ทำไมถึงไม่ควรตัดสินผลอัลเทอร่าแค่เดือนเดียว — คุณหมอเผยความจริง
ลิฟติ้ง

ทำไมถึงไม่ควรตัดสินผลอัลเทอร่าแค่เดือนเดียว — คุณหมอเผยความจริง

ผลของอัลเทอร่าจะปรากฏหลัง 8–12 สัปดาห์ เมื่อคอลลาเจนเริ่มฟื้นฟู อย่าเพิ่งตัดสินจากรีวิวแค่เดือนเดียว

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
6นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

ทำไมถึงไม่ควรตัดสินผลอัลเทอร่าแค่เดือนเดียว

พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูใบไม้ร่วง ห้องตรวจของเราก็จะเริ่มคึกคักขึ้น

ด้วยคนไข้ที่อยากดูแลตัวเองก่อนเข้าหน้าหนาวครับ

หลายคนมาพร้อมกับคำพูดที่ว่า

"ทำที่อื่นมาได้เดือนนึงแล้ว แต่ตรงๆ เลยนะคะ ไม่รู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย"

วันนี้ผมจะอธิบายให้เข้าใจแบบละเอียดเลยครับว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น

ไทม์ไลน์การฟื้นฟูคอลลาเจนของอัลเทอร่า สัปดาห์ที่ 8 และ 12

สรุปในหนึ่งประโยค อัลเทอร่าทำงานโดยการให้ความร้อนที่ชั้น SMAS และผลการยกกระชับจะค่อยๆ ปรากฏในช่วง 8–12 สัปดาห์ครับ

จุดที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญไม่ใช่ผลทันทีหลังทำ แต่คือการรอให้ถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่

สิ่งที่เราจะคุยกันวันนี้ ความลึก จำนวนช็อต และจังหวะการสังเกตผล — ทั้งหมดนี้มีผลต่อประสิทธิภาพการรักษาอย่างไร





ผลของอัลเทอร่าเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่?

อัลเทอร่าคืออุปกรณ์การยกกระชับที่รวมพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงไปยังจุดเดียวเพื่อให้ความร้อนที่ชั้น SMAS ครับ

หัวแปลงสัญญาณขนาด 4.5 มม. ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำหัตถการนี้ครับ

ความลึกระดับนี้คือตำแหน่งที่ตรงกับชั้น SMAS (superficial musculoaponeurotic system) พอดีเลยครับ

ชั้น SMAS คือโครงสร้างพังผืดกล้ามเนื้อด้านในของใบหน้า

การที่ชั้นนี้เกิดการหดตัวและแข็งตัวจึงทำให้เกิดผล "ยกขึ้น" ได้อย่างแท้จริงครับ

ส่วน 3.0 มม. จะทำงานที่ชั้นหนังแท้ลึก และ 1.5 มม. จะทำงานที่ชั้นหนังแท้บนครับ

แม้จะเป็นอัลเทอร่าเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ขึ้นอยู่กับว่าใช้หัวแปลงสัญญาณอะไร และแบ่งจำนวนช็อตอย่างไรครับ





ผลของอัลเทอร่าจะเริ่มเห็นเมื่อไหร่?

ไม่ใช่ทันทีหลังทำ แต่จะค่อยๆ ปรากฏหลังจาก 8–12 สัปดาห์ เมื่อคอลลาเจนเริ่มฟื้นฟูขึ้นครับ

ประเด็นสำคัญของบทความนี้

ความลึก 4.5 มม. ของอัลเทอร่าจะกระตุ้นชั้น SMAS โดยตรงเพื่อให้เกิดการยกกระชับอย่างแท้จริง

แต่ผลลัพธ์จะไม่ปรากฏทันทีหลังทำ — มันจะค่อยๆ แสดงออกมาหลัง 8–12 สัปดาห์ เมื่อคอลลาเจนเริ่มฟื้นฟูครับ

รีวิวที่บอกว่า "ผ่านมาเดือนนึงแล้วยังไม่เห็นผล" ส่วนใหญ่คือการประเมินผลเร็วเกินไปเท่านั้นเองครับ

อ่านแค่ตัวหนังสืออาจยังนึกภาพไม่ออก แต่ถ้าดูจากเคสจริงจะชัดเจนมากขึ้นครับ

สัปดาห์ที่แล้วมีคนไข้อายุ 41 ปีมาที่คลินิก

เธอทำที่คลินิกอื่นมา 600 ช็อตเมื่อเดือนที่แล้ว แล้วมาบอกว่า "ไม่เห็นเปลี่ยนแปลงเลย รู้สึกเหมือนโดนโกง" ครับ

ผมนั่งดูรูปถ่ายพร้อมกันและอธิบายให้ฟังครับ

ทันทีหลังทำจะมีแค่อาการบวมเล็กน้อยและการหดตัวทันทีเพียงเล็กน้อย

การยกกระชับที่แท้จริงจะเริ่มเห็นได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 8 เมื่อคอลลาเจนในชั้น SMAS เริ่มสร้างขึ้นมาใหม่ครับ

โดยทั่วไปผลจะสูงสุดในสัปดาห์ที่ 12 และคงอยู่ได้ประมาณ 12 เดือนครับ

ผมบอกให้เธอรออีกสองเดือน และพอมาอีกครั้งในสัปดาห์ที่ 8 เธอก็พูดขึ้นมาเองเลยว่า "ตอนนี้เริ่มเห็นแล้วค่ะ" ครับ

กลไกการฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้น SMAS ด้วยอัลเทอร่า 4.5 มม.

รีวิวที่ว่า "ผ่านมาเดือนนึงแล้วยังไม่เห็นผล" นั้นมีมาก

ไม่ใช่เพราะการทำหัตถการผิดพลาด แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะสังเกตผลเร็วเกินไปครับ

การสังเคราะห์คอลลาเจนไม่ได้ดำเนินไปในหน่วยวัน แต่เป็นหน่วยสัปดาห์ครับ

คนอายุ 30 ต้น ผลมักอยู่ได้ถึง 12–18 เดือน

ส่วนคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ผลอาจสั้นลงเหลือประมาณ 8–10 เดือนครับ

ตัวแปรที่ส่งผลต่อความคงทนมากที่สุดคือรังสี UV และการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวครับ

กราฟคอลลาเจนของอัลเทอร่า สัปดาห์ที่ 8, 12 และ 12 เดือน

สรุปหลักจากหมอวียองจิน

อัลเทอร่าไม่ใช่หัตถการที่จะเห็นผล "ทันทีหลังทำ" ครับ

ต้องประเมินผลในช่วง 8–12 สัปดาห์หลังทำ เมื่อคอลลาเจนเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่ จึงจะเห็นผลที่แท้จริงครับ

อย่าตัดสินจากรีวิวแค่เดือนเดียว — มันเร็วเกินไปครับ





อัลเทอร่า 300 ช็อต กับ 600 ช็อต ผลต่างกันอย่างไร?

จำนวนช็อตไม่ใช่แค่ตัวเลข สิ่งสำคัญคือการแบ่งช็อตในแต่ละระดับความลึกว่าเป็นอย่างไรครับ

เรื่องนี้เป็นคำถามที่เพื่อนๆ ถกกันบ่อยมากเลยครับ

"ฉันทำ 300 ช็อต เธอทำ 600 ช็อต

แล้วทำไมผลลัพธ์ถึงดูไม่ต่างกัน?" แบบนี้ครับ

ถ้า 300 ช็อตกระจายอยู่ตื้นๆ ทั่วใบหน้า

แต่ 600 ช็อตโฟกัสที่ 4.5 มม. เป็นหลัก

600 ช็อตจะให้ผลการยกกระชับที่รู้สึกได้ชัดเจนกว่ามากครับ

เพราะสิ่งสำคัญคือการให้ความร้อนสะสมในชั้น SMAS ได้เพียงพอครับ

ดังนั้นคลินิกที่ "ต่อรองราคาโดยดูแค่จำนวนช็อต" จึงเป็นสิ่งที่ต้องระวังครับ

600 ช็อตเหมือนกัน แต่บางคลินิกแบ่งเป็น 4.5 มม. 200 + 3.0 มม. 200 + 1.5 มม. 200

ในขณะที่บางคลินิกใส่ช็อตมากกว่าครึ่งไว้ที่ 1.5 มม. ครับ

แบบหลังอาจทำให้ผิวดูดีขึ้น แต่แทบไม่มีผลต่อการแก้ปัญหาการหย่อนคล้อยเลยครับ

แล้วแบบไหนที่เหมาะกับคุณล่ะ?

มีสิ่งหนึ่งที่อยากบอกไว้ด้วยคือ

สำหรับคนที่มีไขมันใต้ผิวหนังน้อยหรือรูปร่างผอมบาง

การเพิ่มสัดส่วนช็อตที่ 4.5 มม. มากเกินไปอาจทำให้แก้มดูตอบลึกลงได้ครับ

เรื่องนี้ไม่ควรตัดสินจากตารางจำนวนช็อตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้แพทย์ตรวจด้วยตนเองและประเมินโดยตรงครับ

ตารางเปรียบเทียบการแบ่งช็อตตามความลึกของอัลเทอร่า 300 และ 600 ช็อตคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผลของอัลเทอร่า





คำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดในห้องตรวจเกี่ยวกับอัลเทอร่า

Q1. ทำอัลเทอร่าครั้งหนึ่งผลอยู่ได้นานแค่ไหน?

A. แต่ละเคสจะแตกต่างกันบ้าง แต่โดยเฉลี่ยผมบอกว่าประมาณ 12 เดือนครับ

อย่างไรก็ตาม บางคนอายุ 30 ต้นๆ สามารถรักษาผลได้ถึง 18 เดือน

ส่วนคนที่อายุมากกว่า 50 ปี บางรายผลอาจสั้นลงเหลือ 8–10 เดือนครับ

ถ้าไม่ทาสกินแดดหรือน้ำหนักลดเกิน 5 กิโลกรัม ผลอาจหายไปภายในแค่ครึ่งปีเลยครับ

ดังนั้นคนที่ทำปีละครั้งมักจะพึงพอใจกับผลลัพธ์มากที่สุดครับ

มีคำถามที่คล้ายกันอีกข้อหนึ่งครับ

Q2. ทำอัลเทอร่ามาเดือนนึงแล้วยังไม่เห็นผล ถือว่าล้มเหลวไหม?

A. เช้านี้เองมีคนไข้อายุ 38 ปีมาพร้อมคำถามเดียวกันเลยครับ

บอกว่า "ทำมาเดือนนึงแล้ว ส่องกระจกดูก็ยังเหมือนเดิมเลยค่ะ" ครับ

ผมเอารูปถ่ายมาเปรียบเทียบให้ดูพร้อมกันและอธิบายว่า

หัตถการนี้ต้องรอให้ครบ 8 สัปดาห์ก่อน ชั้น SMAS จึงจะเริ่มสร้างคอลลาเจนได้ ดังนั้นการประเมินผลที่หนึ่งเดือนถือว่าเร็วเกินไปมากครับ

ประมาณ 7 ใน 10 คน จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตนเองตั้งแต่สัปดาห์ที่ 8 และผลจะชัดเจนที่สุดในสัปดาห์ที่ 12 ครับ

อย่าเพิ่งตัดสินใจขอคืนเงินหรือทำซ้ำจากรีวิวแค่เดือนเดียว รอให้ครบสองเดือนก่อนครับ

และสุดท้ายขอพูดอีกข้อหนึ่งครับ

Q3. ถ้าผลอัลเทอร่าเริ่มหายไป ทำบ่อยๆ ได้ไหม?

A. คำตอบข้อนี้ค่อนข้างชัดเจนครับ — ปีละครั้งคือความถี่ที่เหมาะสมครับ

คอลลาเจนต้องการเวลา 8–12 สัปดาห์ในการเจริญเติบโต

ถ้ากระตุ้นซ้ำในช่วงนั้น แทนที่จะได้ผลสะสม กลับจะกระทบคอลลาเจนที่กำลังสร้างอยู่แทนครับ

Shrink สามารถทำได้ทุก 3 สัปดาห์ 3 ครั้ง แต่อัลเทอร่าแตกต่างออกไปครับ

ถ้ามีใครแนะนำให้ทำทุก 6 เดือน ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนนะครับ

ท้ายที่สุดแล้ว ผลของอัลเทอร่าไม่ได้เกิดขึ้นในห้องทำหัตถการ แต่เกิดขึ้นในช่วงสองสามเดือนถัดจากนั้นต่างหากครับ


บทความหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังว่า "ในช่วงพักฟื้น 8–12 สัปดาห์ ควรทำอะไรเพื่อให้ผลดีขึ้น" โดยจะครอบคลุมถึงเรื่องของรังสี UV ครีมบำรุงการฟื้นฟู และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำหัตถการร่วมด้วยครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความแนะนำ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ผู้หญิงปรึกษาแพทย์เรื่องหัตถการคลื่นวิทยุบริเวณรอบดวงตาลิฟติ้ง

ทำ InMode FX ที่รอบดวงตาและใต้ตาได้ไหม? ขอบเขตที่ควรรู้

InMode FX ออกแบบมาโดยคิดถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แต่ผิวรอบดวงตาบางและมีไขมันรองรับน้อย เงื่อนไขจึงเปลี่ยนไป มาดูกันว่าขอบเขตที่พอพิจารณาได้อยู่ตรงไหน และต้องระวังอะไรบ้างนะคะ

การ์ดตั้งคำถามว่าทำไมผลของ Sofwave ถึงรู้สึกไม่ชัดในช่วงแรกลิฟติ้ง

ทำ Sofwave แล้วยังไม่เห็นผล? 4 ตัวแปรที่ควรเช็ก

ความรู้สึกหลังทำ Sofwave ต่างกันได้มาก แม้จะใช้เครื่องเดียวกัน บทความนี้ไล่ให้ดูทีละข้อว่าความหนาผิว ชนิดของความหย่อนคล้อย บริเวณที่ทำ และช่วงเวลาที่ประเมิน ส่งผลต่อสิ่งที่คุณมองเห็นอย่างไร

บทความล่าสุด

ผู้หญิงจดรายการยาที่กินประจำก่อนเข้าปรึกษาที่คลินิกผิวหนัง

กินยาลดความดันหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ต้องบอกคลินิกก่อนทำไหม?

ยาลดความดันและยาละลายลิ่มเลือดที่กินประจำมีผลกับรอยช้ำและการห้ามเลือดในวันทำหัตถการ บทความนี้รวมเหตุผลที่ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้า และเหตุผลที่ไม่ควรหยุดยาเอง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้หรือไม่ เกณฑ์ที่ช่วยตัดสินใจผิวหนัง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้ไหม?

ไข้และการติดเชื้อเฉียบพลันส่งผลต่อการบวม การฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ จึงควรมีเกณฑ์ที่จับต้องได้ว่าอาการแบบไหนควรเลื่อนคิวที่จองไว้ แบบไหนยังคุยกับแพทย์ก่อนได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวมแนวทางไว้ให้ค่ะ

รูปร่างผอมกับการฉีดฟิลเลอร์สะโพก ทำไมวอลลุ่มดูน้อยกว่าและควรออกแบบอย่างไรบอดี้

รูปร่างผอมฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ววอลลุ่มดูน้อย ต้องออกแบบยังไง?

คนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง เมื่อฉีดฟิลเลอร์สะโพกในปริมาณเท่ากับคนอื่นมักได้วอลลุ่มที่ดูน้อยกว่า และมีโอกาสเห็นขอบของสารได้ง่ายกว่า ทางออกจึงอยู่ที่การเลือกชั้นที่ฉีดและการแบ่งจำนวนครั้งให้ต่างออกไปค่ะ

Juvelook Volume ในวัย 50 ความต่างของการออกแบบและความคาดหวังเมื่อเทียบกับวัย 30รูปหน้าและวอลุ่ม

ทำ Juvelook Volume ตอนอายุ 50 ต่างจากตอนอายุ 30 ยังไง?

แก้มที่ตอบลงตอนวัย 50 กับวัย 30 ไม่ได้มาจากชั้นเดียวกัน เมื่อสาเหตุต่างกัน การออกแบบปริมาณ จุดฉีด จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ผลลัพธ์จะปรากฏก็ควรตั้งไว้คนละแบบ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวบรวมความต่างเหล่านี้ไว้ให้ค่ะ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ภาพปกบทความเรื่องการใช้เครื่องความงามที่บ้านร่วมกับหัตถการที่คลินิกผิวหนัง

เครื่องความงามที่บ้าน ต้องพักตอนไหนก่อนและหลังทำหัตถการ?

จำนวนวันที่ต้องพักเครื่องความงามหลังทำหัตถการไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมของแต่ละคลินิก บทความนี้จัดระเบียบวิธีคิดจากสภาพผิว 4 อย่าง แยกตามชนิดของเครื่อง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors