ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?
ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่
ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์ (Botox) แล้วจะบานน้อยลงไหม? ถ้าสาเหตุคือกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ที่ดึงปีกจมูกออกด้านข้างทุกครั้งที่ยิ้มหรือหายใจแรง งานวิจัยแบบปกปิดฝ่ายเดียว (single-blind) ใน 20 คนพบว่าสัดส่วนที่ปีกจมูกขยายออกเวลายิ้มลดลงจากเฉลี่ย 10.05% เหลือ 4.91% ส่วนกลุ่มที่ฉีดน้ำเกลือไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
แต่ถ้าปีกจมูกกว้างตั้งแต่ตอนหน้านิ่ง เรื่องจะต่างออกไป เพราะความกว้างที่มาจากกระดูกอ่อนและผิวหนังไม่เปลี่ยนแม้คลายกล้ามเนื้อแล้ว บทความนี้จะพาไปดูสาเหตุ 2 แบบ วิธีสังเกตจากรูป ผลที่คาดได้และระยะเวลา ผลข้างเคียงที่คนกังวล และสิ่งที่ควรเตรียมก่อนปรึกษา โดย Beautystone Clinic คลินิกผิวหนังย่านฮงแด-ฮับจอง กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ บทความนี้มีการแนะนำหัตถการที่คลินิกให้บริการด้วยนะคะ
ทำไมปีกจมูกดูกว้าง?
ปีกจมูกดูกว้างได้จาก 2 สาเหตุหลัก และหลายคนมีทั้งสองแบบปนกัน
- การขยับ: ตอนหน้านิ่งดูปกติ แต่พอยิ้ม พูด หรือหายใจลึก ปีกจมูกจะบานออกด้านข้างและรูจมูกดูใหญ่ขึ้น
- ความกว้างเดิม: ปีกจมูกกว้างตั้งแต่ตอนหน้านิ่ง และยิ้มแล้วแทบไม่เปลี่ยน เพราะกระดูกอ่อนและผิวหนังกว้างอยู่แล้ว
โบท็อกซ์เปลี่ยนได้เฉพาะแบบแรก งานทบทวนเรื่องการใช้โบท็อกซ์และเครื่องมือพลังงานปรับรูปจมูกสรุปว่า การฉีดกล้ามเนื้อขยายรูจมูก (dilator naris) ช่วยลดการบานของปีกจมูก และทำให้ปลายจมูกดูเรียวขึ้น ลองนึกถึงผ้าม่านที่มีเชือกดึงออกด้านข้าง การคลายเชือกทำให้ม่านถูกดึงกว้างน้อยลง แต่ไม่ได้เปลี่ยนความกว้างของหน้าต่าง ซึ่งก็คือกระดูกอ่อนและผิวหนังของจมูกนั่นเอง

สังเกตเบื้องต้นจากรูป 2 ใบก่อนนัด
ถ่ายรูปหน้าตรง 2 ใบในแสงและระยะเดียวกัน ใบแรกหน้านิ่ง ใบที่สองยิ้มกว้างโดยไม่เห็นฟัน แล้ววางเทียบความกว้างของปีกจมูก
| สิ่งที่เห็นในรูป | สาเหตุที่ควรนึกถึงก่อน |
|---|---|
| หน้านิ่งดูปกติ แต่ยิ้มแล้วปีกจมูกบานออกชัด | กล้ามเนื้อ เหมาะกับการพิจารณาโบท็อกซ์ |
| ยิ้มแล้วเห็นรูจมูกจากด้านหน้ามากขึ้น | กล้ามเนื้อ โบท็อกซ์อาจช่วยลดได้ |
| หน้านิ่งก็กว้าง และยิ้มแล้วแทบไม่เปลี่ยน | กระดูกอ่อนและผิวหนัง ควรปรึกษาเรื่องผ่าตัดก่อน |
ส่วนที่กว้างขึ้นระหว่างรูปหน้านิ่งกับรูปยิ้มคือส่วนของกล้ามเนื้อ ส่วนที่กว้างอยู่แล้วตอนหน้านิ่งจะยังอยู่หลังฉีด งานวิจัยแบบปกปิดฝ่ายเดียวชิ้นเดียวกันก็วัดผลจากความต่างระหว่างตอนหน้านิ่งกับตอนยิ้มเต็มที่ และระบุว่าโบท็อกซ์ใช้เป็นการรักษาเสริมร่วมกับการเสริมจมูกได้

ปีกจมูกบานน้อยลงแค่ไหน และผลอยู่นานเท่าไร?
ปีกจมูกบานน้อยลงราวครึ่งหนึ่งในงานวิจัย และเห็นชัดราว 4 สัปดาห์ กลุ่มที่ฉีดรวม 3 ยูนิตรอบปีกจมูก สัดส่วนที่ปีกจมูกขยายเวลายิ้มลดจาก 10.05% เหลือ 4.91% และฐานปีกจมูกลดจาก 16.83% เหลือ 12.50%
งานวิจัยที่ใช้การสแกน 3 มิติในผู้ที่เห็นรูจมูกจากด้านหน้ามากเกินไป 52 คน พบว่า 4 สัปดาห์หลังฉีด พื้นที่หน้าตัดรูจมูกลดจาก 89.42 เหลือ 72.50 ตร.มม. และการขยับของปีกจมูกลดจาก 10.50% เหลือ 4.64% ส่วน 32 คนที่วัดครบถึงสัปดาห์ที่ 24 ค่ากลับไปใกล้ระดับเดิม งานนี้ไม่มีกลุ่มควบคุม จึงควรอ่านตัวเลขเป็นแนวโน้ม ถ้ามีงานแต่งหรือถ่ายรูปสำคัญ การฉีดก่อนวันนั้นราว 3–4 สัปดาห์จะช่วยให้ตรงกับช่วงที่ผลชัด

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง: รอยยิ้มจะเปลี่ยนไหม?
รอบปีกจมูกมีกล้ามเนื้อที่ยกริมฝีปากบนผ่านอยู่ด้วย ถ้ายาไปถึงกล้ามเนื้อนี้ ริมฝีปากบนอาจยกขึ้นน้อยลงหรือรอยยิ้มสองข้างไม่เท่ากัน งานวิเคราะห์อภิมานเรื่องฉีดโบท็อกซ์ที่กล้ามเนื้อยกริมฝีปากเพื่อแก้ยิ้มเห็นเหงือก ระบุว่าภาวะแทรกซ้อนพบน้อย ได้แก่ เจ็บตรงจุดฉีด บวม ช้ำ แดงเล็กน้อย และยิ้มไม่เท่ากันสองข้าง
ที่ Beautystone Clinic แพทย์จึงไม่ได้ดูแค่จมูก แต่ดู 3 สีหน้า คือหน้านิ่ง ยิ้มเล็กน้อย และยิ้มกว้าง พร้อมกับความกว้างปีกจมูก ความสูงริมฝีปากบน และความต่างสองข้าง ถ้าข้างหนึ่งบานมากกว่าจะแบ่งปริมาณยาไม่เท่ากัน และเริ่มจากปริมาณน้อยแล้วเทียบรูปสีหน้าเดิมราว 4 สัปดาห์
ข้อมูลยาของหอสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐฯ สำหรับ IncobotulinumtoxinA (Xeomin) แนะนำให้แจ้งแพทย์ก่อนฉีดในกรณีต่อไปนี้
- ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- มีโรคที่มีผลต่อกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท
- เคยมีผลข้างเคียงจากโบท็อกซ์มาก่อน
- มีการอักเสบหรือแผลบริเวณจมูก
พบได้น้อย แต่ถ้าภายในไม่กี่วันหลังฉีดเริ่มกลืนลำบาก หายใจลำบาก หรือพูดไม่ชัด ไม่ควรรอดูอาการ ให้ไปพบแพทย์ทันที ข้อมูลยาเดียวกันเตือนว่าอาการเหล่านี้อาจเกิดเมื่อยากระจายออกนอกบริเวณที่ฉีด

ก่อนนัดปรึกษา เตรียมอะไรไว้บ้าง
เรื่องแรกที่ต้องตัดสินใจคือปีกจมูกกว้างเพราะการขยับหรือเพราะความกว้างเดิม ส่วนเรื่องราคา ขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่ใช้ ชนิดของยา และว่าต้องฉีดสองข้างไม่เท่ากันหรือไม่*
*ราคา: ราคาที่คลินิกในกรุงโซลอาจเปลี่ยนแปลงได้ ดูราคาล่าสุดได้ที่หน้าราคาของคลินิก
- รูปหน้าตรงตอนหน้านิ่งและตอนยิ้มกว้าง ถ่ายในแสงและระยะเดียวกัน
- เคยเสริมจมูก (Rhinoplasty) หรือฉีดฟิลเลอร์ (Filler) จมูกหรือไม่ เมื่อไร
- เคยฉีดโบท็อกซ์รอบจมูกหรือปากเมื่อไร และตอนนั้นเปลี่ยนไปอย่างไร

สรุป: โบท็อกซ์ปีกจมูกช่วยให้บานน้อยลงได้แค่ไหน
- ปีกจมูกดูกว้างได้จาก 2 สาเหตุ และโบท็อกซ์ช่วยเฉพาะแบบที่มาจากการขยับ
- ในงานวิจัย การบานเวลายิ้มลดลงราวครึ่งหนึ่ง
- ผลชัดราว 4 สัปดาห์ และกลับไปใกล้ระดับเดิมในราว 6 เดือน
- ถ้าหน้านิ่งก็กว้าง ควรปรึกษาเรื่องผ่าตัดก่อน
กลับมาที่คำถามแรก โบท็อกซ์ช่วยให้ปีกจมูกบานน้อยลงได้ชัดเมื่อสาเหตุคือกล้ามเนื้อ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าของคุณเป็นแบบไหน แอด LINE ส่งรูปหน้านิ่งและรูปยิ้มกว้างอย่างละใบมาให้คุณหมอช่วยดูก่อนได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีดโบท็อกซ์ปีกจมูกแล้วจมูกจะเล็กลงไหมคะ?
A. ไม่ใช่ค่ะ สิ่งที่ลดลงคือการบานของปีกจมูกเวลายิ้มหรือหายใจแรง ส่วนความกว้างเดิมของปีกจมูกและความสูงของจมูกยังเหมือนเดิม ถ้าต้องการเปลี่ยนรูปทรงจมูกจริง ๆ ต้องปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์หรือผ่าตัดแยกกันค่ะ
Q. จะหายใจทางจมูกลำบากขึ้นไหมคะ?
A. งานวิจัยไม่พบผลข้างเคียงสำคัญค่ะ แต่กล้ามเนื้อที่ขยายปีกจมูกก็ใช้ตอนหายใจลึกด้วย ถ้าคัดจมูกหรือเป็นภูมิแพ้จมูกบ่อย ควรแจ้งแพทย์ตอนปรึกษา และถ้าหลังฉีดรู้สึกหายใจไม่สะดวกควรมาพบแพทย์ค่ะ
Q. เคยเสริมจมูกแล้ว ฉีดได้ไหมคะ?
A. หลังผ่าตัดยังอาจมีการบานของปีกจมูกจากการขยับอยู่ งานวิจัยจึงพูดถึงโบท็อกซ์ในฐานะการรักษาเสริมหลังเสริมจมูกค่ะ แต่ถ้ายังอยู่ในช่วงพักฟื้น ควรตกลงเรื่องเวลากับศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดก่อนค่ะ
Q. ควรกลับมาดูผลตอนไหนคะ?
A. ราว 4 สัปดาห์หลังฉีด ซึ่งเป็นช่วงที่เห็นผลชัดค่ะ ถ่ายรูปใหม่ด้วยแสงและสีหน้าแบบเดิม แล้วเทียบว่าสองข้างยังต่างกันอยู่ไหมค่ะ







