เทอร์มาจครั้งแรกวางแผนยังไง ไม่ให้จบที่คำว่าทำแล้วไม่เห็นผล
คำถามที่ควรตอบก่อนจ่ายเงินไม่ใช่เทอร์มาจดีไหม แต่คือหน้าคุณหย่อนที่ชั้นไหน บทความนี้แยกชั้นให้ก่อน แล้วจึงบอกว่าควรเริ่มจากเครื่องไหน และควรดูผลกันวันไหน
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้
· เทอร์มาจทำงานกับความยืดหยุ่นของชั้นหนังแท้ ไม่ใช่การดึงโครงสร้างชั้นลึกขึ้นมา
· ความรู้สึกว่าไม่เห็นผล มักมาจากจำนวนช็อตที่ไม่พอ ชั้นที่ยิงไม่ตรง หรือตัดสินเร็วเกินไป
· จุดประเมินที่ควรตั้งไว้คือ 2 ถึง 3 เดือนหลังทำ ไม่ใช่วันรุ่งขึ้น
· ถ้าหย่อนหลายแบบพร้อมกัน การแบ่งชั้นแล้วกำหนดลำดับมักตรงจุดกว่าการเพิ่มช็อตอย่างเดียว
คำว่าทำเทอร์มาจแล้วไม่เห็นผลมีอยู่จริงในรีวิว และในห้องตรวจก็เจอคนที่รู้สึกแบบนั้นมาปรึกษาเรื่อย ๆ แต่เกือบทุกครั้งที่ย้อนกลับไปดู ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เครื่อง แต่อยู่ที่แผนตั้งแต่วันแรก
บทความนี้ Beautystone Clinic จะข้ามการเถียงว่าเทอร์มาจดีหรือไม่ดี แล้วพาไปวางแผนแบบเดียวกับที่เราทำในห้องตรวจแทน คือแยกชั้นที่หย่อนก่อน จับคู่ชั้นกับเครื่อง แล้วตั้งจุดประเมินให้ถูกตั้งแต่ต้นค่ะ
ก่อนวางแผน ต้องรู้ก่อนว่าหน้าคุณหย่อนที่ชั้นไหน
คนส่วนใหญ่เข้ามาด้วยคำเดียวคือหน้าหย่อน แต่คำนี้รวมอย่างน้อยสามแบบไว้ด้วยกัน และแต่ละแบบอยู่คนละชั้น ถ้าไม่แยกก่อน การเลือกเครื่องก็เป็นการเดา
- ชั้นผิวและหนังแท้ ผิวบาง มีริ้วรอยเล็ก ๆ ความแน่นของพื้นผิวลดลง
- ชั้นลึกและพังผืด เส้นขากรรไกรหย่อนลงชัด โครงสร้างรองรับด้านล่างเริ่มหลวม
- ชั้นไขมัน แก้มมีน้ำหนักมาก ปริมาตรถ่วงลงจนกรอบหน้าเปลี่ยน
เทอร์มาจใช้ความร้อนจากคลื่นวิทยุ (RF) กระตุ้นการหดตัวและฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ พูดให้ตรงคือจัดการกับความยืดหยุ่นของผิว ไม่ใช่ยกโครงสร้างชั้นลึก คนที่ปัญหาหลักอยู่ชั้นลึกหรือชั้นไขมันจึงมักรู้สึกว่าได้ไม่เท่าที่คาด
ในการปรึกษา ดร.วี ยองจิน (ผู้อำนวยการแพทย์) จะแยกก่อนเสมอว่าปัญหาอยู่ที่ผิวบางและหย่อนที่พื้นผิว หรือหย่อนลงถึงชั้นไขมันและพังผืด เพราะคำตอบของสองแบบนี้ต่างกันตั้งแต่ต้น
ชั้นไหนใช้เครื่องไหน ตัวเลือกที่วางคู่กันได้
เมื่อแยกชั้นได้ การจับคู่ก็ตรงไปตรงมา ตารางนี้คือเกณฑ์ที่เราใช้ในห้องตรวจ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและโครงหน้า
| สถานการณ์ | ทางเลือกหลัก | ทางเลือกที่วางคู่กันได้ | เกณฑ์ที่ดูในห้องตรวจ |
|---|---|---|---|
| ผิวบาง มีริ้วรอยเล็ก ๆ และหย่อนที่พื้นผิว | เทอร์มาจ | ถ้ายังหย่อนไม่ชัด ดูแลผิวพื้นฐานก่อนแล้วประเมินซ้ำ | ความยืดหยุ่นของชั้นหนังแท้และความแน่นของพื้นผิว |
| เส้นขากรรไกรหย่อนลึก | อัลเทอร่า | วางเทอร์มาจร่วมด้วยเมื่อมีปัญหาที่พื้นผิวพร้อมกัน | ชั้น SMAS และโครงสร้างรองรับชั้นลึก |
| น้ำหนักไขมันแก้มมาก | อินโมด | วางอัลเทอร่าร่วมด้วยเมื่อมีการหย่อนชั้นลึกพร้อมกัน | ความหนาของไขมันและการลดปริมาตร |
| หย่อนหลายแบบพร้อมกัน | การรักษาผสมผสาน | แบ่งทำเป็นรอบตามลำดับชั้น แทนการทำทุกอย่างพร้อมกัน | แบ่งตามชั้นแล้วกำหนดลำดับก่อนหลัง |
จุดที่อยากให้เลิกคิดคือการเทียบว่าเทอร์มาจกับอัลเทอร่าอันไหนแรงกว่า สองตัวนี้อยู่คนละสนาม ตัวหนึ่งทำงานกับความยืดหยุ่นของผิว อีกตัวกับโครงสร้างชั้นลึก คำถามที่ถูกคือชั้นไหนของคุณที่ต้องแก้ก่อน
ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือคนที่ยุบตัวชัดด้านในเส้นขากรรไกร กรณีนี้เรามักแนะนำอัลเทอร่าแทนการเพิ่มช็อตเทอร์มาจ เพราะทำงานในชั้นที่ลึกกว่า ในทางกลับกัน ถ้าเป็นผิวบางและมีรอยพับที่พื้นผิว เทอร์มาจมักชัดเจนกว่า
ทำไมหลายคนถึงรู้สึกว่าไม่เห็นผล
เหตุผลมักวนอยู่ในสามข้อ และทั้งสามข้อแก้ได้ตั้งแต่ตอนวางแผน ไม่ใช่หลังทำไปแล้ว
- จำนวนช็อตไม่พอ ระดับพลังงานรวมที่ผิวได้รับไม่ถึงจุดที่กระตุ้นการตอบสนองได้จริง
- ยิงไม่ตรงชั้น ปัญหาหลักอยู่ที่ชั้นลึกหรือชั้นไขมัน แต่พลังงานลงที่ชั้นพื้นผิว
- ตัดสินเร็วเกินไป ดูผลตั้งแต่วันรุ่งขึ้น ทั้งที่คอลลาเจนใหม่ยังไม่ได้สร้าง
ข้อสุดท้ายน่าเสียดายที่สุด เพราะไม่ได้ผิดที่การรักษาเลย หลังทำจะรู้สึกได้ว่าผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยจากภายในก่อน แต่การเปลี่ยนแปลงจริงจะค่อย ๆ ปรากฏตามจังหวะที่คอลลาเจนจัดเรียงตัวใหม่ ราว 2 ถึง 3 เดือน
ถ้าทำเมื่อวานแล้วส่องกระจกวันนี้ว่าทำไมยังเหมือนเดิม นั่นเร็วเกินไปที่จะสรุป และการรีบเติมช็อตช่วงนั้นมักเป็นการจ่ายเพิ่มก่อนรู้ผลของรอบแรก
แผนครั้งแรกควรตั้งจุดประเมินไว้ตรงไหน
ให้ตั้งไว้สองจุด จุดแรกคือช่วงสั้น ๆ หลังทำ ไว้ดูความเรียบร้อยของผิวและอาการบวม จุดที่สองคือ 2 ถึง 3 เดือน ไว้ตัดสินผลจริง มีสองจุดนี้ตั้งแต่วันแรก ความกังวลระหว่างทางจะลดลงมาก
ช่วงพักฟื้นสั้นมาก ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตได้ในวันเดียวกัน ผื่นแดงและความร้อนลดลงค่อนข้างเร็ว ส่วนอาการบวมขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ถ้ามีกำหนดการสำคัญ เผื่อเวลาไว้ 2 ถึง 3 วันจะสบายใจกว่า
ก่อนนัดวันทำ มีกลุ่มที่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอค่ะ เพราะเทอร์มาจเป็นหัตถการที่ส่งพลังงานคลื่นวิทยุเข้าไปในผิว
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
- มีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือแผลเปิดอยู่บริเวณที่จะทำ
- มีวัสดุโลหะหรือสิ่งฝังอื่นอยู่ในบริเวณที่จะทำ ควรแจ้งชนิดและตำแหน่งให้แพทย์ทราบ
และหลังทำ ถ้ามีอาการที่เกินกรอบปกติ เช่น ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ บวมแดงที่ไม่ลดลง หรือมีตุ่มน้ำและแผลตรงบริเวณที่ทำ ไม่ต้องรอดูเองค่ะ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
รอบถัดไปให้คิดเป็นการสะสมมากกว่าครั้งเดียวจบ ผลชัดที่สุดเกิดช่วง 2 ถึง 3 เดือนหลังทำ 1 ครั้ง และคนที่หย่อนคล้อยมาก การทำสะสมทุก 6 เดือนถึง 1 ปีมักรู้สึกถึงความต่างชัดขึ้น
ถ้าครบ 3 เดือนแล้วยังน้อยกว่าที่คาด สิ่งที่ควรทบทวนคือชั้นและจำนวนช็อต ไม่ใช่การเปลี่ยนเครื่อง บ่อยครั้งคำตอบคือเพิ่มอีกชั้นเข้ามาในแผน เช่น อัลเทอร่าสำหรับชั้นลึก
แล้วควรเริ่มจากเครื่องไหนก่อน และเมื่อไหร่ที่ยังไม่ต้องรีบ
คำถามนี้ไม่มีตัวเลขอายุเป็นคำตอบ ให้ดูที่ชั้นเหมือนเดิม ถ้าสิ่งที่กวนใจคือผิวเริ่มไม่แน่นและมีริ้วรอยเล็ก ๆ ที่พื้นผิว นั่นคือสนามของเทอร์มาจ แต่ถ้ายังไม่มีการหย่อนชัดเจนเลย การรีบทำก็ไม่ได้ให้อะไรมากกว่าการดูแลผิวพื้นฐาน
สิ่งที่ควรถามตัวเองก่อนจ่ายเงินมีสามข้อ คือหน้าฉันหย่อนที่ชั้นไหน แผนนี้ครอบคลุมกี่ช็อต และจะดูผลกันวันไหน ถ้าคลินิกตอบได้ชัด โอกาสจบด้วยความรู้สึกว่าเสียเงินฟรีก็ลดลงมาก
ในห้องตรวจเราจึงเริ่มจากการแยกชั้นก่อนเสมอค่ะ แล้วค่อยวางว่ารอบแรกควรเริ่มจากเครื่องไหน ชั้นไหนควรฝากไว้กับเครื่องอื่น และรอบถัดไปควรอยู่ตรงไหนของปฏิทิน
สรุปคือ เทอร์มาจไม่ใช่การยกแบบดึงขึ้น แต่เป็นการกระชับผิวที่หย่อนจากภายใน ให้ดูผลที่ 2 ถึง 3 เดือน ไม่ใช่ความรู้สึกในวันแรก และถ้ามีการหย่อนลึกหรือน้ำหนักไขมันมาก การวางแผนร่วมกับอัลเทอร่าหรืออินโมดมักตรงจุดกว่า ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณไม่แน่ใจว่าหน้าตัวเองหย่อนที่ชั้นไหน ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาสอบถามได้เลยค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
ควรถามอะไรบ้างก่อนตกลงทำเทอร์มาจ
ถามสามข้อพอค่ะ ข้อแรกคือแพทย์ประเมินว่าหน้าเราหย่อนที่ชั้นไหน ข้อสองคือแผนนี้ครอบคลุมกี่ช็อตและลงบริเวณไหน ข้อสามคือจะนัดดูผลกันเมื่อไหร่ ถ้าตอบสามข้อนี้ได้ชัด ทุกฝ่ายก็รู้ตั้งแต่ต้นว่ากำลังวัดอะไรและวัดวันไหน
ทำเทอร์มาจร่วมกับอัลเทอร่าในช่วงเดียวกันได้ไหม
ในกรณีที่หย่อนหลายแบบพร้อมกัน การวางแผนร่วมกันเป็นเรื่องปกติค่ะ เพราะสองเครื่องทำงานคนละชั้น แต่ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกำหนดลำดับและระยะห่าง สิ่งที่กำหนดผลคือชั้นที่ตรงและลำดับที่เหมาะ ไม่ใช่จำนวนเครื่อง
หลังทำแล้วหน้าดูบวมขึ้นนิดหน่อย ผิดปกติไหม
ผื่นแดงและความร้อนหลังทำมักลดลงค่อนข้างเร็วค่ะ ส่วนอาการบวมขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล จึงไม่แนะนำให้ทำในวันก่อนงานสำคัญ ถ้าปวดหรือบวมมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะดีขึ้น ควรติดต่อคลินิกที่ทำให้ประเมิน
ถ้าเคยทำที่อื่นแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ผล ควรทำซ้ำเลยไหม
ยังไม่ควรรีบทำซ้ำค่ะ ให้กลับไปดูก่อนว่ารอบก่อนลงกี่ช็อต บริเวณไหน และประเมินผลตอนกี่เดือน ถ้าตัดสินตั้งแต่สัปดาห์แรก ก็อาจยังไม่เคยเห็นผลจริงของรอบนั้น ข้อมูลชุดนี้จะช่วยให้แพทย์ปรับชั้นและจำนวนช็อตรอบถัดไปได้ตรงขึ้น


