ราคาเลเซอร์ฝ้าและจุดด่างดำ ทำไมแต่ละคลินิกไม่เท่ากัน? 4 ข้อที่ควรเช็ก
ผิวหนัง

ราคาเลเซอร์ฝ้าและจุดด่างดำ ทำไมแต่ละคลินิกไม่เท่ากัน? 4 ข้อที่ควรเช็ก

ตัวเลขในใบเสนอราคาเริ่มต้นจากการวินิจฉัย ไม่ได้เริ่มจากชื่อเครื่อง

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 6 กันยายน 2026
8นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้

  · ราคาต่างกันเพราะโปรแกรมและจำนวนครั้งที่วางไว้ไม่เหมือนกัน ไม่ใช่แค่ชื่อเครื่อง
  · เลเซอร์โทนนิ่งประมาณ 5-10 ครั้ง Pico Laser ประมาณ 1-3 ครั้ง IPL ประมาณ 3-5 ครั้ง
  · สำหรับฝ้า ยากันแดดและยาทาเฉพาะที่คือการรักษาหลัก เลเซอร์เป็นตัวเสริม
  · ควรเทียบราคาทั้งคอร์ส ไม่ใช่ราคาต่อครั้ง เพราะจำนวนครั้งไม่เท่ากัน

ราคาเลเซอร์ฝ้าและจุดด่างดำของแต่ละคลินิกต่างกัน เพราะสิ่งที่อยู่ในใบเสนอราคาไม่ใช่ของอย่างเดียวกันค่ะ คลินิกหนึ่งอาจกำลังเสนอเลเซอร์โทนนิ่งพลังงานต่ำหลายครั้ง อีกคลินิกอาจกำลังเสนอ Pico Laser เพียงไม่กี่ครั้ง ทั้งสองแบบไม่ผิด แต่คนละแผนกัน และคนละราคารวมกัน

สิ่งที่กำหนดว่าคุณควรได้แผนไหน ไม่ใช่ชื่อเครื่องที่ดูทันสมัยที่สุด แต่คือชนิดและความลึกของเม็ดสีบนหน้าคุณ บทความนี้จะไล่ให้ดูทีละข้อว่าอะไรทำให้ตัวเลขต่างกัน และควรถามอะไรก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้ผลลัพธ์และจำนวนครั้งที่เหมาะสมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ

1. ราคาที่ต่างกัน เริ่มจากการวินิจฉัยที่ต่างกัน

ภาพแสดงความแตกต่างของฝ้า กระ และจุดด่างดำในแต่ละชั้นผิว

ก่อนจะเทียบตัวเลข ต้องรู้ก่อนว่ากำลังรักษาเม็ดสีชนิดไหน เพราะฝ้า กระ และจุดด่างดำจากวัยไม่ใช่เม็ดสีชนิดเดียวกัน แม้จะเป็นสีน้ำตาลเหมือนกันก็ตาม

  • กระ (Freckles) — จุดสีน้ำตาลขนาดเล็ก ขอบเขตชัดเจน มักมีมาตั้งแต่วัยเด็ก และพบมากบริเวณที่โดนแดดบ่อย
  • ฝ้า (Melasma) — กระจายสมมาตรทั้งสองข้างบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก และเหนือริมฝีปาก มักมีฮอร์โมนและแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นร่วมกัน
  • จุดด่างดำจากวัย (Solar Lentigo) — จุดสีน้ำตาลเข้มที่ปรากฏชัดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น จากการสะสมของแสงแดดเป็นเวลานาน

ที่สำคัญกว่านั้นคือ เม็ดสีแต่ละชนิดอยู่ในความลึกของผิวที่ต่างกัน บางชนิดอยู่ที่ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ซึ่งเป็นชั้นตื้น บางชนิดอยู่ลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และการบอกด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียวว่าตื้นหรือลึกนั้นทำได้ยากค่ะ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงมักใช้การตรวจด้วยเครื่อง Wood's Lamp ร่วมกับการวินิจฉัยทางคลินิกเพื่อประเมินความลึกของเม็ดสี ใบเสนอราคาที่ระบุชื่อเครื่องแต่ไม่ได้ระบุว่าเม็ดสีของคุณเป็นชนิดไหน จึงเป็นการตั้งราคาให้เครื่อง ไม่ใช่ตั้งราคาให้ผิวของคุณ

2. โปรแกรมไหน กี่ครั้ง — ตัวเลขที่ทำให้ราคาต่างกันจริง ๆ

สามโปรแกรมที่มักถูกเสนอมีกลไกและจำนวนครั้งไม่เท่ากัน ตรงนี้เองที่ทำให้ราคารวมห่างกันได้มาก ทั้งที่ฟังดูเหมือนเป็น "การทำเลเซอร์" เหมือนกันค่ะ

โปรแกรมกลไกการทำงานเม็ดสีที่เหมาะสมจำนวนครั้งโดยประมาณ
เลเซอร์โทนนิ่งใช้พลังงานต่ำยิงหลายพัลส์เพื่อกระจายเม็ดสีทีละน้อยฝ้าและเม็ดสีที่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำประมาณ 5-10 ครั้ง
Pico Laserใช้พัลส์ระยะสั้นสลายเม็ดสีเมลานินให้ละเอียดขึ้นกระเข้มและจุดด่างดำจากวัยประมาณ 1-3 ครั้ง
IPLใช้แสงพลังงานช่วงกว้างดูแลเม็ดสีตื้นและรอยแดงไปพร้อมกันเม็ดสีตื้นที่มักมีรอยแดงร่วมด้วยประมาณ 3-5 ครั้ง

ลองอ่านตารางนี้เป็นหน้าที่ของแต่ละโปรแกรม เลเซอร์โทนนิ่งทำหน้าที่ค่อย ๆ กระจายเม็ดสีอย่างต่อเนื่อง Pico Laser ทำหน้าที่สลายเม็ดสีที่ชัดและเข้ม ส่วน IPL ทำหน้าที่ดูแลเม็ดสีตื้นพร้อมรอยแดงในคราวเดียว เมื่อหน้าที่ต่างกัน จำนวนครั้งจึงต่างกัน และราคารวมก็ต่างกันตามค่ะ

ดังนั้นการเทียบ "ราคาต่อครั้ง" ระหว่างสองคลินิกจึงมักให้ภาพที่ผิด ถ้าที่หนึ่งวางแผนไว้ 8 ครั้งและอีกที่วางไว้ 2 ครั้ง ตัวเลขต่อครั้งที่ถูกกว่าอาจกลายเป็นราคารวมที่สูงกว่าได้ สิ่งที่ควรเทียบคือราคาทั้งคอร์สและระยะเวลาที่ต้องมาค่ะ

ภาพเปรียบเทียบกลไกของเลเซอร์โทนนิ่ง Pico Laser และ IPL

3. ฝ้าไม่ได้จบที่เลเซอร์ — ส่วนที่มักไม่อยู่ในใบเสนอราคา

สำหรับฝ้าโดยเฉพาะ มีเรื่องที่ควรทราบก่อนจ่ายเงินค่ะ การทายากันแดดและยาทาเฉพาะที่ถือเป็นการรักษาหลัก ส่วนเลเซอร์มีบทบาทเป็นตัวเสริม ไม่ใช่กลับกัน หากไม่ป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ เม็ดสีมีโอกาสกลับมาเข้มขึ้นอีกครั้ง

ฝ้ายังมักมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมในครอบครัวไม่น้อย และมีแนวโน้มเป็นภาวะเรื้อรังที่ต้องดูแลต่อเนื่อง มากกว่าจะจบลงด้วยการรักษาเพียงครั้งเดียว แผนที่สมเหตุสมผลจึงควรพูดถึงการดูแลระยะยาว ไม่ใช่แค่จำนวนครั้งที่จะยิงเลเซอร์

เวลาดูใบเสนอราคา ลองมองหาว่ามีสิ่งเหล่านี้อยู่ด้วยหรือไม่ค่ะ

  • การประเมินและวินิจฉัยชนิดของเม็ดสีก่อนเริ่ม รวมอยู่ในราคาหรือคิดแยก
  • การนัดติดตามผลระหว่างคอร์ส เพื่อดูว่าควรปรับแผนหรือไม่
  • คำแนะนำเรื่องยาทาเฉพาะที่และการกันแดด ซึ่งเป็นส่วนหลักของการดูแลฝ้า
  • แผนดูแลต่อเนื่องหลังจบคอร์ส หากเม็ดสีมีแนวโน้มกลับมา

ราคาที่ดูถูกกว่าในตอนแรก แต่ไม่ได้รวมการประเมินและการติดตามผล มักกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นภายหลัง เพราะแผนที่ไม่ได้ปรับตามการตอบสนองของผิวมักต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่าที่จำเป็นค่ะ

4. ก่อนจ่าย ควรถามว่าคุณเหมาะกับโปรแกรมนี้จริงไหม

ข้อสุดท้ายที่ทำให้ราคาต่างกันคือ คลินิกได้ประเมินหรือยังว่าคุณเหมาะกับโปรแกรมที่เสนอมา กลุ่มที่มักตอบสนองดีกับการรักษาด้วยเลเซอร์ ได้แก่ ผู้ที่มีจุดด่างดำหรือกระที่มีขอบเขตชัดเจน ผู้ที่แพทย์วินิจฉัยแล้วว่าฝ้าอยู่ในชั้นตื้นถึงปานกลาง และผู้ที่ต้องการดูแลผิวหมองคล้ำร่วมกับรอยแดงเล็กน้อย

ในทางกลับกัน กลุ่มต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเสมอค่ะ

  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงมากในช่วงนี้ ทำให้คาดการณ์ผลลัพธ์ได้ยาก
  • ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นคีลอยด์หรือผิวอักเสบง่าย
  • ผู้ที่เพิ่งผ่านการทำทรีตเมนต์ผิวที่รุนแรง เช่น การลอกผิวเข้มข้น ในช่วงเวลาใกล้กัน

เรื่องระยะพักฟื้นก็ควรถามให้ชัดตั้งแต่ต้น ก่อนทำประมาณ 1 สัปดาห์ ควรงดการทำแทนนิ่งผิว การผลัดเซลล์ผิวแรง หรือการใช้ผลิตภัณฑ์กรดความเข้มข้นสูง เพราะหากผิวไวต่อการระคายเคืองแล้วเข้ารับเลเซอร์ อาจทำให้ระยะเวลาฟื้นตัวยาวนานขึ้น

นอกจากนี้ อาจมีภาวะเม็ดสีเข้มขึ้นชั่วคราวหลังทำ หรือที่เรียกว่าภาวะเม็ดสีหลังการอักเสบ (PIH) ซึ่งพบได้บ่อยในผิวเอเชียและมักจางลงได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน แต่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรกลับไปปรึกษาคลินิกที่ทำค่ะ

ภาพแสดงการดูแลผิวหลังทำเลเซอร์เพื่อป้องกันเม็ดสีกลับมา

ที่ Beautystone ย่านฮับจอง เราคิดใบเสนอราคาอย่างไร

ดร.คิม กาอึล จะบันทึกสภาพผิวและชนิดของเม็ดสีก่อน แล้วจึงเลือกโปรแกรม ไม่ใช่เริ่มจากเครื่องแล้วค่อยหาเหตุผลมาประกอบ เมื่อรู้ว่าเม็ดสีอยู่ตื้นหรือลึก จำนวนครั้งที่ต้องใช้ก็ประเมินได้ตามจริง และตัวเลขในใบเสนอราคาก็อธิบายได้ทีละบรรทัด

หากกำลังเทียบหลายคลินิก ลองถามคำถามชุดนี้กับทุกที่ แล้วดูว่าคำตอบพูดถึงผิวของคุณหรือพูดถึงเครื่องของเขาค่ะ

  • เม็ดสีของฉันเป็นชนิดไหน และประเมินจากอะไร
  • ราคานี้คิดจากกี่ครั้ง และคาดว่าจะใช้เวลาทั้งหมดกี่เดือน
  • มีการนัดประเมินระหว่างคอร์สหรือไม่ ถ้าผิวตอบสนองต่างจากที่คาดไว้จะปรับแผนอย่างไร
  • หลังจบคอร์สแล้ว การดูแลต่อเนื่องมีอะไรบ้าง และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่

การแบ่งเม็ดสีเป็นชนิดตื้นและชนิดลึกเป็นเพียงกรอบสำหรับวางแผนการรักษา ไม่ใช่ข้อสรุปที่ตัดสินได้จากภายนอกเพียงอย่างเดียว ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นบนหน้าคือฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ ทักมาปรึกษาก่อนตัดสินใจได้เลยนะคะ Beautystone เป็นคลินิกผิวหนังย่านฮับจอง และเราให้คำปรึกษาผ่าน LINE ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

ราคาต่อครั้งถูกกว่า แปลว่าคุ้มกว่าไหม

ไม่เสมอไปค่ะ เพราะแต่ละโปรแกรมใช้จำนวนครั้งไม่เท่ากัน เลเซอร์โทนนิ่งมักอยู่ที่ประมาณ 5-10 ครั้ง ขณะที่ Pico Laser อาจอยู่ที่ประมาณ 1-3 ครั้ง ราคาต่อครั้งที่ถูกกว่าจึงอาจกลายเป็นราคารวมที่สูงกว่าได้ ควรเทียบราคาทั้งคอร์สและระยะเวลาที่ต้องมาแทน

ทำไมบางที่เสนอเลเซอร์โทนนิ่งหลายครั้ง แต่บางที่เสนอ Pico ไม่กี่ครั้ง

เพราะทั้งสองโปรแกรมเหมาะกับเม็ดสีคนละแบบค่ะ เลเซอร์โทนนิ่งใช้พลังงานต่ำค่อย ๆ กระจายเม็ดสี จึงมักใช้กับฝ้าและเม็ดสีที่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ส่วน Pico Laser ใช้พัลส์ระยะสั้นสลายเม็ดสีให้ละเอียดขึ้น จึงมักใช้กับกระเข้มและจุดด่างดำจากวัย ข้อเสนอที่ต่างกันอาจแปลว่าประเมินชนิดเม็ดสีไว้ต่างกัน

ถ้าเม็ดสีกลับมาเข้มอีก ต้องเริ่มจ่ายใหม่ทั้งหมดไหม

ควรถามคลินิกไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มค่ะ โดยเฉพาะฝ้าซึ่งมีแนวโน้มเป็นภาวะเรื้อรังที่ต้องดูแลต่อเนื่อง หากไม่ป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ เม็ดสีมีโอกาสกลับมาเข้มขึ้นอีกครั้ง สำหรับฝ้า ยากันแดดและยาทาเฉพาะที่ถือเป็นการรักษาหลัก ส่วนเลเซอร์เป็นตัวเสริม แผนดูแลระยะยาวจึงควรอยู่ในบทสนทนาเรื่องราคาด้วย

จำเป็นต้องตรวจด้วย Wood's Lamp ก่อนไหม

การบอกด้วยตาเปล่าว่าเม็ดสีอยู่ตื้นหรือลึกนั้นทำได้ยาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงมักใช้การตรวจด้วยเครื่อง Wood's Lamp ร่วมกับการวินิจฉัยทางคลินิกเพื่อประเมินความลึก อย่างไรก็ตาม การแบ่งเป็นชนิดตื้นและลึกเป็นกรอบสำหรับวางแผน ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย และแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ

บทความแนะนำ

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?ผิวหนัง

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?

หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นทีละครั้งด้วย Fractional CO2 ไม่ใช่เต็มในครั้งเดียว อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องจำนวนครั้ง รอยคล้ำหลังทำ และการเลือกวิธีรักษา

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

เปรียบเทียบใบเสนอราคา Fraxel ยังไงให้ถูกต้อง?ผิวหนัง

ขอใบเสนอราคา Fraxel จากหลายคลินิก เปรียบเทียบยังไงให้ไม่ถูกหลอก?

เมื่อขอใบเสนอราคา Fraxel จากหลายคลินิก ตัวเลขที่ต่างกันนั้นไม่ได้บอกว่าคลินิกไหนถูกหรือแพงกว่า แต่บอกว่าแต่ละที่เสนออะไรให้คุณบ้าง การอ่านใบเสนอราคาให้เป็นคือกุญแจสำคัญก่อนตัดสินใจค่ะ

บทความล่าสุด

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?ผิวหนัง

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?

หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นทีละครั้งด้วย Fractional CO2 ไม่ใช่เต็มในครั้งเดียว อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องจำนวนครั้ง รอยคล้ำหลังทำ และการเลือกวิธีรักษา

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors