ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี
ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
หลายคนเริ่มสังเกตเห็นตอนดูรูปที่ถ่ายจากด้านข้าง ตรงเหนือหางตาขึ้นไปเล็กน้อยดูยุบลงกว่าเดิม พอเห็นแล้วก็เลิกมองไม่ได้ ยิ่งส่องกระจกยิ่งรู้สึกว่าใบหน้าดูโทรมกว่าที่ควรจะเป็น
พอเริ่มหาข้อมูลก็จะเจอทั้งชื่อฟิลเลอร์และ Sculptra ปนกันไปหมด อ่านไปเรื่อย ๆ กลับยิ่งงงว่าสองอย่างนี้ต่างกันตรงไหน และของเราควรใช้อะไร ยิ่งพอไปเจอประโยคที่บอกว่าขมับเป็นจุดอันตราย ความกังวลก็ยิ่งหนักขึ้นไปอีก
อยากให้ผ่อนคลายลงสักนิดก่อนนะคะ สองตัวนี้ไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยคนละแบบ บทความนี้จะเรียงให้ดูทีละข้อว่าต่างกันอย่างไร ควรใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินใจ และความกังวลเรื่องความปลอดภัยควรตรวจสอบตรงไหนบ้าง
ขมับยุบเป็นเพราะผอมลงอย่างเดียวหรือเปล่า
คำตอบคือไม่ใช่ค่ะ ขมับคือช่วงที่ลากจากหางตาด้านนอกไปจนถึงหน้าใบหู เวลาบริเวณนี้ดูยุบลง มักไม่ได้มาจากน้ำหนักตัวที่ลดอย่างเดียว แต่เป็นเพราะชั้นไขมัน กล้ามเนื้อ และปริมาตรของกระดูกตรงนั้นค่อย ๆ ลดลงไปพร้อมกันตามอายุ หลายชั้นซ้อนกันแล้วจึงโผล่ออกมาเป็นเงาที่เห็นจากภายนอก
เพราะฉะนั้นการที่ขมับยุบจึงไม่ได้แปลว่าดูแลตัวเองไม่ดีพอ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นกับทุกคน และนี่คือเหตุผลที่การกลบด้วยการแต่งหน้าหรือเปลี่ยนทรงผมทำได้ถึงระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะสิ่งที่หายไปคือปริมาตรใต้ผิว ไม่ใช่สีผิวด้านบน
งานที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรในระยะยาวก็ย้ำเรื่องเดียวกัน คือการฟื้นปริมาตรกลับมาไม่ใช่เรื่องที่จบได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เติมขึ้นตามเวลา (งานที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงปริมาตรระยะยาว)
ฟิลเลอร์กับ Sculptra ต่างกันตรงไหน
จุดที่หลายคนสับสนอยู่ตรงนี้ค่ะ ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกแอซิดจะสร้างปริมาตรขึ้นทันทีในจังหวะที่ฉีด เพราะตัวสารเข้าไปกินพื้นที่ตรงนั้นเลย ตอนเดินออกจากห้องตรวจก็เห็นความเปลี่ยนแปลงได้แล้ว
Sculptra มีนิสัยคนละแบบ สารหลักคือพอลิแลกติกแอซิดซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมา ปริมาตรจึงไม่ได้ขึ้นในวันที่ฉีด แต่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนถัดมา
เปรียบเทียบให้เห็นภาพคือ ฟิลเลอร์เหมือนวางหมอนใบหนึ่งลงไปในหลุม ส่วน Sculptra เหมือนหว่านเมล็ดแล้วรอให้งอก วันที่หว่านย่อมยังไม่เห็นอะไร ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกระบวนการ ไม่ได้แปลว่าไม่ได้ผล ด้วยเหตุนี้จึงมักแบ่งฉีดหลายครั้งและเว้นระยะระหว่างครั้งราวสี่ถึงหกสัปดาห์ (รายงานทางคลินิกที่ใช้วิธีแบ่งฉีดเป็นครั้ง)
ควรเลือกอย่างไหนดี ใช้อะไรเป็นเกณฑ์
ดูสองข้อค่ะ คือลักษณะของความยุบ กับเวลาที่รอไหว ถ้าอีกไม่กี่สัปดาห์มีงานสำคัญ คำตอบย่อมต่างจากกรณีที่ไม่ได้รีบอะไรเลย
คนที่มีนัดสำคัญในเร็ววัน หรือมาคลินิกบ่อย ๆ ไม่สะดวก มักเข้ากันได้ดีกว่ากับฟิลเลอร์ที่เห็นผลตั้งแต่วันนั้น ส่วนคนที่รู้สึกสบายใจกว่าถ้าการเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ มาแบบไม่ให้ใครจับได้ว่าไปทำอะไรมา ก็จะเข้ากับจังหวะของ Sculptra มากกว่า
อีกมุมหนึ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นคือ สองอย่างนี้แก้คนละโจทย์ อย่างหนึ่งคือเติมปริมาตรที่หายไปกลับเข้าไปตอนนี้ อีกอย่างคือใช้เวลาสร้างโครงรองรับขึ้นมาใหม่ พอแยกโจทย์ออกจากกันได้ คำถามก็จะไม่วนกลับมาที่เดิมว่าอันไหนดีกว่ากัน เพราะไม่ใช่คำถามที่มีคำตอบเดียว ส่วนจะใช้อะไร ปริมาณเท่าไร ต้องให้แพทย์ประเมินหน้างานอีกทีนะคะ
การฉีดที่ขมับอันตรายจริงไหม
ที่กังวลกันมีเหตุผลค่ะ เพราะบริเวณขมับมีเส้นเลือดและเส้นประสาททอดผ่าน จึงเป็นจุดที่ต้องระวังเรื่องชั้นกายวิภาคเป็นพิเศษตอนฉีด งานที่วัดแนวการทอดตัวของหลอดเลือดแดงบริเวณนี้พบว่าเส้นทางมีความแตกต่างกันในแต่ละคน ขั้นตอนประเมินก่อนฉีดจึงข้ามไม่ได้ (งานกายวิภาคที่วัดแนวหลอดเลือดแดงบริเวณขมับ)
แต่คำว่าอันตรายกับคำว่าต้องระวังเป็นคนละคำกันนะคะ เอกสารที่รวบรวมรูปแบบการตอบสนองของสารกลุ่มพอลิแลกติกแอซิดรายงานว่าอาการที่พบส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและค่อย ๆ สงบลงตามเวลา (เอกสารทบทวนรูปแบบการตอบสนองของพอลิแลกติกแอซิด) ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคลและไม่สามารถรับรองได้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องขยายความกลัวให้ใหญ่เกินจริงเช่นกัน
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
หลังฉีดอาจมีอาการบวม รอยช้ำ หรือรู้สึกตึงเวลากดบริเวณนั้น ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ที่พบไม่บ่อยคือคลำเจอก้อนแข็งใต้ผิว กรณีนี้ควรแจ้งก่อนถึงนัดครั้งถัดไป ไม่ต้องรอดูเอง
หากมีอาการปวดรุนแรง สีผิวเปลี่ยนไป หรือการมองเห็นผิดปกติหลังฉีด ขอให้ติดต่อคลินิกทันทีโดยไม่ต้องรอถึงวันนัดค่ะ
นอกจากนี้พอลิแลกติกแอซิดจะค่อย ๆ สลายและถูกดูดซึมไปตามเวลา ผลจึงไม่ได้คงอยู่ตลอดไปและระยะเวลาที่อยู่ได้ก็ต่างกันในแต่ละคน ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีการอักเสบหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด รวมถึงผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันตนเอง ควรแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้ประเมินความเหมาะสมได้อย่างถูกต้อง
ค่าใช้จ่ายดูจากอะไร และเตรียมตัวอย่างไรก่อนปรึกษา
ค่าใช้จ่ายประเมินจากลักษณะความยุบ วิธีที่เลือก และจำนวนครั้งที่วางแผนไว้ จึงบอกเป็นตัวเลขตายตัวล่วงหน้าได้ยาก ที่ BeautyStone ย่านฮับจอง กรุงโซล จะให้แพทย์ดูบริเวณจริงก่อนแล้วจึงแจ้งแนวทางและค่าใช้จ่ายให้ทราบ สอบถามล่วงหน้าทาง LINE ได้ฟรีนะคะ
ก่อนมาปรึกษา ถ้าเรียบเรียงสี่ข้อนี้มาด้วยจะคุยกันได้เร็วขึ้นมาก ไม่ต้องเลือกคำตอบมาก่อนก็ได้ แค่จดสถานการณ์ของตัวเองไว้ก็พอค่ะ ข้อแรกคือช่วงนี้มีนัดสำคัญหรือไม่ ข้อสองคือพอจะแวะมาได้หลายครั้งไหม ข้อสามคือระหว่างค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามเวลา กับรู้ผลตั้งแต่วันที่ทำ แบบไหนทำให้สบายใจกว่ากัน
ข้อสี่สำคัญเป็นพิเศษ คือเคยทำหัตถการเติมปริมาตรที่บริเวณนี้มาก่อนหรือไม่ เคยทำอะไรและทำเมื่อไร เพราะลำดับการวางแผนจะเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เคยทำมา จำได้เท่าไรก็บอกเท่านั้นได้เลย ไม่ต้องแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์
สรุป ถ้ายังลังเลควรเริ่มจากตรงไหน
ขมับที่ยุบลงคือจุดที่การเปลี่ยนแปลงของไขมัน กล้ามเนื้อ และกระดูกมาซ้อนกันจนโผล่ออกมาให้เห็น ฟิลเลอร์ที่เติมทันทีกับ Sculptra ที่ค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนจึงไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน
ทางแยกอยู่ที่สองข้อ คือลักษณะของความยุบ กับเวลาที่รอไหว พอสองข้อนี้ชัดแล้ว เลือกทางไหนก็จะไม่ค่อยกลับมาลังเลทีหลัง
กลับไปที่รูปด้านข้างใบนั้นอีกครั้ง คำถามแรกที่ต้องตอบไม่ใช่ว่าต้องใช้กี่ขวด แต่คือเราอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงเร็ว ๆ หรือรอค่อย ๆ ได้ ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ทักมาถามทาง LINE ได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะบอกให้ว่าตอนมาพบแพทย์ควรเช็กเรื่องอะไรเป็นพิเศษ









