Oligio X ลิฟติ้ง ต่างจาก RF ทั่วไปยังไง เหมาะกับใคร?
Oligio X คือการยกกระชับด้วยพลังงาน RF ที่ส่งความร้อนลงชั้นหนังแท้และ SMAS มาดูกันว่าต่างจากเครื่อง RF ทั่วไปยังไง เหมาะกับใคร เจ็บไหม และราคาประมาณเท่าไหร่

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
เคยไหม ลองลิฟติ้งด้วยคลื่น RF มาหลายที่ แต่รู้สึกว่าผิวยังไม่กระชับอย่างที่หวัง หรือกำลังมองหาที่ทำ Oligio X ใกล้ย่านยองดึงโพ แล้วสงสัยว่ามันต่างจากเครื่อง RF ทั่วไปตรงไหน
จริง ๆ แล้ว พออายุมากขึ้น คอลลาเจนในผิวจะค่อย ๆ ลดลง กรอบหน้าเริ่มไม่คมเหมือนเดิม การดูแลจากภายนอกอย่างครีมหรือการนวดช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่พลังงานความร้อนที่ลงลึกถึงชั้นที่รับผิดชอบความกระชับต่างหากที่ทำให้เห็นความต่าง
บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปดูว่า Oligio X ทำงานยังไง เหมาะกับใคร เจ็บไหม ราคาประมาณเท่าไหร่ พร้อมแนวทางเลือกคลินิกให้ตรงกับผิวของเราค่ะ
Oligio X คือเครื่องอะไร ต่างจาก RF ทั่วไปยังไง
Oligio X คือเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้พลังงาน RF (Radiofrequency) แบบ Monopolar ส่งความร้อนลงไปกระตุ้นชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่รับผิดชอบความกระชับของใบหน้าโดยตรง เมื่อชั้นเหล่านี้ได้รับความร้อนในระดับที่เหมาะสม ร่างกายจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจน (Collagen) ขึ้นใหม่ ทำให้ผิวดูแน่นและกรอบหน้าดูคมขึ้น
จุดที่ทำให้ Oligio X ต่างจากเครื่อง RF รุ่นเก่า คือการออกแบบให้พลังงานลงตรงชั้นเป้าหมายโดยสูญเสียระหว่างทางน้อย จึงใช้กำลังไม่สูงมากแต่ยังโฟกัสความร้อนได้ พูดง่าย ๆ คือไม่ใช่แค่แรงกว่า แต่เป็นเรื่องของเส้นทางที่ความร้อนเดินทางไปถึงชั้นผิว
หลักการทำงาน — ทำไม 'รุ่น' ของเครื่องถึงเปลี่ยนผลลัพธ์
ผิวของเราแบ่งเป็นชั้นจากบนลงล่าง คือ หนังกำพร้า แล้วก็หนังแท้ ชั้นไขมันใต้ผิว และ SMAS ตัวที่ทำให้หน้าเด้งและกระชับจริง ๆ คือหนังแท้ชั้นลึกกับชั้น SMAS ถ้าความร้อนไปไม่ถึงตรงนั้น ต่อให้ทำบ่อยแค่ไหนก็อาจรู้สึกว่าผลไม่ค่อยชัด
เครื่อง RF รุ่นเก่ามักกระจายพลังงานทั่วผิว ทำให้พลังงานที่ไปถึงชั้นเป้าหมายลดลง และต้องเพิ่มกำลังเพื่อชดเชย ซึ่งก็เพิ่มโอกาสเกิดผลข้างเคียง ส่วน Oligio X ออกแบบให้ความร้อนโฟกัสที่ชั้นเป้าหมายมากขึ้น จึงควบคุมได้ละเอียดกว่า
ช่วงแรกหลังทำ ผลอาจดูใกล้เคียงกับเครื่องอื่น แต่ความต่างมักเห็นชัดขึ้นเมื่อผ่านไป 1-2 เดือน ตามจังหวะที่คอลลาเจนค่อย ๆ สร้างใหม่ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง
ใครเหมาะกับ Oligio X และใครควรปรึกษาแพทย์ก่อน
โดยทั่วไป Oligio X เหมาะกับคนที่เริ่มรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวเริ่มหย่อนคล้อยระดับต้นถึงปานกลาง หรืออยากดูแลไว้ก่อนที่ความหย่อนคล้อยจะชัด
- ผิวเริ่มหย่อน กรอบหน้าเบลอ แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัด
- อยากกระตุ้นคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป
- ไม่อยากพักฟื้นนาน
ส่วนกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อน ได้แก่
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
- มีแผลอักเสบ ผื่น หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
- มีประวัติแพ้หรือโรคผิวหนังบางชนิด
ถ้าผิวหย่อนคล้อยมากแล้ว การทำ RF อย่างเดียวอาจไม่พอ แพทย์อาจแนะนำแนวทางอื่นร่วมด้วย ซึ่งควรประเมินเป็นรายบุคคล
เจ็บไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือเรื่องความเจ็บ โดยทั่วไป Oligio X จะรู้สึกอุ่น ๆ ถึงร้อนเป็นจังหวะระหว่างปล่อยพลังงาน หลายคนบอกว่าพอทนได้ และแพทย์มักปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับความรู้สึกและสภาพผิวของแต่ละคน
หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน บางคนอาจรู้สึกผิวอุ่นหรือตึงเล็กน้อยในช่วงแรก การดูแลง่าย ๆ คือทาครีมกันแดดและบำรุงความชุ่มชื้นตามที่แพทย์แนะนำ
หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงมากผิดปกติ ปวด หรือผิวพองเป็นตุ่มน้ำ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรดูแลรักษาด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัย
ต้องทำกี่ครั้ง ราคาประมาณเท่าไหร่
จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน บางคนเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงหลังทำครั้งแรก แต่โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำทำเป็นคอร์สและเว้นระยะให้คอลลาเจนได้สร้างใหม่ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล
ด้านราคา Oligio X ที่คลินิกในกรุงโซลคิดตามจำนวนช็อต เริ่มต้นประมาณ 429,000 วอน สำหรับ 100 ช็อต และยิ่งเลือกจำนวนช็อตมากขึ้น ราคาต่อช็อตก็ยิ่งคุ้ม เช่น แพ็กเกจ 600 ช็อต อยู่ที่ประมาณ 1,749,000 วอน โดยจำนวนช็อตที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับบริเวณและความหย่อนคล้อยของผิว
*ราคาที่คลินิกในกรุงโซลอาจเปลี่ยนแปลงได้ สามารถดูรายละเอียดราคาและโปรโมชันล่าสุดได้ที่หน้า /th/price
สรุป — เลือกคลินิกทำ Oligio X ในกรุงโซลยังไงให้เหมาะกับผิวเรา
สรุปแล้ว Oligio X คือการยกกระชับด้วยพลังงาน RF ที่เน้นส่งความร้อนลงชั้นหนังแท้และ SMAS เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน จุดต่างสำคัญอยู่ที่การออกแบบให้พลังงานไปถึงชั้นเป้าหมายได้แม่นยำ ผลลัพธ์จึงค่อย ๆ ชัดขึ้นตามการสร้างคอลลาเจนใหม่
สิ่งที่อยากฝากไว้คือ การเลือกที่ทำไม่ควรดูแค่ว่าใกล้บ้านหรือใกล้ย่านยองดึงโพเท่านั้น แต่ควรดูว่าคลินิกออกแบบจำนวนช็อต ระดับพลังงาน และบริเวณที่ทำให้เหมาะกับความหนาของผิวและลักษณะการหย่อนคล้อยของคุณ พร้อมมีแพทย์ประเมินก่อนทำหรือไม่ เพราะผิวที่หย่อนไม่เท่ากันย่อมต้องการการออกแบบที่ต่างกัน
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลว่ากรอบหน้าเริ่มไม่คมหรือผิวเริ่มหย่อน ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ






