ภาพการ์ดปกเปรียบเทียบว่าผิวหย่อนเหมาะกับ Onda หรือ Shurink
ลิฟติ้ง

Onda กับ Shurink ผิวหย่อนของเราเหมาะกับตัวไหน?

Onda กับ Shurink ใช้พลังงานคนละแบบและเล็งชั้นผิวต่างกัน บทความนี้ช่วยให้คุณเข้าใจว่าผิวหย่อนแบบไหนเหมาะกับตัวไหน พร้อมเรื่องจำนวนครั้ง ระยะพักฟื้น และความเจ็บ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 14 กรกฎาคม 2026
5นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยส่องกระจกแล้วรู้สึกไหมคะว่ากรอบหน้าเริ่มไม่คมเหมือนเดิม แก้มล่างดูหย่อนลงมานิดหน่อย พอคิดจะดูแลก็เจอสองชื่อที่คนพูดถึงบ่อยอย่าง Onda กับ Shurink แล้วก็งงว่าตกลงผิวหย่อนของเราเหมาะกับตัวไหนกันแน่

ทั้งสองตัวเป็นหัตถการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ได้รับความนิยม แต่จริง ๆ แล้วใช้พลังงานคนละแบบ และเก่งคนละเรื่องกัน บทความนี้ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล จะพาคุณไปดูว่า Onda ที่ใช้ไมโครเวฟกับ Shurink ที่เป็นอัลตราซาวด์ไฮฟูทำงานต่างกันยังไง จำนวนครั้งและระยะพักฟื้นต่างกันตรงไหน แล้วผิวหย่อนแบบคุณน่าจะเหมาะกับตัวไหนมากกว่ากัน

Onda กับ Shurink ต่างกันตรงไหน

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าผิวหย่อนคล้อยเกิดจากคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ที่เริ่มหลวมลง ทำให้เนื้อเยื่อไหลลงตามแรงโน้มถ่วง ยิ่งถ้ามีไขมันสะสมหรือเลื่อนตำแหน่งร่วมด้วย กรอบหน้าก็จะดูหนักและไม่คมเหมือนเดิม การแยกก่อนว่าปัญหาหลักคือไขมันหรือความหย่อนชั้นลึกจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

Onda เป็นเครื่องที่ใช้พลังงานไมโครเวฟส่งความร้อนกระจายเป็นบริเวณกว้างลงไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เพื่อช่วยกระชับและลดไขมันเฉพาะจุด ส่วน Shurink เป็นเครื่องอัลตราซาวด์ไฮฟูที่รวมพลังงานเป็นจุดโฟกัสลงลึกถึงชั้นหนังแท้ระดับลึกและชั้น SMAS มีงานวิจัยหนึ่งที่ อธิบายไว้ว่า คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสสร้างความร้อนในชั้นผิวที่ลึกและช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่

พูดง่าย ๆ คือ Onda ทำงานแบบกว้างและอุ่นทั่วถึงเพื่อจัดการไขมันและความหลวม ส่วน Shurink ทำงานแบบลึกและเจาะจงเพื่อยกชั้นที่ลึกขึ้นมา

ภาพแสดงว่า Onda ให้ความร้อนไมโครเวฟแบบกว้างที่ชั้นไขมัน

หลักการทำงาน ไมโครเวฟกับอัลตราซาวด์ไฮฟู

ลองนึกภาพง่าย ๆ ไมโครเวฟของ Onda เหมือนการอุ่นความร้อนให้กระจายทั่วเป็นผืน จึงเหมาะกับคนที่กังวลเรื่องไขมันหรือความหลวมของผิวโดยรวม ส่วนอัลตราซาวด์ไฮฟูของ Shurink เหมือนแว่นขยายที่รวมแสงเป็นจุดเดียว ส่งพลังงานลงไปที่ชั้นลึกแบบเจาะจง

Shurink จะข้ามผิวชั้นบนไปสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ที่ชั้นหนังแท้และชั้น SMAS แล้วอาศัยกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติกระตุ้นให้ร่างกายค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ ความปลอดภัยและผลของการยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์แบบโฟกัสนี้ ก็มีบทความปริทัศน์ที่รวบรวมหลายเคสไว้ อธิบายเพิ่มเติมเช่นกัน

ความต่างของการส่งพลังงานนี่แหละ ที่ทำให้สองตัวเหมาะกับความกังวลคนละแบบ

ภาพแสดงว่า Shurink ส่งอัลตราซาวด์ไฮฟูลงลึกถึงชั้น SMAS

ผิวหย่อนแบบไหนเหมาะกับตัวไหน

ถ้ามองแยกเป็นความกังวลหลักจะเลือกง่ายขึ้น ลองดูตารางเทียบด้านล่างเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นค่ะ

หัวข้อOndaShurink
พลังงานหลักไมโครเวฟอัลตราซาวด์ไฮฟู
ชั้นที่เล็งชั้นไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันแบบกว้างชั้นหนังแท้ลึกถึงชั้น SMAS
เหมาะกับความกังวลไขมันสะสม ความหลวมโดยรวมยกกรอบหน้า ผิวหย่อนชั้นลึก
จำนวนครั้งโดยประมาณแบ่งทำหลายครั้งราว 1-2 ครั้ง

ถ้ากังวลเรื่องไขมันสะสมหรือรู้สึกว่าผิวหลวมโดยรวม Onda ที่ให้ความร้อนแบบกว้างก็มักเหมาะกว่า ส่วนคนที่อยากยกกรอบหน้าให้ชัดหรือดูแลผิวหย่อนในชั้นที่ลึกขึ้น Shurink ที่ลงลึกก็มักเป็นตัวเลือกที่พูดถึงบ่อย

  • กังวลเรื่องไขมันหรือความหลวมโดยรวม เริ่มจาก Onda
  • อยากยกกรอบหน้าและดูแลผิวหย่อนชั้นลึก เริ่มจาก Shurink
  • กังวลทั้งสองอย่าง ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนร่วมกัน

ทั้งนี้ความหนาของผิวและการสะสมของไขมันต่างกันไปในแต่ละบุคคล จริง ๆ ต้องดูรูปหน้าประกอบกันด้วย

ภาพสื่อการเลือกหัตถการตามความกังวลหลักของแต่ละคน

จำนวนครั้ง ระยะพักฟื้น และความเจ็บ

จำนวนครั้งของสองตัวไม่เท่ากันค่ะ Onda มักแบ่งทำหลายครั้งเพื่อค่อย ๆ จัดการไขมันและความหลวม ส่วน Shurink หลายคนรู้สึกถึงผลได้ตั้งแต่ราว 1-2 ครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคน ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ก็ต่างกันไป ควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

เรื่องความเจ็บ ทั้งสองตัวเป็นหัตถการที่ใช้ความร้อน จึงอาจรู้สึกอุ่นหรือสะดุ้งเล็กน้อยในบางจุด โดยเฉพาะ Shurink ที่ลงลึก บางคนอาจรู้สึกร้าวบริเวณใกล้กระดูก ส่วนเรื่องราคาของแต่ละหัตถการจะขึ้นอยู่กับบริเวณและจำนวนครั้ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง LINE ทั้งนี้ราคาจะแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้

หัตถการทั้งสองแบบถือว่าดูแลตัวเองได้ไม่ยาก แต่มีสิ่งที่ควรรู้ไว้ก่อน หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยในบริเวณที่ทำ ซึ่งมักค่อย ๆ หายได้เองภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติหรือรู้สึกไม่สบายผิวมากกว่าที่คาด ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

บางกลุ่มควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ เช่น

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์โลหะฝังในบริเวณที่จะทำ
  • มีแผลอักเสบ ติดเชื้อ หรือผื่นในบริเวณนั้น
  • เคยมีประวัติผิวตอบสนองผิดปกติหลังทำหัตถการ

การทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน จะช่วยให้ปรับความแรงตามสภาพผิวของแต่ละคน และช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่จำเป็น

สรุป เลือก Onda หรือ Shurink ดี

สรุปสั้น ๆ คือ Onda ใช้ไมโครเวฟให้ความร้อนแบบกว้างเพื่อจัดการไขมันและความหลวม ส่วน Shurink ใช้อัลตราซาวด์ไฮฟูลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อยกกรอบหน้า การเลือกจึงขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักของคุณคือไขมันและความหลวมโดยรวม หรือผิวหย่อนในชั้นลึก มากกว่าการยึดชื่อหัตถการเป็นตัวตั้ง

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว รูปหน้า และการดูแลตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เรามักเริ่มจากการแยกก่อนว่าไขมันหรือความหย่อนชั้นลึกคือต้นเหตุหลัก แล้วค่อยเลือกแนวทางที่เหมาะกับสภาพผิวตอนนั้นร่วมกัน

หากคุณกำลังกังวลว่ากรอบหน้าเริ่มไม่คมและไม่แน่ใจว่าเหมาะกับ Onda หรือ Shurink แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

บทความแนะนำ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ผู้หญิงส่องกระจกและรู้สึกว่าคิ้วดูหนักลงกว่าเดิมลิฟติ้ง

ทำ Shurink Universe ที่หน้าผากกับไรผม ต้องตั้งค่าต่างจากแก้มไหม

หน้าผากกับไรผมเป็นบริเวณที่ชั้นไขมันบางและมีกระดูกอยู่ใกล้ผิว การตั้งค่าจึงต้องแยกจากแก้มและใต้คาง บทความนี้รวมเหตุผลเรื่องความลึก ตัวเลขการยกคิ้วจากงานวิจัย และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ขนที่ขึ้นมาใหม่หลังหยุดทำเลเซอร์กำจัดขน — ต้องเริ่มต้นใหม่จริงไหมกำจัดขน

หยุดกำจัดขนแล้วขนขึ้นมาใหม่ ครั้งที่ทำไปแล้วหายไปเลยไหม?

หยุดทำเลเซอร์กำจัดขนไปหลายเดือนแล้วเห็นขนขึ้นมาอีก ใจหนึ่งก็กังวลว่าทุกอย่างที่ทำไปหายเปล่า จริง ๆ แล้วขนที่ถูกทำลายรากไปแล้วไม่ได้กลับมา แต่รอบขนที่เคยอยู่ในระยะพักตัวอาจโผล่ขึ้นมาใหม่ได้

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

Secret RF รอบดวงตา ความปลอดภัยและขอบเขตการทำผิวหนัง

Secret RF รอบดวงตา ทำได้แค่ไหน? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า และมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาอยู่ใกล้มาก Secret RF จึงไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ต้องกำหนดความลึกของเข็มและขอบเขตการทำใหม่ทั้งหมด

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors