ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ
ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ
ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? คำตอบสั้น ๆ คือขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปริมาณที่ฉีดเป็นหลัก งานรีวิวเทคนิคการฉีดบริเวณนี้แนะนำให้ฉีดอยู่ในแนวกว้างราว 4–6 มม. ใต้แนวขนตาล่าง เหนือเส้นรอยพับที่เกิดขึ้นเวลายิ้ม และถ้าใช้เข็ม ปริมาณสูงสุดอยู่ที่ราว 0.2–0.4 มล. ต่อข้าง ถ้าฟิลเลอร์เลยเส้นนั้นลงไป หรือฉีดลึกและมากเกินไป ผลที่ได้มักไม่ใช่ถุงยิ้มนูนสวย แต่เป็นใต้ตาที่ดูบวมทั้งแผง
ก่อนเลือกว่าอยากได้ถุงยิ้มหนาแค่ไหน จึงควรรู้ก่อนว่าใต้ตาของเรามีอะไรอยู่แล้ว ถ้าเป็นแนวกล้ามเนื้อที่นูนขึ้นเวลายิ้ม กับไขมันที่นูนอยู่แม้หน้าเฉย ฟิลเลอร์ชนิดเดียวกันจะให้ผลต่างกันมาก บทความนี้จะพาไปดูว่าถุงยิ้มคืออะไร ตัวเลขที่ช่วยไม่ให้ดูบวม วิธีแยกกล้ามเนื้อกับไขมัน และการสลายฟิลเลอร์ โดย Beautystone Clinic คลินิกผิวหนังย่านฮงแด-ฮับจอง กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ บทความนี้มีการแนะนำหัตถการที่คลินิกให้บริการด้วยนะคะ
ถุงยิ้มใต้ตา (Aegyo-sal) คืออะไร ต่างจากถุงใต้ตาอย่างไร?
ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวนูนเล็ก ๆ ใต้ขนตาล่างที่ทำให้ดวงตาดูสดใสเวลายิ้ม ไม่ใช่ไขมัน แต่เป็นส่วนของกล้ามเนื้อรอบดวงตา* ที่นูนออกมาด้านหน้าเล็กน้อย ส่วน "ถุงใต้ตา" ที่คนทั่วไปกังวล มักหมายถึงไขมันในเบ้าตาที่ดันตัวออกมาด้านล่าง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
*กล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis oculi): กล้ามเนื้อบาง ๆ ที่โอบรอบดวงตาเป็นวง ทำหน้าที่ปิดตา และทำให้เปลือกตาล่างนูนเวลายิ้ม
งานรีวิวกายวิภาคบริเวณนี้อธิบายว่าเหนือและใต้กล้ามเนื้อส่วนนี้แทบไม่มีไขมันใต้ผิวหนัง และปกติแนวนูนจะเห็นชัดตอนยิ้มมากกว่าตอนหน้านิ่ง เปรียบง่าย ๆ เหมือนขอบหมอนที่มีอยู่แล้ว การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) ก็คือการเสริมขอบหมอนนั้นให้ชัดขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่การยัดนุ่นลงไปใต้หมอนทั้งใบ ฟิลเลอร์ถุงยิ้มจึงเป็นการวางชั้นบาง ๆ ตามแนวกล้ามเนื้อเดิม ไม่ใช่การเติมร่องใต้ตา
ลองเช็กเองได้ง่าย ๆ มองกระจกตรง ๆ แล้วใช้ปลายนิ้วดันผิวใต้เปลือกตาล่างขึ้นเบา ๆ ถ้ามีแนวนูนกลมเกิดขึ้นใต้ขนตา แปลว่ากล้ามเนื้อสามารถสร้างรูปถุงยิ้มได้อยู่แล้ว รีวิวเดียวกันระบุว่าคนแบบนี้คือกลุ่มที่เหมาะกับหัตถการนี้

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มแล้วดูบวม เกิดจากอะไร?
ส่วนใหญ่เกิดจากฉีดต่ำเกินเส้นยิ้ม ฉีดลึกเกินไป หรือฉีดมากเกินไป ตัวเลขแรกคือความกว้าง รีวิวแนะนำให้ให้คนไข้ยิ้มก่อนเพื่อหาเส้นรอยพับตามธรรมชาติ แล้วฉีดให้อยู่ภายในราว 4–6 มม. จากแนวขนตา และไม่เติมปริมาตรต่ำกว่าเส้นนั้น ถ้าฟิลเลอร์เลื่อนลงไปทางแก้ม แนวนูนที่เคยเห็นแค่ตอนยิ้มจะทำให้ใต้ตาดูหนักแม้ตอนหน้านิ่ง
ตัวเลขที่สองคือปริมาณและความลึก ถ้าใช้เข็ม รีวิวเดียวกันให้ตัวเลขสูงสุดราว 0.2–0.4 มล. ต่อข้าง และอธิบายว่าถ้าฉีดลึกเกินไปจะดูบวมทั่ว ๆ โดยไม่ได้ความนูนที่ต้องการ ส่วนถ้าตื้นเกินไป แนวอาจขาดเป็นช่วงหรือนูนเป็นจุด จึงนิยมใช้กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ชนิดเนื้อนุ่ม
ใต้ตาบวมง่ายก็มีเหตุผล งานที่สรุปประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ร่องใต้ตามา 8 ปีอธิบายว่า ท่อน้ำเหลืองชั้นตื้นบริเวณนี้บอบบางมากจนมักทำให้เกิดอาการบวมเหนือโหนกแก้ม และปริมาณที่ฉีดสัมพันธ์โดยตรงกับความเสี่ยงบวมระยะสั้น ในคลินิกนั้น คนไข้ราว 51% รายงานว่าบวมระยะสั้นหลังฉีดร่องใต้ตา และราว 19% มีอาการบวมที่เกิดขึ้นทีหลัง ตัวเลขนี้มาจากอีกหัตถการหนึ่งในคลินิกเดียว จึงไม่นำมาใช้กับถุงยิ้มตรง ๆ แต่ทิศทางเดียวกัน คือบริเวณนี้ยิ่งฉีดน้อย ยิ่งบวมน้อย

ใต้ตานูนแม้ไม่ยิ้ม ควรเริ่มจากตรงไหน?
ถ้าใต้ตานูนแม้ตอนหน้านิ่ง และดูชัดขึ้นตอนเช้า ควรตรวจเรื่องไขมันใต้ตาหรือสาเหตุของอาการบวมก่อน เพราะลักษณะนี้มักเป็นไขมันในเบ้าตาที่ดันออกมา มากกว่าจะเป็นแนวกล้ามเนื้อ งานเดียวกันจัดดวงตาที่มีไขมันยื่นออกมาไว้ในกลุ่มที่ "ควรรักษาด้วยความระมัดระวัง"
ถ้าเติมถุงยิ้มทับลงไป แนวนูนใต้ขนตากับไขมันด้านล่างอาจดูซ้อนกันเป็นสองชั้น จนยิ่งดูบวม
| สิ่งที่เห็นในกระจก | สิ่งที่ควรดูก่อน |
|---|---|
| มีแนวนูนใต้ขนตาเฉพาะตอนยิ้ม และดันผิวขึ้นแล้วเห็นรูป | เป็นกลุ่มที่เหมาะกับฟิลเลอร์ถุงยิ้ม |
| ใต้ตานูนแม้หน้านิ่ง และบวมชัดขึ้นตอนเช้า | ตรวจไขมันใต้ตาหรือสาเหตุของอาการบวมก่อน |
| ใต้ตาดูลึกเป็นเงามากกว่านูน | แยกก่อนว่าเป็นร่องลึก เม็ดสี หรือเส้นเลือด |

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง: รอยช้ำ สีอมฟ้า และอาการที่ต้องรีบติดต่อ
รอยช้ำเกิดได้บ่อยในบริเวณนี้ รีวิวระบุว่าความท้าทายหลักของหัตถการนี้คือโอกาสช้ำสูง ผิวไม่เรียบ และดูไม่เป็นธรรมชาติถ้าเติมมากเกิน รอยช้ำส่วนใหญ่จางลงภายในไม่กี่วัน ถ้ากดแล้วตึง ๆ เล็กน้อยและดีขึ้นทุกวัน ถือว่าเป็นไปตามปกติ
ถ้าฟิลเลอร์อยู่ตื้นเกินไป อาจเห็นเป็นสีอมฟ้าผ่านผิวบาง ๆ เรียกว่า Tyndall effect ถ้าเห็นชัดจนนวดแล้วไม่ดีขึ้น แนวทางในรีวิวคือสลายฟิลเลอร์แล้ววางแผนฉีดใหม่
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกสลายได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส* แต่ไม่ได้หายหมดในครั้งเดียวเสมอไป งานทดลองในห้องปฏิบัติการและในสัตว์พบว่าฟิลเลอร์ชนิดเนื้อเดียว (monophasic) ต้องใช้ปริมาณเอนไซม์มากกว่าและอาจต้องทำหลายครั้ง ส่วนฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมอื่น เช่น ซิลิโคน จะสลายด้วยวิธีนี้ไม่ได้
*ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase): เอนไซม์ที่ตัดกรดไฮยาลูโรนิกให้เป็นชิ้นเล็กจนร่างกายดูดซึมออกไปได้
อาการบางอย่างไม่ควรรอ ถ้าผิวซีดขาว มีรอยสีคล้ำเป็นลายตาข่าย ปวดมากขึ้นแทนที่จะดีขึ้น หรือตาพร่ามัว ให้ติดต่อคลินิกที่ทำทันที เพราะภาวะหลอดเลือดอุดตันแม้พบน้อย แต่มีรายงานว่าทำให้ผิวหนังตายและตาบอดได้

ก่อนนัดปรึกษา เตรียมอะไรไว้บ้าง
ที่ Beautystone Clinic แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดูหน้าตอนนิ่งสลับกับตอนยิ้ม เพื่อกำหนดตำแหน่งเส้นยิ้มก่อน แล้วจึงตัดสินใจว่าจะทำแนวถุงยิ้มให้ต่อเนื่องเท่ากันทั้งแนว หรือหนาขึ้นเล็กน้อยตรงกลาง ส่วนเรื่องราคา ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และว่าต้องสลายของเดิมก่อนหรือไม่*
*ราคา: ราคาที่คลินิกในกรุงโซลอาจเปลี่ยนแปลงได้ ดูราคาล่าสุดได้ที่หน้าราคาของคลินิก
ถ้าส่งข้อมูลเหล่านี้มาก่อน การปรึกษาจะสั้นและตรงจุดขึ้น
- รูปหน้าตรงตอนหน้านิ่งและตอนยิ้ม ถ่ายในแสงเดียวกัน
- ใต้ตามักบวมมากขึ้นตอนเช้าหรือไม่
- เคยฉีดฟิลเลอร์รอบดวงตาหรือเคยสลายมาก่อนไหม ช่วงเวลาไหน และใช้ผลิตภัณฑ์อะไร
- เคยแพ้ผึ้งต่อยรุนแรงหรือไม่

สรุป: ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มแล้วจะดูบวมไหม
- ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อใต้ขนตา ฟิลเลอร์ควรเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น
- อยู่ภายในราว 4–6 มม. ใต้ขนตาและเหนือเส้นยิ้ม ช่วยไม่ให้ดูบวม
- ถ้าใช้เข็ม ปริมาณสูงสุดราว 0.2–0.4 มล. ต่อข้าง เลือกเนื้อนุ่มและไม่ฉีดลึก
- ถ้าใต้ตานูนแม้หน้านิ่ง ควรตรวจเรื่องไขมันหรืออาการบวมก่อนเติมถุงยิ้ม
กลับมาที่คำถามแรก ฟิลเลอร์ถุงยิ้มไม่ได้ทำให้ดูบวมเสมอไป ถ้าวางถูกตำแหน่งและใช้ปริมาณพอดี ถ้ายังไม่แน่ใจว่าใต้ตาของคุณเป็นกล้ามเนื้อหรือไขมัน แอด LINE ส่งรูปหน้านิ่งและหน้ายิ้มอย่างละรูปมาให้คุณหมอช่วยดูก่อนได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ถุงยิ้มเห็นชัดแค่ตอนยิ้ม ถือว่าปกติไหมคะ?
A. ปกติค่ะ ถุงยิ้มที่เป็นธรรมชาติมักแทบไม่เห็นตอนหน้านิ่ง และนูนขึ้นตอนยิ้ม ถ้าอยากให้เห็นชัดแม้หน้านิ่ง ตอนยิ้มอาจดูหนักเกินไป จึงกำหนดปริมาณจากความต่างของสองสีหน้านี้ค่ะ
Q. ฉีดฟิลเลอร์ร่องใต้ตาวันเดียวกันได้ไหมคะ?
A. สองหัตถการวางคนละตำแหน่ง จึงวางแผนร่วมกันได้ค่ะ แต่แทนที่จะฉีดมากในครั้งเดียว ผู้เชี่ยวชาญบางท่านแนะนำให้<a href="https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9026508/">เริ่มจากปริมาณน้อย แล้วค่อยกลับมาเติมหลังประมาณหนึ่งเดือนถ้ายังต้องการ</a>ค่ะ
Q. คนที่แทบไม่มีถุงยิ้มเลย ฉีดให้มีได้ไหมคะ?
A. ถ้าดันผิวขึ้นแล้วแทบไม่เกิดแนวนูน ปริมาตรจากฟิลเลอร์อย่างเดียวมักออกมาเป็นความนูนที่อยู่กับที่ มากกว่าแนวที่ขยับตามรอยยิ้มค่ะ ส่งรูปทรงที่ชอบมาให้ดู จะช่วยกำหนดขอบเขตที่เป็นไปได้ร่วมกันค่ะ
Q. ถ้ามีงานสำคัญ ควรฉีดล่วงหน้านานแค่ไหนคะ?
A. บริเวณนี้ช้ำง่าย จึงไม่ควรนัดชิดกับวันงานค่ะ แจ้งวันงานมาด้วย จะช่วยวางวันทำให้มีเวลาพอสำหรับให้รอยช้ำและอาการบวมยุบค่ะ







