อัลเทอร่า 600 ช็อต ยิงมากขึ้น ผลลัพธ์ดีขึ้นจริงไหม?
อัลเทอร่า 600 ช็อต ไม่ได้หมายความว่าดีที่สุดเสมอไปครับ สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์คือตำแหน่งและความลึกที่ยิง ไม่ใช่จำนวนช็อต


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
อัลเทอร่า 600 ช็อต ยิงมากขึ้น ผลลัพธ์ดีขึ้นจริงไหม?
เวลาที่คนไข้มาปรึกษาเรื่องอัลเทอร่า สิ่งแรกที่มักพูดถึงคือจำนวนช็อตครับ ไม่ว่าจะเป็น 400, 600 หรือ 800 ช็อต ฟังดูเหมือนว่ายิ่งมากยิ่งดี แต่จากประสบการณ์ในคลินิก ผมพบว่าคนไข้ที่ได้รับช็อตจำนวนมากกลับมาด้วยความไม่พอใจและขอทำซ้ำอยู่บ่อยครั้งเลยครับ
เหตุผลนั้นเรียบง่ายมากครับ การยกกระชับไม่ใช่เรื่องของปริมาณ แต่เป็นเรื่องของตำแหน่งและวิธีการยิงต่างหาก
จำนวนช็อตไม่ได้เป็นตัวกำหนดประสิทธิภาพ
อัลเทอร่าเป็นการรวมพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงไปยังชั้น SMAS* เพื่อยกโครงสร้างที่หย่อนคล้อยขึ้นมาจากด้านในครับ
*ชั้น SMAS: เป็นชั้นพังผืดที่เชื่อมต่อระหว่างกล้ามเนื้อและผิวหนังบนใบหน้า เป็นชั้นที่ยืดหย่อยลงมาพร้อมกับการหย่อนคล้อยของใบหน้าครับ
แม้จะเป็น 600 ช็อตเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงขึ้นอยู่กับว่ายิงที่ความลึกใดและบริเวณใดครับ การยิงที่เน้นแต่จำนวนช็อตอย่างเดียวมักจะออกมาแบบสม่ำเสมอเหมือนการประทับตราทั่วๆ ไป ทำให้บริเวณที่หย่อนคล้อยยังไม่ถูกยกขึ้น ในขณะที่บริเวณที่ไม่จำเป็นกลับได้รับการกระตุ้นโดยไม่มีประโยชน์ครับ
บริเวณที่ไม่ควรยิงสำคัญไม่แพ้กัน
บริเวณที่มีไขมันน้อย เช่น แก้มด้านหลังหรือข้างปาก หากใส่พลังงานมากเกินไปอาจทำให้เกิดการยุบตัวได้ครับ และเมื่อยุบแล้วการแก้ไขกลับมักเป็นเรื่องยากมาก
แพทย์ที่เชี่ยวชาญจะวางแผนล่วงหน้าว่าควรยกกระชับบริเวณใดเป็นหลัก และควรหลีกเลี่ยงบริเวณใดโดยเจตนาครับ การทำอัลเทอร่าโดยไม่มีการทำ marking ล่วงหน้าแทบไม่ต่างจากการประทับตราสุ่มๆ เลยครับ
การอดทนต่อความเจ็บปวดทั้งหมดไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ที่ดีกว่า
มีคำพูดว่า "เจ็บมากเท่าไหร่ ผลดีมากเท่านั้น" ซึ่งถูกครึ่งหนึ่งและผิดครึ่งหนึ่งครับ การกระตุ้นในระดับหนึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ แต่หากทนไม่ได้แล้วแพทย์ต้องลดพลังงานลง นั่นกลับเป็นผลเสียมากกว่าครับ
การใช้ยาชาเฉพาะที่หรือในกรณีที่จำเป็นอาจใช้ยาสลบร่วมด้วย ช่วยให้สามารถรักษาระดับพลังงานที่เหมาะสมได้ตลอดการทำหัตถการครับ การรับการรักษาอย่างถูกวิธีสำคัญกว่าการฝืนทนเจ็บครับ
ผลลัพธ์มักเริ่มเห็นได้หลังจาก 3 เดือนครับ
อัลเทอร่าเป็นการรักษาที่อาศัยการสร้างคอลลาเจนใหม่ ดังนั้นเป็นเรื่องปกติที่จะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนทันทีหลังทำครับ ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏภายใน 1–3 เดือน และเห็นได้ชัดที่สุดประมาณ 6 เดือนครับ
ไม่จำเป็นต้องผิดหวังเมื่อดูกระจกในไม่กี่วันแรกครับ แต่หากผ่านไป 6 เดือนแล้วแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย นั่นถือเป็นสัญญาณที่ควรกลับมาตรวจสอบการตั้งค่าพลังงานและวิธีการทำ marking ใหม่ครับ
**ถาม: แล้วควรทำกี่ช็อตถึงจะเหมาะสม?** ตอบ: โดยทั่วไปมักแนะนำตั้งแต่ 400 ช็อตขึ้นไปครับ แต่ขึ้นอยู่กับขนาดใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน การกระจายช็อตในแต่ละบริเวณสำคัญกว่าจำนวนรวมครับ
**ถาม: ต้องทำทุกปีไหม?** ตอบ: หากพิจารณาจากวงจรการรักษาคอลลาเจน โดยทั่วไปจะเว้นระยะประมาณ 1–2 ปีครับ แต่อัตราการหย่อนคล้อยของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันมากครับ
**ถาม: หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เลยไหม?** ตอบ: อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกเจ็บตุบๆ ประมาณ 1–3 วันครับ แต่แทบไม่ต้องใช้ช่วงพักฟื้นเลยครับ








