คนที่ฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก กังวลเพราะยังไม่เห็นผลในวันที่ 3
โบท็อกซ์เริ่มออกฤทธิ์จากวันที่ 3 เห็นผลสูงสุดวันที่ 7 และคงอยู่เฉลี่ย 4–6 เดือนครับ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
คนที่ฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก กังวลเพราะยังไม่เห็นผลในวันที่ 3
เมื่อพฤหัสบดีที่แล้ว
มีผู้หญิงอายุต้น 30 เดินเข้ามาในห้องตรวจครับ
"คุณหมอคะ หนูฉีดโบท็อกซ์หน้าผากมาสองวันแล้ว
แต่ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ
แบบนี้แปลว่าไม่ได้ผลหรือเปล่าคะ?"
พอให้เธอขมวดคิ้ว กล้ามเนื้อยังขยับได้ปกติเลยครับ
เธอนั่งด้วยสีหน้ากังวลมาก
ซึ่งคำถามแบบนี้ผมได้ยินบ่อยมากครับ
ระยะเวลาที่โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ — สำหรับคนที่เข้าใจว่าเห็นผลทันที
โบท็อกซ์คือการฉีดสารโปรตีนที่เรียกว่า Botulinum Toxin เข้าไปในกล้ามเนื้อ
เพื่อยับยั้งสัญญาณที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวครับ
ต่างจากฟิลเลอร์ตรงที่โบท็อกซ์ไม่ได้ "เติม" แต่ "หยุด" ครับ
ฟิลเลอร์จะเห็นวอลุ่มได้ทันทีหลังฉีด
แต่โบท็อกซ์นั้นต้องใช้เวลาในการตัดสัญญาณระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อครับ
เพราะฉะนั้นถ้าส่องกระจกในวันเดียวกับที่ฉีด
แล้วรู้สึกว่า "ไม่เห็นเปลี่ยนอะไรเลย" ถือว่าปกติมากครับ
ไทม์ไลน์การออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ — ทำไมถึงเริ่มรู้สึกได้ในวันที่ 3
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
คุณหมอเผยไทม์ไลน์การออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ — เริ่มรู้สึกวันที่ 3 และเห็นผลสูงสุดวันที่ 7
คนไข้ที่ผมเล่าถึงด้านบน
ผมบอกให้เธอรอไปอีก 3 วันครับ
แล้ววันอาทิตย์ถัดมาก็ส่งข้อความมาว่า
"หมอคะ กล้ามเนื้อขยับน้อยลงจริงๆ เลย!"
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับ
เมื่อโบท็อกซ์เข้าสู่กล้ามเนื้อ
มันจะยับยั้งการปล่อยสาร Acetylcholine
ที่ปลายเส้นประสาทซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณครับ
แต่กระบวนการบล็อกสัญญาณนี้ให้สมบูรณ์
ต้องใช้เวลาประมาณ 72 ชั่วโมง
นั่นคือราว 3 วันครับ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า "เริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่วันที่ 3"
ซึ่งถูกต้องตามหลักทางคลินิกครับ
แล้วทำไมวันที่ 7 ถึงเป็นจุดสูงสุด?
เพราะการบล็อกปลายเส้นประสาทเพียงจุดเดียว
ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อทั้งมัดหยุดทำงานทันทีครับ
ปลายเส้นประสาทรอบข้างจะถูกบล็อกตามมาทีละจุด
จนโทนัสของกล้ามเนื้อทั้งหมดลดลง
กระบวนการนี้ใช้เวลาเฉลี่ย 5–7 วันครับ
เดือนที่แล้วผมติดตามผลกับคนไข้ที่ฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก
ราว 47 คน เมื่อถามว่า "รู้สึกผ่อนคลายมากที่สุดตอนไหน"
เกือบทุกคนตอบว่าอยู่ในช่วงวันที่ 6–8 ครับ
ระยะเวลาที่ผลคงอยู่จะแตกต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและปริมาณที่ใช้ครับ
บริเวณกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และรอบดวงตา
คงอยู่เฉลี่ย 4–6 เดือน
ส่วนกล้ามเนื้อขนาดใหญ่อย่างโบท็อกซ์กราม หรือกล้ามเนื้อสะบัก (Trapezius)
มักอยู่ได้ประมาณ 5–7 เดือนครับ
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้แปลว่ายิ่งฉีดมากยิ่งดีนะครับ
การเพิ่มขนาดยาไม่ได้ทำให้ผลอยู่นานเป็น 2 เท่า
เพราะมีขีดจำกัดในการออกฤทธิ์อยู่ครับ
ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการใช้ปริมาณที่เหมาะสมกับมวลกล้ามเนื้อของแต่ละคน
มากกว่าการฉีดในปริมาณมากโดยไม่จำเป็นครับ
ถ้าฉีดโบท็อกซ์แล้วยังไม่เห็นผลในวันที่ 2
ไม่ต้องกังวลนะครับ
เริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่วันที่ 3
เห็นผลสูงสุดประมาณวันที่ 7
กระบวนการนี้คือปกติครับ
ระยะเวลาการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ — แตกต่างกันตามบริเวณที่ฉีด
กล้ามเนื้อแสดงสีหน้ามีขนาดเล็กและบาง
โบท็อกซ์จึงออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าครับ
ส่วนกล้ามเนื้อหนาอย่างโบท็อกซ์กรามหรือกล้ามเนื้อสะบัก
ต้องการเวลามากกว่าเพื่อให้ยากระจายและลดโทนัสของกล้ามเนื้อทั้งมัดครับ
พูดตรงๆ เลยนะครับ
คนที่ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วบอกว่า "1 สัปดาห์แล้วยังไม่เปลี่ยนเลย"
มีเยอะมาก แต่ถือว่าปกติครับ
ต้องรออย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ก่อนจะประเมินผลได้ครับ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีดโบท็อกซ์ — 3 คำถามสำคัญ
Q1. ผ่านไป 3 วันแล้วยังไม่เห็นผลเลย แปลว่าล้มเหลวไหมครับ?
A. ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินครับ
ควรรอดูจนถึง 2 สัปดาห์ก่อนครับ
ถ้าหลังจาก 2 สัปดาห์แล้วกล้ามเนื้อแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย
ค่อยมาปรึกษาเรื่องการฉีดซ้ำครับ
อาจเป็นเพราะปริมาณยาไม่เพียงพอ
หรือในบางกรณีที่พบได้น้อย อาจต้องตรวจสอบว่ามีภาวะดื้อยาหรือเปล่าครับ
Q2. อยากให้โบท็อกซ์อยู่ได้นานขึ้น ควรทำอย่างไรครับ?
A. หลังฉีดใหม่ๆ 4 ชั่วโมงแรก
อย่านอนคว่ำหรือนวดบริเวณที่ฉีดครับ
และควรหลีกเลี่ยงซาวน่าอุณหภูมิสูงกับการออกกำลังกายหนัก
ประมาณ 2–3 วันครับ
นอกจากนี้ถ้าฉีดซ้ำบ่อยเกินไป (ทุก 2–3 เดือน)
ความเสี่ยงในการดื้อยาจะสูงขึ้น
จึงแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 4 เดือนครับ
Q3. หลังฉีดแล้วรู้สึกหนังตาหนัก ถือว่าเป็นผลข้างเคียงไหมครับ?
A. หลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก อาจรู้สึกว่าคิ้วหนักชั่วคราว ถือเป็นเรื่องปกติครับ
โดยทั่วไปจะหายไปเองภายใน 2–3 สัปดาห์ครับ
อย่างไรก็ตาม กรณีที่หนังตาหย่อนลงจริงๆ (Ptosis)
พบได้น้อย แต่ถ้าเกิดขึ้นควรติดต่อคลินิกทันทีครับ
สามารถสั่งจ่ายยาหยอดตาเพื่อช่วยฟื้นฟูได้ครับ
ถ้ามีส่วนไหนที่ยังสงสัยอยู่ ยินดีให้คำแนะนำโดยตรงในห้องตรวจเลยครับ นี่คือหมอวียองจินครับ









