ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra
รูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

หลายคนเริ่มสังเกตเห็นตอนดูรูปที่ถ่ายจากด้านข้าง ตรงเหนือหางตาขึ้นไปเล็กน้อยดูยุบลงกว่าเดิม พอเห็นแล้วก็เลิกมองไม่ได้ ยิ่งส่องกระจกยิ่งรู้สึกว่าใบหน้าดูโทรมกว่าที่ควรจะเป็น

พอเริ่มหาข้อมูลก็จะเจอทั้งชื่อฟิลเลอร์และ Sculptra ปนกันไปหมด อ่านไปเรื่อย ๆ กลับยิ่งงงว่าสองอย่างนี้ต่างกันตรงไหน และของเราควรใช้อะไร ยิ่งพอไปเจอประโยคที่บอกว่าขมับเป็นจุดอันตราย ความกังวลก็ยิ่งหนักขึ้นไปอีก

อยากให้ผ่อนคลายลงสักนิดก่อนนะคะ สองตัวนี้ไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยคนละแบบ บทความนี้จะเรียงให้ดูทีละข้อว่าต่างกันอย่างไร ควรใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินใจ และความกังวลเรื่องความปลอดภัยควรตรวจสอบตรงไหนบ้าง

ขมับยุบเป็นเพราะผอมลงอย่างเดียวหรือเปล่า

คำตอบคือไม่ใช่ค่ะ ขมับคือช่วงที่ลากจากหางตาด้านนอกไปจนถึงหน้าใบหู เวลาบริเวณนี้ดูยุบลง มักไม่ได้มาจากน้ำหนักตัวที่ลดอย่างเดียว แต่เป็นเพราะชั้นไขมัน กล้ามเนื้อ และปริมาตรของกระดูกตรงนั้นค่อย ๆ ลดลงไปพร้อมกันตามอายุ หลายชั้นซ้อนกันแล้วจึงโผล่ออกมาเป็นเงาที่เห็นจากภายนอก

เพราะฉะนั้นการที่ขมับยุบจึงไม่ได้แปลว่าดูแลตัวเองไม่ดีพอ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นกับทุกคน และนี่คือเหตุผลที่การกลบด้วยการแต่งหน้าหรือเปลี่ยนทรงผมทำได้ถึงระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะสิ่งที่หายไปคือปริมาตรใต้ผิว ไม่ใช่สีผิวด้านบน

งานที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรในระยะยาวก็ย้ำเรื่องเดียวกัน คือการฟื้นปริมาตรกลับมาไม่ใช่เรื่องที่จบได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เติมขึ้นตามเวลา (งานที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงปริมาตรระยะยาว)

การ์ดอธิบายว่าขมับยุบเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไม่ใช่เพราะดูแลไม่ดี

ฟิลเลอร์กับ Sculptra ต่างกันตรงไหน

จุดที่หลายคนสับสนอยู่ตรงนี้ค่ะ ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกแอซิดจะสร้างปริมาตรขึ้นทันทีในจังหวะที่ฉีด เพราะตัวสารเข้าไปกินพื้นที่ตรงนั้นเลย ตอนเดินออกจากห้องตรวจก็เห็นความเปลี่ยนแปลงได้แล้ว

ภาพตัดขวางเปรียบเทียบสองวิธีในการคืนปริมาตรให้ขมับ ระหว่างการเติมทันทีกับการค่อย ๆ สร้างขึ้นใหม่

Sculptra มีนิสัยคนละแบบ สารหลักคือพอลิแลกติกแอซิดซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมา ปริมาตรจึงไม่ได้ขึ้นในวันที่ฉีด แต่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนถัดมา

เปรียบเทียบให้เห็นภาพคือ ฟิลเลอร์เหมือนวางหมอนใบหนึ่งลงไปในหลุม ส่วน Sculptra เหมือนหว่านเมล็ดแล้วรอให้งอก วันที่หว่านย่อมยังไม่เห็นอะไร ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกระบวนการ ไม่ได้แปลว่าไม่ได้ผล ด้วยเหตุนี้จึงมักแบ่งฉีดหลายครั้งและเว้นระยะระหว่างครั้งราวสี่ถึงหกสัปดาห์ (รายงานทางคลินิกที่ใช้วิธีแบ่งฉีดเป็นครั้ง)

ควรเลือกอย่างไหนดี ใช้อะไรเป็นเกณฑ์

ดูสองข้อค่ะ คือลักษณะของความยุบ กับเวลาที่รอไหว ถ้าอีกไม่กี่สัปดาห์มีงานสำคัญ คำตอบย่อมต่างจากกรณีที่ไม่ได้รีบอะไรเลย

คนที่มีนัดสำคัญในเร็ววัน หรือมาคลินิกบ่อย ๆ ไม่สะดวก มักเข้ากันได้ดีกว่ากับฟิลเลอร์ที่เห็นผลตั้งแต่วันนั้น ส่วนคนที่รู้สึกสบายใจกว่าถ้าการเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ มาแบบไม่ให้ใครจับได้ว่าไปทำอะไรมา ก็จะเข้ากับจังหวะของ Sculptra มากกว่า

อีกมุมหนึ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นคือ สองอย่างนี้แก้คนละโจทย์ อย่างหนึ่งคือเติมปริมาตรที่หายไปกลับเข้าไปตอนนี้ อีกอย่างคือใช้เวลาสร้างโครงรองรับขึ้นมาใหม่ พอแยกโจทย์ออกจากกันได้ คำถามก็จะไม่วนกลับมาที่เดิมว่าอันไหนดีกว่ากัน เพราะไม่ใช่คำถามที่มีคำตอบเดียว ส่วนจะใช้อะไร ปริมาณเท่าไร ต้องให้แพทย์ประเมินหน้างานอีกทีนะคะ

การ์ดเปรียบเทียบเกณฑ์เลือกระหว่างฟิลเลอร์กับ Sculptra

การฉีดที่ขมับอันตรายจริงไหม

ที่กังวลกันมีเหตุผลค่ะ เพราะบริเวณขมับมีเส้นเลือดและเส้นประสาททอดผ่าน จึงเป็นจุดที่ต้องระวังเรื่องชั้นกายวิภาคเป็นพิเศษตอนฉีด งานที่วัดแนวการทอดตัวของหลอดเลือดแดงบริเวณนี้พบว่าเส้นทางมีความแตกต่างกันในแต่ละคน ขั้นตอนประเมินก่อนฉีดจึงข้ามไม่ได้ (งานกายวิภาคที่วัดแนวหลอดเลือดแดงบริเวณขมับ)

แต่คำว่าอันตรายกับคำว่าต้องระวังเป็นคนละคำกันนะคะ เอกสารที่รวบรวมรูปแบบการตอบสนองของสารกลุ่มพอลิแลกติกแอซิดรายงานว่าอาการที่พบส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและค่อย ๆ สงบลงตามเวลา (เอกสารทบทวนรูปแบบการตอบสนองของพอลิแลกติกแอซิด) ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคลและไม่สามารถรับรองได้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องขยายความกลัวให้ใหญ่เกินจริงเช่นกัน

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

หลังฉีดอาจมีอาการบวม รอยช้ำ หรือรู้สึกตึงเวลากดบริเวณนั้น ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ที่พบไม่บ่อยคือคลำเจอก้อนแข็งใต้ผิว กรณีนี้ควรแจ้งก่อนถึงนัดครั้งถัดไป ไม่ต้องรอดูเอง

หากมีอาการปวดรุนแรง สีผิวเปลี่ยนไป หรือการมองเห็นผิดปกติหลังฉีด ขอให้ติดต่อคลินิกทันทีโดยไม่ต้องรอถึงวันนัดค่ะ

นอกจากนี้พอลิแลกติกแอซิดจะค่อย ๆ สลายและถูกดูดซึมไปตามเวลา ผลจึงไม่ได้คงอยู่ตลอดไปและระยะเวลาที่อยู่ได้ก็ต่างกันในแต่ละคน ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีการอักเสบหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด รวมถึงผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันตนเอง ควรแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้ประเมินความเหมาะสมได้อย่างถูกต้อง

การ์ดสรุปผลข้างเคียงและข้อควรระวังหลังฉีดขมับ

ค่าใช้จ่ายดูจากอะไร และเตรียมตัวอย่างไรก่อนปรึกษา

ค่าใช้จ่ายประเมินจากลักษณะความยุบ วิธีที่เลือก และจำนวนครั้งที่วางแผนไว้ จึงบอกเป็นตัวเลขตายตัวล่วงหน้าได้ยาก ที่ BeautyStone ย่านฮับจอง กรุงโซล จะให้แพทย์ดูบริเวณจริงก่อนแล้วจึงแจ้งแนวทางและค่าใช้จ่ายให้ทราบ สอบถามล่วงหน้าทาง LINE ได้ฟรีนะคะ

ก่อนมาปรึกษา ถ้าเรียบเรียงสี่ข้อนี้มาด้วยจะคุยกันได้เร็วขึ้นมาก ไม่ต้องเลือกคำตอบมาก่อนก็ได้ แค่จดสถานการณ์ของตัวเองไว้ก็พอค่ะ ข้อแรกคือช่วงนี้มีนัดสำคัญหรือไม่ ข้อสองคือพอจะแวะมาได้หลายครั้งไหม ข้อสามคือระหว่างค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามเวลา กับรู้ผลตั้งแต่วันที่ทำ แบบไหนทำให้สบายใจกว่ากัน

ข้อสี่สำคัญเป็นพิเศษ คือเคยทำหัตถการเติมปริมาตรที่บริเวณนี้มาก่อนหรือไม่ เคยทำอะไรและทำเมื่อไร เพราะลำดับการวางแผนจะเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เคยทำมา จำได้เท่าไรก็บอกเท่านั้นได้เลย ไม่ต้องแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์

สรุป ถ้ายังลังเลควรเริ่มจากตรงไหน

ขมับที่ยุบลงคือจุดที่การเปลี่ยนแปลงของไขมัน กล้ามเนื้อ และกระดูกมาซ้อนกันจนโผล่ออกมาให้เห็น ฟิลเลอร์ที่เติมทันทีกับ Sculptra ที่ค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนจึงไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน

ทางแยกอยู่ที่สองข้อ คือลักษณะของความยุบ กับเวลาที่รอไหว พอสองข้อนี้ชัดแล้ว เลือกทางไหนก็จะไม่ค่อยกลับมาลังเลทีหลัง

กลับไปที่รูปด้านข้างใบนั้นอีกครั้ง คำถามแรกที่ต้องตอบไม่ใช่ว่าต้องใช้กี่ขวด แต่คือเราอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงเร็ว ๆ หรือรอค่อย ๆ ได้ ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ทักมาถามทาง LINE ได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะบอกให้ว่าตอนมาพบแพทย์ควรเช็กเรื่องอะไรเป็นพิเศษ

บทความแนะนำ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

ภาพประกอบ Onda Microwave ช่วยลดคางสองชั้นและกระชับผิวรูปหน้าและวอลุ่ม

Onda ลดคางสองชั้น กี่ครั้งถึงเห็นผล?

คางสองชั้นเกิดจากทั้งชั้นไขมันและผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย ทำให้การดูแลด้วยวิธีทั่วไปได้ผลช้า Onda Microwave เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากจัดการสองปัญหานี้ไปพร้อมกัน

คำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องประวัติการใช้ครีมสเตียรอยด์ก่อนทำฟิลเลอร์หรือลิฟติ้งรูปหน้าและวอลุ่ม

ใช้ครีมสเตียรอยด์บนผิวแล้ว จะทำฟิลเลอร์หรือลิฟติ้งได้ไหม?

ครีมสเตียรอยด์ที่ทาติดต่อกันนานๆ อาจทำให้ผิวบริเวณนั้นบางและเปราะกว่าปกติ บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าควรบอกอะไรกับแพทย์ก่อนทำฟิลเลอร์หรือลิฟติ้ง เพื่อความปลอดภัยของผิวคุณ

บทความล่าสุด

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ขนที่ขึ้นมาใหม่หลังหยุดทำเลเซอร์กำจัดขน — ต้องเริ่มต้นใหม่จริงไหมกำจัดขน

หยุดกำจัดขนแล้วขนขึ้นมาใหม่ ครั้งที่ทำไปแล้วหายไปเลยไหม?

หยุดทำเลเซอร์กำจัดขนไปหลายเดือนแล้วเห็นขนขึ้นมาอีก ใจหนึ่งก็กังวลว่าทุกอย่างที่ทำไปหายเปล่า จริง ๆ แล้วขนที่ถูกทำลายรากไปแล้วไม่ได้กลับมา แต่รอบขนที่เคยอยู่ในระยะพักตัวอาจโผล่ขึ้นมาใหม่ได้

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

Secret RF รอบดวงตา ความปลอดภัยและขอบเขตการทำผิวหนัง

Secret RF รอบดวงตา ทำได้แค่ไหน? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า และมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาอยู่ใกล้มาก Secret RF จึงไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ต้องกำหนดความลึกของเข็มและขอบเขตการทำใหม่ทั้งหมด

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors