FX กับ Forma ของ InMode ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกก่อนตัดสินใจทำ
InMode มีหลายโหมดในเครื่องเดียว โดย FX และ Forma ทำงานที่ระดับความลึกของผิวต่างกัน บทความนี้พาไปดูความแตกต่างและวิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง

เคยได้ยินคำว่า FX และ Forma ในโปรแกรม InMode แล้วสงสัยไหมคะว่าทั้งสองโหมดนี้ต่างกันอย่างไร?
InMode เป็นเครื่องพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ที่มีหลายหัวจ่ายหรือหลายโหมดอยู่ในเครื่องเดียวกัน แต่ละโหมดถูกออกแบบมาให้ทำงานที่ระดับความลึกของผิวไม่เหมือนกัน จึงทำให้ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันไปด้วย
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างระหว่างโหมด FX และ Forma พร้อมแนะนำแนวทางการเลือกโหมดที่เหมาะกับคุณค่ะ
InMode คืออะไร? ทำไมต้องมีหลายโหมด
มาทำความรู้จักกับ InMode และเหตุผลที่เครื่องนี้มีหลายโหมดในเครื่องเดียวกันก่อนค่ะ
InMode เป็นเครื่องพลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency: RF) ที่ใช้ในวงการความงาม จุดเด่นคือเครื่องเดียวสามารถติดตั้งหัวจ่ายพลังงานได้หลายแบบ หรือที่เรียกกันว่า 'โหมด' ซึ่งแต่ละโหมดถูกออกแบบมาให้ส่งพลังงานไปยังความลึกของผิวที่แตกต่างกัน
ดังนั้นคำว่า 'InMode' เพียงอย่างเดียวจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นการรักษาแบบไหน ต้องดูชื่อโหมด เช่น FX หรือ Forma ประกอบด้วยจึงจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น หัวใจสำคัญของความแตกต่างคือระดับความลึกที่พลังงานถูกส่งไป ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่คาดหวังได้แตกต่างกันไปด้วย
โหมด Forma ทำงานอย่างไร
มาดูกันว่าโหมด Forma ทำงานที่ชั้นผิวไหน และช่วยเรื่องอะไรได้บ้างค่ะ
Forma เป็นโหมดที่ส่งพลังงานไปยังชั้นหนังแท้ (Dermis) ระดับตื้น โดยให้ความร้อนคงที่ในระดับอุณหภูมิที่กำหนดไว้ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน วิธีการทำงานจะเป็นการเลื่อนหัวจ่ายไปมาบนผิวหน้าเพื่อรักษาอุณหภูมิเป้าหมายให้คงที่ตลอดการรักษา จึงมักถูกเลือกใช้เมื่อโจทย์หลักคือเนื้อผิวและความกระชับของผิวชั้นบน
ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง โดยทั่วไปมักต้องทำหลายครั้งจึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น และมักมีความรู้สึกเจ็บน้อยเมื่อเทียบกับโหมดที่ลงลึกกว่า จึงเหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ
งานวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับเครื่อง RF แบบ bipolar สำหรับใบหน้า รายงานว่า RF ชนิดควบคุมอุณหภูมิแบบนี้สามารถถึงอุณหภูมิเป้าหมายได้ภายใน 1-2 นาทีและส่งความร้อนได้สม่ำเสมอ โดยพบว่าคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินในชั้นหนังแท้ตื้นเพิ่มขึ้น อีกทั้งความรู้สึกเจ็บปวดยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำอีกด้วย

โหมด FX ทำงานอย่างไร
ต่อมาคือโหมด FX ซึ่งทำงานลึกกว่า Forma ค่ะ
FX เป็นโหมดที่ส่งพลังงานลงลึกกว่า Forma โดยพลังงานความร้อนจะถูกส่งไปถึงชั้นหนังแท้ลึกและใกล้กับชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ทำให้น้ำหนักของการรักษาเทไปทางการกระชับโครงหน้าที่เริ่มหย่อนคล้อยมากกว่า
หากมองเป็นภาพตัดขวางจะเห็นความแตกต่างชัดเจนขึ้น ชั้นตื้นที่ถูกความร้อนจาก Forma กับชั้นลึกที่ FX เข้าถึงได้นั้นเป็นคนละระดับกัน ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับการทำงานของ RF ตามระดับความลึกอธิบายว่า RF ที่ลงลึกจะส่งความร้อนไปยังโครงสร้างเชื่อมต่อระหว่างชั้นไขมันใต้ผิวหนังกับชั้นหนังแท้ลึก ซึ่งอาจช่วยยกกระชับส่วนที่หย่อนคล้อยได้ ดังนั้นโหมดตื้นและโหมดลึกจึงมุ่งเป้าไปที่คนละชั้นผิวนั่นเอง

FX กับ Forma ต่างกันอย่างไร
สรุปความแตกต่างหลักไว้ในตารางด้านล่างนี้ค่ะ
| หัวข้อ | Forma | FX |
|---|---|---|
| ระดับความลึกที่ทำงาน | ชั้นหนังแท้ตื้น | ชั้นหนังแท้ลึกถึงใกล้ชั้นไขมันใต้ผิว |
| จุดเน้นหลัก | เนื้อผิวและคอลลาเจน | โครงหน้าที่หย่อนคล้อย |
| เหมาะกับใคร | ผิวหยาบกร้าน ขาดความกระชับ | โครงหน้าเริ่มหย่อนคล้อย |
| ความรู้สึกขณะทำ | มักรู้สึกเจ็บน้อยกว่า | อาจรู้สึกแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ทำ |
จะเห็นได้ว่าทั้งสองโหมดไม่ได้แข่งกันว่าใครดีกว่ากัน แต่เป็นการเลือกให้เหมาะกับโจทย์ผิวที่ต่างกัน
เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร
โหมดที่เหมาะกับแต่ละคนขึ้นอยู่กับโจทย์ผิวที่ต้องการแก้ไข ลองเช็กจากรายการด้านล่างนี้ค่ะ
- หากกังวลเรื่องเนื้อผิวหยาบกร้านและความกระชับของผิวชั้นบน โหมด Forma มักเหมาะกว่า
- หากกังวลเรื่องโครงหน้าหย่อนคล้อยหรือเส้นขอบหน้าไม่คมชัด โหมด FX มักเหมาะกว่า
- หากมีทั้งสองโจทย์พร้อมกัน แพทย์อาจพิจารณาใช้ทั้งสองโหมดร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม มีบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงการรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ ได้แก่
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์โลหะฝังในบริเวณที่จะรักษา
- ผู้ที่มีแผลเปิดหรือการอักเสบของผิวบริเวณที่จะรักษา
ทั้งนี้ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินสภาพผิวและประวัติสุขภาพก่อนตัดสินใจทำหัตถการเสมอ
ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง
ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรรู้ก่อนและหลังทำหัตถการค่ะ
หลังทำหัตถการอาจมีรอยแดงหรือรู้สึกอุ่นบริเวณที่รักษา ซึ่งมักหายได้เองภายใน 2-3 ชั่วโมงถึง 1 วัน หากมีอาการผิดปกติหรือรอยแดงไม่หายภายในเวลาดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
เนื่องจากคอลลาเจนต้องใช้เวลาในการสร้างและจัดเรียงตัว ผลลัพธ์ที่แท้จริงจึงมักปรากฏชัดเจนขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังทำหัตถการ ไม่ใช่ทันทีหลังทำเสร็จ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองด้วยนะคะ

สรุป
FX และ Forma ไม่ใช่โหมดที่ต้องเลือกว่าอันไหนดีกว่ากัน แต่เป็นโหมดที่มุ่งเป้าไปที่คนละชั้นผิวและคนละโจทย์ ผู้ที่กังวลเรื่องเนื้อผิวและความกระชับชั้นบนมักเหมาะกับ Forma ส่วนผู้ที่กังวลเรื่องโครงหน้าหย่อนคล้อยมักเหมาะกับ FX
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ
หากคุณกำลังสงสัยว่าโหมดไหนเหมาะกับตัวเองมากกว่ากัน ทางคลินิก BeautyStone ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล เปิดให้ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. FX กับ Forma อันไหนดีกว่ากัน?
ไม่ได้มีอันไหนดีกว่ากันโดยรวม แต่เป็นโหมดที่มุ่งเป้าไปที่คนละชั้นผิว Forma เหมาะกับเนื้อผิวและความกระชับชั้นบน ส่วน FX เหมาะกับโครงหน้าที่เริ่มหย่อนคล้อย ควรเลือกตามโจทย์ผิวของแต่ละคนค่ะ
Q2. ต้องทำทั้งสองโหมดไหม?
ไม่จำเป็นต้องทำทั้งสองโหมดเสมอไป หากมีทั้งปัญหาเนื้อผิวและโครงหน้าหย่อนคล้อยพร้อมกัน แพทย์อาจพิจารณาใช้ทั้งสองโหมดร่วมกัน แต่หลายกรณีเลือกทำเพียงโหมดเดียวก็เพียงพอ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ
Q3. เห็นผลตอนไหน?
เนื่องจากคอลลาเจนต้องใช้เวลาในการสร้างตัว ผลลัพธ์มักเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังทำหัตถการ ไม่ใช่ทันทีหลังทำเสร็จ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ
Q4. ทำแล้วกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เลยไหม?
หลังทำหัตถการส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีรอยแดงหรือรู้สึกอุ่นเล็กน้อยซึ่งมักหายได้เองในเวลาไม่นาน ทั้งนี้มีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หลังทำหัตถการ









