 เท่า

เพราะมีขีดจำกัดในการออกฤทธิ์อยู่ครับ

ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการใช้ปริมาณที่เหมาะสมกับมวลกล้ามเนื้อของแต่ละคน

มากกว่าการฉีดในปริมาณมากโดยไม่จำเป็นครับ

สรุปจากคุณหมอวียองจิน


ถ้าฉีดโบท็อกซ์แล้วยังไม่เห็นผลในวันที่ 2


ไม่ต้องกังวลนะครับ


เริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่วันที่ 3


เห็นผลสูงสุดประมาณวันที่ 7


กระบวนการนี้คือปกติครับ




ระยะเวลาการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ — แตกต่างกันตามบริเวณที่ฉีด

กล้ามเนื้อแสดงสีหน้ามีขนาดเล็กและบาง

โบท็อกซ์จึงออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าครับ

ส่วนกล้ามเนื้อหนาอย่างโบท็อกซ์กรามหรือกล้ามเนื้อสะบัก

ต้องการเวลามากกว่าเพื่อให้ยากระจายและลดโทนัสของกล้ามเนื้อทั้งมัดครับ

พูดตรงๆ เลยนะครับ

คนที่ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วบอกว่า "1 สัปดาห์แล้วยังไม่เปลี่ยนเลย"

มีเยอะมาก แต่ถือว่าปกติครับ

ต้องรออย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ก่อนจะประเมินผลได้ครับ

ระยะเวลาการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์แยกตามบริเวณที่ฉีด



สิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีดโบท็อกซ์ — 3 คำถามสำคัญ

Q1. ผ่านไป 3 วันแล้วยังไม่เห็นผลเลย แปลว่าล้มเหลวไหมครับ?

A. ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินครับ

ควรรอดูจนถึง 2 สัปดาห์ก่อนครับ

ถ้าหลังจาก 2 สัปดาห์แล้วกล้ามเนื้อแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย

ค่อยมาปรึกษาเรื่องการฉีดซ้ำครับ

อาจเป็นเพราะปริมาณยาไม่เพียงพอ

หรือในบางกรณีที่พบได้น้อย อาจต้องตรวจสอบว่ามีภาวะดื้อยาหรือเปล่าครับ

Q2. อยากให้โบท็อกซ์อยู่ได้นานขึ้น ควรทำอย่างไรครับ?

A. หลังฉีดใหม่ๆ 4 ชั่วโมงแรก

อย่านอนคว่ำหรือนวดบริเวณที่ฉีดครับ

และควรหลีกเลี่ยงซาวน่าอุณหภูมิสูงกับการออกกำลังกายหนัก

ประมาณ 2–3 วันครับ

นอกจากนี้ถ้าฉีดซ้ำบ่อยเกินไป (ทุก 2–3 เดือน)

ความเสี่ยงในการดื้อยาจะสูงขึ้น

จึงแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 4 เดือนครับ

Q3. หลังฉีดแล้วรู้สึกหนังตาหนัก ถือว่าเป็นผลข้างเคียงไหมครับ?

A. หลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก อาจรู้สึกว่าคิ้วหนักชั่วคราว ถือเป็นเรื่องปกติครับ

โดยทั่วไปจะหายไปเองภายใน 2–3 สัปดาห์ครับ

อย่างไรก็ตาม กรณีที่หนังตาหย่อนลงจริงๆ (Ptosis)

พบได้น้อย แต่ถ้าเกิดขึ้นควรติดต่อคลินิกทันทีครับ

สามารถสั่งจ่ายยาหยอดตาเพื่อช่วยฟื้นฟูได้ครับ

ถ้ามีส่วนไหนที่ยังสงสัยอยู่ ยินดีให้คำแนะนำโดยตรงในห้องตรวจเลยครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

บทความแนะนำ

ผู้หญิงเปรียบเทียบฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน Ellanse กับ Radiesseรูปหน้าและวอลุ่ม

Ellanse กับ Radiesse ต่างกันยังไง ทั้งที่ก็กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน?

Ellanse และ Radiesse ต่างก็เป็นฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน แต่ส่วนประกอบและวิธีทำงานไม่เหมือนกัน บทความนี้จะพาไปดูความต่างเพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ภาพปกอธิบายลำดับการทำ Juvelook Volume คู่กับ Rejuranรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume คู่กับ Rejuran ทำอะไรก่อนดี? จัดลำดับให้เข้าใจง่าย

Juvelook Volume ช่วยเติมโครงหน้าที่ยุบ ส่วน Rejuran ดูแลผิวจากข้างใน บทความนี้จะพาไปดูว่าถ้าทำทั้งคู่ ควรเริ่มจากอะไรก่อน เว้นระยะยังไง และแบ่งจุดแบบไหน

ภาพปกอธิบายว่าฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วลดน้ำหนัก วอลลุ่มจะหายไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วลดน้ำหนัก วอลลุ่มจะหายไหม?

หลายคนกังวลว่าฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วถ้าลดน้ำหนัก วอลลุ่มที่เติมไว้จะยุบตามไปด้วยไหม บทความนี้จะพาไปดูความจริงและวิธีดูแลให้ผลลัพธ์อยู่สวยค่ะ

บทความล่าสุด

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติในช่วงที่เครียดสะสมลิฟติ้ง

ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?

ช่วงที่เครียดหนัก ๆ แล้วรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติ จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวเสียความกระชับยังไง และ RF Lifting เข้ามาช่วยตรงไหน

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

ภาพปกอธิบาย Juvelook Volume สำหรับหน้าตอบหลังลดน้ำหนักผิวหนัง

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติมด้วย Juvelook Volume ได้ไหม

พอลดน้ำหนักสำเร็จ แต่แก้มและกลางใบหน้ากลับตอบจนดูโทรมกว่าเดิม Juvelook Volume ช่วยพยุงด้วยแนวคิดแบบไหน มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ค่ะ

คุณแม่หลังคลอดกำลังพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะกับการทำ Ultherapyลิฟติ้ง

หลังคลอดหน้าหย่อน ทำ Ultherapy ตอนให้นมได้ไหม?

หลังคลอดแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวดูไม่แน่นเท่าก่อน บทความนี้จะพาไปดูว่าช่วงให้นมทำ Ultherapy ได้ไหม และควรเริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors