ร้อยไหมแล้วทำ Ultherapy Prime ได้ไหม? ระยะห่างที่ควรรู้
ร้อยไหมแล้วทำ Ultherapy Prime ต่อได้ไหม? ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดไหมและสภาพผิว — รู้ก่อนตัดสินใจค่ะ

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
ถ้าคุณเคยร้อยไหมมาก่อน และตอนนี้กำลังคิดว่าจะทำ Ultherapy Prime (อัลเทอร่า ไพรม์) ต่อได้เลยไหม หรือต้องรอนานแค่ไหน คำถามนี้พบบ่อยในคลินิกค่ะ
การร้อยไหมและ Ultherapy Prime เป็นการรักษาที่มีเป้าหมายคล้ายกันคือกระชับและยกกรอบหน้า แต่ทำงานในชั้นผิวที่ต่างกัน การทำร่วมกันหรือต่อเนื่องกันจึงต้องคำนึงถึงระยะเวลาและชนิดของไหมที่ใช้ค่ะ
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะอธิบายว่าหลังร้อยไหมแล้วสามารถทำ Ultherapy Prime ได้เมื่อไร ปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อการตัดสินใจ และควรปรึกษาแพทย์เรื่องอะไรค่ะ
Ultherapy Prime และการร้อยไหม ต่างกันอย่างไร?
Ultherapy Prime ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูง (HIFU) ส่งพลังงานไปยังชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นพังผืดที่อยู่ลึกกว่าไขมันและกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า พลังงานสร้างความร้อนเฉพาะจุดเพื่อกระตุ้น collagen และ elastin ใหม่ในระยะยาวค่ะ
การร้อยไหม (Thread Lift) ใส่ไหมดูดซึมหรือไม่ดูดซึมเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อยึดและดึงเนื้อเยื่อให้กระชับขึ้นทางกายภาพ และกระตุ้น collagen บริเวณรอบไหมด้วย ไหมที่ใช้ทั่วไปในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นชนิดดูดซึม (absorbable) อย่าง PDO หรือ PCL ค่ะ
ทั้งสองการรักษามีจุดออกฤทธิ์ในชั้นผิวที่แตกต่างกัน แต่พลังงานจาก Ultherapy อาจส่งผ่านบริเวณที่มีไหมอยู่ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องพิจารณาระยะห่างค่ะ แพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถวางแผนได้ว่าบริเวณไหนปรับพลังงาน หรือหลีกเลี่ยงได้ค่ะ
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนทำ Ultherapy Prime หลังร้อยไหม
การตัดสินใจว่าจะทำได้หรือยัง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยค่ะ ได้แก่:
- ชนิดของไหม — ไหมดูดซึม (PDO, PCL) ใช้เวลาสลายตัว 6-18 เดือนขึ้นอยู่กับชนิด ไหมไม่ดูดซึมต้องปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษเพราะยังอยู่ในเนื้อเยื่อ
- ระยะเวลาหลังร้อยไหม — ช่วง 3-6 เดือนแรกหลังร้อยไหม เนื้อเยื่อรอบไหมยังอยู่ในระยะฟื้นฟู และ collagen กำลังก่อตัวรอบไหม การส่งพลังงานเพิ่มในช่วงนี้ต้องระวัง
- ตำแหน่งของไหม — ตำแหน่งที่ร้อยไหมกับบริเวณที่วางแผนทำ Ultherapy ซ้อนทับกันมากน้อยแค่ไหน
- สภาพผิวปัจจุบัน — มีอาการอักเสบ บวม หรือกดเจ็บเหลืออยู่ไหม
งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ HIFU และการร้อยไหมชี้ว่าการผสมผสานทั้งสองวิธีในเวลาที่เหมาะสม อาจให้ผลดีกว่าการทำแยกกัน แต่ต้องวางแผนโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ค่ะ (PMC6336023, PMC7812524) การสื่อสารที่ชัดเจนกับแพทย์เกี่ยวกับประวัติการร้อยไหมของคุณจึงสำคัญมากค่ะ
ระยะห่างที่แนะนำระหว่างการร้อยไหมและ Ultherapy Prime
แนวทางทั่วไปที่แพทย์ผิวหนังมักแนะนำ:
- น้อยกว่า 1 เดือนหลังร้อยไหม — ยังไม่เหมาะสม เนื้อเยื่อยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
- 1-3 เดือน — ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล ขึ้นอยู่กับชนิดไหมและสภาพผิว
- 3-6 เดือนขึ้นไป — โดยทั่วไปสามารถทำ Ultherapy Prime ได้ หากไม่มีอาการผิดปกติ
ทั้งนี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นรายกรณีค่ะ ไม่มีตัวเลขที่ตายตัวสำหรับทุกคน เพราะแต่ละคนมีชนิดไหม ตำแหน่งร้อย และสภาพผิวที่แตกต่างกัน (PMC12596228) การถ่ายภาพประกอบหรือบอกชื่อไหมที่ใช้ให้แพทย์รับทราบจะช่วยให้วางแผนได้แม่นยำขึ้นค่ะ
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังสำหรับผู้มีประวัติร้อยไหม
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจาก Ultherapy Prime โดยทั่วไปได้แก่ รอยแดง บวมเล็กน้อย และความรู้สึกชาหรือเสียวในบางจุด ซึ่งปกติหายได้เองภายในไม่กี่วันค่ะ
สำหรับผู้มีประวัติร้อยไหม สิ่งที่ต้องระวังเพิ่มเติม:
- ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งว่าเคยร้อยไหมชนิดใด เมื่อนานแค่ไหน และบริเวณใด
- หากไหมยังไม่สลายตัวหมด แพทย์อาจปรับพลังงานหรือตำแหน่งในการยิงคลื่น
- ผู้ที่ใช้ไหมไม่ดูดซึมต้องแจ้งและปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษ
ไม่แนะนำสำหรับกลุ่มที่มีอาการอักเสบหรือกดเจ็บบริเวณที่ร้อยไหม มีอุปกรณ์โลหะหรือ implant ในบริเวณที่จะทำ และกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร แพทย์จะประเมินความพร้อมก่อนทุกครั้งค่ะ
สรุป
การทำ Ultherapy Prime หลังร้อยไหมทำได้ค่ะ แต่ต้องพิจารณาชนิดของไหม ระยะเวลา และตำแหน่งที่ร้อย การปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ทั้งสองวิธีจะช่วยให้วางแผนได้เหมาะสมที่สุด
ผลลัพธ์ของ Ultherapy Prime แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ประวัติการรักษา และปัจจัยเฉพาะบุคคลค่ะ หากมีข้อสงสัยเรื่องไหมที่ใช้หรือระยะเวลา ควรปรึกษาแพทย์โดยตรงนะคะ
ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซลได้เลยค่ะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาได้เลยนะคะ










