ผู้หญิงกังวลเรื่องผิวแดงหลังทำ Oligio X ก่อนวันงานสำคัญ
ลิฟติ้ง

ทำ Oligio X ก่อนวันงาน หน้าจะแดงจนถ่ายรูปไม่สวยไหม?

อาการแดงและตึงหลังทำ Oligio X มักอยู่สั้นกว่าที่กังวล บทความนี้สรุปว่าผิวเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละช่วง และควรเผื่อเวลากี่วันก่อนวันถ่ายรูป

ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ จองคิวทำ Oligio X ไว้แล้ว จู่ ๆ ก็นึกได้ว่าอีกไม่กี่วันมีงานที่ต้องขึ้นรูปหมู่ พอนึกภาพตัวเองในรูปด้วยหน้าที่แดงกว่าปกติหรือดูบวม ๆ ความตื่นเต้นก็เปลี่ยนเป็นความกังวลขึ้นมาทันที

จริง ๆ แล้วอาการแดงและตึงหลังทำ RF ลิฟติ้ง เป็นการตอบสนองของผิวต่อความร้อน ไม่ใช่การบวมช้ำอย่างที่หลายคนนึกภาพไว้ แต่เพราะไม่ค่อยมีใครเล่าว่าหน้าตาของมันเป็นยังไงและอยู่นานแค่ไหน หลายคนเลยเลื่อนคิวออกไปทั้งที่ไม่จำเป็น

บทความนี้ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล จะพาไปดูว่าหลังทำ Oligio X ผิวที่แดงและตึงหน้าตาเป็นแบบไหน กล้องจับได้จริงแค่ไหน แต่ละช่วงตั้งแต่วันแรกจนถึง 1 เดือนเปลี่ยนไปอย่างไร พร้อมแนวทางดูแลผิวก่อนวันงานค่ะ

หลังทำ Oligio X ผิวแดงและตึงหน้าตาเป็นแบบไหน?

ตอบสั้น ๆ ก่อนว่า สิ่งที่พบบ่อยคือผิวแดงระเรื่อทั่วบริเวณที่ยิง คล้ายตอนเพิ่งเดินตากแดดอ่อน ๆ กลับเข้าร่ม ร่วมกับความรู้สึกอุ่นและตึงเล็กน้อย ไม่ใช่การบวมเป็นก้อนหรือรอยช้ำเขียว

ความต่างอยู่ที่วิธีทำงาน การฉีดฟิลเลอร์คือการเติมปริมาตรเข้าไปโดยตรง จึงมีโอกาสบวมเฉพาะจุด ส่วน Oligio X ไม่ได้เติมอะไรเข้าไป แต่ส่งความร้อนลงไปกระตุ้นเนื้อเยื่อ ผิวจึงตอบสนองแบบกระจายทั่วและดูสม่ำเสมอกว่า

ในกระจกคุณอาจเห็นว่าหน้าอมชมพูขึ้นและผิวดูแน่นกว่าเดิม แต่ในรูปที่ถ่ายระยะปกติ ความแดงระดับนี้มักกลืนไปกับสีผิวและแสงในงาน

ทั้งนี้ระดับความแดงและระยะเวลาที่อยู่ อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความไวของผิวและระดับพลังงานที่แพทย์เลือกใช้

เปรียบเทียบผิวแดงระเรื่อจากความร้อนกับอาการบวมเฉพาะจุดจากการฉีดเติม

ทำไมความร้อนถึงทำให้ผิวแดงและรู้สึกตึง?

ภาพตัดขวางชั้นผิวแสดงการกระจายความร้อนของ Monopolar RF ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ลงไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง

Oligio X คือเครื่อง Monopolar RF ที่ปล่อยคลื่นความถี่วิทยุผ่านผิวลงไปสร้างความร้อนแบบกระจายตัวทั้งชั้น ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ (Dermis) ลงไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง

พูดง่าย ๆ คือเหมือนการอบผ้าห่มทั้งผืนให้อุ่นเท่ากัน แทนที่จะเอาเตารีดกดลงเป็นจุด ๆ ความร้อนที่แผ่ทั่วแบบนี้ทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัวทันที และกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้ค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนชุดใหม่ในสัปดาห์ถัดมา ซึ่งเป็นกลไกที่มีการทบทวนงานวิจัยด้านคลื่นความถี่วิทยุเพื่อการกระชับผิวอธิบายไว้

ส่วนอาการแดงเกิดจากหลอดเลือดฝอยใต้ผิวขยายตัวเพื่อระบายความร้อน ร่วมกับน้ำในเนื้อเยื่อที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว จึงรู้สึกตึงเหมือนผิวแน่นขึ้นในวันแรก นี่คือปฏิกิริยาตามธรรมชาติ ไม่ใช่สัญญาณผิดปกติ

และเพราะไม่ได้เจาะผิวจึงไม่มีแผลเปิด ระยะพักฟื้นโดยทั่วไปจึงสั้น แต่ผิวยังต้องการการดูแลอย่างใจเย็นใน 2-3 วันแรกอยู่ดี

ไทม์ไลน์หลังทำ ตั้งแต่วันแรกจนถึง 1 เดือน

ถ้าจะนับถอยหลังจากวันถ่ายรูป การรู้ว่าผิวเปลี่ยนไปยังไงในแต่ละช่วงจะช่วยให้เลือกวันได้ง่ายขึ้น

ช่วงเวลาสิ่งที่มักสังเกตเห็นมุมมองการถ่ายรูป
ทันทีถึง 6 ชั่วโมงแรกผิวแดงระเรื่อ รู้สึกอุ่นและตึงถ่ายใกล้อาจเห็นความแดง
วันที่ 1ความแดงจางลงมาก เหลือความตึงคล้ายโดนแดดรูปหมู่มักไม่เห็นความต่าง
วันที่ 2-3ผิวส่วนใหญ่กลับมาปกติ แต่งหน้าได้ถ่ายได้ตามปกติ
1 สัปดาห์ผิวเรียบเนียนขึ้น กรอบหน้าดูคมขึ้นเล็กน้อยหลายคนพอใจกับรูปช่วงนี้
1 เดือนคอลลาเจนชุดใหม่ก่อตัว ผิวดูแน่นขึ้นผลมักเห็นชัดขึ้น

ช่วงที่กล้องพอจับความแดงได้จริงคือวันแรกเป็นหลัก ถ้าอยากเผื่อเวลาแบบสบายใจ การทำล่วงหน้าราว 1-2 สัปดาห์ถือว่าลงตัว เพราะผิวกลับมาปกติแล้วและเริ่มเห็นความกระชับช่วงแรกพอดี

ถ้าเวลาเหลือน้อยกว่านั้น การเว้นอย่างน้อย 3-5 วันก็มักเพียงพอสำหรับผิวส่วนใหญ่ แต่ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินสภาพผิวเป็นรายบุคคล เพราะผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน

ส่วนความเปลี่ยนแปลงหลังเดือนแรก อ่านต่อได้ที่ การเปลี่ยนแปลงของผิวในหนึ่งเดือนหลังทำ Oligio X

ไทม์ไลน์การฟื้นตัวของผิวหลังทำ Oligio X ตั้งแต่วันแรกจนถึงหนึ่งเดือน

ก่อนวันงาน ควรงดอะไรและดูแลผิวยังไง

ช่วง 2-3 วันแรกผิวยังไวต่อความร้อนและการเสียดสี การดูแลง่าย ๆ ไม่กี่ข้อช่วยให้ผิวสงบลงเร็วขึ้น

สิ่งที่ควรงดในช่วง 2-3 วันแรก

  • ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ และการอาบน้ำร้อนจัด
  • ออกกำลังกายหนักจนเหงื่อออกมาก
  • ผลิตภัณฑ์ขัดผิวเม็ดหยาบและกรดผลัดเซลล์ผิวเข้มข้น
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งทำให้หน้าแดงง่ายขึ้น

สิ่งที่ควรทำ

  • ประคบเย็นเบา ๆ ในวันแรกถ้ารู้สึกร้อนผิว
  • ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา และทากันแดดทุกวัน
  • ดื่มน้ำให้พอ และหนุนหมอนสูงขึ้นอีกนิดในคืนแรก
  • ถ้าต้องแต่งหน้าวันรุ่งขึ้น เลือกรองพื้นเนื้อบางและเลี่ยงการถูแรง

โดยทั่วไปแต่งหน้าได้ตั้งแต่วันรุ่งขึ้น แต่ถ้าผิวยังแสบหรือแดงกว่าที่คาด แนะนำให้เว้นอีกวันแล้วปรึกษาคุณหมอก่อนนะคะ

แนวทางดูแลผิวและสิ่งที่ควรงดในช่วงไม่กี่วันก่อนวันถ่ายรูป

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้

โดยรวม Oligio X มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน อาการที่พบได้คือรอยแดง ความรู้สึกอุ่น หรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดแสบต่อเนื่อง ผิวพองเป็นตุ่มน้ำ หรือรอยแดงเข้มขึ้นแทนที่จะจางลง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

การทบทวนข้อมูลความปลอดภัยของหัตถการพลังงานความร้อนบนใบหน้า ชี้ว่าอาการที่พบมักเป็นแบบชั่วคราวและบรรเทาได้เอง แต่การประเมินสภาพผิวก่อนทำยังเป็นขั้นตอนที่ข้ามไม่ได้

นอกจากนี้ยังมีบางกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
  • มีการอักเสบ แผลเปิด หรือสิวอักเสบรุนแรงตรงบริเวณที่จะทำ
  • เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมมาไม่นาน
  • มีประวัติแพ้ยาชาเฉพาะที่ หรือเกิดแผลนูนคีลอยด์ได้ง่าย

เรื่องระยะห่างหลังเพิ่งทำหัตถการอื่นมา อ่านเพิ่มได้ที่ แนวทางเว้นระยะระหว่างฟิลเลอร์กับความร้อนจาก RF

ราคาและคำถามที่ควรถามก่อนจองคิว

ค่าใช้จ่ายของ Oligio X ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตเป็นหลัก โปรแกรมพื้นฐานสำหรับใบหน้าเริ่มต้นประมาณ 429,000 วอน (100 ช็อต) ส่วนโปรแกรม 300 ช็อต อยู่ที่ 979,000 วอน นี่คือราคาที่คลินิกในกรุงโซล อาจเปลี่ยนแปลงได้ ดูรายละเอียดที่หน้าราคาและหน้าโปรโมชัน

ถ้ามีวันงานเป็นตัวตั้ง ลองถามคำถามเหล่านี้ตั้งแต่วันปรึกษา

  • จากสภาพผิวของเรา ควรเว้นกี่วันก่อนวันถ่ายรูป
  • ถ้าเวลากระชั้น ปรับจำนวนช็อตหรือระดับพลังงานลงได้ไหม
  • วันแรกหลังทำ ควรงดสกินแคร์ตัวไหนบ้าง
  • ถ้าผิวแดงนานกว่าที่คุยกันไว้ ควรติดต่อกลับทางไหน

เล่าตารางงานและวันถ่ายรูปให้คุณหมอฟังตั้งแต่แรกได้เลยนะคะ จะได้วางแผนวันทำร่วมกัน

สรุป

อาการแดงและตึงหลังทำ Oligio X เป็นการตอบสนองของผิวต่อความร้อนที่กระจายลงถึงชั้นหนังแท้ ไม่ใช่การบวมแบบเติมปริมาตร ช่วงที่กล้องพอเห็นได้จริงมักเป็นวันแรก จากนั้นผิวส่วนใหญ่กลับมาปกติใน 2-3 วัน และความกระชับจะเห็นชัดขึ้นราวหนึ่งเดือน

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

หากกำลังกังวลว่าหน้าจะแดงหรือดูบวมในรูปวันงาน แอด LINE มาเล่าตารางของคุณให้คุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ฟังได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

บทความแนะนำ

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหมลิฟติ้ง

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหม?

ลืมพักเรตินอล การผลัดเซลล์ผิว หรือการแวกซ์ก่อนทำ Potenza ไม่ได้แปลว่าต้องยกเลิกคิวเสมอไป มาดูกันว่าอะไรคือตัวชี้ขาดและคุณหมอจะประเมินอย่างไร

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

บทความล่าสุด

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหมลิฟติ้ง

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหม?

ลืมพักเรตินอล การผลัดเซลล์ผิว หรือการแวกซ์ก่อนทำ Potenza ไม่ได้แปลว่าต้องยกเลิกคิวเสมอไป มาดูกันว่าอะไรคือตัวชี้ขาดและคุณหมอจะประเมินอย่างไร

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ขนที่ขึ้นมาใหม่หลังหยุดทำเลเซอร์กำจัดขน — ต้องเริ่มต้นใหม่จริงไหมกำจัดขน

หยุดกำจัดขนแล้วขนขึ้นมาใหม่ ครั้งที่ทำไปแล้วหายไปเลยไหม?

หยุดทำเลเซอร์กำจัดขนไปหลายเดือนแล้วเห็นขนขึ้นมาอีก ใจหนึ่งก็กังวลว่าทุกอย่างที่ทำไปหายเปล่า จริง ๆ แล้วขนที่ถูกทำลายรากไปแล้วไม่ได้กลับมา แต่รอบขนที่เคยอยู่ในระยะพักตัวอาจโผล่ขึ้นมาใหม่ได้

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors