ภาพแสดงการเลือกจำนวนครั้งทำ Onda ระหว่าง 1 ครั้งกับคอร์ส 3 ครั้ง
ลิฟติ้ง

Onda ทำ 1 ครั้งพอไหม หรือต้องคอร์ส 3 ครั้ง ดูจากอะไร

Onda ทำครั้งเดียวก็เห็นผลสะสมได้ แต่จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความหนาผิว ระดับความหย่อนคล้อย และช่วงอายุของแต่ละคน บทความนี้พาไปดูว่าใครเหมาะกับ 1 ครั้ง และใครเหมาะกับคอร์ส 3 ครั้ง

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 4 ตุลาคม 2026
6นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ที่ไปปรึกษาที่หนึ่งแล้วหมอบอกว่า "ทำครั้งเดียวก็พอ" แต่พอไปอีกที่กลับบอกว่า "ต้องทำคอร์ส 3 ครั้งถึงจะเห็นผลชัด" ทั้งที่เป็นเครื่อง Onda เหมือนกัน ทำให้หลายคนงงว่าตัวเองควรเชื่อคำแนะนำแบบไหน

จริง ๆ แล้วคำแนะนำที่ต่างกันไม่ได้แปลว่าใครผิดใครถูก แต่ขึ้นอยู่กับสภาพผิวตั้งต้นของแต่ละคน บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำ Onda ครั้งเดียวเหมาะกับใคร และคอร์ส 3 ครั้งเหมาะกับใคร พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลช่วงระหว่างครั้ง

Onda คืออะไร ทำงานต่างจาก HIFU และ RF อย่างไร

Onda เป็นหัตถการยกกระชับผิวที่ใช้คลื่นไมโครเวฟความถี่ 2.45GHz (Coolwaves) ส่งพลังงานความร้อนลงไปถึงชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา แม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มหัตถการยกกระชับเหมือน HIFU และ RF แต่ชนิดของพลังงานที่ใช้ไม่เหมือนกัน

จุดเด่นของ Onda คือสามารถลดความเสียหายที่ผิวชั้นบนได้ ในขณะที่ยังส่งผลไปถึงชั้นไขมันและเนื้อเยื่อใต้ผิวได้พร้อมกัน งานวิจัยในต่างประเทศพบว่า หลังทำหัตถการ 12 สัปดาห์ คะแนนความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางมีแนวโน้มดีขึ้นโดยเฉลี่ย และไม่พบผลข้างเคียงที่มีนัยสำคัญระหว่างหรือหลังทำ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ใช้เงื่อนไข 2 ครั้งร่วมกับการติดตามผล 12 สัปดาห์ ไม่ใช่ครั้งเดียว จึงควรทำความเข้าใจไว้ก่อน

ใครมักเห็นผลชัดตั้งแต่ทำครั้งแรก

  • อยู่ในช่วงอายุ 30 ต้น ๆ ถึงกลาง ๆ และเพิ่งเริ่มทำหัตถการยกกระชับเป็นครั้งแรก
  • ผิวมีความหนามากกว่าค่าเฉลี่ย คอลลาเจนตามธรรมชาติยังค่อนข้างดี
  • ความหย่อนคล้อยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น กรอบหน้ายังค่อนข้างคมชัด
  • สามารถรอผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปได้ 1-2 เดือน
  • ไม่ได้ทำหัตถการยกกระชับกลุ่มเดียวกัน (เช่น HIFU หรือ RF) ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

คนกลุ่มนี้มักรักษาผลลัพธ์จากการทำครั้งเดียวได้นาน 6-9 เดือน เพราะร่างกายยังผลิตคอลลาเจนได้ดี การรอดูผลจากครั้งแรกก่อนแล้วค่อยตัดสินใจครั้งต่อไปจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและไม่จำเป็นต้องรีบทำคอร์ส

ภาพแสดงลักษณะผิวที่มักเห็นผลชัดตั้งแต่ทำ Onda ครั้งแรก

ใครเหมาะกับคอร์ส 3 ครั้งมากกว่า

  • อายุ 40 ปีขึ้นไป และรู้สึกว่าผิวเริ่มบางลงกว่าเดิม
  • มีความหย่อนคล้อยชัดเจนบริเวณใต้คาง แก้ม หรือมุมปาก
  • น้ำหนักขึ้นลงบ่อย หรือหย่อนคล้อยหลังลดน้ำหนัก
  • รู้สึกว่าคอลลาเจนตามธรรมชาติของตัวเองอ่อนลง (เคยทำหัตถการอื่นแล้วผลอยู่ได้ไม่นาน)
  • ต้องการดูแลผิวแบบสะสมผลลัพธ์ไปทีละขั้น

คอร์ส 3 ครั้งมักเว้นระยะห่างครั้งละ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้คอลลาเจนสะสมทีละชั้น มีรายงานว่าการทำต่อเนื่องหลายครั้งช่วยให้คะแนนความกระชับคงที่ได้ดีกว่าการทำเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และโดยทั่วไปแนะนำให้ประเมินผลลัพธ์ของหัตถการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดในช่วง 2-6 เดือนหลังทำ

ภาพแสดงลักษณะผิวที่เหมาะกับการทำ Onda คอร์ส 3 ครั้ง

ระยะห่างระหว่างครั้งควรเป็นเท่าไหร่ ทำถี่เกินไปเสี่ยงอะไร

รูปแบบจำนวนครั้งระยะห่างที่แนะนำหมายเหตุ
1 ครั้ง—ประเมินผลอีกครั้งหลัง 6-12 เดือน ก่อนพิจารณาทำซ้ำ
2 ครั้ง4-6 สัปดาห์เว้นเวลาให้คอลลาเจนสร้างใหม่ระหว่างครั้ง
3 ครั้งห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์ช่วยให้ผลลัพธ์ที่สะสมมาคงตัวมากขึ้น
4 ครั้งขึ้นไปห่างกันครั้งละ 6-8 สัปดาห์ผิวต้องการเวลาฟื้นตัวมากขึ้น ควรให้แพทย์ประเมินก่อน

บางคนอยากเห็นผลชัดเร็ว ๆ เลยเลือกทำถี่ทุก 1-2 สัปดาห์ แต่จริง ๆ แล้วกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ต่อรอบ หากทำถี่เกินไป สัญญาณกระตุ้นคอลลาเจนอาจซ้อนทับกัน จนทำให้ผลลัพธ์กลับดูหย่อนกว่าที่ควร การให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวเต็มที่จึงช่วยให้ผลลัพธ์มั่นคงกว่า

ผลข้างเคียง ความปลอดภัย และใครที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ

Onda เป็นหัตถการที่ใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างน้อย แต่หลังทำอาจมีรอยแดงหรือรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน หากมีอาการผิดปกติหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีการอักเสบ สิว หรือเริมที่กำลังเป็นอยู่บริเวณที่จะทำ
  • มีผิวเป็นคีลอยด์ง่าย (เคยมีแผลเป็นนูนหลังบาดเจ็บมาก่อน)
  • เพิ่งทำเลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือ HIFU บริเวณเดียวกันภายใน 1 สัปดาห์
  • กำลังรับประทานยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Onda ทำครั้งเดียวก็เห็นผลสะสมได้ แต่จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวตั้งต้นของแต่ละคน แทนที่จะตัดสินใจจากราคาคอร์สอย่างเดียว การเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความหนาผิว ระดับความหย่อนคล้อย และช่วงอายุตั้งแต่ครั้งแรกจะช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำและคุ้มค่ากว่า ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิกและแผนการรักษา แนะนำให้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโดยตรง

ภาพแสดงผลข้างเคียงและเงื่อนไขที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ Onda

สรุป: ทำ Onda กี่ครั้งดี ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นของผิวคุณ

Onda เป็นหัตถการที่เห็นผลสะสมได้ตั้งแต่ทำครั้งแรก แต่จำนวนครั้งที่เหมาะสมเปลี่ยนไปตามความหนาผิว ระดับความหย่อนคล้อย และช่วงอายุของแต่ละคน คำถามที่ว่า "ทำ 1 ครั้งหรือ 3 ครั้งดีกว่า" จึงไม่ใช่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องของจุดเริ่มต้นผิวของคุณเองมากกว่า

ทั้งนี้หากทำถี่เกินไปอาจทำให้ผลลัพธ์กลับดูหย่อนกว่าเดิม จึงควรให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวและสร้างคอลลาเจนอย่างเพียงพอ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

หากคุณกำลังลังเลว่า "ทำ Onda ครั้งเดียวพอไหม หรือต้องทำคอร์ส 3 ครั้ง" สามารถแวะมาปรึกษาทีมแพทย์ของ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ เรายินดีช่วยประเมินและแนะนำแนวทางที่เหมาะกับผิวของคุณค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ทำ Onda ครั้งเดียวแล้วรู้สึกว่าผลลัพธ์ไม่ค่อยชัด ถือว่าล้มเหลวไหม

Onda เป็นหัตถการที่ใช้คลื่นไมโครเวฟกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลลัพธ์จึงไม่ได้เห็นทันที มักค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 4-8 สัปดาห์ และประเมินผลได้ชัดเจนที่สุดในสัปดาห์ที่ 12 หากเพิ่งทำเสร็จแล้วรู้สึกว่ายังไม่ชัด แนะนำให้รอเทียบผลกับตอนสัปดาห์ที่ 12 ก่อนค่ะ

Q2. ทำคอร์ส 3 ครั้งแล้ว อีก 1 ปีต้องทำซ้ำไหม

แต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่มักประเมินผิวใหม่อีกครั้งช่วง 6-12 เดือนหลังจบคอร์ส เพราะคอลลาเจนตามธรรมชาติจะค่อย ๆ ลดลงตามเวลา บางคนแค่ทำเสริม 1 ครั้งในปีถัดไปก็พอ บางคนเลือกทำคอร์สซ้ำทุก 2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของตัวเองในตอนนั้นค่ะ

Q3. ทำ Onda พร้อมกับ HIFU หรือ RF ได้ไหม

ไม่แนะนำให้ทำพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน โดยทั่วไปมักแนะนำให้จบรอบการรักษาหนึ่งก่อน แล้วเว้นระยะประมาณ 2-3 เดือนก่อนเริ่มหัตถการกลุ่มอื่นเพิ่มเติม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับผิวของคุณค่ะ

Q4. ทำ Onda ต้องพักฟื้นไหม เจ็บมากแค่ไหน

Onda เป็นหัตถการที่พักฟื้นค่อนข้างน้อย หลังทำอาจมีรอยแดงหรือรู้สึกอุ่น ๆ เล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน ส่วนความเจ็บนั้นมีโอกาสรู้สึกอุ่นหรือร้อนลึกใต้ผิวเป็นบางจุด ความรู้สึกแตกต่างกันไปในแต่ละคน หากกังวลสามารถสอบถามเรื่องครีมชาก่อนทำได้ค่ะ

บทความแนะนำ

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้น

ราคาร้อยไหมหน้าที่ต่างกันระหว่างคลินิกมักมาจากชนิดไหม บริเวณที่ทำ การวางแนวไหม และสิ่งที่รวมในราคา มากกว่าจำนวนเส้น แต่ก่อนเทียบราคา ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาคือหน้าหย่อนหรือหน้าตอบ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

บทความล่าสุด

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัดรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัด

งานวิจัยที่ตรวจการนอนหลับตลอดคืนพบว่าโบท็อกซ์ที่ขากรรไกรลดแรงกัดฟันได้ราว 12 สัปดาห์ แต่ไม่ได้ลดจำนวนครั้งอย่างชัดเจน มาดูว่าอาการตึงตอนเช้าและภาระที่ฟันจะเปลี่ยนไปอย่างไรค่ะ

ฟิลเลอร์แก้มข้าง ฉีดแล้วหน้าจะดูกว้างขึ้นไหม? ดูที่แก้มตอบหรือหย่อนรูปหน้าและวอลุ่ม

ฟิลเลอร์แก้มข้าง ฉีดแล้วหน้าจะดูกว้างขึ้นไหม? ดูที่แก้มตอบหรือหย่อน

แก้มข้างที่ตอบเพราะไขมันลดลง ถ้าเติมทีละน้อยจะช่วยให้เส้นใต้โหนกแก้มดูเรียบขึ้น แต่ถ้าเติมเงาที่เกิดจากผิวหย่อน หรือฉีดทีเดียวปริมาณมาก หน้าจะดูหนักและกว้างขึ้นได้ค่ะ

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?บอดี้

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?

ต้นขาด้านในที่หยิบได้หนาตั้งแต่ราว 2 ซม. และมีไขมันใต้ผิวอย่างน้อย 1 ซม. เหมาะกับ Onda มากที่สุด ส่วนผิวบางที่ย่นยังทำได้ แต่การเปลี่ยนแปลงจะน้อยกว่าค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors