ทำ Oligio X ไปแล้ว เพิ่งนึกได้ว่ามีฟิลเลอร์อยู่ ทำไงดี?
ทำ Oligio X ไปแล้วเพิ่งนึกได้ว่ามีฟิลเลอร์อยู่ในบริเวณเดียวกัน บทความนี้บอกว่าควรเฝ้าดูอะไร คำถามที่ควรถามจริง ๆ คืออะไร และครั้งหน้าควรเรียงลำดับยังไง

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
เคยไหมคะ นอนอยู่บนเตียงหลังทำ Oligio X เสร็จ แล้วจู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อเดือนก่อนเพิ่งเติมฟิลเลอร์ตรงแก้มไป พอเปิดหาข้อมูลก็เจอแต่คำว่าความร้อนละลายฟิลเลอร์ ยิ่งอ่านยิ่งใจไม่ดี ทั้งที่ตอนนี้ก็ทำไปเรียบร้อยแล้ว
ข่าวดีคือสิ่งที่ควรทำตอนนี้ไม่ใช่การตกใจย้อนหลังค่ะ แต่คือรู้ว่าควรเฝ้าดูอะไรในไม่กี่วันนี้ บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณดูตั้งแต่สิ่งที่ควรสังเกตวันนี้ ไปจนถึงวิธีเรียงลำดับในครั้งหน้าให้ไม่ต้องมานั่งกังวลอีกค่ะ
ทำไปแล้วเพิ่งนึกได้ ควรทำอะไรตอนนี้?
เริ่มจากเรื่องที่ช่วยให้ใจเย็นลงก่อนนะคะ เท่าที่มีข้อมูลถึงตอนนี้ ยังไม่เจอหลักฐานว่าไอร้อนไปทำให้ของที่เข้าที่ดีแล้วสลายจนเห็นความต่าง มีการทดลองที่เอาเครื่องหลายชนิดมาลงบนเนื้อเยื่อซึ่งมีของฝังอยู่ ก็ยังไม่เห็นอะไรเปลี่ยนทันที
แปลว่าไม่ต้องรีบหาวิธีแก้อะไรในคืนนี้ค่ะ และไม่ต้องกดคลำจุดนั้นซ้ำ ๆ เพื่อเช็กว่าเจลยังอยู่ไหม เพราะการกดย้ำเองไม่ได้ตอบอะไร แถมทำให้แยกไม่ออกว่าที่เจ็บมาจากอะไร สิ่งที่ควรทำแทนคือเฝ้าดูสามอย่างนี้ในไม่กี่วันข้างหน้า
- ผิวแดงและความรู้สึกอุ่นตรงบริเวณที่ทำ โดยทั่วไปมักจางเองภายใน 1-3 วัน
- อาการบวมที่ควรค่อย ๆ ลดลง ถ้าอยู่นานผิดปกติหรือมากขึ้น ให้ติดต่อคลินิก
- การคลำเจอก้อนแข็งตรงจุดที่มีฟิลเลอร์ หรือความปวดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
สองข้อหลังคือสัญญาณที่ควรรีบทักหาแพทย์ ไม่ใช่รอดูต่อค่ะ ภาพรวมโอกาสเจอผลข้างเคียงถือว่าน้อย แต่ช่วงแรกยังต้องคอยสังเกตไว้เสมอ
คำถามที่ควรถามไม่ใช่เจลละลายไหม
ที่บอกว่าเรื่องเจลละลายไม่ใช่ประเด็นหลัก ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรต้องดูเลยนะคะ แค่สิ่งที่ควรจับตาย้ายไปอยู่ที่เนื้อเยื่อรอบ ๆ ฟิลเลอร์แทน
มีการทดลองในสัตว์ที่ฝังของไว้ห้าชนิด แล้วยิงคลื่นวิทยุลงจุดเดียวกัน ผลตรวจชิ้นเนื้อไม่เจอความเสียหายเฉียบพลัน แต่เห็นการอักเสบและพังผืดรอบ ๆ เพิ่มขึ้นชัดเจน ทีมวิจัยเองก็ยังตอบไม่ได้ว่าเว้นเท่าไหร่ถึงพอดี
พอย้ายคำถามแบบนี้ ทุกอย่างก็ชัดขึ้นค่ะ ประเด็นจริงคือถ้าเติมความร้อนตอนที่ข้างในยังไวอยู่ จะบวมค้างนานขึ้นหรือคลำเจอก้อนง่ายขึ้นไหม จังหวะเวลาจึงสำคัญกว่ายี่ห้อของเจล
เหตุผลเชิงโครงสร้างคือความร้อนแบบนี้อุ่นกระจายเป็นบริเวณกว้าง ไม่ได้พุ่งลงจุดเดียวเหมือนเลเซอร์ เส้นทางของมันจึงพาดผ่านชั้นที่เจลนอนอยู่ได้จริง
ตำแหน่งและอายุของฟิลเลอร์ เปลี่ยนคำตอบได้ทั้งหมด
ถ้าอยากรู้ว่ากรณีของคุณน่าห่วงแค่ไหน ให้ดูสองอย่างค่ะ คือวันที่ทำห่างจากวันเติมเจลแค่ไหน และของนั้นอยู่ตื้นหรือลึก
| วันที่ทำ ห่างจากวันเติมเจลแค่ไหน | ตอนนั้นสภาพข้างในเป็นยังไง | ตอนนี้ควรทำอะไร |
|---|---|---|
| ยังไม่ถึงสองสัปดาห์ | ยังไม่นิ่งดี และตอบสนองง่าย | เฝ้าดูใกล้ชิดกว่าปกติ แล้วแจ้งคลินิกไว้ |
| ราวสองถึงสี่สัปดาห์ | ทรงนิ่งแล้ว แต่ยังไวต่อสิ่งเร้า | สังเกตว่ามีก้อนหรือบวมค้างไหม |
| เกินสี่สัปดาห์ไปแล้ว | ส่วนใหญ่เข้าที่เรียบร้อย | ดูแลตามปกติ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม |
ส่วนเรื่องความลึก บริเวณอย่างใต้ตาและริมฝีปากมีผิวบางกว่าที่อื่น ไอร้อนจึงถึงได้ง่ายกว่า กรณีแบบนี้คุณหมอมักหรี่พลังงานลงหรือเว้นบริเวณนั้นไป แทนที่จะปล่อยเท่ากันทั้งหน้า
หลายคนสงสัยว่ายี่ห้อมีผลไหม มีบ้างค่ะ งานที่เอาหลายชนิดมาเทียบกันชี้ว่าตัวที่ผูกสายโมเลกุลแน่นและอุ้มน้ำน้อยกว่า มักอยู่ทนกว่า ความเร็วในการสลายจึงไม่เท่ากันในแต่ละรุ่น แต่ตัวตัดสินแผนจริง ๆ ยังเป็นเวลาและตำแหน่ง
ครั้งหน้าเรียงลำดับยังไงให้ไม่ต้องมานั่งกังวล
ถ้าเลือกลำดับได้เอง แนวทางที่วางแผนง่ายกว่าคือทำตัวยกกระชับให้เสร็จก่อน แล้วค่อยไปเติมเจลทีหลังค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัย แต่คุ้มกว่าด้วย เพราะพอผิวแน่นขึ้น ของที่ต้องเติมจริงมักน้อยลง
ระยะที่แนะนำกันทั่วไปคือเว้นสัก 1-2 สัปดาห์หลังทำ แล้วค่อยไปเติม เพื่อให้อาการบวมลดจนมองรูปหน้าได้ตามจริง ถ้าเติมตอนที่ยังบวมอยู่ ตัวเลขที่ประเมินก็มักคลาดเคลื่อนตามไปด้วย
ส่วนการดูแลรอบวันทำ สามข้อนี้ช่วยได้มากและไม่ยุ่งยากเลย
- ก่อนวันนัด งดผลิตภัณฑ์ที่ระคายผิวอย่าง AHA, BHA หรือ Retinoid ตามที่แพทย์แนะนำ
- หลังทำ ทาครีมกันแดดให้สม่ำเสมอ
- ช่วงแรกยังไม่ควรเข้าซาวน่า อบไอน้ำ หรือกดนวดหน้าหนัก ๆ ให้จุดที่มีของอยู่ได้พักจากทั้งไอร้อนและแรงกด
ตัวเลขที่ยกมาเป็นกรอบกว้าง ๆ นะคะ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และคุณหมอจะดูเป็นรายคนอีกทีเสมอ
ใครควรงดก่อน และควรบอกอะไรกับคลินิก?
ก่อนนัดครั้งถัดไป มีบางกลุ่มที่ควรงดไว้ก่อนหรือคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ละเอียดก่อนตัดสินใจค่ะ
- ตั้งครรภ์อยู่ หรือกำลังให้นมลูก
- ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือมีโลหะฝังตรงบริเวณที่จะทำ
- บริเวณนั้นมีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือแผลเปิด
- เคยมีก้อนนูนหรือปฏิกิริยาผิดปกติจากฟิลเลอร์มาก่อน
- เพิ่งเติมฟิลเลอร์ตรงบริเวณเดียวกันมาไม่กี่สัปดาห์
ข้อมูลที่ช่วยได้มากที่สุดมีสามอย่าง คือใช้ตัวไหน ทำเมื่อไหร่ และลงตรงไหน เพราะของพวกนี้มองจากข้างนอกไม่เห็น ถ้าจำไม่ได้ ลองย้อนดูใบเสร็จหรือแชตเก่ากับคลินิกเดิมก่อนมาก็ได้ค่ะ
เรื่องงบประมาณ ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล แบบเต็มหน้าเริ่มราว 429,000 วอน สำหรับ 100 ช็อต และราว 979,000 วอน สำหรับ 300 ช็อต ยิ่งช็อตเยอะ ต้นทุนต่อช็อตยิ่งถูกลง ตัวเลขนี้เป็นของคลินิกในกรุงโซลและปรับเปลี่ยนได้ค่ะ
สรุปคือสองอย่างนี้อยู่ร่วมกันได้ ถ้าเว้นจังหวะให้ถูก ถ้ายังไม่แน่ใจว่ากรณีของตัวเองควรเฝ้าดูต่อหรือควรเข้ามาให้ตรวจ แอด LINE มาเล่าให้ฟังก่อนได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
เติมเจลคนละคลินิกกับที่ทำยกกระชับ ควรเตรียมอะไรไป?
ขอชื่อรุ่นและวันที่จากคลินิกเดิมไว้ก่อนได้เลยค่ะ ถ้าขอไม่ทัน ถ่ายรูปใบเสร็จหรือสกรีนช็อตแชตเก่ามาก็ช่วยได้มาก ยิ่งบอกได้ว่าเคยลงตรงไหนบ้าง คุณหมอก็ยิ่งวางแผนพลังงานให้แม่นขึ้น
ฉีดใต้ตาไว้ ทำ Oligio X ได้ไหม?
ใต้ตาเป็นจุดที่ผิวบางที่สุดจุดหนึ่ง ไอร้อนจึงถึงได้ง่ายกว่าที่อื่นค่ะ วิธีที่ใช้กันจึงเป็นการหรี่พลังงานลงหรือเว้นจุดนั้นไปเลย ไม่ใช่เดินเครื่องเท่ากันทั้งหน้า บอกให้ชัดตั้งแต่วันปรึกษานะคะว่าเคยลงตรงไหนบ้าง
อยากทำทั้งสองอย่าง ควรเริ่มจากอะไรก่อน?
ถ้าเลือกได้เอง ทำตัวยกกระชับก่อนแล้วค่อยไปเติมเจลมักง่ายกว่าค่ะ เพราะพอผิวแน่นขึ้น ของที่ต้องเติมจริงมักน้อยลง แล้วเว้นสัก 1-2 สัปดาห์ก่อนไปเติมนะคะ


