รักษาฝ้า แค่เลเซอร์โทนนิ่งอย่างเดียวพอไหม?
คุณหมอเผยเหตุผลที่เลเซอร์โทนนิ่งอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และทำไมต้องจัดการ "สภาพแวดล้อมของผิว" ไปพร้อมกันด้วย


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
รักษาฝ้า แค่เลเซอร์โทนนิ่งอย่างเดียวพอไหม?
เมื่อเริ่มกังวลเรื่องฝ้า หลายคนมักเลือกเลเซอร์โทนนิ่งเป็นหัตถการแรก เพราะอ่อนโยนต่อผิว ทำได้บ่อย และฟื้นตัวเร็ว แต่มีผู้ที่ทำโทนนิ่งมาแล้วหลายครั้งแล้วยังเห็นว่าฝ้ากลับมาใหม่อยู่ไม่น้อยครับ
ฝ้าไม่ใช่แค่ปัญหาของสีผิวบนพื้นผิว แต่เป็นปัญหาของ "สภาพแวดล้อม" ที่ทำให้เม็ดสีเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าครับ
เลเซอร์โทนนิ่งคือหัตถการที่ทำลายเม็ดสี
เลเซอร์โทนนิ่งใช้พลังงานระดับอ่อนยิงซ้ำหลายครั้ง เพื่อเลือกทำลายเฉพาะเม็ดสีเมลานินให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ โดยแทบไม่ทำลายผิวชั้นบน และช่วยให้เม็ดสีที่แตกแล้วถูกกำจัดออกไปตามธรรมชาติครับ
วิธีนี้ได้ผลดีกับจุดด่างดำและเม็ดสีในชั้นหนังกำพร้า แต่ฝ้านั้นเป็นภาวะที่เมลานินถูกสร้างขึ้นใหม่อยู่ตลอดใต้ผิว ดังนั้นแม้จะทำลายไปแล้ว ก็อาจกลับมาใหม่ได้ครับ
ต้องมองที่ "สภาพแวดล้อม" ของฝ้าก่อน
สภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดฝ้าประกอบด้วยหลายปัจจัย ทั้งรังสี UV การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การอักเสบเรื้อรัง และการตอบสนองของหลอดเลือด นั่นจึงทำให้ฝ้าเป็นเม็ดสีที่ควบคุมได้ยากด้วยเลเซอร์เพียงชนิดเดียวครับ
โดยเฉพาะในรายที่มีผื่นแดงหรือหลอดเลือดฝอยขยายตัวร่วมด้วย การทำหัตถการด้านเม็ดสีซ้ำๆ อย่างเดียวอาจไม่เห็นผลเท่าที่ควร ต้องดูแลทั้งรอยแดงและรอยน้ำตาลไปพร้อมกัน จึงจะได้ผลลัพธ์ที่แท้จริงครับ
บางกรณีจำเป็นต้องใช้ไมโครนีดลิ่ง RF หรือแนวทางอื่นนอกจากเม็ดสี
หากทำโทนนิ่งจัดการพื้นผิวแล้ว แต่ฝ้ายังคงกลับมา หัตถการอย่างไมโครนีดลิ่งคลื่นวิทยุ (RF)\* ที่กระตุ้นสภาพแวดล้อมในชั้นหนังแท้โดยตรง จึงถูกนำมาใช้ร่วมมากขึ้นครับ
\*ไมโครนีดลิ่ง RF: หัตถการที่ส่งความร้อนจากคลื่นวิทยุเข้าสู่ชั้นหนังแท้ผ่านเข็มขนาดเล็กมาก ไม่ได้มุ่งทำลายเม็ดสีโดยตรง แต่เน้นปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของผิวครับ
นอกจากนี้ การปกป้องผิวจากรังสี UV การใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ และยาทาเมื่อจำเป็น ล้วนต้องทำควบคู่กัน เพื่อชะลอการกลับมาของฝ้าได้ครับ
สำคัญกว่าจำนวนครั้งคือระยะห่างและความเข้ม
บางคนทำโทนนิ่งฝ้าบ่อยมาก เช่น ทุกสัปดาห์ แต่การกระตุ้นที่ถี่เกินไปอาจยิ่งทำให้เม็ดสีตื่นตัวมากขึ้น และอาจเกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่ทำให้สีดูเข้มขึ้นกว่าเดิมได้ครับ
แม้จำนวนครั้งจะเท่ากัน การเว้นระยะให้เพียงพอและค่อยๆ ปรับความเข้มขึ้นทีละน้อยจะให้ผลลัพธ์ที่มั่นคงและปลอดภัยกว่าครับ
**ถาม: คิดว่าทำโทนนิ่งครั้งเดียวฝ้าจะหายหมด ปกติต้องทำกี่ครั้งครับ?** ตอบ: ฝ้าไม่ใช่เม็ดสีที่จะจางหายได้ในครั้งเดียวครับ แทนที่จะกำหนดจำนวนครั้งตายตัว ส่วนใหญ่จะเว้นระยะและติดตามผลไปเรื่อยๆ แล้วค่อยปรับแผนการรักษาครับ
**ถาม: ที่บอกว่าทำบ่อยเกินไปไม่ดี จริงไหมครับ?** ตอบ: จริงครับ เมื่อการกระตุ้นสะสมมากเกินไป เซลล์ที่สร้างเม็ดสีอาจยิ่งทำงานหนักขึ้น ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการทำถี่เกินไปในระยะเวลาสั้นครับ
**ถาม: ฝ้ากับจุดด่างดำรักษาด้วยหัตถการเดียวกันได้ไหมครับ?** ตอบ: จุดด่างดำและเม็ดสีในชั้นหนังกำพร้าตอบสนองดีต่อโทนนิ่งหรือเลเซอร์เม็ดสีอื่นๆ แต่ฝ้าต้องการแนวทางที่แตกต่างออกไปครับ การวินิจฉัยแยกประเภทให้ชัดเจนตั้งแต่แรกจึงเป็นสิ่งจำเป็นครับ









