"โอลิจิโอ ไทท์ คืออะไร?" — คำถามที่ได้รับมาเมื่อวานนี้
ลิฟติ้ง

"โอลิจิโอ ไทท์ คืออะไร?" — คำถามที่ได้รับมาเมื่อวานนี้

จุดเด่นของโอลิจิโอ ไทท์ คือสามารถเลือกยิงได้ทั้ง 3 ระดับความลึกแยกจากกัน

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
7นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

"โอลิจิโอ ไทท์ คืออะไร?" — คำถามที่ได้รับมาเมื่อวานนี้

ก่อนอ่าน ขอให้เช็คสิ่งนี้ก่อนนะครับ

Q. โอลิจิโอ ไทท์ ก็เหมือนกับ Shrink หรืออัลเทอร่าเลยใช่ไหมครับ?

A. ใช่ครับ อยู่ในกลุ่ม HIFU เหมือนกัน

แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือ สามารถเลือกระดับความลึกได้ถึง 3 ระดับ คือ 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. แยกจากกันได้ในการรักษาครั้งเดียวครับ

Q. แล้วการแบ่งระดับความลึกมีความสำคัญอย่างไรครับ?

A. เพราะชั้นหนังแท้และชั้น SMAS มีเหตุผลในการกระตุ้นที่แตกต่างกันครับ

แม้จะเป็นบริเวณเดียวกัน แต่ต้องออกแบบการรักษาแยกตามชั้น ผลลัพธ์ถึงจะออกมาได้อย่างคมชัดและสวยงามครับ
ข้อมูลการยกกระชับด้วยโอลิจิโอ ไทท์



โอลิจิโอ ไทท์ เพิ่งได้ยินครั้งแรก? เริ่มจากความแตกต่างนี้เลยครับ

โอลิจิโอ ไทท์ (Oligio Tight) คือ

การยกกระชับที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มสูง HIFU

สร้างจุดความร้อนสะสมในชั้นผิวที่กำหนด

เพื่อกระตุ้นการหดตัวและการฟื้นฟูของคอลลาเจนครับ

อยู่ในกลุ่มเดียวกับอัลเทอร่าและ Shrink คือกลุ่ม HIFU

แต่สิ่งที่ทำให้โอลิจิโอ ไทท์แตกต่างออกไปคือ

สามารถเลือกระดับความลึกได้ถึง 3 ระดับ คือ 1.5, 3.0 และ 4.5 มม.

แยกจากกันได้ภายในการรักษาครั้งเดียวครับ

ถ้า Shrink ใช้ระบบเปลี่ยนคาร์ทริดจ์สำหรับ 1.5/3.0/4.5 มม.

โอลิจิโอ ไทท์จะเน้นการกระจายระดับความลึกอย่างแม่นยำในแต่ละบริเวณ

จากแฮนด์พีซเดียวกันครับ





ทำไมเป็น HIFU เหมือนกัน แต่บางคนเห็นผล บางคนไม่เห็นผลครับ?

ประเด็นสำคัญของบทความนี้

โอลิจิโอ ไทท์ในกลุ่ม HIFU สามารถเลือกยิงได้ 3 ระดับความลึก คือ 1.5/3.0/4.5 มม.

แม้บริเวณเดียวกัน สามารถกระตุ้นชั้นหนังแท้และชั้น SMAS แยกจากกันได้

จึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้ออกแบบการรักษาได้อย่างแม่นยำครับ

ถ้าคุณค้นหา "การยกกระชับโอลิจิโอ ไทท์" แล้วเข้ามาอ่านบทความนี้

น่าจะเคยทำ Shrink หรืออัลเทอร่ามาแล้วสักหนึ่งหรือสองครั้ง

หรืออยู่ในช่วงที่คิดว่า "ครั้งนี้อยากลองทำอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง" ครับ

ดังนั้นขอตอบในสิ่งที่น่าจะสงสัยที่สุดก่อนเลย นั่นคือ ต่างกันอย่างไร

หัวใจสำคัญคือ "ระดับความลึก" ครับ

ผิวหน้าไม่ได้มีแค่ชั้นเดียว

แต่ประกอบด้วย หนังกำพร้า → ชั้นหนังแท้ → ไขมันใต้ผิวหนัง → ชั้น SMAS (พังผืด)

เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ครับ

1.5 มม. คือชั้นกลางของหนังแท้ — ดูแลริ้วรอยเล็กๆ, รูขุมขน และสภาพผิว

3.0 มม. คือขอบเขตระหว่างชั้นหนังแท้ลึกกับไขมันใต้ผิวหนัง — ช่วยเรื่องปริมาตรและรอยบุ๋ม

4.5 มม. คือชั้น SMAS — ยกกระชับส่วนที่หย่อนคล้อยขึ้นมาครับ

แม้บริเวณโหนกแก้มเดียวกัน บางท่านต้องการ 4.5 มม. เป็นคำตอบ

แต่บางท่านการรวม 1.5+3.0 มม. ให้ผลที่เป็นธรรมชาติกว่าครับ

ชั้นที่โอลิจิโอ ไทท์ทำงานในแต่ละระดับความลึก

แต่มีสิ่งสำคัญที่ต้องพูดถึงตรงนี้ครับ

หลายท่านมักคิดว่า "4.5 มม. ต้องแรงที่สุดแน่ๆ"

แต่ถ้ายิงแค่ 4.5 มม. อย่างเดียว พื้นผิวผิวก็ยังคงเดิม

ผลที่ได้คือ "ยกขึ้นแล้ว แต่ผิวยังเหมือนเดิม" ครับ

ในทางกลับกัน ถ้ายิงแค่ 1.5 มม. อย่างเดียว สภาพผิวดีขึ้น

แต่เส้นที่หย่อนคล้อยก็ไม่เปลี่ยนแปลงครับ

ดังนั้นคุณค่าที่แท้จริงของโอลิจิโอ ไทท์

จึงอยู่ที่ "จะผสมผสาน 3 ระดับความลึกอย่างไร" ครับ

หลักการกระตุ้นชั้นหนังแท้และชั้น SMAS ของโอลิจิโอ ไทท์
สรุปสำคัญจากหมอวียองจิน

สำหรับโอลิจิโอ ไทท์ ไม่ใช่แค่ "ยิงกี่ช็อต"

แต่ "แบ่งช็อตไปที่ระดับความลึกไหน เท่าไหร่" ต่างหากที่กำหนดผลลัพธ์ครับ

300 ช็อตเท่ากัน แต่ถ้าแบ่งเป็น 4.5 มม. 200 ช็อต, 3.0 มม. 100 ช็อต

กับ 1.5 มม. 100 ช็อต, 3.0 มม. 100 ช็อต, 4.5 มม. 100 ช็อต

ผลลัพธ์ที่ได้ต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ




ใครเหมาะกับโอลิจิโอ ไทท์ และใครควรเลือกวิธีอื่นครับ

วันนี้ในการตรวจรักษาก็มีคนไข้รายหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกันครับ

คนไข้อายุ 51 ปีมาด้วยความต้องการ "อยากทำโอลิจิโอ ไทท์ แบบ Full Shot เสร็จในครั้งเดียวเลย"

เมื่อดูรูปถ่าย พบว่าไม่ได้เป็นการหย่อนคล้อยของชั้น SMAS เป็นหลัก

แต่เป็นระยะที่แก้มลึก (Deep Malar) และร่องแก้มเริ่มชัดเจนแล้ว

ความหนาของผิวเองก็บางลงด้วยครับ

ในกรณีนี้ การทำโอลิจิโอ ไทท์เพียงอย่างเดียว

ไม่สามารถให้เส้นกรอบหน้าที่ต้องการได้ครับ

ดังนั้นวันนั้นจึงไม่ได้ทำหัตถการ

แต่แนะนำแผนการรักษา 2 ขั้นตอน คือ ยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ (RF) (กลุ่ม CERF) เพื่อรั้ง Retaining Ligament ก่อน

แล้วค่อยทำโอลิจิโอ ไทท์ 1.5+3.0 มม. เพื่อปรับสภาพผิวในขั้นถัดไปครับ

ไม่ใช่การปฏิเสธ — แต่เป็นการแสดงเส้นทางที่ให้ผลดีกว่าด้วยงบประมาณเท่าเดิมครับ

เพราะ HIFU เพียงชนิดเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาการหย่อนคล้อยทุกประเภทได้ครับ

ผมสรุปให้ดูในตารางเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ

มีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพูดถึงครับ

โอลิจิโอ ไทท์ก็ไม่ได้ดีไปทุกอย่างครับ

สำหรับท่านที่ผิวตอบสนองต่อการกระตุ้นน้อย อาจรู้สึกว่าผลลัพธ์ไม่ชัดเจนนัก

และท่านที่มีไขมันมาก หากใช้ 4.5 มม. มากเกินไปอาจเกิดการสูญเสียปริมาตรได้ครับ

แม้กระนั้น สำหรับท่านที่ต้องการกระตุ้นชั้นหนังแท้และชั้น SMAS แยกจากกัน

ก็ยังคงเป็นเครื่องมือที่ออกแบบการรักษาได้อย่างแม่นยำครับ

คู่มือการเลือกระดับความลึกของโอลิจิโอ ไทท์ตามประเภทผิว คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยกกระชับโอลิจิโอ ไทท์



คำถามที่ได้รับบ่อยที่สุด 3 ข้อในห้องตรวจเกี่ยวกับโอลิจิโอ ไทท์

Q1. ทำโอลิจิโอ ไทท์ครั้งหนึ่ง ผลอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

A. ขอตอบตรงๆ เลยครับ

โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6–9 เดือนครับ

แต่นี่คือระยะเวลาที่ "ผลการหดตัวของคอลลาเจน" คงอยู่ ส่วนคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จะอยู่ได้นานกว่านั้นครับ

ดังนั้นเมื่อผ่านไป 1 ปี จึงไม่ได้กลับไปสู่สภาพเดิมทั้งหมด

แต่จะคงอยู่ที่ประมาณ 70% ของผลหลังทำทันทีครับ

ท่านที่มาทำซ้ำบางส่วนในช่วง 6 เดือน มักได้ผลลัพธ์ที่คมชัดที่สุดครับ

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะมีคำถามนี้ตามมาครับ

Q2. คนที่เคยทำ Shrink อยู่ เปลี่ยนมาทำโอลิจิโอ ไทท์ได้ไหมครับ?

A. จากประสบการณ์ในคลินิก มีรูปแบบที่เห็นชัดเจนครับ

ผมได้รับคำถามเดียวกันนี้ประมาณ 2–3 ท่านต่อเดือน และ 7 ใน 10 ท่านที่เปลี่ยนมาก็พอใจครับ

ท่านที่รู้สึกว่าผล Shrink เริ่มน้อยลง — มักจะเป็นช่วงปีที่ 2–3 — เกิดจากการยิงซ้ำบริเวณเดิมในระดับความลึกเดิมซ้ำๆ ครับ

เมื่อมาปรับการกระจายระดับความลึกใหม่ด้วยโอลิจิโอ ไทท์ ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนไปครับ

แต่ควรเว้นช่วง 4 เดือนหลังจากทำ Shrink ครั้งสุดท้ายก่อนนะครับ เพื่อความปลอดภัย

สุดท้ายขอพูดถึงประเด็นนี้ด้วยครับ

Q3. ได้ยินมาว่าทำโอลิจิโอ ไทท์แล้วผอมลง จริงไหมครับ?

A. หลายท่านเข้าใจผิดในส่วนนี้ครับ

ไม่ใช่ "ผอมลง" แต่ที่ถูกต้องคือ "ไขมันบางส่วนถูกสลายไป" ครับ

เพราะเมื่อยิงที่ระดับ 4.5 มม. ความร้อนจะส่งผลต่อไขมันใต้ผิวหนังเหนือชั้น SMAS ด้วยครับ

ท่านที่ผอมบางและใช้ 4.5 มม. ที่แก้มมากเกินไป อาจทำให้แก้มดูแฟบลงได้ครับ

ดังนั้นการดูการกระจายตัวของไขมันบนใบหน้าก่อนทำ และปรับสัดส่วนการยิง 4.5 มม. ให้เหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญมากครับ

ถ้าวันนี้จะให้จำสิ่งเดียว — โอลิจิโอ ไทท์ไม่ใช่เรื่องของ "กี่ช็อต" แต่เป็นเรื่องของ "แบ่งไปที่ระดับความลึกไหน และอย่างไร" ครับ


บทความหน้าจะพูดถึง 'การออกแบบการผสมผสานระดับความลึกของโอลิจิโอ ไทท์ตามบริเวณ' — ว่าสัดส่วน 1.5/3.0/4.5 มม. เปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาก โหนกแก้ม หรือเส้นขากรรไกร — โดยจะอธิบายผ่านเคสจริงครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

บทความแนะนำ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ผู้หญิงปรึกษาแพทย์เรื่องหัตถการคลื่นวิทยุบริเวณรอบดวงตาลิฟติ้ง

ทำ InMode FX ที่รอบดวงตาและใต้ตาได้ไหม? ขอบเขตที่ควรรู้

InMode FX ออกแบบมาโดยคิดถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แต่ผิวรอบดวงตาบางและมีไขมันรองรับน้อย เงื่อนไขจึงเปลี่ยนไป มาดูกันว่าขอบเขตที่พอพิจารณาได้อยู่ตรงไหน และต้องระวังอะไรบ้างนะคะ

การ์ดตั้งคำถามว่าทำไมผลของ Sofwave ถึงรู้สึกไม่ชัดในช่วงแรกลิฟติ้ง

ทำ Sofwave แล้วยังไม่เห็นผล? 4 ตัวแปรที่ควรเช็ก

ความรู้สึกหลังทำ Sofwave ต่างกันได้มาก แม้จะใช้เครื่องเดียวกัน บทความนี้ไล่ให้ดูทีละข้อว่าความหนาผิว ชนิดของความหย่อนคล้อย บริเวณที่ทำ และช่วงเวลาที่ประเมิน ส่งผลต่อสิ่งที่คุณมองเห็นอย่างไร

บทความล่าสุด

ผู้หญิงจดรายการยาที่กินประจำก่อนเข้าปรึกษาที่คลินิกผิวหนัง

กินยาลดความดันหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ต้องบอกคลินิกก่อนทำไหม?

ยาลดความดันและยาละลายลิ่มเลือดที่กินประจำมีผลกับรอยช้ำและการห้ามเลือดในวันทำหัตถการ บทความนี้รวมเหตุผลที่ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้า และเหตุผลที่ไม่ควรหยุดยาเอง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้หรือไม่ เกณฑ์ที่ช่วยตัดสินใจผิวหนัง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้ไหม?

ไข้และการติดเชื้อเฉียบพลันส่งผลต่อการบวม การฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ จึงควรมีเกณฑ์ที่จับต้องได้ว่าอาการแบบไหนควรเลื่อนคิวที่จองไว้ แบบไหนยังคุยกับแพทย์ก่อนได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวมแนวทางไว้ให้ค่ะ

รูปร่างผอมกับการฉีดฟิลเลอร์สะโพก ทำไมวอลลุ่มดูน้อยกว่าและควรออกแบบอย่างไรบอดี้

รูปร่างผอมฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ววอลลุ่มดูน้อย ต้องออกแบบยังไง?

คนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง เมื่อฉีดฟิลเลอร์สะโพกในปริมาณเท่ากับคนอื่นมักได้วอลลุ่มที่ดูน้อยกว่า และมีโอกาสเห็นขอบของสารได้ง่ายกว่า ทางออกจึงอยู่ที่การเลือกชั้นที่ฉีดและการแบ่งจำนวนครั้งให้ต่างออกไปค่ะ

Juvelook Volume ในวัย 50 ความต่างของการออกแบบและความคาดหวังเมื่อเทียบกับวัย 30รูปหน้าและวอลุ่ม

ทำ Juvelook Volume ตอนอายุ 50 ต่างจากตอนอายุ 30 ยังไง?

แก้มที่ตอบลงตอนวัย 50 กับวัย 30 ไม่ได้มาจากชั้นเดียวกัน เมื่อสาเหตุต่างกัน การออกแบบปริมาณ จุดฉีด จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ผลลัพธ์จะปรากฏก็ควรตั้งไว้คนละแบบ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวบรวมความต่างเหล่านี้ไว้ให้ค่ะ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ภาพปกบทความเรื่องการใช้เครื่องความงามที่บ้านร่วมกับหัตถการที่คลินิกผิวหนัง

เครื่องความงามที่บ้าน ต้องพักตอนไหนก่อนและหลังทำหัตถการ?

จำนวนวันที่ต้องพักเครื่องความงามหลังทำหัตถการไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมของแต่ละคลินิก บทความนี้จัดระเบียบวิธีคิดจากสภาพผิว 4 อย่าง แยกตามชนิดของเครื่อง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors