ลดแก้มอย่างเดียวทำไมขมับยิ่งลึก? ไขปริศนาโครงหน้าทรงถั่ว
แก้มยื่นด้านข้างแต่ขมับกลับยุบ เป็นลักษณะที่เรียกกันว่าโครงหน้าทรงถั่ว ซึ่งมักไม่ได้แก้ด้วยการลดกระดูกแก้มเพียงจุดเดียว บทความนี้สรุปบทบาทของหัตถการลดและเติมที่มักพิจารณาร่วมกัน

โครงหน้าทรงถั่วคืออะไร
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องโครงหน้าที่กระดูกแก้ม (Cheekbone) ยื่นออกด้านข้างชัดเจน ในขณะที่บริเวณขมับด้านบนและแก้มด้านหลังใบหูกลับยุบตัวลงเล็กน้อย ทำให้เส้นโครงหน้าจากบนลงล่างขาดความต่อเนื่อง และมองจากด้านหน้าดูกว้างแบนคล้ายเมล็ดถั่วลิสง ทั้งที่มองจากด้านข้างอาจดูเรียวได้ตามปกติ ลักษณะนี้เรียกกันทั่วไปว่า "โครงหน้าทรงถั่ว" ค่ะ
สาเหตุมักไม่ได้มาจากกระดูกแก้มที่ใหญ่ผิดปกติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากมิติรอบกระดูกแก้มที่หายไป ทั้งขมับด้านบนและแก้มด้านหลัง เมื่อสองจุดนี้ยุบตัว กระดูกแก้มจึงดูเด่นขึ้นเป็นพิเศษ หากลดขนาดกระดูกแก้มเพียงจุดเดียว ใบหน้าด้านหน้าก็ยังอาจดูแบนกว้างอยู่เช่นเดิม เพราะขมับและแก้มด้านหลังยังไม่ได้รับการเติมเต็ม เส้นโครงหน้าจึงยังขาดความต่อเนื่องเหมือนเดิม

ทำไมลดกระดูกแก้มอย่างเดียวแล้วขมับยิ่งดูลึก
การทำหัตถการเพื่อลดขนาดแก้มเพียงอย่างเดียวมักทำให้เกิดผลข้างเคียงที่หลายคนไม่คาดคิด นั่นคือกล้ามเนื้อขมับ (Temporalis) ที่อยู่ติดกับแก้มมีขนาดเล็กลงไปพร้อมกัน ทำให้บริเวณขมับด้านบนที่เคยยุบอยู่แล้วยิ่งดูลึกและโหลมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือแก้มดูแคบลงจริง แต่ใบหน้าโดยรวมกลับดูเหนื่อยล้าและมีอายุมากขึ้นแทน
ในทางกลับกัน หากเติมเต็มเฉพาะขมับและแก้มด้านหลังโดยไม่ลดกระดูกแก้ม มิติของใบหน้าจะดีขึ้นก็จริง แต่กระดูกแก้มที่ยื่นด้านข้างยังคงอยู่ ความรู้สึกว่าหน้ากว้างจากด้านหน้าจึงยังไม่หายไป ด้วยเหตุนี้แนวทางที่มักถูกพิจารณาร่วมกันคือ ลดความหนาบริเวณแก้มและขมับ พร้อมกับเติมเต็มจุดที่ยุบตัว เพื่อให้เส้นโครงหน้าต่อเนื่องกันมากขึ้นและดูเป็นธรรมชาติ
บทบาทของดับเบิ้ลสลิม Ulthera และ Sculptra ต่างกันอย่างไร
แม้ทั้งสามหัตถการจะอยู่ในหมวด "ปรับโครงหน้า" เหมือนกัน แต่บทบาทที่แต่ละตัวรับผิดชอบนั้นแตกต่างกันชัดเจน ดับเบิ้ลสลิมและ Ulthera บริเวณแก้มเป็นฝั่งที่ช่วยลดความหนา ส่วน Sculptra เป็นฝั่งที่ช่วยเติมเต็ม ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างให้เห็นภาพชัดขึ้น
| หัตถการ | บทบาทหลัก | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| ดับเบิ้ลสลิม (โบท็อกซ์แก้ม-ขมับ) | ลดปริมาตรกล้ามเนื้อ | ผู้ที่กล้ามเนื้อแก้มและขมับหนา |
| Ulthera (อัลเทอร่า) บริเวณแก้ม | ยกกระชับผิวหย่อนคล้อยใต้แก้ม | ผู้ที่แก้มด้านล่างเริ่มหย่อนคล้อย |
| Sculptra (สกัลป์ทรา) | กระตุ้นคอลลาเจนเติมเต็มจุดยุบ | ผู้ที่ขมับหรือแก้มด้านหลังยุบ |
ดับเบิ้ลสลิมคือการฉีดโบท็อกซ์เข้ากล้ามเนื้อแก้มและกล้ามเนื้อขมับพร้อมกัน ไม่ได้ลดแค่แก้ม แต่ช่วยปรับโครงหน้าส่วนบนไปพร้อมกันด้วย โบท็อกซ์ทำงานโดยยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทอะเซทิลโคลีนที่ส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและมีขนาดเล็กลงเมื่อผ่านไประยะหนึ่ง
ส่วน Ulthera ไม่ใช่การตัดหรือกรอกระดูกแก้ม แต่เป็นเทคโนโลยี MFU-V ที่ส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงไปกระตุ้นชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งอยู่ลึกจากผิวประมาณ 4.5 มิลลิเมตร ให้เกิดการยกกระชับจากภายใน เทคโนโลยีอัลตราซาวด์แบบเฉพาะจุดชนิดนี้ได้รับการรายงานว่า ช่วยกระตุ้นการสร้างใหม่ของเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนัง ผลลัพธ์จึงไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ค่อย ๆ ปรากฏภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน
Sculptra ใช้สาร Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งเป็นสารกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับการเติมเต็มบริเวณที่ยุบตัวอย่างขมับและแก้มด้านหลัง ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปริมาณที่ฉีด โดยทั่วไปทั้งสามหัตถการจะเห็นผลในช่วงเวลาต่างกัน โบท็อกซ์เห็นผลค่อนข้างเร็ว ส่วน Ulthera และ Sculptra ใช้เวลาหลายเดือนกว่าคอลลาเจนจะค่อย ๆ ก่อตัวเต็มที่

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้
ทั้งสามหัตถการเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่ควรทราบก่อนตัดสินใจ ดับเบิ้ลสลิมอาจมีรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน Ulthera อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งมักไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก ส่วน Sculptra อาจมีอาการบวมบริเวณที่ฉีดต่อเนื่องได้หลายวัน และบางรายอาจคลำเจอก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิว หากมีอาการผิดปกติหรืออาการบวมไม่ดีขึ้นภายในระยะเวลาที่แจ้งไว้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นคีลอยด์ หรือมีการอักเสบเฉียบพลันในบริเวณที่จะทำหัตถการ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำหัตถการเสมอ เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร
แนวทางนี้เหมาะกับผู้ที่กระดูกแก้มยื่นด้านข้าง และขมับกับแก้มด้านหลังยุบตัวไปพร้อมกัน ส่วนกรณีต่อไปนี้อาจต้องพิจารณาแนวทางอื่นแทน
- กระดูกแก้มยื่นออกมามากจนใกล้เคียงข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดกรอกระดูก การฉีดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
- ใบหน้าโดยรวมมีไขมันค่อนข้างมาก ทำให้ความจำเป็นในการเติมเต็มมีน้อย อาจเหมาะกับแนวทางอื่นมากกว่า
- อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์ หรือมีการอักเสบเฉียบพลัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสามารถทำหัตถการได้หรือไม่
ในการปรึกษา แพทย์มักพิจารณาสามจุดร่วมกัน ได้แก่ ความหนาของกล้ามเนื้อขมับเพื่อกำหนดปริมาณดับเบิ้ลสลิม ขอบเขตที่ต้องการเติมเต็มว่าเฉพาะขมับหรือรวมถึงแก้มด้านหลังเพื่อกำหนดปริมาณ Sculptra และหากมีกำหนดการสำคัญ เช่น งานแต่งงาน ควรเผื่อเวลาให้อาการบวมยุบตัวก่อนวันงานด้วย

BeautyStone Clinic ดูแลโครงหน้าทรงถั่วอย่างไร
โครงหน้าทรงถั่วมักไม่ได้แก้ไขด้วยหัตถการเดียว แต่ต้องพิจารณาสมดุลระหว่างฝั่งลดความหนาและฝั่งเติมเต็มไปพร้อมกัน จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะตรวจดูโครงหน้าทั้งหมด ทั้งความหนาของกล้ามเนื้อขมับและจุดที่ยุบตัว ก่อนกำหนดสัดส่วนระหว่างการลดและการเติมเต็มร่วมกัน คลินิกอยู่ในระยะเดินจากสถานีรถไฟฟ้าฮับจอง จึงสะดวกสำหรับการนัดติดตามผลตามรอบการฟื้นตัว
สรุป
โครงหน้าทรงถั่วมักไม่ได้เกิดจากกระดูกแก้มเพียงจุดเดียว แต่เกิดจากมิติรอบข้างที่หายไปพร้อมกัน การพิจารณาทั้งฝั่งลดความหนาและฝั่งเติมเต็มไปพร้อมกันจึงมักให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่าการลดแก้มเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความหนาของกล้ามเนื้อและจุดที่ยุบตัวก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องแก้มที่ดูกว้างแต่ขมับกลับดูลึก ทักแอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ดับเบิ้ลสลิม Ulthera และ Sculptra ทำวันเดียวกันได้หรือไม่
หลายกรณีสามารถทำในวันเดียวกันได้ โดยมักเริ่มจากดับเบิ้ลสลิมเพื่อคลายกล้ามเนื้อก่อน ตามด้วย Ulthera เพื่อยกกระชับแก้มด้านล่าง และปิดท้ายด้วย Sculptra เพื่อเติมเต็มขมับและแก้มด้านหลัง หัตถการเหล่านี้ส่วนใหญ่มีดาวน์ไทมค่อนข้างสั้น จึงมักไม่รบกวนชีวิตประจำวันมากนัก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อกำหนดลำดับที่เหมาะสม
Q2. ผลลัพธ์เริ่มเห็นภายในกี่วัน
แต่ละหัตถการเห็นผลในช่วงเวลาต่างกัน โบท็อกซ์ (ดับเบิ้ลสลิม) มักเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงหลัง 1-2 สัปดาห์เมื่อกล้ามเนื้อเริ่มคลายตัว ส่วน Ulthera จะค่อย ๆ เห็นผลในช่วง 2-3 เดือนที่คอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่ และ Sculptra ใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือนกว่าจะเติมเต็มได้ชัดเจน เมื่อทั้งสามหัตถการเริ่มออกฤทธิ์พร้อมกันในช่วง 2-3 เดือน มักเป็นช่วงที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดที่สุด ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
Q3. ถ้ากระดูกแก้มใหญ่มาก ทำชุดนี้แล้วแก้มจะเล็กลงไหม
หากกระดูกแก้มยื่นออกมามากจนใกล้เคียงข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดกรอกระดูก การฉีดหรือหัตถการเพียงอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัด เนื่องจากชุดหัตถการนี้เน้นปรับกล้ามเนื้อ ผิวหย่อนคล้อย และจุดที่ยุบตัวรอบกระดูกแก้ม ไม่ได้เปลี่ยนโครงกระดูกโดยตรง หากความกังวลหลักอยู่ที่ขนาดกระดูก ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าใกล้เคียงข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดหรือไม่
Q4. แต่ละหัตถการเจ็บมากไหม และต้องพักฟื้นกี่วัน
ความรู้สึกเจ็บและระยะพักฟื้นแตกต่างกันในแต่ละคน ดับเบิ้ลสลิมอาจมีรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน Ulthera อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหลังทำแต่มักไม่รบกวนชีวิตประจำวันมากนัก ส่วน Sculptra อาจมีอาการบวมบริเวณที่ฉีดต่อเนื่องได้หลายวัน หากมีอาการผิดปกติหรืออาการไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาที่แจ้งไว้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที










