ภาพการ์ดปกเปรียบเทียบว่าผิวหย่อนเหมาะกับ Onda หรือ Shurink
ลิฟติ้ง

Onda กับ Shurink ผิวหย่อนของเราเหมาะกับตัวไหน?

Onda กับ Shurink ใช้พลังงานคนละแบบและเล็งชั้นผิวต่างกัน บทความนี้ช่วยให้คุณเข้าใจว่าผิวหย่อนแบบไหนเหมาะกับตัวไหน พร้อมเรื่องจำนวนครั้ง ระยะพักฟื้น และความเจ็บ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 27 สิงหาคม 2026
5นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยส่องกระจกแล้วรู้สึกไหมคะว่ากรอบหน้าเริ่มไม่คมเหมือนเดิม แก้มล่างดูหย่อนลงมานิดหน่อย พอคิดจะดูแลก็เจอสองชื่อที่คนพูดถึงบ่อยอย่าง Onda กับ Shurink แล้วก็งงว่าตกลงผิวหย่อนของเราเหมาะกับตัวไหนกันแน่

ทั้งสองตัวเป็นหัตถการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ได้รับความนิยม แต่จริง ๆ แล้วใช้พลังงานคนละแบบ และเก่งคนละเรื่องกัน บทความนี้ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล จะพาคุณไปดูว่า Onda ที่ใช้ไมโครเวฟกับ Shurink ที่เป็นอัลตราซาวด์ไฮฟูทำงานต่างกันยังไง จำนวนครั้งและระยะพักฟื้นต่างกันตรงไหน แล้วผิวหย่อนแบบคุณน่าจะเหมาะกับตัวไหนมากกว่ากัน

Onda กับ Shurink ต่างกันตรงไหน

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าผิวหย่อนคล้อยเกิดจากคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ที่เริ่มหลวมลง ทำให้เนื้อเยื่อไหลลงตามแรงโน้มถ่วง ยิ่งถ้ามีไขมันสะสมหรือเลื่อนตำแหน่งร่วมด้วย กรอบหน้าก็จะดูหนักและไม่คมเหมือนเดิม การแยกก่อนว่าปัญหาหลักคือไขมันหรือความหย่อนชั้นลึกจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

Onda เป็นเครื่องที่ใช้พลังงานไมโครเวฟส่งความร้อนกระจายเป็นบริเวณกว้างลงไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เพื่อช่วยกระชับและลดไขมันเฉพาะจุด ส่วน Shurink เป็นเครื่องอัลตราซาวด์ไฮฟูที่รวมพลังงานเป็นจุดโฟกัสลงลึกถึงชั้นหนังแท้ระดับลึกและชั้น SMAS มีงานวิจัยหนึ่งที่ อธิบายไว้ว่า คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสสร้างความร้อนในชั้นผิวที่ลึกและช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่

พูดง่าย ๆ คือ Onda ทำงานแบบกว้างและอุ่นทั่วถึงเพื่อจัดการไขมันและความหลวม ส่วน Shurink ทำงานแบบลึกและเจาะจงเพื่อยกชั้นที่ลึกขึ้นมา

ภาพแสดงว่า Onda ให้ความร้อนไมโครเวฟแบบกว้างที่ชั้นไขมัน

หลักการทำงาน ไมโครเวฟกับอัลตราซาวด์ไฮฟู

ลองนึกภาพง่าย ๆ ไมโครเวฟของ Onda เหมือนการอุ่นความร้อนให้กระจายทั่วเป็นผืน จึงเหมาะกับคนที่กังวลเรื่องไขมันหรือความหลวมของผิวโดยรวม ส่วนอัลตราซาวด์ไฮฟูของ Shurink เหมือนแว่นขยายที่รวมแสงเป็นจุดเดียว ส่งพลังงานลงไปที่ชั้นลึกแบบเจาะจง

Shurink จะข้ามผิวชั้นบนไปสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ที่ชั้นหนังแท้และชั้น SMAS แล้วอาศัยกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติกระตุ้นให้ร่างกายค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ ความปลอดภัยและผลของการยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์แบบโฟกัสนี้ ก็มีบทความปริทัศน์ที่รวบรวมหลายเคสไว้ อธิบายเพิ่มเติมเช่นกัน

ความต่างของการส่งพลังงานนี่แหละ ที่ทำให้สองตัวเหมาะกับความกังวลคนละแบบ

ภาพแสดงว่า Shurink ส่งอัลตราซาวด์ไฮฟูลงลึกถึงชั้น SMAS

ผิวหย่อนแบบไหนเหมาะกับตัวไหน

ถ้ามองแยกเป็นความกังวลหลักจะเลือกง่ายขึ้น ลองดูตารางเทียบด้านล่างเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นค่ะ

หัวข้อOndaShurink
พลังงานหลักไมโครเวฟอัลตราซาวด์ไฮฟู
ชั้นที่เล็งชั้นไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันแบบกว้างชั้นหนังแท้ลึกถึงชั้น SMAS
เหมาะกับความกังวลไขมันสะสม ความหลวมโดยรวมยกกรอบหน้า ผิวหย่อนชั้นลึก
จำนวนครั้งโดยประมาณแบ่งทำหลายครั้งราว 1-2 ครั้ง

ถ้ากังวลเรื่องไขมันสะสมหรือรู้สึกว่าผิวหลวมโดยรวม Onda ที่ให้ความร้อนแบบกว้างก็มักเหมาะกว่า ส่วนคนที่อยากยกกรอบหน้าให้ชัดหรือดูแลผิวหย่อนในชั้นที่ลึกขึ้น Shurink ที่ลงลึกก็มักเป็นตัวเลือกที่พูดถึงบ่อย

  • กังวลเรื่องไขมันหรือความหลวมโดยรวม เริ่มจาก Onda
  • อยากยกกรอบหน้าและดูแลผิวหย่อนชั้นลึก เริ่มจาก Shurink
  • กังวลทั้งสองอย่าง ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนร่วมกัน

ทั้งนี้ความหนาของผิวและการสะสมของไขมันต่างกันไปในแต่ละบุคคล จริง ๆ ต้องดูรูปหน้าประกอบกันด้วย

ภาพสื่อการเลือกหัตถการตามความกังวลหลักของแต่ละคน

จำนวนครั้ง ระยะพักฟื้น และความเจ็บ

จำนวนครั้งของสองตัวไม่เท่ากันค่ะ Onda มักแบ่งทำหลายครั้งเพื่อค่อย ๆ จัดการไขมันและความหลวม ส่วน Shurink หลายคนรู้สึกถึงผลได้ตั้งแต่ราว 1-2 ครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคน ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ก็ต่างกันไป ควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

เรื่องความเจ็บ ทั้งสองตัวเป็นหัตถการที่ใช้ความร้อน จึงอาจรู้สึกอุ่นหรือสะดุ้งเล็กน้อยในบางจุด โดยเฉพาะ Shurink ที่ลงลึก บางคนอาจรู้สึกร้าวบริเวณใกล้กระดูก ส่วนเรื่องราคาของแต่ละหัตถการจะขึ้นอยู่กับบริเวณและจำนวนครั้ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง LINE ทั้งนี้ราคาจะแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้

หัตถการทั้งสองแบบถือว่าดูแลตัวเองได้ไม่ยาก แต่มีสิ่งที่ควรรู้ไว้ก่อน หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยในบริเวณที่ทำ ซึ่งมักค่อย ๆ หายได้เองภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติหรือรู้สึกไม่สบายผิวมากกว่าที่คาด ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

บางกลุ่มควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ เช่น

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์โลหะฝังในบริเวณที่จะทำ
  • มีแผลอักเสบ ติดเชื้อ หรือผื่นในบริเวณนั้น
  • เคยมีประวัติผิวตอบสนองผิดปกติหลังทำหัตถการ

การทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน จะช่วยให้ปรับความแรงตามสภาพผิวของแต่ละคน และช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่จำเป็น

สรุป เลือก Onda หรือ Shurink ดี

สรุปสั้น ๆ คือ Onda ใช้ไมโครเวฟให้ความร้อนแบบกว้างเพื่อจัดการไขมันและความหลวม ส่วน Shurink ใช้อัลตราซาวด์ไฮฟูลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อยกกรอบหน้า การเลือกจึงขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักของคุณคือไขมันและความหลวมโดยรวม หรือผิวหย่อนในชั้นลึก มากกว่าการยึดชื่อหัตถการเป็นตัวตั้ง

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว รูปหน้า และการดูแลตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เรามักเริ่มจากการแยกก่อนว่าไขมันหรือความหย่อนชั้นลึกคือต้นเหตุหลัก แล้วค่อยเลือกแนวทางที่เหมาะกับสภาพผิวตอนนั้นร่วมกัน

หากคุณกำลังกังวลว่ากรอบหน้าเริ่มไม่คมและไม่แน่ใจว่าเหมาะกับ Onda หรือ Shurink แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

บทความแนะนำ

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้น

ราคาร้อยไหมหน้าที่ต่างกันระหว่างคลินิกมักมาจากชนิดไหม บริเวณที่ทำ การวางแนวไหม และสิ่งที่รวมในราคา มากกว่าจำนวนเส้น แต่ก่อนเทียบราคา ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาคือหน้าหย่อนหรือหน้าตอบ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

บทความล่าสุด

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนวผิวหนัง

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนว

ตุ่มแบนเล็ก ๆ ที่ขึ้นเรียงตามรอยโกนหนวดอาจเป็นหูดแบน บทความนี้อธิบายสาเหตุที่ลาม วิธีแยกจากตุ่มชนิดอื่น และทางเลือกในการรักษาค่ะ

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?ผิวหนัง

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?

หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นทีละครั้งด้วย Fractional CO2 ไม่ใช่เต็มในครั้งเดียว อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องจำนวนครั้ง รอยคล้ำหลังทำ และการเลือกวิธีรักษา

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors