Radiesse vs Sculptra ต่างกันยังไง? เติมเร็วหรือค่อย ๆ เติม
อยากเห็นรูปทรงเลย หรือค่อย ๆ เติมไปหลายเดือนได้ บทความนี้เทียบ Radiesse กับ Sculptra เรื่องจำนวนครั้ง การดูแลหลังฉีด และร่องที่เหมาะกับแต่ละตัวค่ะ

Wi Young-jin
ผู้อำนวยการแพทย์หลัก สาขาเมียงดง
Radiesse เห็นรูปทรงตั้งแต่วันที่ฉีด เพราะเจลที่มีเม็ดแคลเซียมเล็ก ๆ (CaHA) เข้าไปรองรับตรงที่ยุบได้ตั้งแต่ตอนฉีด ส่วน Sculptra เป็นผง PLLA ที่ผสมน้ำก่อนฉีด แล้วค่อย ๆ เติมขึ้นทีละรอบในหลายสัปดาห์
*PLLA: วัสดุที่ร่างกายค่อย ๆ ย่อยสลายไปเอง (poly-L-lactic acid)*
จึงเลือกจากสองเรื่อง คืออยากได้รูปทรงในวันเดียวไหม และยุบเป็นจุดแคบหรือกว้างทั้งแก้ม บทความนี้เทียบจำนวนครั้งและอาการที่ต้องระวังของทั้งสองตัวค่ะ
ประเด็นสำคัญ
- ถ้าต้องการรูปทรงเร็ว ให้ดู Radiesse ก่อน ถ้ายุบกว้างและเติมช้า ๆ ได้ ให้ดู Sculptra
- Sculptra ในงานวิจัยฉีดห่างกัน 3 สัปดาห์ สูงสุด 4 ครั้ง เฉลี่ย 3.2 ครั้ง
- Radiesse มักวางแผนฉีด 1 ครั้ง และอาจเติมเล็กน้อยหลัง 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน
- ผิวตรงที่ฉีดขาวซีดหรือมองเห็นผิดปกติ ต้องรีบพบแพทย์
Radiesse vs Sculptra ต่างกันยังไง วันที่ฉีดเห็นอะไรต่างกัน?
วันที่ฉีด Radiesse จะเห็นรูปทรงชัดกว่า เพราะเจลค้ำตรงที่ยุบไว้ ส่วน Sculptra ช่วงแรกดูเต็มเพราะน้ำและอาการบวม พอน้ำถูกดูดซึมไป ร่องเดิมอาจกลับมาให้เห็นอีก* พูดง่าย ๆ คือ Radiesse เหมือนสอดหมอนไว้ใต้ผ้าปู ส่วน Sculptra เหมือนหว่านเมล็ดหญ้าที่ค่อย ๆ งอก
*อ้างอิงเอกสารกำกับการใช้ Sculptra ที่ US FDA อนุมัติ*
Sculptra จึงฉีดให้น้อยกว่าที่ต้องการไว้ก่อน แล้วประเมินรอบถัดไปหลังผ่านไปอย่างน้อย 4 สัปดาห์
ตอนตรวจ คุณหมอจะดูความสมดุลของทั้งหน้าและความต่างซ้ายขวาก่อน แล้วดูว่ายุบเป็นจุดแคบลึก หรือยุบกว้างอย่างแก้มและขมับ

Sculptra ฉีดกี่ครั้ง Radiesse ฉีดกี่ครั้ง?
Sculptra ต้องวางแผนหลายครั้งตั้งแต่แรก ในงานวิจัยคนที่มีร่องแก้ม (ข้างจมูกถึงมุมปาก) 233 คน กลุ่ม Sculptra ฉีดห่างกัน 3 สัปดาห์ สูงสุด 4 ครั้ง และใช้เฉลี่ย 3.2 ครั้ง ถ้าเว้นสั้นไป อาจเติมซ้ำก่อนเห็นว่าขึ้นมาแค่ไหน ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและบริเวณที่ยุบ
Radiesse ตั้งต้นที่ 1 ครั้ง ถ้ายังไม่ได้รูปทรงที่ต้องการ อาจเติมเล็กน้อยหลัง 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน จำนวนครั้งและปริมาณ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล
| เกณฑ์เลือก | Radiesse | Sculptra |
|---|---|---|
| สิ่งที่ฉีดเข้าไป | เจลที่มีเม็ดแคลเซียม (CaHA) | ผง PLLA ที่ผสมน้ำ |
| แผนจำนวนครั้ง | 1 ครั้ง + เติมเล็กน้อยถ้าจำเป็น | ห่างกัน 3 สัปดาห์ขึ้นไป สูงสุด 4 ครั้ง |
| บริเวณในงานวิจัยที่อนุมัติ | ร่องแก้ม กรอบหน้า หลังมือ | ร่องแก้ม ริ้วรอยบนใบหน้า ริ้วรอยเล็กที่แก้ม |
| ไม่ฉีดที่ | ริมฝีปาก (ยังไม่ยืนยันความปลอดภัย) | รอบดวงตา (ยังไม่มีงานวิจัย) |
มีวันสำคัญใกล้ ๆ ให้เทียบแผน 1 ครั้งของ Radiesse ถ้ารอได้หลายเดือน ให้เทียบแผนหลายรอบของ Sculptra

Sculptra กี่วันเห็นผล ร่องแบบไหนเหมาะกับตัวไหน?
Sculptra ไม่ได้นับเป็นวัน แต่ค่อย ๆ เห็นในหลายสัปดาห์ งานทบทวน 7 ชิ้นเรื่องฟิลเลอร์ (Filler) ที่ไม่ใช่ HA บริเวณกลางหน้า พบว่าความพอใจต่อ PLLA และ CaHA เพิ่มขึ้นตามเวลา ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
แก้มที่ยุบกว้าง ให้ดูก่อนว่าพร้อมแบ่งเติมเป็นรอบ ๆ ไหม ถ้าเป็นจุดแคบที่อยากได้รูปทรงชัดในวันเดียว มักเทียบกับ Radiesse ก่อน
งานวิจัยผู้หญิง 5 คนฉีด Sculptra แขนหนึ่ง Radiesse อีกแขน ข้างละ 3 ครั้ง หลังครั้งแรก 3 คนดีขึ้นฝั่ง Radiesse มากกว่า พอจบ 2 คนดีขึ้นฝั่ง Sculptra มากกว่า และผลสุดท้ายไม่ต่างกันชัด งานนี้ทำที่แขนและมีแค่ 5 คน จึงดูได้แค่แนวโน้ม
กรณีต่อไปนี้ควรเลื่อนการฉีด หรือแจ้งคุณหมอก่อน
- เคยแพ้รุนแรงแบบ anaphylaxis
- เป็นคีลอยด์หรือแผลเป็นนูนง่าย (Sculptra)
- มีโรคที่ทำให้เลือดหยุดยาก (Radiesse)
- มีการอักเสบหรือติดเชื้อตรงที่จะฉีด
- แพ้ยาชาอย่าง lidocaine
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ผลข้างเคียงหลังฉีด Radiesse และ Sculptra บวมกี่วัน อาการไหนต้องรีบพบแพทย์?
หลัง Radiesse อาจมีรอยช้ำ แดง หรือบวม ซึ่งมักยุบภายใน 7 วัน หลัง Sculptra อาการเหล่านี้มักหายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 สัปดาห์ ถ้ามีห้อเลือด (เลือดคั่งเป็นก้อนแข็ง) อาจอยู่เกือบ 2 สัปดาห์ วันแรกให้ประคบเย็นโดยห่อน้ำแข็งด้วยผ้า
Sculptra อาจมีก้อนเล็ก ๆ ที่คลำได้ขึ้นหลังฉีดหลายเดือน พบในกลุ่ม Sculptra 116 คนราว 17.2% และกลุ่มเปรียบเทียบ 12.8% ครึ่งหนึ่งเริ่มเห็นตุ่มเล็กภายในราว 55 วัน ส่วนก้อน 5 มม. ขึ้นไปราว 160 วัน
อาการต่อไปนี้ให้ไปพบแพทย์ทันที
- ผิวตรงที่ฉีดหรือรอบ ๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวซีด
- ปวดรุนแรงผิดปกติ
- มองเห็นไม่ชัด หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป
- พูดลำบากขึ้นมาทันที ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขา เดินลำบาก หน้าเบี้ยว ปวดศีรษะรุนแรง เวียนศีรษะ หรือสับสน
อาการเหล่านี้เกิดเมื่อฟิลเลอร์เข้าไปในหลอดเลือด พบได้น้อย แต่อาจร้ายแรงถึงขั้นตาบอดหรือโรคหลอดเลือดสมอง (stroke)* ถ้ามีอาการทางสายตาหรือสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง ให้ไปห้องฉุกเฉินที่อยู่ใกล้คุณทันที การทักแชตทาง LINE ใช้แทนการไปพบแพทย์ไม่ได้
*อ้างอิงคู่มือผู้ป่วยของ Radiesse (+) ที่ US FDA อนุมัติ*

ฉีด Radiesse หรือ Sculptra ตอนเที่ยวเกาหลี บินกลับได้เลยไหม?
ถ้าวันนั้นไม่ได้ใช้ยาระงับความรู้สึกแบบให้หลับ (sedation) คุณหมอมองว่าไม่มีเหตุผลต้องเลื่อนฉีดเพราะเที่ยวบินกลับ
มาครั้งเดียวมีความหมายไหม Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่รูปทรงเปลี่ยนในวันนั้น ส่วน Sculptra ครั้งแรกเป็นจุดเริ่มของแผนหลายรอบ หน้าจะค่อย ๆ กลับไปใกล้แบบที่เคยเป็น และครั้งเดียวไม่ได้แทนจำนวนครั้งที่วางไว้ ถ้ามาเกาหลีได้ครั้งเดียว ควรคุยเรื่องนี้ก่อนเลือก Sculptra
กลับไทยแล้ว ถ้ากังวลเรื่องรอยช้ำหรือก้อนที่คลำได้ ถ่ายรูปส่งมาถามทาง LINE ได้ แต่ถ้าอาการรุนแรง เช่น ผิวเปลี่ยนสีหรือมองเห็นผิดปกติ ให้ไปโรงพยาบาลที่ไทยก่อนโดยไม่ต้องรอคำตอบทางแชต

สรุป: ก่อนเลือก Radiesse หรือ Sculptra ควรถามอะไร
ตอนปรึกษา ให้ถามเรื่องแผนจำนวนครั้งและชั้นที่ฉีดก่อนชื่อผลิตภัณฑ์ Sculptra ถ้าฉีดตื้นเกินไป ก้อนอาจเกิดมากขึ้น คนผิวบางจึงต้องระวัง ส่วนเม็ดแคลเซียมของ Radiesse อาจเห็นใน CT และเอกซเรย์ ถ้าต้องตรวจภาพในภายหลัง ควรแจ้งแพทย์ว่าเคยฉีด
ก่อนตัดสินใจ ลองถามคุณหมอว่า ร่องที่ยุบของฉันควรได้รูปทรงในครั้งเดียว หรือแบ่งเติมเป็นรอบ ๆ แล้วแอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล พร้อมแจ้งบริเวณที่ยุบ วันที่อยากให้รูปทรงพร้อม และฟิลเลอร์ที่เคยฉีดได้เลยนะคะ ที่คลินิกมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้ จึงปรึกษาเป็นภาษาไทยได้โดยตรง
แหล่งอ้างอิง
- PLLA กับ CaHA ที่แขน 5 คน - J Cosmet Dermatol, 2022
- ฟิลเลอร์ที่ไม่ใช่ HA ที่กลางหน้า - Facial Plast Surg, 2021
- PLLA ร่วมกับ CaHA ที่ผิวหน้าท้อง - J Biomed Mater Res B, 2026
- การอนุมัติ Sculptra - US FDA
- การอนุมัติ Radiesse (+) - US FDA
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีด Radiesse กับ Sculptra พร้อมกันได้ไหม?
A. การฉีด Radiesse กับ Sculptra ร่วมกันยังมีงานวิจัยน้อยค่ะ ในงานวิจัยนำร่องที่ฉีดลงผิวหน้าท้องแล้วตรวจชิ้นเนื้อ กลุ่มที่ฉีดร่วมกันมีการเปลี่ยนแปลงของมัดเส้นใยมากกว่ากลุ่มที่ฉีดตัวเดียว แต่ยังไม่ใช่ผลที่ใบหน้า จะฉีดวันเดียวกันหรือเว้นระยะ คุณหมอจะดูจากบริเวณที่ยุบตอนตรวจค่ะ
Q. ฉีด Radiesse เจ็บไหม?
A. ฉีด Radiesse แบบที่ผสมยาชา lidocaine เจ็บน้อยลงมากค่ะ ในการเปรียบเทียบ 101 คน คะแนนความเจ็บหลังฉีดเสร็จคือ 6.7 จาก 10 ในฝั่งที่ไม่ผสม และ 2.3 ในฝั่งที่ผสม หลัง 1 ชั่วโมงเหลือ 1.1 และ 0.3 ส่วนวิธีลดความเจ็บอย่างครีมชา คุณหมอจะเลือกตามบริเวณและความไวของผิวตอนตรวจค่ะ
Q. หลังฉีด Sculptra ต้องนวดยังไง?
A. หลังฉีด Sculptra แนะนำให้นวดวนเบา ๆ ครั้งละ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง ต่อเนื่อง 5 วันค่ะ ตอนฉีดเสร็จ จะทาครีมแล้วนวดอย่างน้อย 2 นาทีให้กระจายเท่า ๆ กัน การกระจายสม่ำเสมอช่วยลดโอกาสเกิดก้อน จึงควรนวดด้วยแรงตามที่ได้รับคำแนะนำค่ะ
Q. ฉีด Sculptra ไปไม่กี่วันแล้วหน้ากลับมายุบ ผิดปกติไหม?
A. หน้ากลับมายุบหลังฉีด Sculptra ไม่กี่วันเป็นเรื่องที่คาดไว้แล้วค่ะ ที่ดูเต็มในวันฉีดคือน้ำและอาการบวม พอยุบลงก็เห็นร่องเดิมอีกครั้ง Sculptra จะค่อย ๆ เติมขึ้นในหลายสัปดาห์ แล้วจึงตัดสินว่าต้องมีรอบถัดไปหรือไม่ค่ะ
Q. Radiesse อยู่ได้นานแค่ไหน?
A. Radiesse ในงานวิจัยร่องแก้ม 117 คน หลัง 6 เดือนยังดีขึ้นอยู่ 78.6% ค่ะ ในกลุ่มนี้มี 35 คนที่ยังเห็นผลถึง 30-39 เดือนหลังฉีดครั้งสุดท้าย ส่วนงานวิจัยกรอบหน้า คนที่ดีขึ้นตอน 12 สัปดาห์ 67.3% ยังคงอยู่ถึง 48 สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ
Q. Sculptra อยู่ได้นานแค่ไหน?
A. Sculptra ในงานวิจัยที่ใช้ขออนุมัติ ยังเห็นร่องแก้มดีขึ้นถึง 25 เดือนหลังรอบสุดท้ายค่ะ หลังเปรียบเทียบครบ 13 เดือน มีการติดตาม 106 คนต่อจนถึง 25 เดือน หลังจากนั้นเป็นช่วงที่งานวิจัยยังไม่ได้ตรวจ แผนต่อจากนั้นคุณหมอจะประเมินใหม่ตอนตรวจค่ะ
Q. ฉีด Radiesse ที่ปากได้ไหม?
A. Radiesse ยังไม่มีการยืนยันความปลอดภัยและผลเมื่อฉีดที่ริมฝีปากค่ะ ถ้าฉีดที่ริมฝีปาก อาจได้ผลไม่น่าพอใจ หรือเกิดก้อนเล็ก ๆ จากผลิตภัณฑ์ที่จับตัวกัน ถ้าอยากเพิ่มริมฝีปาก คุณหมอจะคุยเรื่องผลิตภัณฑ์อื่นแทนค่ะ
Q. ฉีด Sculptra ใต้ตาได้ไหม?
A. Sculptra ยังไม่มีงานวิจัยการฉีดรอบดวงตาค่ะ มีรายงานว่าฉีดรอบดวงตาแล้วเกิดก้อนมากขึ้น และเคยมีรายงานปัญหาการมองเห็นหลังฉีดบริเวณขมับ รอบดวงตา และแก้ม ร่องใต้ตาจึงควรคุยกับคุณหมอเรื่องวิธีอื่นด้วยค่ะ
Q. มีก้อนหลังฉีด Sculptra ต้องทำยังไง?
A. ก้อนหลังฉีด Sculptra ที่ขึ้นภายใน 3-6 สัปดาห์ ลดโอกาสเกิดได้ด้วยการผสมน้ำให้เหมาะ เทคนิคการฉีด และการนวดค่ะ ส่วนก้อนที่ขึ้นหลัง 3-4 เดือน อาจต้องรักษาด้วยการฉีดยาสเตียรอยด์ การเลาะพังผืดใต้ผิว (subcision) หรือผ่าออก ถ้าคลำเจอก้อน ควรให้แพทย์ตรวจค่ะ








