ทำ InMode FX ที่รอบดวงตาและใต้ตาได้ไหม? ขอบเขตที่ควรรู้
InMode FX ออกแบบมาโดยคิดถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แต่ผิวรอบดวงตาบางและมีไขมันรองรับน้อย เงื่อนไขจึงเปลี่ยนไป มาดูกันว่าขอบเขตที่พอพิจารณาได้อยู่ตรงไหน และต้องระวังอะไรบ้างนะคะ

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
เคยไหมคะ ทำ InMode FX ที่กรอบหน้ากับใต้คางแล้วรู้สึกว่าเส้นขากรรไกรดูคมขึ้นจริง แต่พอส่องกระจกใกล้ ๆ สายตากลับไปหยุดที่ใต้ตาที่ดูหย่อนลงอยู่ดี หลายคนจึงถามคุณหมอว่า ยิงต่ออีกสักหน่อยที่รอบดวงตาเลยได้ไหม
คำถามนี้ตอบสั้น ๆ ได้ยาก เพราะ InMode FX ถูกออกแบบมาโดยคิดถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนังเป็นหลัก ส่วนผิวรอบดวงตาบางมาก มีไขมันรองรับน้อย และถัดลงไปก็เป็นกล้ามเนื้อรอบดวงตา กระดูกเบ้าตา และลูกตา พูดง่าย ๆ คือเครื่องเดิม หัวเดิม แต่พื้นที่ทำงานคนละแบบ ครีมบำรุงช่วยได้ในระดับผิวชั้นบน พอเป็นเรื่องความหย่อนที่ลึกลงไป หลายคนจึงเริ่มมองหาหัตถการ
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูว่า InMode FX ทำงานกับผิวชั้นไหน ทำไมบริเวณที่ถูกพูดถึงบ่อยจึงเป็นกรอบหน้าและใต้คาง รอบดวงตาต่างออกไปตรงไหน และมีข้อควรระวังอะไรก่อนตัดสินใจค่ะ
InMode FX ทำงานกับผิวชั้นไหน ทำไมถึงพูดถึงกรอบหน้าเป็นหลัก?
คำตอบสั้น ๆ คือ หัว FX ถูกวางบทบาทให้ทำงานกับชั้นไขมันใต้ผิวหนัง บริเวณที่มีไขมันรองรับมากพออย่างใต้คางและกรอบหน้าจึงถูกพูดถึงบ่อย
InMode เป็นเครื่องคลื่นวิทยุ (RF) ที่มีหัวทำงานหลายแบบให้เลือกตามเป้าหมาย หัว FX ส่งคลื่นวิทยุผ่านเนื้อเยื่อแล้วคุมอุณหภูมิของชั้นใต้ผิวให้อยู่ในช่วงที่ตั้งไว้ ขณะที่หัว Forma เน้นความอุ่นในชั้นหนังแท้ เพื่อดูแลเรื่องผิวแน่นมากกว่า ชื่อเครื่องเดียวกัน แต่คนละหัวก็คนละความลึก
พูดง่าย ๆ คือ FX เหมือนการรีดผ้าที่ต้องมีผ้ารองอยู่ข้างใต้ ถ้าผ้ารองหนาพอ ความร้อนก็กระจายตัวไปตามที่ตั้งใจ แต่ถ้าวางลงบนพื้นที่ซึ่งแทบไม่มีอะไรรอง ความร้อนก็จะไปกองที่ผิวด้านบนแทน
แนวคิดของการใช้คลื่นวิทยุเพื่อกระชับผิวรวบรวมไว้ใน รายงานเรื่องการกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ ซึ่งส่วนใหญ่พูดถึงบริเวณกรอบหน้าและลำตัว จึงใช้แทนผลของรอบดวงตาโดยตรงไม่ได้
ผิวรอบดวงตาต่างจากกรอบหน้าตรงไหน?
คำตอบคือต่างกันตั้งแต่ความหนาของผิว ปริมาณไขมันที่รองรับ ไปจนถึงสิ่งที่อยู่ข้างใต้
ผิวหนังรอบดวงตาบางกว่าผิวแก้มและกรอบหน้าอย่างชัดเจน ชั้นไขมันใต้ผิวหนังก็มีน้อยมาก แปลว่าชั้นไขมันที่หัว FX ออกแบบมาให้ทำงานด้วย แทบไม่มีอยู่ในพื้นที่นี้ตั้งแต่แรก
ความร้อนจะทำงานได้ตามที่ตั้งใจก็ต่อเมื่อมีเนื้อเยื่อรองรับมากพอ ในบริเวณที่บาง ค่าพลังงานเท่าเดิมอาจทำให้ผิวด้านบนอุ่นขึ้นเร็วกว่าที่คาด และเกิดรอยแดงหรือแสบร้อนได้ง่ายกว่า อีกเรื่องคือลูกตาไวต่อความร้อน เหตุผลเดียวกับที่การทำเลเซอร์บนใบหน้าต้องใช้แผ่นครอบตาเสมอ การส่งคลื่นวิทยุลงบนเปลือกตาหรือด้านในขอบเบ้าตาจึงไม่ใช่แนวทางที่เราเลือกทำ
อีกจุดที่มองข้ามกันบ่อยคือ สิ่งที่เรียกรวม ๆ ว่าใต้ตาดูหย่อน ไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว บางคนเป็นผิวที่หย่อนลงจริง บางคนเป็นไขมันเบ้าตาที่ดันออกมาจนเกิดเงา บางคนเป็นเม็ดสีหรือเส้นเลือดที่เห็นผ่านผิวบาง ๆ รายงานเรื่องการดูแลความอ่อนเยาว์รอบดวงตา ก็ชี้ไปในทางเดียวกันว่า การเลือกวิธีควรตั้งต้นจากกายวิภาคและสาเหตุของแต่ละคนก่อน
รอบดวงตาพอทำอะไรได้บ้าง และควรหยุดตรงไหน?
คำตอบโดยสรุปคือ ขอบเขตที่พอพิจารณาได้มักอยู่นอกขอบกระดูกเบ้าตา ส่วนพื้นที่ที่อยู่เหนือลูกตาโดยตรงไม่ถูกนับรวมไว้ในแผน
| บริเวณ | แนวทางที่มักพิจารณา | เหตุผล |
|---|---|---|
| ขมับและโหนกแก้มด้านบน นอกขอบเบ้าตา | พิจารณาเป็นรายกรณี โดยจำกัดขอบเขตและปรับพลังงานลง | ยังพอมีเนื้อเยื่อรองรับความร้อน |
| หางตาด้านนอก | ประเมินเป็นรายบุคคลตามตำแหน่งกระดูกและความหนาของผิว | ระยะห่างจากเบ้าตาไม่เท่ากันในแต่ละคน |
| เปลือกตาและใต้ตาด้านในขอบเบ้าตา | ไม่นับรวมอยู่ในแผนหัตถการ | ผิวบาง ไขมันน้อย และอยู่เหนือลูกตาโดยตรง |
ตารางนี้เป็นแนวทางกว้าง ๆ เพราะตำแหน่งกระดูกและความหนาของผิวต่างกันไปในแต่ละบุคคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินขอบเขตจริงในวันตรวจ
อีกทางที่มักถูกหยิบมาคุยกันคือเปลี่ยนไปใช้หัวที่ทำงานกับชั้นตื้นกว่า หรือเลือกหัตถการคนละกลุ่มเมื่อสาเหตุหลักไม่ใช่ผิวหย่อน การแยกสาเหตุก่อนเลือกเครื่องมือ จึงสำคัญกว่าการถามว่าเครื่องนี้ยิงตรงนี้ได้หรือไม่
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้
หลังทำหัตถการด้วยคลื่นวิทยุ อาจมีรอยแดง ความรู้สึกอุ่น หรือบวมเล็กน้อยในบริเวณที่ทำ ซึ่งมักดีขึ้นเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น แสบร้อนต่อเนื่อง ผิวพอง รอยด่างดำที่เพิ่งเกิด หรืออาการทางสายตา ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ในบริเวณที่ผิวบาง โอกาสเกิดผลข้างเคียงจากความร้อนมีมากกว่าบริเวณที่มีไขมันรองรับหนา เช่น แผลไหม้ระดับตื้น หรือไขมันตรงนั้นลดลงจนดูตอบกว่าเดิม คำถามที่ควรตั้งจึงไม่ใช่แค่ว่าทำได้หรือไม่ แต่เป็นว่าคุ้มกับความเสี่ยงในสภาพผิวตอนนี้หรือเปล่า
กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน หรืออาจต้องเลื่อนแผนออกไป ได้แก่
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือโลหะฝังในร่างกาย
- กำลังรักษาโรคทางตา หรือเพิ่งผ่าตัดตามาไม่นาน
- มีภาวะไทรอยด์ที่ส่งผลกับดวงตา หรือตาแห้งค่อนข้างมาก
- มีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือแผลเปิดในบริเวณที่จะทำ
- เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หรือโบท็อกซ์ (Botox) รอบดวงตามาไม่นาน
รายการนี้ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้เลยทุกกรณี แต่หมายความว่าต้องให้แพทย์ประเมินก่อน และไม่ควรวางแผนหัตถการด้วยตัวเองนะคะ
เตรียมตัวก่อนปรึกษา และเรื่องค่าใช้จ่ายประเมินยังไง?
คำตอบคือเตรียมข้อมูลของตัวเองไปให้พร้อม แล้วให้เรื่องขอบเขตกับค่าใช้จ่าย เป็นสิ่งที่แพทย์ประเมินหลังตรวจสภาพผิวจริง สิ่งที่ช่วยให้การปรึกษาตรงจุดขึ้น ได้แก่
- สิ่งที่กังวลจริง ๆ คืออะไร ผิวหย่อน เงาใต้ตา หรือริ้วรอย
- เคยทำหัตถการอะไรรอบดวงตามาก่อน เมื่อไหร่
- โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และประวัติโรคทางตา
- ใส่คอนแทคเลนส์อยู่หรือไม่ เพราะวันทำมักให้ถอดออกก่อน
- มีกำหนดการสำคัญในช่วงใกล้ ๆ หรือเปล่า
ส่วนค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับขอบเขตที่ทำ จำนวนครั้งที่แพทย์ประเมิน และการจับคู่กับหัตถการอื่นในแผนเดียวกัน จึงไม่มีราคาเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน โดยทั่วไปแพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคลหลังตรวจสภาพผิว รายละเอียดแพ็กเกจดูได้ที่หน้า ราคาและแพ็กเกจ ทั้งนี้ราคาที่คลินิกในกรุงโซล อาจเปลี่ยนแปลงได้
สรุป
InMode FX ถูกออกแบบมาโดยคิดถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ใต้คางและกรอบหน้าจึงเป็นพื้นที่ที่ถูกพูดถึงบ่อย ส่วนรอบดวงตาและใต้ตาเป็นผิวบาง มีไขมันรองรับน้อย และมีลูกตาอยู่ถัดลงไป เงื่อนไขจึงเปลี่ยนไป สิ่งที่พอพิจารณาได้มักอยู่นอกขอบเบ้าตา และควรตั้งต้นจากสาเหตุของแต่ละคนก่อนเลือกวิธีเสมอ
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจนะคะ
BeautyStone Clinic อยู่ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล ประเทศเกาหลี หากคุณกำลังกังวลว่าใต้ตาที่ดูหย่อนลงจะยิงต่อจากกรอบหน้าได้หรือเปล่า ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาคุยกับคุณหมอได้เลยนะคะ









