เครื่องความงามที่บ้าน ต้องพักตอนไหนก่อนและหลังทำหัตถการ?
จำนวนวันที่ต้องพักเครื่องความงามหลังทำหัตถการไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมของแต่ละคลินิก บทความนี้จัดระเบียบวิธีคิดจากสภาพผิว 4 อย่าง แยกตามชนิดของเครื่อง

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
เคยไหมคะ ซื้อเครื่องความงามมาใช้ที่บ้านแล้วใช้อยู่ทุกวันจนติดเป็นนิสัย พอไปทำหัตถการที่คลินิกกลับมา ก็ไม่กล้าหยิบขึ้นมาใช้อีกเลย เพราะไม่แน่ใจว่าจะซ้ำเติมผิวหรือเปล่า สุดท้ายเครื่องที่ซื้อมาก็นอนนิ่งอยู่ในลิ้นชักแบบนั้น
จริง ๆ แล้วความลังเลนี้มีเหตุผลอยู่ ผิวหลังทำหัตถการไม่ได้อยู่ในสภาพเดียวกับผิวปกติ บางช่วงเกราะป้องกันผิวยังไม่กลับมาเต็มที่ บางช่วงยังมีความร้อนหรือการอักเสบค้างอยู่ข้างใน แต่การเก็บเครื่องไว้เฉย ๆ โดยไม่รู้ว่าจะกลับมาใช้ได้เมื่อไหร่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูว่าเครื่องความงามที่บ้านทั้งแบบ RF, LED และไมโครเคอร์เรนต์ ควรพักตอนไหนและกลับมาใช้ได้เมื่อไหร่ โดยดูจากสภาพผิวเป็นหลักแทนการท่องจำจำนวนวัน พร้อมแนวทางการดูแลตัวเองที่นำไปใช้ได้จริงค่ะ
ใช้เครื่องความงามที่บ้านร่วมกับหัตถการที่คลินิกได้ไหม?
คำตอบคือใช้ร่วมกันได้ การมีเครื่องความงามที่บ้านไม่ได้แปลว่าต้องเลิกทำหัตถการที่คลินิก และการทำหัตถการก็ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกใช้เครื่องที่บ้าน สิ่งที่ต้องระวังมีเพียงเรื่องเดียวคือ จังหวะที่นำสองอย่างมาซ้อนทับกัน
เครื่องความงามสำหรับใช้ที่บ้านถูกออกแบบมาเพื่อการดูแลต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพื่อทดแทนหัตถการทางการแพทย์ มีรีวิวเชิงระบบเกี่ยวกับเครื่องมือทางผิวหนังสำหรับใช้ที่บ้านที่พบว่าน้ำหนักของหลักฐานแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน พูดง่าย ๆ คือ ไม่ใช่ทุกการใช้งานจะมีข้อมูลรองรับเท่ากัน
ส่วนค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับชนิดของหัตถการและการประเมินของแพทย์ ดูรายละเอียดได้ที่หน้าราคาของคลินิก
ทำไมจำนวนวันที่ต้องพักถึงไม่เท่ากันในแต่ละคน
ตัวเลขแบบ พักกี่วันหลังทำหัตถการ ที่เห็นตามอินเทอร์เน็ต ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมที่แต่ละคลินิกสะสมจากประสบการณ์ของตัวเอง หัตถการชนิดเดียวกันจึงอาจได้คำแนะนำไม่เท่ากันจากคนละที่ ตัวเลขที่ควรยึดคือตัวเลขที่แพทย์ผู้ดูแลบอกกับคุณ
แล้วแพทย์ดูจากอะไร โดยทั่วไปการประเมินจะวางอยู่บนสภาพผิว 4 อย่างนี้
| สิ่งที่ประเมิน | สถานการณ์ที่เข้าข่าย |
|---|---|
| เกราะป้องกันผิว | หลังหัตถการที่ทิ้งรอยเปิดเล็ก ๆ บนผิวชั้นบน เช่น การลงเข็มหรือการผลัดเซลล์ผิว |
| ความร้อนสะสม | หลังหัตถการที่ส่งความร้อนลงไปในผิว เช่น กลุ่มคลื่นวิทยุหรือ HIFU |
| การอักเสบที่ยังไม่สงบ | ช่วงที่ยังมีรอยแดง บวม หรือรู้สึกร้อนวูบที่ผิวอยู่ |
| ความไวต่อแสง | หลังรักษาเรื่องเม็ดสี หรือช่วงที่ใช้ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง |
คำว่า หลังทำหัตถการ คำเดียวครอบคลุมสถานการณ์ที่ต่างกันมาก วันที่ฉีดยาอย่างเดียว กับวันที่เพิ่งยิงเลเซอร์แล้วยังมีสะเก็ดบาง ๆ อยู่ ไม่ใช่สภาพเดียวกันเลย การจำจำนวนวันจึงช่วยได้น้อยกว่าการดูว่าผิวเราเข้าข่ายข้อไหน
อีกจุดที่ควรเข้าใจคือระดับพลังงาน งานวิจัยที่ประเมินเครื่องความงามสำหรับใช้ที่บ้านระบุว่าเครื่องกลุ่มนี้ใช้พลังงานต่ำกว่าเครื่องระดับการแพทย์ ระยะที่พลังงานเข้าถึงจึงไม่เท่ากัน แต่พลังงานต่ำไม่ได้แปลว่าใช้ได้ทุกจังหวะ สำหรับผิวที่เพิ่งผ่านหัตถการ มันคือแรงกระตุ้นอีกหนึ่งอย่างเสมอ
RF, LED และไมโครเคอร์เรนต์ ต่างกันตรงไหน
เครื่องที่คนไทยใช้กันที่บ้านมากที่สุดมีอยู่ 3 กลุ่ม และแต่ละกลุ่มส่งสิ่งที่ต่างกันเข้าสู่ผิว ข้อควรระวังจึงไม่เหมือนกัน
เครื่อง RF (คลื่นวิทยุ)
เครื่องกลุ่มนี้ส่งความร้อนเข้าสู่ผิว หลังหัตถการที่ใช้ความร้อนเป็นหลัก ผิวชั้นในยังอยู่ในช่วงที่ร่างกายตอบสนองต่อความร้อนรอบนั้น การเติมความร้อนซ้ำในจังหวะเดียวกันจึงควรเลี่ยงไว้ก่อน รอจนรอยแดงและความรู้สึกร้อนสงบลงแล้วค่อยกลับมา
LED Mask
LED ทำงานด้วยแสงเป็นหลัก มีความร้อนและการเสียดสีน้อยกว่าอีกสองกลุ่ม จึงถือว่าอ่อนโยนกว่า แต่ก็มีเงื่อนไขของตัวเอง ควรเลี่ยงบริเวณที่ยังมีแผลเปิดหรือสะเก็ด และถ้าใช้ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสงหรือเพิ่งรักษาเรื่องเม็ดสีมา ควรถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน
เครื่องไมโครเคอร์เรนต์
เครื่องกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ต้องทาเจลแล้วรูดบนผิว ภาระกับผิวจึงมักไม่ใช่กระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ แต่เป็นการเสียดสีจากการรูดซ้ำไปมา ช่วงที่เกราะป้องกันผิวยังไม่กลับมาปกติจึงควรลดความถี่ลง และอ่านข้อห้ามใช้ในคู่มือให้ครบก่อนเสมอ
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้
หากกลับมาใช้เครื่องเร็วเกินไป อาจมีรอยแดง แสบผิว หรือผิวแห้งลอกมากกว่าปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่วันเมื่อหยุดใช้และดูแลผิวแบบเรียบง่าย หากอาการยืดเยื้อหรือรุนแรงขึ้น ไม่ควรรักษาด้วยตัวเอง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ในทางกลับกัน การใช้เครื่องอย่างถูกจังหวะมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาจึงมักไม่ใช่ตัวเครื่อง แต่เป็นการเลือกเวลาที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวในตอนนั้น
กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เครื่องที่บ้านในช่วงก่อนและหลังหัตถการ ได้แก่
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์ฝังในร่างกาย
- มีแผลเปิด สะเก็ด หรือผื่นอักเสบบนบริเวณที่จะใช้เครื่อง
- กำลังใช้ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น
- มีโรคผิวหนังเรื้อรังที่อยู่ระหว่างการรักษา
ทั้งนี้ผลลัพธ์และการตอบสนองของผิวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลอีกครั้ง
สัญญาณที่บอกว่ากลับมาใช้เครื่องได้แล้ว
แทนที่จะนับวันบนปฏิทิน ลองดูสัญญาณจากผิวตัวเองแทน โดยทั่วไปจะกลับมาใช้เครื่องได้เมื่อครบทั้ง 3 ข้อนี้ คือ รอยแดงและความรู้สึกร้อนที่ผิวสงบลงแล้ว ไม่มีสะเก็ดหรืออาการคันหลงเหลือ และโทนเนอร์หรือน้ำตบที่ใช้ประจำไม่แสบผิวอีกต่อไป
เมื่อครบสามข้อแล้ว แนะนำให้เริ่มใหม่แบบค่อยเป็นค่อยไป เลือกระดับความแรงต่ำที่สุด ใช้เวลาสั้นกว่าปกติ และเริ่มจากบริเวณเล็ก ๆ ก่อน วันรุ่งขึ้นถ้าผิวไม่มีรอยแดงค้าง ค่อยขยับกลับไปใช้แบบเดิม
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ตอนเข้าปรึกษา ควรบอกแพทย์ว่าที่บ้านใช้เครื่องชนิดไหนและบ่อยแค่ไหน เพราะแพทย์ประเมินจากหัตถการร่วมกับการดูแลที่คุณทำอยู่ ข้อมูลนี้มีผลโดยตรงต่อคำแนะนำเรื่องช่วงพัก
สรุป
เครื่องความงามที่บ้านทั้ง RF, LED และไมโครเคอร์เรนต์ ไม่ได้ขัดแย้งกับหัตถการที่คลินิก สิ่งที่กำหนดช่วงพักคือสภาพผิว 4 อย่าง ได้แก่ เกราะป้องกันผิว ความร้อน การอักเสบ และความไวต่อแสง
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
BeautyStone Clinic ตั้งอยู่ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล ให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากคุณกำลังกังวลว่าเครื่องความงามที่ซื้อมาใช้ที่บ้านจะกลับมาหยิบขึ้นมาใช้ได้เมื่อไหร่ แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ








