ผิวหยาบและรูขุมขนขยาย — มีสิ่งที่ต้องดูก่อนจะหยิบครีมทา
ถ้ารูขุมขนขยายและผิวหยาบกร้านนานขึ้น นั่นคือสัญญาณว่าคอลลาเจนและเกราะป้องกันผิวกำลังพังพร้อมกัน เทอร์มาจจึงมักเป็นตัวเลือกแรกที่ช่วยฟื้นฟูทั้งสองอย่างไปพร้อมกันครับ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
ผิวหยาบและรูขุมขนขยาย — มีสิ่งที่ต้องดูก่อนจะหยิบครีมทา
ถ้าช่วงนี้รู้สึกว่าแต่งหน้าแล้วเมกอัพไม่ติดทน อาจไม่ใช่แค่เพราะผิวแห้งธรรมดาครับ รูขุมขนบริเวณ Butterfly Zone* เริ่มเห็นชัดขึ้น และริ้วรอยเล็กๆ เริ่มปรากฏ — ปฏิกิริยาแรกของหลายคนคือเปลี่ยนไปใช้ครีมที่แพงขึ้น
*Butterfly Zone: บริเวณกลางใบหน้าที่ทอดจากโหนกแก้มทั้งสองข้างเชื่อมถึงสันจมูก มีรูปร่างคล้ายปีกผีเสื้อ และเป็นบริเวณที่รูขุมขนเริ่มขยายตัวได้เร็วที่สุดครับ*
แต่ลองใช้ไปหนึ่งเดือน สองเดือน หลายคนก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เพราะปัญหาไม่ได้เริ่มต้นที่ผิวชั้นนอก แต่เกิดขึ้นจากด้านในลึกกว่านั้นครับ สรุปสั้นๆ คือ รูขุมขนที่ขยายขึ้นและผิวที่หยาบกร้านยาวนานขึ้น คือสัญญาณว่าเกราะป้องกันผิวและคอลลาเจนกำลังเสื่อมถอยลงพร้อมกัน และเทอร์มาจคือหนึ่งในตัวเลือกแรกที่ช่วยฟื้นฟูทั้งสองสิ่งนี้ไปพร้อมกันครับ
แล้วสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้รูขุมขนขยายคืออะไร
ในวัย 20 ต้นๆ รูขุมขนมักได้รับอิทธิพลจากปริมาณความมันบนผิวเป็นหลักครับ แต่เมื่อเข้าสู่วัย 30 ภาพนั้นเริ่มเปลี่ยนไป คอลลาเจนรอบๆ รูขุมขนลดลง ทำให้ความยืดหยุ่นที่เคยรั้งรูขุมขนให้กลมกระชับหายไป รูขุมขนเดิมๆ จึงดูยาวและหย่อนยานมากขึ้น
ริ้วรอยเล็กๆ ก็เกิดจากกระบวนการเดียวกันครับ ตาข่ายคอลลาเจนใต้ผิวบริเวณที่เกิดการแสดงออกทางสีหน้าบางลง รอยพับที่เกิดขึ้นจึงไม่กลับคืนสู่สภาพเดิม เมื่อมองจากภายนอกผิวดูแห้ง แต่ที่จริงแล้วโครงสร้างในชั้นหนังแท้กำลังพังทลายลงครับ
ในช่วงนี้ ครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ช่วยบรรเทาความหยาบกร้านบนผิวได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่สามารถแก้ที่ต้นเหตุของรูขุมขนและริ้วรอยซึ่งเป็นเรื่องของคอลลาเจนที่ลดลงได้ครับ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์กลับต่างกันอย่างชัดเจน
ทำไมเทอร์มาจถึงมักเป็นตัวเลือกแรก
เทอร์มาจใช้ความร้อนจากคลื่นวิทยุ (RF)* ส่งลึกเข้าไปถึงชั้นหนังแท้ กระตุ้นให้คอลลาเจนที่หย่อนยานหดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ
*RF (Radio Frequency): คลื่นวิทยุความถี่สูง วิธีการส่งความร้อนลึกเข้าไปในผิวโดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนเสียหายครับ*
มีเหตุผลที่น่าสนใจว่าทำไมเทอร์มาจจึงเหมาะกับผิวที่เกราะป้องกันอ่อนแอครับ เพราะไม่ใช่การลอก หรือขัด หรือทำให้ผิวชั้นบนเสียหายแต่อย่างใด จึงสามารถทำได้แม้ผิวจะอยู่ในสภาพเกราะป้องกันอ่อนแอ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคอลลาเจนเริ่มฟื้นตัวจากชั้นในออกมา เกราะป้องกันผิวชั้นนอกก็จะแข็งแรงขึ้นตามมาด้วยครับ
การเปลี่ยนแปลงของรูขุมขนเริ่มเห็นได้หลังทำประมาณ 1-2 เดือนครับ คอลลาเจนที่หย่อนยานหดกระชับขึ้น ทำให้รูขุมขนเริ่มดูกลมกระชับอีกครั้ง และการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดจะอยู่ที่เดือนที่ 6 ริ้วรอยเล็กๆ ก็จะนุ่มลงในช่วงเดียวกัน แต่สิ่งที่รู้สึกได้เร็วที่สุดคือสภาพผิวโดยรวมดีขึ้น และเมกอัพติดทนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
ใครที่ควรให้ความสำคัญกับเทอร์มาจเป็นอันดับแรก
ถ้าวอลุ่มหน้าไม่ได้ลดลงมาก แต่ผิวดูหยาบกร้านอยู่เรื่อยๆ หรือปัญหาหลักคือรูขุมขนที่ขยายขึ้น เทอร์มาจควรมาก่อนครับ เพราะเป็นหัตถการที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงช่วยจัดการโครงสร้างจากชั้นลึกขึ้นมาครับ
ในทางกลับกัน ถ้าหน้าผอมลง มีร่องเงา หรือบริเวณที่ยุบตัวลงเป็นปัญหาหลัก การใช้คอลลาเจนบูสเตอร์หรือฟิลเลอร์น่าจะตอบโจทย์มากกว่าครับ เทอร์มาจช่วยยกและกระชับกรอบหน้า ไม่ใช่การเติมเต็มในส่วนที่ยุบลงครับ
สำหรับคนที่เกราะป้องกันผิวอ่อนแอบ่อย หรือแพ้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวง่าย เทอร์มาจก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกันครับ เพราะหัตถการนี้ไม่รบกวนผิวชั้นบน ช่วงพักฟื้นจึงสั้น และในระยะยาวเกราะป้องกันผิวจะแข็งแรงขึ้น ทำให้ปัญหาผิวแพ้ง่ายลดลงตามไปด้วยครับ
ควรตรวจสอบอะไรก่อนตัดสินใจทำ
จำนวนช็อตและการรับรองผลิตภัณฑ์แท้คือสิ่งที่ต้องดูเป็นอันดับแรกครับ สำหรับการรักษาทั้งใบหน้า 600 ช็อตถือเป็นจุดเริ่มต้นมาตรฐาน และถ้ากังวลทั้งเรื่องรูขุมขนและริ้วรอยเล็กๆ การออกแบบการกระจายช็อตให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณก็สำคัญมากครับ
กำหนดเวลาประเมินผลไว้ล่วงหน้าด้วยครับ ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำอาจเห็นแค่ผิวเงาขึ้นเล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเริ่มเห็นตั้งแต่เดือนที่ 3 ถ้าเขียนรีวิวเร็วเกินไป อาจทำให้ตัดสินใจเรื่องรอบถัดไปได้ยากขึ้นครับ การให้เวลาและสังเกตผลระยะยาวจะทำให้ความพึงพอใจโดยรวมสูงที่สุดครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวช่วยลดรูขุมขนได้ไหม?
A. ช่วยปรับสภาพผิวชั้นบนได้ครับ แต่ไม่สามารถแก้ที่ต้นเหตุของรูขุมขนที่ขยายซึ่งเกิดจากคอลลาเจนที่ลดลงได้ ปัญหารูขุมขนในวัย 30 ขึ้นไปมักต้องอาศัยหัตถการที่เข้าถึงชั้นหนังแท้เป็นอันดับแรกครับ
Q2. ผิวแพ้ง่าย ทำเทอร์มาจได้ไหม?
A. ได้ครับ เพราะเป็นหัตถการที่ไม่ทำให้ผิวชั้นบนเสียหาย จึงทำได้แม้เกราะป้องกันผิวจะอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม ควรดูแลมอยส์เจอร์ไรเซอร์ก่อนและหลังทำให้ดีกว่าปกติด้วยครับ
Q3. ทำครั้งเดียว ผลอยู่ได้นานแค่ไหน?
A. การเปลี่ยนแปลงจะชัดเจนที่สุดที่เดือนที่ 6 และประมาณ 50% ของผลจะยังคงอยู่ที่ปีที่ 1 ครับ คนที่ทำสะสมปีละ 1 ครั้ง มักได้ผลลัพธ์ด้านกรอบหน้าและรูขุมขนที่ดีที่สุดในระยะยาวครับ









