Onda กับ Shurink ผิวหย่อนของเราเหมาะกับตัวไหน?
Onda กับ Shurink ใช้พลังงานคนละแบบและเล็งชั้นผิวต่างกัน บทความนี้ช่วยให้คุณเข้าใจว่าผิวหย่อนแบบไหนเหมาะกับตัวไหน พร้อมเรื่องจำนวนครั้ง ระยะพักฟื้น และความเจ็บ

เคยส่องกระจกแล้วรู้สึกไหมคะว่ากรอบหน้าเริ่มไม่คมเหมือนเดิม แก้มล่างดูหย่อนลงมานิดหน่อย พอคิดจะดูแลก็เจอสองชื่อที่คนพูดถึงบ่อยอย่าง Onda กับ Shurink แล้วก็งงว่าตกลงผิวหย่อนของเราเหมาะกับตัวไหนกันแน่
ทั้งสองตัวเป็นหัตถการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ได้รับความนิยม แต่จริง ๆ แล้วใช้พลังงานคนละแบบ และเก่งคนละเรื่องกัน บทความนี้ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล จะพาคุณไปดูว่า Onda ที่ใช้ไมโครเวฟกับ Shurink ที่เป็นอัลตราซาวด์ไฮฟูทำงานต่างกันยังไง จำนวนครั้งและระยะพักฟื้นต่างกันตรงไหน แล้วผิวหย่อนแบบคุณน่าจะเหมาะกับตัวไหนมากกว่ากัน
Onda กับ Shurink ต่างกันตรงไหน
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าผิวหย่อนคล้อยเกิดจากคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ที่เริ่มหลวมลง ทำให้เนื้อเยื่อไหลลงตามแรงโน้มถ่วง ยิ่งถ้ามีไขมันสะสมหรือเลื่อนตำแหน่งร่วมด้วย กรอบหน้าก็จะดูหนักและไม่คมเหมือนเดิม การแยกก่อนว่าปัญหาหลักคือไขมันหรือความหย่อนชั้นลึกจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
Onda เป็นเครื่องที่ใช้พลังงานไมโครเวฟส่งความร้อนกระจายเป็นบริเวณกว้างลงไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เพื่อช่วยกระชับและลดไขมันเฉพาะจุด ส่วน Shurink เป็นเครื่องอัลตราซาวด์ไฮฟูที่รวมพลังงานเป็นจุดโฟกัสลงลึกถึงชั้นหนังแท้ระดับลึกและชั้น SMAS มีงานวิจัยหนึ่งที่ อธิบายไว้ว่า คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสสร้างความร้อนในชั้นผิวที่ลึกและช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
พูดง่าย ๆ คือ Onda ทำงานแบบกว้างและอุ่นทั่วถึงเพื่อจัดการไขมันและความหลวม ส่วน Shurink ทำงานแบบลึกและเจาะจงเพื่อยกชั้นที่ลึกขึ้นมา
หลักการทำงาน ไมโครเวฟกับอัลตราซาวด์ไฮฟู
ลองนึกภาพง่าย ๆ ไมโครเวฟของ Onda เหมือนการอุ่นความร้อนให้กระจายทั่วเป็นผืน จึงเหมาะกับคนที่กังวลเรื่องไขมันหรือความหลวมของผิวโดยรวม ส่วนอัลตราซาวด์ไฮฟูของ Shurink เหมือนแว่นขยายที่รวมแสงเป็นจุดเดียว ส่งพลังงานลงไปที่ชั้นลึกแบบเจาะจง
Shurink จะข้ามผิวชั้นบนไปสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ที่ชั้นหนังแท้และชั้น SMAS แล้วอาศัยกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติกระตุ้นให้ร่างกายค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ ความปลอดภัยและผลของการยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์แบบโฟกัสนี้ ก็มีบทความปริทัศน์ที่รวบรวมหลายเคสไว้ อธิบายเพิ่มเติมเช่นกัน
ความต่างของการส่งพลังงานนี่แหละ ที่ทำให้สองตัวเหมาะกับความกังวลคนละแบบ
ผิวหย่อนแบบไหนเหมาะกับตัวไหน
ถ้ามองแยกเป็นความกังวลหลักจะเลือกง่ายขึ้น ลองดูตารางเทียบด้านล่างเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นค่ะ
| หัวข้อ | Onda | Shurink |
|---|---|---|
| พลังงานหลัก | ไมโครเวฟ | อัลตราซาวด์ไฮฟู |
| ชั้นที่เล็ง | ชั้นไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันแบบกว้าง | ชั้นหนังแท้ลึกถึงชั้น SMAS |
| เหมาะกับความกังวล | ไขมันสะสม ความหลวมโดยรวม | ยกกรอบหน้า ผิวหย่อนชั้นลึก |
| จำนวนครั้งโดยประมาณ | แบ่งทำหลายครั้ง | ราว 1-2 ครั้ง |
ถ้ากังวลเรื่องไขมันสะสมหรือรู้สึกว่าผิวหลวมโดยรวม Onda ที่ให้ความร้อนแบบกว้างก็มักเหมาะกว่า ส่วนคนที่อยากยกกรอบหน้าให้ชัดหรือดูแลผิวหย่อนในชั้นที่ลึกขึ้น Shurink ที่ลงลึกก็มักเป็นตัวเลือกที่พูดถึงบ่อย
- กังวลเรื่องไขมันหรือความหลวมโดยรวม เริ่มจาก Onda
- อยากยกกรอบหน้าและดูแลผิวหย่อนชั้นลึก เริ่มจาก Shurink
- กังวลทั้งสองอย่าง ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนร่วมกัน
ทั้งนี้ความหนาของผิวและการสะสมของไขมันต่างกันไปในแต่ละบุคคล จริง ๆ ต้องดูรูปหน้าประกอบกันด้วย
จำนวนครั้ง ระยะพักฟื้น และความเจ็บ
จำนวนครั้งของสองตัวไม่เท่ากันค่ะ Onda มักแบ่งทำหลายครั้งเพื่อค่อย ๆ จัดการไขมันและความหลวม ส่วน Shurink หลายคนรู้สึกถึงผลได้ตั้งแต่ราว 1-2 ครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคน ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ก็ต่างกันไป ควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
เรื่องความเจ็บ ทั้งสองตัวเป็นหัตถการที่ใช้ความร้อน จึงอาจรู้สึกอุ่นหรือสะดุ้งเล็กน้อยในบางจุด โดยเฉพาะ Shurink ที่ลงลึก บางคนอาจรู้สึกร้าวบริเวณใกล้กระดูก ส่วนเรื่องราคาของแต่ละหัตถการจะขึ้นอยู่กับบริเวณและจำนวนครั้ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง LINE ทั้งนี้ราคาจะแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้
หัตถการทั้งสองแบบถือว่าดูแลตัวเองได้ไม่ยาก แต่มีสิ่งที่ควรรู้ไว้ก่อน หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยในบริเวณที่ทำ ซึ่งมักค่อย ๆ หายได้เองภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติหรือรู้สึกไม่สบายผิวมากกว่าที่คาด ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
บางกลุ่มควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ เช่น
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์โลหะฝังในบริเวณที่จะทำ
- มีแผลอักเสบ ติดเชื้อ หรือผื่นในบริเวณนั้น
- เคยมีประวัติผิวตอบสนองผิดปกติหลังทำหัตถการ
การทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน จะช่วยให้ปรับความแรงตามสภาพผิวของแต่ละคน และช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่จำเป็น
สรุป เลือก Onda หรือ Shurink ดี
สรุปสั้น ๆ คือ Onda ใช้ไมโครเวฟให้ความร้อนแบบกว้างเพื่อจัดการไขมันและความหลวม ส่วน Shurink ใช้อัลตราซาวด์ไฮฟูลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อยกกรอบหน้า การเลือกจึงขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักของคุณคือไขมันและความหลวมโดยรวม หรือผิวหย่อนในชั้นลึก มากกว่าการยึดชื่อหัตถการเป็นตัวตั้ง
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว รูปหน้า และการดูแลตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เรามักเริ่มจากการแยกก่อนว่าไขมันหรือความหย่อนชั้นลึกคือต้นเหตุหลัก แล้วค่อยเลือกแนวทางที่เหมาะกับสภาพผิวตอนนั้นร่วมกัน
หากคุณกำลังกังวลว่ากรอบหน้าเริ่มไม่คมและไม่แน่ใจว่าเหมาะกับ Onda หรือ Shurink แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย









