เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้หรือไม่ เกณฑ์ที่ช่วยตัดสินใจ
ผิวหนัง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้ไหม?

ไข้และการติดเชื้อเฉียบพลันส่งผลต่อการบวม การฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ จึงควรมีเกณฑ์ที่จับต้องได้ว่าอาการแบบไหนควรเลื่อนคิวที่จองไว้ แบบไหนยังคุยกับแพทย์ก่อนได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวมแนวทางไว้ให้ค่ะ

ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ จองคิวหัตถการไว้ล่วงหน้าเป็นเดือน พอใกล้ถึงวันจริงกลับเริ่มเจ็บคอ หรือแตะหน้าผากแล้วรู้สึกอุ่นผิดปกติ หลายคนลังเลระหว่าง "ไปเถอะ เลื่อนแล้วกว่าจะได้คิวใหม่ก็นาน" กับ "หรือพักก่อนดีนะ"

ตอนที่ร่างกายกำลังสู้กับเชื้อ ระบบภูมิคุ้มกันเทกำลังไปทางนั้นอยู่แล้ว ส่วนหัตถการความงามคือการสร้างบาดแผลเล็ก ๆ ที่ควบคุมไว้ แล้วให้ร่างกายซ่อมกลับมา พอสองงานนี้ชนกันในวันเดียว สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงไม่ใช่แค่ความสบายตัว แต่เป็นเรื่องบวม การฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บ

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูว่าอาการหวัดและไข้ต่ำ ๆ กระทบหัตถการตรงจุดไหน มีเกณฑ์อะไรช่วยตัดสินใจว่าวันนั้นควรไปต่อหรือควรเลื่อน และถ้าเลื่อนแล้วควรรอนานแค่ไหนค่ะ

ไข้และการติดเชื้อ ส่งผลกับการบวม การฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บยังไง?

ช่วงมีไข้ ร่างกายอยู่ในภาวะอักเสบทั้งระบบอยู่ก่อนแล้ว หลอดเลือดขยายตัวและน้ำซึมออกง่ายขึ้น พอมีเข็มหรือพลังงานความร้อนเข้าไปเพิ่ม อาการบวมและรอยช้ำจึงมีโอกาสเด่นชัดกว่าตอนปกติ และมักใช้เวลายุบนานขึ้น

ด้านการฟื้นตัว ผิวหลังทำต้องผ่านช่วงอักเสบก่อนแล้วค่อยเข้าสู่ช่วงซ่อมสร้าง ถ้าภูมิคุ้มกันยังพะวงกับการติดเชื้อ จังหวะนี้อาจยืดออก รอยแดงหรือความรู้สึกตึงจึงอยู่นานกว่าที่เคย ส่วนด้านความรู้สึกเจ็บ เวลามีไข้และปวดเมื่อยตัว ความทนต่อความเจ็บมักลดลง หัตถการเดิมที่เคยทนไหวอาจรู้สึกแรงขึ้นกว่าที่จำได้

ในแง่ภูมิคุ้มกัน เอกสารความเห็นร่วมระดับนานาชาติเรื่องปฏิกิริยาชนิดล่าช้าของฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ระบุว่าภาวะที่สมดุลภูมิคุ้มกันถูกรบกวน เช่น โรคภูมิต้านตนเองหรือการติดเชื้อไวรัส เป็นปัจจัยที่อาจทำให้ปฏิกิริยาต่อสารเติมเต็มยืดเยื้อกว่าปกติ ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวหัตถการอย่างเดียว แต่อยู่ที่สภาพร่างกายในวันที่ทำด้วย

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและชนิดของหัตถการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ

ไข้และการติดเชื้อส่งผลต่อการบวม การฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บหลังทำหัตถการ

อาการแบบไหนควรเลื่อน แบบไหนคุยกับแพทย์ก่อนได้?

ต้องบอกตามตรงว่าไม่มีตัวเลของศาตัวเดียวที่ตัดสินได้ทุกกรณี เพราะแต่ละคนวัดคนละเวลาและคนละวิธี ตารางด้านล่างจึงเป็นแนวทางที่คลินิกใช้ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ตัวเลขที่ฟันธงมาจากงานวิจัย

อาการในวันนัดแนวทางที่มักใช้
ตัวร้อน มีไข้ชัดเจน หรือหนาวสั่นปวดเมื่อยทั้งตัวเลื่อนไว้ก่อน
ไอมีเสมหะข้น เจ็บคอมาก เริ่มลงหลอดลมเลื่อนไว้ก่อน
กำลังกินยาปฏิชีวนะรักษาการติดเชื้อเลื่อนไปหลังจบคอร์สยา
น้ำมูกใส คัดจมูกเล็กน้อย ไม่มีไข้คุยกับแพทย์ก่อน อาจปรับเป็นหัตถการที่เบาลง
หายหวัดแล้วแต่ยังอ่อนเพลียคุยกับแพทย์เพื่อเลือกวันที่เหมาะ

สังเกตว่าเกณฑ์ส่วนใหญ่ไม่ได้ผูกกับปรอทวัดไข้อย่างเดียว เพราะอาการปวดเมื่อยและหนาวสั่นก็บอกได้ดีพอกัน อีกอย่างคือคนที่กินยาลดไข้มาก่อนออกจากบ้าน มักวัดได้ตัวเลขที่ดูปกติ ทั้งที่ยังอยู่ในช่วงติดเชื้อ และถ้าเย็นวันนั้นบวมเกินคาด จะแยกยากว่ามาจากหวัดหรือจากหัตถการ

ตารางแนวทางว่าอาการแบบไหนควรเลื่อนหัตถการ แบบไหนคุยกับแพทย์ก่อนได้

หัตถการแต่ละแบบ ความเสี่ยงไม่เท่ากัน

อีกตัวแปรคือชนิดของหัตถการ หลักคิดง่าย ๆ คือมีสารอะไรถูกใส่ค้างไว้ในผิวไหม และลงลึกหรือใส่พลังงานมากแค่ไหน

ชนิดหัตถการแนวทางเมื่อมีอาการหวัด
ทรีตเมนต์ผิวหน้า เลเซอร์ผิวชั้นตื้นถ้าไม่มีไข้ มักพอไปต่อได้ แต่ควรแจ้งอาการก่อน
โบท็อกซ์ (Botox)คุยกับแพทย์ก่อน มีไข้เมื่อไรให้เลื่อน
ฟิลเลอร์ (Filler) และคอลลาเจนบูสเตอร์แนะนำให้เลื่อน
ลิฟติ้งด้วยพลังงาน HIFU หรือ RFเลื่อนเมื่อมีไข้หรือปวดเมื่อยทั้งตัว

เหตุผลที่กลุ่มฉีดถูกจับตาเป็นพิเศษ คือมีสารเติมเต็มค้างอยู่ในเนื้อเยื่อจริง ๆ มีรายงานผู้ป่วยที่เกิดตุ่มอักเสบชนิดล่าช้าบริเวณที่เคยฉีดฟิลเลอร์ หลังมีการติดเชื้อทั่วร่างกาย โดยตำแหน่งเดิมที่อยู่มานานอย่างสงบกลับมีปฏิกิริยาขึ้นมา กรณีแบบนี้พบไม่บ่อย แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมการฉีดสารใหม่ระหว่างที่ร่างกายยังสู้กับเชื้อ จึงเป็นความเสี่ยงที่เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง

หัตถการแต่ละชนิดมีความเสี่ยงต่างกันเมื่อร่างกายกำลังติดเชื้อ

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังถ้าฝืนทำตอนไม่สบาย

โดยทั่วไปหลังทำหัตถการอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน แต่ในวันที่ร่างกายกำลังอักเสบจากการติดเชื้ออยู่แล้ว อาการเหล่านี้มีโอกาสเด่นชัดขึ้นและใช้เวลานานกว่าเดิม หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงลามมากขึ้นเรื่อย ๆ ปวดตุบ ๆ หรือมีไข้สูงขึ้นหลังทำ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

กลุ่มที่แนะนำให้เลื่อนไว้ก่อนเสมอ

  • มีไข้ร่วมกับหนาวสั่นหรือปวดเมื่อยทั้งตัว
  • กำลังรักษาการติดเชื้อเฉียบพลันด้วยยาปฏิชีวนะ
  • มีแผลเริมหรือตุ่มน้ำใสกำลังกำเริบบริเวณที่จะทำ
  • มีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ

อีกข้อคือยาแก้ปวดลดไข้บางกลุ่มมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และอาจทำให้ช้ำง่ายขึ้นหลังหัตถการที่ใช้เข็ม เวลาปรึกษาจึงควรบอกแพทย์ให้ครบว่ากินอะไรอยู่บ้าง เพื่อให้โอกาสเกิดผลข้างเคียงเหลือน้อย

เลื่อนแล้วต้องรอนานแค่ไหน ถึงกลับมาทำได้?

หลักที่ใช้กันคือรอให้พ้นช่วงอาการเฉียบพลันจริง ๆ ไม่ใช่แค่รอให้ไข้ลงชั่วคราว สัญญาณที่ดูง่ายคือไม่มีไข้ต่อเนื่องหลายวันโดยไม่ต้องพึ่งยาลดไข้ กินได้ นอนหลับได้ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ในฝั่งงานวิจัย การวิเคราะห์ช่วงเวลาที่เหมาะสมของการผ่าตัดหลังติดเชื้อโควิด-19 รายงานว่าการรอประมาณ 4 สัปดาห์สัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนที่ลดลงชัดเจน และการรอนานกว่านั้นไม่ได้ให้ประโยชน์เพิ่ม หัตถการความงามมีขอบเขตการบาดเจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดมาก จึงไม่ได้ยกกรอบเวลานี้มาใช้ทั้งดุ้น แต่ทิศทางเหมือนกันคือรอให้พ้นช่วงเฉียบพลันก่อน

ในทางปฏิบัติ คนที่เป็นหวัดธรรมดาและอาการหายสนิทเร็ว มักกลับมาทำหัตถการเบา ๆ ได้ภายในไม่กี่วันหลังอาการหมด ส่วนคนที่มีไข้สูงหรือต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แพทย์มักขยับนัดออกไปอีก ระหว่างรอให้นอนพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และงดแอลกอฮอล์ ระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ค่ะ

สัญญาณที่บอกว่าร่างกายพร้อมกลับมาทำหัตถการหลังหายหวัด

สรุป — เลื่อนไม่กี่วัน แลกกับผลลัพธ์ที่อ่านง่ายกว่า

ไข้และการติดเชื้อเฉียบพลันไม่ได้ทำให้หัตถการเป็นเรื่องต้องห้ามเสมอไป แต่มันเปลี่ยนสามอย่างพร้อมกัน คือการบวม จังหวะการฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บ เกณฑ์ที่ใช้ง่ายที่สุดจึงเป็นการดูอาการรวม ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขบนปรอท และยิ่งเป็นกลุ่มฉีดหรือกลุ่มพลังงานสูง ยิ่งควรรอให้พ้นช่วงเฉียบพลันก่อน

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อน ไม่ควรตัดสินใจเลื่อนหรือไปต่อด้วยตัวเองคนเดียว

ถ้ากำลังลังเลว่าอาการแบบนี้ควรไปตามนัดหรือควรพักก่อน แอด LINE มาเล่าอาการให้คุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ฟังก่อนได้เลยนะคะ เราจะช่วยดูว่าวันนั้นพอทำอะไรได้บ้าง หรือควรขยับนัดไปเมื่อไรค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง :

บทความแนะนำ

ผู้หญิงจดรายการยาที่กินประจำก่อนเข้าปรึกษาที่คลินิกผิวหนัง

กินยาลดความดันหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ต้องบอกคลินิกก่อนทำไหม?

ยาลดความดันและยาละลายลิ่มเลือดที่กินประจำมีผลกับรอยช้ำและการห้ามเลือดในวันทำหัตถการ บทความนี้รวมเหตุผลที่ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้า และเหตุผลที่ไม่ควรหยุดยาเอง

ภาพปกบทความเรื่องการใช้เครื่องความงามที่บ้านร่วมกับหัตถการที่คลินิกผิวหนัง

เครื่องความงามที่บ้าน ต้องพักตอนไหนก่อนและหลังทำหัตถการ?

จำนวนวันที่ต้องพักเครื่องความงามหลังทำหัตถการไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมของแต่ละคลินิก บทความนี้จัดระเบียบวิธีคิดจากสภาพผิว 4 อย่าง แยกตามชนิดของเครื่อง

ผู้หญิงเปิดปฏิทินดูวันว่างเพื่อวางแผนนัดหมายผิวหนัง

ประจำเดือนมีผลต่อความเจ็บและอาการบวมหลังทำหัตถการไหม

รวมสิ่งที่งานวิจัยรายงานไว้เกี่ยวกับรอบเดือนกับความไวต่อความเจ็บและอาการบวมน้ำ พร้อมแนวทางเลือกวันนัดหัตถการที่ใช้ได้จริง

บทความล่าสุด

ผู้หญิงจดรายการยาที่กินประจำก่อนเข้าปรึกษาที่คลินิกผิวหนัง

กินยาลดความดันหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ต้องบอกคลินิกก่อนทำไหม?

ยาลดความดันและยาละลายลิ่มเลือดที่กินประจำมีผลกับรอยช้ำและการห้ามเลือดในวันทำหัตถการ บทความนี้รวมเหตุผลที่ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้า และเหตุผลที่ไม่ควรหยุดยาเอง

รูปร่างผอมกับการฉีดฟิลเลอร์สะโพก ทำไมวอลลุ่มดูน้อยกว่าและควรออกแบบอย่างไรบอดี้

รูปร่างผอมฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ววอลลุ่มดูน้อย ต้องออกแบบยังไง?

คนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง เมื่อฉีดฟิลเลอร์สะโพกในปริมาณเท่ากับคนอื่นมักได้วอลลุ่มที่ดูน้อยกว่า และมีโอกาสเห็นขอบของสารได้ง่ายกว่า ทางออกจึงอยู่ที่การเลือกชั้นที่ฉีดและการแบ่งจำนวนครั้งให้ต่างออกไปค่ะ

Juvelook Volume ในวัย 50 ความต่างของการออกแบบและความคาดหวังเมื่อเทียบกับวัย 30รูปหน้าและวอลุ่ม

ทำ Juvelook Volume ตอนอายุ 50 ต่างจากตอนอายุ 30 ยังไง?

แก้มที่ตอบลงตอนวัย 50 กับวัย 30 ไม่ได้มาจากชั้นเดียวกัน เมื่อสาเหตุต่างกัน การออกแบบปริมาณ จุดฉีด จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ผลลัพธ์จะปรากฏก็ควรตั้งไว้คนละแบบ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวบรวมความต่างเหล่านี้ไว้ให้ค่ะ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ภาพปกบทความเรื่องการใช้เครื่องความงามที่บ้านร่วมกับหัตถการที่คลินิกผิวหนัง

เครื่องความงามที่บ้าน ต้องพักตอนไหนก่อนและหลังทำหัตถการ?

จำนวนวันที่ต้องพักเครื่องความงามหลังทำหัตถการไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมของแต่ละคลินิก บทความนี้จัดระเบียบวิธีคิดจากสภาพผิว 4 อย่าง แยกตามชนิดของเครื่อง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors