ฉีดสลายไขมัน หรือโบลดกราม? หน้าใหญ่เพราะไขมันหรือกล้ามเนื้อ
หน้ากว้างเพราะไขมันหรือกล้ามเนื้อกราม ลองกัดฟันเช็กเองเบื้องต้น แล้วดูว่าฉีดสลายไขมัน ฉีดหน้าเรียว และโบท็อกกรามต่างกันยังไงค่ะ

Wi Young-jin
ผู้อำนวยการแพทย์หลัก สาขาเมียงดง
ถ้ากัดฟันแน่นแล้วมุมกรามใต้ใบหูนูนแข็งขึ้นมา หน้าที่ดูกว้างมักมาจากกล้ามเนื้อเคี้ยว ซึ่งตรงกับการฉีดโบลดกราม แต่ถ้ากัดฟันแล้วรูปหน้าเหมือนเดิม และมีเนื้อนุ่ม ๆ ใต้คางหรือตามแนวกรามให้หยิบได้ ฉีดสลายไขมันจะตรงกว่า ส่วนคำว่าฉีดหน้าเรียวเป็นชื่อเรียกที่แต่ละคลินิกใช้ต่างกัน จึงต้องถามส่วนผสมก่อนเสมอค่ะ
บทความนี้จะพาไปดูว่าแต่ละเข็มลดอะไรและเห็นผลเมื่อไหร่ค่ะ
ประเด็นสำคัญ
- หน้าใหญ่จากไขมันดูที่ฉีดสลายไขมัน หน้าใหญ่จากกล้ามเนื้อเคี้ยวดูที่โบท็อกกราม
- กัดฟันแล้วมุมกรามนูนแข็ง มักเป็นฝั่งกล้ามเนื้อ
- ฉีดสลายไขมันใต้คางโดยทั่วไปทำ 2 ครั้ง ห่างกัน 6-8 สัปดาห์ และดูผลราว 3-4 เดือนหลังเข็มสุดท้าย
- โบท็อกกรามทำให้กล้ามเนื้อบางลงทีละน้อยตลอดช่วง 12 สัปดาห์แรก
หน้าใหญ่เพราะกล้ามเนื้อกรามหรือไขมัน กัดฟันดูเองได้ไหม?
ลองวางนิ้วที่มุมกรามใต้ใบหูแล้วกัดฟันแน่น ๆ ถ้ามีก้อนแข็งดันนิ้วขึ้นมา คือกล้ามเนื้อเคี้ยวที่ใหญ่ ถ้ารูปหน้าไม่เปลี่ยน แต่บีบใต้คางแล้วได้เนื้อนุ่ม ๆ มักเป็นฝั่งไขมัน หลายคนมีทั้งสองอย่างปนกัน วิธีนี้จึงใช้แค่ประเมินเบื้องต้น
*กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter): กล้ามเนื้อสองข้างของกรามที่แข็งขึ้นเวลากัดฟัน*
ตอนตรวจ คุณหมอจะดูด้วยตา คลำ และให้กัดฟันดูว่ากล้ามเนื้อกรามนูนแค่ไหน ถ้าเป็นที่กล้ามเนื้อจะพิจารณาโบท็อก ถ้าแนวกรามหย่อนจะพิจารณาการยกกระชับอย่าง Ulthera และดูไปด้วยว่ากรามซ้ายขวาใหญ่ไม่เท่ากันไหม

ฉีดหน้าเรียวกับฉีดสลายไขมัน เป็นเข็มเดียวกันไหม?
ไม่จำเป็นต้องเป็นเข็มเดียวกัน ชื่อฉีดหน้าเรียวไม่ได้บอกว่าข้างในมีอะไร แต่ละคลินิกผสมส่วนผสมและปริมาณต่างกัน ชื่อฉีดสลายไขมันก็เช่นกัน
ในกลุ่มยาลดไขมันแบบฉีด ส่วนผสมที่ผ่านการอนุมัติคือ deoxycholic acid หน้าตาคล้ายกรดน้ำดีที่ร่างกายใช้ย่อยไขมันอยู่แล้ว เมื่อฉีดเข้าไปจะทำให้เซลล์ไขมันตรงนั้นแตกตัว
งานวิจัยหนึ่งเทียบคนที่ฉีดสารนี้ใต้คาง 256 คนกับยาหลอก 250 คน ตอน 12 สัปดาห์หลังเข็มสุดท้าย ดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับ 70.0% เทียบกับ 18.6% เมื่อแพทย์ประเมิน หลังฉีด 2 ครั้งดีขึ้น 55% และหลัง 4 ครั้งดีขึ้น 75% ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
สารนี้อนุมัติให้ใช้กับไขมันใต้คางเท่านั้น ไขมันที่แก้มหรือแนวกรามยังไม่มีข้อมูลยืนยันทั้งผลและความปลอดภัย และไม่แนะนำให้ใช้*
*อ้างอิงจากเอกสารกำกับยาที่ US FDA อนุมัติ*
ถ้ามีคนแนะนำให้ฉีดหน้าเรียว ควรถามชื่อส่วนผสม ปริมาณต่อครั้ง และจำนวนครั้งก่อน

ฉีดโบลดกราม กี่วันเห็นผล และควรดูผลตอนไหน?
โบท็อกกรามทำให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ บางลงเป็นสัปดาห์ ยาลดสัญญาณประสาทที่สั่งให้กล้ามเนื้อเคี้ยวหดตัว กล้ามเนื้อที่ถูกใช้น้อยลงก็ค่อย ๆ ลีบลง คล้ายกล้ามแขนที่เล็กลงเมื่อหยุดยกเวท
ในงานวิจัยคนที่กล้ามเนื้อกรามใหญ่ 90 คน แบ่งเป็นกลุ่มยาหลอกและกลุ่มที่ได้โบท็อก 4 ขนาด แล้วติดตาม 16 สัปดาห์ ความหนาและปริมาตรของกล้ามเนื้อลดลงทีละน้อยตลอด 12 สัปดาห์แรก ตัวยาเป็นโบท็อกอีกยี่ห้อในกลุ่มเดียวกัน (prabotulinumtoxinA) ระยะเวลานี้อาจไม่เท่ากันในแต่ละคน
ส่องกระจกตอน 2-3 สัปดาห์จึงยังเร็วไป ให้ถ่ายรูปหน้าตรงและด้านข้างก่อนฉีด แล้วถ่ายซ้ำตอนสัปดาห์ที่ 12 ด้วยแสงและมุมเดิม ถ้าสองข้างลดไม่เท่ากัน รูปนี้จะเป็นเกณฑ์ตอนตรวจครั้งต่อไป

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง: บวมช้ำแค่ไหนปกติ อาการไหนต้องรีบพบแพทย์?
หลังฉีดสลายไขมันใต้คาง บวมและช้ำเกิดได้บ่อย บางคนบวมมากได้นานถึง 2 สัปดาห์ และคลำแล้วรู้สึกแข็งหรือเป็นก้อนขรุขระได้*
*อ้างอิงจากคำแนะนำผู้ป่วยของ American Academy of Dermatology*
กรณีเหล่านี้ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน
- มีการอักเสบหรือติดเชื้อตรงจุดที่จะฉีด
- เลือดหยุดยาก หรือกำลังกินยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด
- เคยกลืนอาหารลำบากมาก่อน (ฉีดสลายไขมัน)
- เคยแพ้ botulinum toxin (โบท็อกกราม)
อาการต่อไปนี้ไม่ต้องรอดูหลายวัน ให้รีบพบแพทย์ทันที
- ผิวตรงที่ฉีดซีดขาว หรือเป็นลายร่างแหสีคล้ำ
- ผิวพองเป็นตุ่มน้ำ เป็นแผล หรือมีน้ำเหลืองซึม
- ยิ้มแล้วมุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นได้ไม่ดี
- กลืน หายใจ หรือพูดลำบาก (หลังโบท็อกเกิดได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหลายสัปดาห์)
มุมปากตกจากเส้นประสาทพบใน 4.3% ของคนที่ฉีดสลายไขมันใต้คาง ส่วนใหญ่เป็นไม่มากและหายเอง ผิวซีดขาวมาจากรายงานผู้ป่วยที่ยาเข้าหลอดเลือด การทัก LINE ไม่ได้แทนการตรวจ หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ไขมันหรือกล้ามเนื้อ เทียบ 3 เข็มในตารางเดียวต่างกันตรงไหน?
สามเข็มนี้ลดคนละส่วนและฉีดคนละชั้น เวลาที่เห็นผลจึงต่างกัน ฉีดหน้าเรียวต้องรู้ส่วนผสมก่อนถึงจะเทียบได้
| เกณฑ์เลือก | ฉีดหน้าเรียว | ฉีดสลายไขมัน (deoxycholic acid) | โบท็อกกราม |
|---|---|---|---|
| สิ่งที่ลด | ขึ้นกับส่วนผสม | ไขมันใต้ผิว | กล้ามเนื้อเคี้ยว |
| ชั้นที่ฉีด | แต่ละคลินิกต่างกัน | กลางชั้นไขมันใต้คาง | ในกล้ามเนื้อมุมกราม |
| ปัญหาที่ตรง | แก้มล่าง แนวกราม | คางสองชั้น | กรามเหลี่ยม |
| ช่วงที่เห็นผล | ปรึกษาหลังรู้ส่วนผสม | 3-4 เดือนหลังเข็มสุดท้าย | ค่อย ๆ ลดใน 12 สัปดาห์ |
| จำนวนครั้ง | ปรึกษาหลังรู้ส่วนผสม | โดยทั่วไป 2 ครั้ง ห่าง 6-8 สัปดาห์ | งานวิจัยฉีดซ้ำที่ 12 สัปดาห์ถึง 6 เดือน |
ถ้าทั้งไขมันและกล้ามเนื้อใหญ่พอ ๆ กัน ให้ดูก่อนว่าฝั่งไหนทำให้หน้ากว้างมากกว่า แล้วเริ่มจากฝั่งนั้น

ฉีดระหว่างเที่ยวเกาหลี วางแผนกับเที่ยวบินกลับยังไงดี?
ไม่จำเป็นต้องเลื่อนเที่ยวบินกลับเพราะการฉีด ยกเว้นวันที่ได้รับยานอนหลับ (sedation) การรักษาส่วนใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนหน้ามากในครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ เปลี่ยน ช่วงดูผลจึงมักมาถึงหลังกลับประเทศแล้ว
ถ่ายรูปหน้าตรงและด้านข้างไว้ก่อนฉีดที่กรุงโซล พอกลับบ้านแล้วสามารถส่งรูปมาสอบถามทาง LINE ได้ ถ้ามีอาการผิดปกติมาก ควรไปพบแพทย์ที่ประเทศของคุณก่อนนะคะ
สรุป: ก่อนเลือกเข็ม ควรถามคุณหมอเรื่องอะไรก่อน?
สิ่งที่ควรถือติดมือไปคือคำว่าชั้น เข็มจะลงชั้นไขมันหรือชั้นกล้ามเนื้อ คำตอบนี้บอกได้ว่าต้องรอดูผลนานแค่ไหน คำถามแรกคือ ตอนกัดฟัน กล้ามเนื้อกรามของฉันนูนขึ้นมากแค่ไหน
หากคุณกำลังกังวลว่าหน้ากว้างเพราะไขมันหรือกรามกันแน่ แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ที่คลินิกมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้ จึงปรึกษาเป็นภาษาไทยได้โดยตรง ข้อความแรกแนบรูปหน้าตรงและด้านข้าง ชื่อยาและวันที่ฉีดครั้งล่าสุดมาด้วยค่ะ
แหล่งอ้างอิง
- ฉีดสลายไขมันใต้คาง เห็นผลและบวมนานแค่ไหน — AAD
- deoxycholic acid ใต้คางเทียบยาหลอก 506 คน — Dermatol Surg, 2016
- ติดตามผลฉีดสลายไขมันใต้คางนานถึง 3 ปี — Aesthet Surg J, 2021
- ผลข้างเคียงรุนแรงหลังฉีด deoxycholic acid — Aesthet Surg J Open Forum, 2024
- โบท็อกกราม 4 ขนาดใน 90 คน ติดตาม 16 สัปดาห์ — Dermatol Surg, 2021
- โบท็อกกรามเทียบยาหลอก 187 คน ติดตาม 1 ปี — J Am Acad Dermatol, 2025
- แรงกัดลดลงและกลับมาเมื่อไหร่หลังโบท็อกกราม — J Oral Rehabil, 2023
- ปัญหาหายใจ กลืน พูด ที่พบน้อยมากหลังโบท็อก — AAD
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีดโบลดกรามอยู่ได้นานไหม?
A. ฉีดโบลดกรามไม่ได้อยู่ตลอด กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงาน ในงานวิจัย 187 คนที่ติดตาม 1 ปี ปริมาตรหน้าส่วนล่างลดลงตอนวันที่ 90 และฉีดซ้ำได้ตอนวันที่ 180 ถ้าจำเป็น อีกงานหนึ่งผู้วิจัยเสนอให้ฉีดซ้ำหลัง 12 สัปดาห์ เวลาที่ควรฉีดครั้งถัดไป แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ
Q. ฉีดสลายไขมันใต้คางกี่ครั้งถึงเห็นผล?
A. ฉีดสลายไขมันใต้คางด้วย deoxycholic acid อยู่ในขอบเขตที่สหรัฐฯ อนุมัติ คือห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน และไม่เกิน 6 ครั้ง ข้อมูลย้อนหลังของคลินิกหนึ่งที่ฉีดสารผสม phosphatidylcholine กับ deoxycholic acid ให้ 1,269 คน เฉลี่ย 4 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ โดยไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ จำนวนครั้งจริงขึ้นกับความหนาของไขมันค่ะ
Q. ไขมันใต้คางที่สลายไปแล้ว จะกลับมาอีกไหม?
A. รูปคางที่ดีขึ้นหลังฉีดสลายไขมันใต้คาง ส่วนใหญ่ยังอยู่ถึง 3 ปี ในงานที่ติดตาม 224 คนที่ดีขึ้นตอน 12 สัปดาห์หลังเข็มสุดท้าย พอถึง 1 ปี ผลยังคงอยู่ใน 86.4% ของกลุ่มที่ได้ยา เทียบกับ 56.8% ของกลุ่มยาหลอก และตลอด 3 ปีไม่พบผลข้างเคียงใหม่ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและการดูแลตัวเองค่ะ
Q. ฉีดโบลดกรามแล้ว เคี้ยวอาหารไม่มีแรงไหม?
A. ฉีดโบลดกรามแล้วแรงเคี้ยวอาจลดลงช่วงหนึ่ง ในงานวิจัย 20 คนที่ฉีด Xeomin ที่กรามสองข้างรวม 50 ยูนิตและติดตาม 1 ปี แรงกัดสูงสุดยังลดลงอยู่ตอน 3 เดือน และพอถึง 6 เดือนไม่ต่างจากก่อนฉีดอย่างชัดเจน ถ้าเคี้ยวอาหารเหนียวแล้วไม่สบาย ควรบอกคุณหมอตอนตรวจค่ะ
Q. โบท็อกกรามยิ่งฉีดหลายยูนิต หน้ายิ่งเรียวไหม?
A. โบท็อกกรามขนาดสูงทำให้กล้ามเนื้อบางลงมากกว่า แต่ความไม่สบายก็เพิ่มตามไปด้วย ในงานที่แบ่ง 90 คนตามขนาดยา 24 ยูนิตได้ผลน้อย ส่วนกลุ่ม 96 ยูนิตรู้สึกไม่สบายเวลาขยับกราม อีกงานใน 187 คน กลุ่ม 96 ยูนิตมี 4 คนที่รอยยิ้มเปลี่ยนไป ขนาดยาที่เหมาะ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ
Q. ฉีดสลายไขมันเจ็บไหม?
A. ฉีดสลายไขมันใต้คางมีความเจ็บตรงจุดฉีดได้บ่อย ในการทดลองก่อนอนุมัติยา 70% ของคนที่ได้ deoxycholic acid เจ็บตรงจุดฉีด ส่วนฉีดหน้าเรียวยังไม่พบงานวิจัยที่วัดความเจ็บแยกไว้ จะใช้ครีมชาหรือวิธีลดความเจ็บแบบไหน คุณหมอจะเลือกตามบริเวณและความไวของแต่ละคนตอนตรวจค่ะ
Q. คางสองชั้นฉีดสลายไขมันได้ไหม?
A. คางสองชั้นที่เกิดจากไขมันใต้คางอยู่ในขอบเขตที่สหรัฐฯ อนุมัติให้ฉีด deoxycholic acid แต่ต่อมไทรอยด์โตหรือต่อมน้ำเหลืองที่คอบวมก็ทำให้ใต้คางดูนูนได้ จึงต้องแยกก่อน และคนที่ผิวหย่อนมากไม่ได้อยู่ในการทดลองก่อนอนุมัติ ถ้าหย่อนมากควรดูการยกกระชับไปด้วยค่ะ
Q. ฉีดหน้าเรียวกับโบลดกรามพร้อมกันได้ไหม?
A. ฉีดหน้าเรียวกับโบลดกรามลดคนละส่วน คือไขมันกับกล้ามเนื้อ ถ้ามีทั้งสองปัญหาก็ปรึกษาทั้งสองแบบได้ แต่ยังไม่พบเกณฑ์ที่กำหนดไว้ว่าควรฉีดวันเดียวกัน หรือเว้นระยะแล้วเริ่มจากเข็มไหนก่อน คุณหมอจะดูว่าฝั่งไหนใหญ่กว่า และเพิ่งฉีดอะไรมาหรือเปล่า แล้วตัดสินตอนตรวจค่ะ









