Sofwave เจ็บแค่ไหน? ครีมชาอย่างเดียวพอไหม ต้องฉีดยาชาเพิ่มหรือเปล่า
Sofwave เจ็บแค่ไหน คำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจทำ บางคนทาครีมชาอย่างเดียวก็พอ แต่บางจุดอย่างโหนกแก้มหรือแนวกรามอาจต้องฉีดยาชาเพิ่ม

เคยไหมคะ เวลาหาข้อมูลเรื่อง Sofwave แล้วคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาคือ "เจ็บแค่ไหนนะ" ความรู้สึกเจ็บของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนทาครีมชาอย่างเดียวก็ผ่านไปได้แบบสบาย ๆ ในขณะที่บางคนรู้สึกชัดขึ้นตรงโหนกแก้มหรือแนวกรามในช่วงแรกของการทำ จนอยากขอฉีดยาชาเพิ่มระหว่างทำ
หากตอบสั้น ๆ ความเจ็บของ Sofwave คือความรู้สึกแสบร้อนสั้น ๆ ที่วิ่งเป็นจุด ๆ ต่อเนื่องกันไป ส่วนใหญ่ทาครีมชาอย่างเดียวก็เพียงพอ แต่บริเวณที่ใกล้กระดูกอย่างโหนกแก้มหรือแนวกรามอาจรู้สึกชัดขึ้นอีกนิด การรู้ล่วงหน้าว่าตัวเองใกล้เคียงกับแบบไหน จะช่วยลดความกังวลระหว่างทำได้มาก
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Sofwave เจ็บแบบไหน ใครที่ทาครีมชาอย่างเดียวก็พอ ใครที่ควรฉีดยาชาเพิ่ม ไปจนถึงเทคนิคช่วยลดความเจ็บระหว่างทำและผลข้างเคียงหลังทำ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลก่อนตัดสินใจ ไปดูกันเลยค่ะ
Sofwave เจ็บแค่ไหน? กลไกที่ทำให้รู้สึกแบบนี้
Sofwave ทำงานโดยส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบพัลส์สั้น ๆ ลงไปที่ชั้นหนังแท้ระดับกลาง ความลึกประมาณ 1.5 มิลลิเมตร เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจึงเป็นความร้อนแสบสั้น ๆ ที่วิ่งผ่านไปทีละจุด ต่างจากความเจ็บแบบกดหนัก ๆ ที่บางคนจินตนาการไว้ก่อนทำ
คลื่นเสียงความถี่สูง* (Ultrasound): เทคโนโลยีที่ใช้คลื่นที่หูมนุษย์ไม่ได้ยิน แปลงเป็นความร้อนกระตุ้นชั้นผิวด้านใน มักใช้ในหัตถการยกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัดอย่าง Sofwave
จากงานวิจัยที่วิเคราะห์การยกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงแบบขนาน (SUPERB) พบว่าพลังงานเข้าไปกระจุกตัวอยู่ที่ชั้นหนังแท้ระดับกลาง ทำให้คอลลาเจนและเส้นใยความยืดหยุ่นในชั้นนั้นเพิ่มขึ้น ระหว่างทำจะมีระบบความเย็นสัมผัสผิวทำงานควบคู่กันไปด้วย ซึ่งช่วยลดความร้อนแสบได้ในระดับหนึ่ง

ใครที่ทาครีมชาอย่างเดียวก็เพียงพอ
หากตรงกับลักษณะต่อไปนี้เป็นส่วนใหญ่ มักทาครีมชาอย่างเดียวก็ผ่านไปได้โดยไม่ต้องฉีดยาชาเพิ่ม
- ปกติทนความเจ็บจากการฉีดยาได้ค่อนข้างดี
- บริเวณที่ทำอยู่ห่างจากกระดูก เช่น ไม่ได้เน้นโหนกแก้ม แนวกราม หรือหน้าผากเป็นหลัก
- ผิวมีความหนามากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป
- ก่อนทำหัตถการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนน้อย
เมื่อผิวมีความหนา ความร้อนที่ส่งไปถึงชั้นหนังแท้ระดับกลางจะกระจายตัวได้นุ่มนวลขึ้น หากบริเวณที่ทำอยู่ห่างจากกระดูก แรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านกระดูกก็จะน้อยลงตามไปด้วย นอกจากนี้การลดคาเฟอีนก่อนทำหัตถการ 1-2 ชั่วโมง อาจช่วยให้ระบบประสาทไวต่อสิ่งกระตุ้นน้อยลง และรู้สึกเจ็บน้อยลงตามไปด้วย
จุดไหนที่แนะนำให้ฉีดยาชาเพิ่ม
หากเข้าข่ายลักษณะต่อไปนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้ฉีดยาชาเพิ่มก่อนเริ่มทำ
- บริเวณที่ใกล้กระดูก เช่น โหนกแก้ม แนวกราม หรือหน้าผาก คิดเป็นมากกว่าครึ่งของพื้นที่ที่ทำ
- ผิวค่อนข้างบาง รวมถึงบริเวณรอบดวงตาและขมับ
- เคยรู้สึกว่ายาชาที่ทันตแพทย์ใช้ไม่ค่อยได้ผลกับตัวเอง
- เคยขอหยุดกลางคันระหว่างทำหัตถการกลุ่ม HIFU มาก่อน
เมื่อคลื่นเสียงความถี่สูงไปถึงบริเวณใกล้เยื่อหุ้มกระดูกอย่างโหนกแก้มหรือแนวกราม แรงสั่นที่ส่งผ่านกระดูกจะรู้สึกชัดขึ้นอีกนิด ถึงแม้ความเจ็บโดยรวมจะเป็นความร้อนแสบสั้น ๆ ตามที่กล่าวไปข้างต้น แต่บริเวณที่ผิวบาง ความร้อนจากชั้นหนังแท้ระดับกลางจะส่งถึงผิวชั้นบนได้ใกล้กว่า ทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปแม้จะเป็นหัตถการเดียวกัน สำหรับกลุ่มนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจให้เวลาทาครีมชานานขึ้นก่อนเริ่มทำประมาณ 30 นาที หรือพิจารณาฉีดยาชาเสริมเฉพาะจุดตามความจำเป็น

เทคนิคช่วยลดความเจ็บระหว่างทำ
แม้จะใช้การชาแบบเดียวกัน แต่มีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำได้
- ลดปริมาณคาเฟอีนในช่วง 1-2 ชั่วโมงก่อนทำ
- ทานอาหารเบา ๆ มาก่อน ดีกว่ามาแบบท้องว่าง
- หายใจช้า ๆ ระหว่างทำ (การหายใจตื้นและสั้นมักทำให้รู้สึกเจ็บมากขึ้น)
- เตรียมใจล่วงหน้าเมื่อรู้ว่ากำลังจะถึงแนวโหนกแก้มหรือแนวกราม
ครีมชาจะออกฤทธิ์ได้ดีในช่วง 20-30 นาทีหลังทา ที่ BeautyStone Clinic จึงกำหนดเวลาเริ่มทำหัตถการให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ครีมชาออกฤทธิ์เต็มที่ หากระหว่างทำมีจุดที่ทนได้ยาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะหยุดตรงจุดนั้นชั่วคราวและพิจารณาฉีดยาชาเพิ่มหรือพักให้ ดังนั้นไม่ควรฝืนทนจนจบ การส่งสัญญาณให้ทีมทราบจะช่วยให้ทำหัตถการได้อย่างปลอดภัยมากกว่า

ผลข้างเคียงหลังทำ นานแค่ไหนถึงจะหาย
หลังทำหัตถการ ผิวหน้าอาจรู้สึกอุ่นและตึงเล็กน้อย ซึ่งมักเป็นอาการที่เด่นชัดที่สุดในช่วงแรก และมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง บางคนอาจรู้สึกหน่วง ๆ เล็กน้อยในวันถัดไป แต่ส่วนใหญ่ไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก ทั้งนี้ผลลัพธ์และความรู้สึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากมีอาการผิดปกติหรืออาการไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาที่ควรจะเป็น ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที
สรุป
ความเจ็บของ Sofwave เป็นความรู้สึกแสบร้อนสั้น ๆ ที่วิ่งเป็นจุดต่อเนื่องกัน ส่วนใหญ่ทาครีมชาอย่างเดียวก็เพียงพอ ส่วนคนที่ทำบริเวณโหนกแก้มหรือแนวกรามเป็นหลัก หรือมีผิวค่อนข้างบาง การฉีดยาชาเพิ่มจะช่วยให้อุ่นใจระหว่างทำมากขึ้น ทั้งนี้ความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองใกล้เคียงกับแบบไหน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
หากคุณกำลังกังวลเรื่องความเจ็บตอนทำ Sofwave ทักมาปรึกษาได้เลยนะคะ BeautyStone Clinic ตั้งอยู่ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล เปิดให้ปรึกษาฟรีผ่าน LINE ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ถ้าทนไม่ไหวระหว่างทำ ขอหยุดได้ไหม
ขอหยุดได้ค่ะ เพียงส่งสัญญาณให้ทีมทราบ เช่น ยกมือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะหยุดตรงจุดนั้นชั่วคราวและพิจารณาฉีดยาชาเพิ่มหรือพักให้ การฝืนทนจนจบไม่ได้ช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้น การส่งสัญญาณตั้งแต่เนิ่น ๆ จะปลอดภัยกว่าค่ะ
Q2. ฉีดยาชาเพิ่มแล้วจะทำให้ผลลัพธ์ลดลงไหม
ครีมชาที่ผิวชั้นบนไม่ส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ของหัตถการ เพราะ Sofwave ทำงานที่ชั้นหนังแท้ระดับกลาง ซึ่งลึกกว่าระดับที่ครีมชาไปถึง อย่างไรก็ตามเวลาทำอาจนานขึ้นเล็กน้อย จึงควรเผื่อเวลาไว้ล่วงหน้าค่ะ
Q3. ความเจ็บหลังทำจะอยู่นานแค่ไหน
ช่วงแรกหลังทำผิวหน้ามักรู้สึกอุ่นและตึงมากที่สุด และมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง บางคนอาจรู้สึกหน่วง ๆ เล็กน้อยในวันถัดไป แต่ไม่ค่อยกระทบกับชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ
Q4. เทียบกับหัตถการอื่นที่ขึ้นชื่อว่าเจ็บน้อย Sofwave เป็นอย่างไร
ในกลุ่ม HIFU ด้วยกัน Sofwave ใช้พัลส์สั้นและมีระบบความเย็นทำงานควบคู่ จึงมักรู้สึกเบากว่าความเจ็บแบบกดหนัก ๆ อย่างไรก็ตามความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การเทียบกันแบบฟันธงจึงทำได้ยาก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเรื่องความเจ็บและการฟื้นตัวค่ะ








