ราคา Shurink 1 ครั้ง ทำไมต่างกัน 20,000 วอน ทั้งที่ยิง 300 ช็อตเท่ากัน?
ลิฟติ้ง

ราคา Shurink 1 ครั้ง ทำไมต่างกัน 20,000 วอน ทั้งที่ยิง 300 ช็อตเท่ากัน?

ราคา Shurink 1 ครั้ง ตั้งแต่หลักสองหมื่นถึงสี่หมื่นวอน — ความแตกต่างอยู่ที่ประเภทหัวทิปและจำนวนช็อต พร้อมเปิดโปงกับดักราคาถูกที่ควรรู้ครับ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
5นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE
Shurink 1 ครั้ง 19,000 วอน? ความลับของ 'การผสมหัวทิป' ที่ทำให้คุณไม่เห็นผลที่เส้นกรอบหน้า

ราคา Shurink 1 ครั้ง

ทำไมถึงต่างกันถึง 20,000 วอน

ทั้งที่ยิง 300 ช็อตเท่ากัน?

ช่วงเปลี่ยนฤดูกาลแบบนี้

ห้องตรวจของผมเริ่มคึกคักด้วยการปรึกษาเรื่องเส้นกรอบหน้าอีกครั้งครับ

"เห็นที่หนึ่งทำ Shurink 1 ครั้งราคา 19,000 วอน

ไปทำที่นั่นได้ไหมคะ?"

มีคนถามแบบนี้เยอะมากเลยครับ

วันนี้ผมจะอธิบายให้ฟังทีละขั้นว่า

ทำไมราคาถึงแตกต่างกันขนาดนั้นครับ

สรุปในหนึ่งประโยค

Shurink 1 ครั้ง คิดที่ 300 ช็อต

ราคาทั่วไปอยู่ที่ 20,000–40,000 วอนครับ

ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน

ราคาไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตเพียงอย่างเดียว

แต่ถูกกำหนดจากประเภทหัวทิปและความลึกของการผสมทิปครับ

สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้

คุณจะสามารถตัดสินได้ว่าทำไม

ในราคาเดียวกันแต่ผลลัพธ์ถึงแตกต่างกันครับ

ถูกแล้วได้อะไร? เหตุผลทางการแพทย์ที่ Shurink 19,000 วอน กลายเป็น 40,000 วอนในที่สุด

ราคา Shurink 1 ครั้ง ตกเท่าไหร่กันแน่?

คิดที่ 300 ช็อต ราคาทั่วไปอยู่ที่ 20,000–40,000 วอนครับ

Shurink เป็นหัตถการที่คิดราคาตามหัวทิปแต่ละความลึก (1.5, 3.0, 4.5 มม.) และจำนวนช็อต

ดังนั้นแม้จะเป็น "Shurink 1 ครั้ง" เหมือนกัน

แต่ใช้ทิปไหนกี่ช็อต

ราคาอาจต่างกันได้ถึงสองเท่าเลยครับ

โดยทั่วไป 300 ช็อตทิปเดี่ยวราคาอยู่ที่ 20,000–25,000 วอน

ส่วนแบบผสม 4.5 และ 3.0 รวม 600 ช็อต

จะอยู่ที่ประมาณ 40,000–50,000 วอนครับ

ราคา Shurink

ขึ้นอยู่กับประเภทหัวทิปและจำนวนช็อต

คำแนะนำสำคัญจาก

หมอวียองจิน

ราคา Shurink คิดที่ 300 ช็อต

อยู่ที่ 20,000–40,000 วอน

แต่ถ้าต้องการเห็นผลด้านกรอบหน้าชัดเจน

ต้องใช้แบบผสม 4.5 และ 3.0 รวมอย่างน้อย 600 ช็อตครับ

ทิปเดี่ยว 300 ช็อตราคาถูก

สุดท้ายคุณจะต้องจ่ายเพิ่มอีกรอบอยู่ดีครับ

— หมอวียองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน สาขาฮงแด)

ถ้าตัดสินใจแค่จากราคา

สุดท้ายคุณจะต้องจ่ายเงินซ้ำอีกครับ

เพราะ Shurink แต่ละทิปนั้น

ไปถึงชั้นผิวที่แตกต่างกันครับ

การที่เส้นกรอบหน้าชัดขึ้นและแก้มที่หย่อนคล้อยถูกยกขึ้นได้นั้น

ต้องอาศัยการหดตัวของชั้น SMAS (ระบบกล้ามเนื้อและพังผืดผิวหนัง)

ชั้นนี้จะถูกกระตุ้นได้ก็ต่อเมื่อใช้ทิป 4.5 มม. เท่านั้นครับ

ถ้าไม่มีทิป 4.5 มม. แม้จะยิง 3.0 มม. ถึง 600 ช็อต

ก็ไม่มีผลต่อชั้นพังผืดเลยครับ

ในทางกลับกัน ถ้าคนผอมใช้ทิป 4.5 มม. ลึกเกินไป

จะรู้สึกเจ็บปวดสั่นไปถึงกระดูก และประสิทธิภาพก็ลดลงด้วยครับ

สรุปคือโฆษณาราคาถูก 19,000 วอน

สำหรับการปรับกรอบหน้านั้น ถือว่าได้ปริมาณแค่ครึ่งเดียวครับ

Shurink 1 ครั้ง รู้สึกได้ผลไหม?

ผลทันทีอยู่ที่ประมาณ 30% และผลสะสมอยู่ที่ 70% ครับ

หลังทำหัตถการ พังผืดหดตัวทำให้รู้สึก 'ผลทันที' นั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงมาจาก 'ผลสะสม' ที่คอลลาเจนค่อยๆ สร้างขึ้นและทำให้ผิวแน่นขึ้น ภายใน 4–12 สัปดาห์ครับ

เมื่อไม่นานมานี้ มีคนไข้อายุ 53 ปีมาหาผม

เธอเคยทำ 3.0 มม. ทิปเดี่ยว 400 ช็อตที่คลินิกอื่น

และบอกว่าไม่เห็นผลเลยครับ

เมื่อพิจารณา BMI และระดับความหย่อนคล้อยแล้ว

สาเหตุคือขาดการกระตุ้นชั้นพังผืดด้วยทิป 4.5 มม. นั่นเองครับ

ที่คลินิกของผม เราใช้แบบผสม 4.5 และ 3.0 รวม 600 ช็อต

ทำการรักษาซ้ำให้เธอ

และต้องทำถึงครั้งที่ 3

กรอบหน้าถึงจะเริ่มปรากฏชัดเจนครับ

คู่มือจำนวนช็อตที่แนะนำและค่าใช้จ่ายตามสภาพผิว

สภาพผิว

การผสมทิปที่แนะนำ

จำนวนครั้ง

ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง

หย่อนคล้อยระยะเริ่มต้น (อายุ 30–40 ปี)

ผสม 4.5+3.0 รวม 600 ช็อต

1 ครั้ง

40,000–50,000 วอน

หย่อนคล้อยระดับปานกลาง (อายุ 40–50 ปี)

ผสม 4.5+3.0 รวม 600 ช็อต

3 ครั้ง ห่างกัน 3 สัปดาห์

ประมาณ 40,000 วอนต่อครั้ง

เน้นปรับสภาพผิวเป็นหลัก

ผสม 1.5+3.0 รวม 300 ช็อต

1 ครั้ง

20,000–25,000 วอน

ถ้าอยู่ในระยะเริ่มต้น 1 ครั้งก็เพียงพอ

แต่ถ้าร่องแก้มหรือแก้มส่วนลึกเริ่มชัดเจนแล้ว

ต้องทำสูตร 3 ครั้งเพื่อสะสมคอลลาเจนครับ

ก่อนเปรียบราคา Shurink 300 ช็อต 1 ครั้ง ต้องเช็กก่อนว่า: รวมทิป 4.5 มม. ด้วยไหม?

Q&A ราคา Shurink คำตอบจากห้องตรวจ 3 ข้อ

Q1. โฆษณาราคา 19,000 วอน ไปทำได้ไหมครับ?

ต้องถามให้ชัดก่อนว่าใช้ทิปอะไรครับ

เจ็ดในสิบกรณี

เป็นการผสมทิปเดี่ยวที่ไม่มีทิป 4.5 มม.

ถ้าเป้าหมายคือการปรับกรอบหน้า

อาจเสียเงินฟรีได้ครับ

Q2. ครั้งแรก ทำแค่ 1 ครั้งพอไหมครับ?

ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพ็คเกจ 3 ครั้งตั้งแต่แรกครับ

ลองทำ 600 ช็อตอย่างถูกต้อง 1 ครั้งก่อน

แล้วดูผลหลัง 1 เดือน ค่อยตัดสินใจว่าจะทำเพิ่มหรือไม่ครับ

Q3. ราคาใกล้เคียงกัน ผลลัพธ์เหมือนกันไหมครับ?

ไม่เหมือนกันครับ

ขึ้นอยู่กับว่าผู้ทำหัตถการตรวจวัดความหนาของผิวด้วยอัลตราซาวด์

และเปลี่ยนทิปตามแต่ละบริเวณได้อย่างชำนาญหรือไม่

ผลลัพธ์จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

มากกว่าตัวเลขในรายการราคา

ควรถามก่อนว่า "ใช้ทิปอะไร ยิงกี่ช็อต" ครับ

บทความหน้าผมจะอธิบายว่า 'ทำไมสูตร Shurink 3 ครั้ง ห่าง 3 สัปดาห์

ถึงต่างจากอัลเทอร่า' ครับ

ขอบคุณครับ — หมอวียองจิน

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ทำไมราคา Shurink 1 ครั้งถึงแตกต่างกันมาก ทั้งที่ยิงจำนวนช็อตเท่ากัน?

เพราะราคาไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประเภทหัวทิปและความลึกที่ใช้ด้วย ทิปแต่ละความลึก (1.5, 3.0, 4.5 มม.) มีราคาต่างกัน ทำให้ '300 ช็อต' ราคาต่างกันได้ถึงสองเท่าค่ะ

Q2. ราคา Shurink 1 ครั้งอยู่ที่เท่าไหร่โดยทั่วไป?

คิดที่ 300 ช็อตทิปเดี่ยว ราคาทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 20,000–25,000 วอน ส่วนแบบผสมทิป 4.5 และ 3.0 มม. รวม 600 ช็อต จะอยู่ที่ประมาณ 40,000–50,000 วอน ราคาที่แท้จริงอาจแตกต่างกันตามคลินิกค่ะ

Q3. ทำไมราคาถูกอย่าง 19,000 วอนถึงอาจไม่คุ้ม?

ราคาถูกมักหมายถึงใช้ทิปเดี่ยว 300 ช็อตเท่านั้น ซึ่งอาจไม่ถึงชั้น SMAS ที่จำเป็นต่อการยกกระชับกรอบหน้าอย่างชัดเจน ทำให้สุดท้ายอาจต้องจ่ายเพิ่มเพื่อทำซ้ำด้วยทิปที่ลึกกว่าค่ะ

Q4. ต้องใช้ทิปแบบไหนถึงจะเห็นผลด้านกรอบหน้าชัดเจน?

ต้องใช้ทิป 4.5 มม. ร่วมกับ 3.0 มม. รวมอย่างน้อย 600 ช็อต เพราะชั้น SMAS ที่ทำให้เกิดการยกกระชับจะถูกกระตุ้นได้ก็ต่อเมื่อใช้ทิป 4.5 มม. เท่านั้น ทิป 3.0 มม. เพียงอย่างเดียวไม่มีผลต่อชั้นนี้ค่ะ

บทความแนะนำ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ผู้หญิงปรึกษาแพทย์เรื่องหัตถการคลื่นวิทยุบริเวณรอบดวงตาลิฟติ้ง

ทำ InMode FX ที่รอบดวงตาและใต้ตาได้ไหม? ขอบเขตที่ควรรู้

InMode FX ออกแบบมาโดยคิดถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แต่ผิวรอบดวงตาบางและมีไขมันรองรับน้อย เงื่อนไขจึงเปลี่ยนไป มาดูกันว่าขอบเขตที่พอพิจารณาได้อยู่ตรงไหน และต้องระวังอะไรบ้างนะคะ

การ์ดตั้งคำถามว่าทำไมผลของ Sofwave ถึงรู้สึกไม่ชัดในช่วงแรกลิฟติ้ง

ทำ Sofwave แล้วยังไม่เห็นผล? 4 ตัวแปรที่ควรเช็ก

ความรู้สึกหลังทำ Sofwave ต่างกันได้มาก แม้จะใช้เครื่องเดียวกัน บทความนี้ไล่ให้ดูทีละข้อว่าความหนาผิว ชนิดของความหย่อนคล้อย บริเวณที่ทำ และช่วงเวลาที่ประเมิน ส่งผลต่อสิ่งที่คุณมองเห็นอย่างไร

บทความล่าสุด

ผู้หญิงจดรายการยาที่กินประจำก่อนเข้าปรึกษาที่คลินิกผิวหนัง

กินยาลดความดันหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ต้องบอกคลินิกก่อนทำไหม?

ยาลดความดันและยาละลายลิ่มเลือดที่กินประจำมีผลกับรอยช้ำและการห้ามเลือดในวันทำหัตถการ บทความนี้รวมเหตุผลที่ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้า และเหตุผลที่ไม่ควรหยุดยาเอง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้หรือไม่ เกณฑ์ที่ช่วยตัดสินใจผิวหนัง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้ไหม?

ไข้และการติดเชื้อเฉียบพลันส่งผลต่อการบวม การฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ จึงควรมีเกณฑ์ที่จับต้องได้ว่าอาการแบบไหนควรเลื่อนคิวที่จองไว้ แบบไหนยังคุยกับแพทย์ก่อนได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวมแนวทางไว้ให้ค่ะ

รูปร่างผอมกับการฉีดฟิลเลอร์สะโพก ทำไมวอลลุ่มดูน้อยกว่าและควรออกแบบอย่างไรบอดี้

รูปร่างผอมฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ววอลลุ่มดูน้อย ต้องออกแบบยังไง?

คนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง เมื่อฉีดฟิลเลอร์สะโพกในปริมาณเท่ากับคนอื่นมักได้วอลลุ่มที่ดูน้อยกว่า และมีโอกาสเห็นขอบของสารได้ง่ายกว่า ทางออกจึงอยู่ที่การเลือกชั้นที่ฉีดและการแบ่งจำนวนครั้งให้ต่างออกไปค่ะ

Juvelook Volume ในวัย 50 ความต่างของการออกแบบและความคาดหวังเมื่อเทียบกับวัย 30รูปหน้าและวอลุ่ม

ทำ Juvelook Volume ตอนอายุ 50 ต่างจากตอนอายุ 30 ยังไง?

แก้มที่ตอบลงตอนวัย 50 กับวัย 30 ไม่ได้มาจากชั้นเดียวกัน เมื่อสาเหตุต่างกัน การออกแบบปริมาณ จุดฉีด จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ผลลัพธ์จะปรากฏก็ควรตั้งไว้คนละแบบ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวบรวมความต่างเหล่านี้ไว้ให้ค่ะ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ภาพปกบทความเรื่องการใช้เครื่องความงามที่บ้านร่วมกับหัตถการที่คลินิกผิวหนัง

เครื่องความงามที่บ้าน ต้องพักตอนไหนก่อนและหลังทำหัตถการ?

จำนวนวันที่ต้องพักเครื่องความงามหลังทำหัตถการไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมของแต่ละคลินิก บทความนี้จัดระเบียบวิธีคิดจากสภาพผิว 4 อย่าง แยกตามชนิดของเครื่อง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors