"คุณหมอครับ ระหว่างฟิลเลอร์สะโพกกับสคัลพทรา อันไหนดีกว่ากัน?" — คำถามที่ได้รับทุกวัน
ฟิลเลอร์สะโพกสร้างโครง สคัลพทราสร้างความเป็นธรรมชาติ — เหตุผลที่ต้องใช้ทั้งคู่


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
"คุณหมอครับ ระหว่างฟิลเลอร์สะโพกกับสคัลพทรา อันไหนดีกว่ากัน?" — คำถามที่ได้รับทุกวัน
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับ
นี่ไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ
บทความนี้จะอธิบายเหตุผลให้ฟังอย่างละเอียดครับ
ฟิลเลอร์สะโพกกับสคัลพทรา ดูคล้ายกัน แต่บทบาทต่างกันครับ
ฟิลเลอร์สะโพกโดยทั่วไปใช้ผลิตภัณฑ์ HA (ไฮยาลูโรนิก แอซิด) หรือผลิตภัณฑ์ความหนืดสูง
ฉีดเติมโดยตรงในบริเวณที่ยุบตัวลงครับ
จุดเด่นคือเห็นผลทันทีหลังฉีดครับ
สคัลพทราแตกต่างออกไปครับ
ใช้ส่วนผสมที่เรียกว่า กรดโพลีแลคติก (PLLA)
เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเองครับ
ดังนั้นต่างจากฟิลเลอร์ สคัลพทราจะ
ไม่เห็นผลชัดเจนทันทีหลังทำครับ
วอลุ่มจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายสัปดาห์ครับ
ทำไมฟิลเลอร์สะโพกอย่างเดียวถึงดูไม่เป็นธรรมชาติ
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
ฟิลเลอร์สะโพก vs สคัลพทรา — ทำไมต้องใช้ฟิลเลอร์สร้างโครงและสคัลพทราสร้างความเป็นธรรมชาติ
ขอเล่าเรื่องคนไข้อายุปลาย 30 ที่มาเมื่อเดือนที่แล้วครับ
เคยฉีดฟิลเลอร์สะโพกที่อื่นมาประมาณ 60cc
แล้วบอกว่า "รู้สึกเหมือนมีอะไรวางทับอยู่ตอนนั่ง" ครับ
พอดูแล้ววอลุ่มขึ้นมาชัดเจนครับ
แต่เพราะพยายามสร้างโครงด้วยฟิลเลอร์อย่างเดียว
ก็เลยยังมีความรู้สึกเป็นก้อนอยู่ครับ
ตรงนี้มันค่อนข้างละเอียดอ่อนครับ
สำหรับบริเวณที่ต้องการวอลุ่มมากอย่างสะโพก
การแค่เติมเต็มบริเวณที่ยุบลงอย่างเดียวไม่เพียงพอครับ
ความยืดหยุ่นและความหนาของผิวหนังเองต้องเพิ่มขึ้นด้วย
ถึงจะได้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติเวลากดครับ
ผมเลยมักทำแบบนี้ครับ
วอลุ่มที่เป็นโครงหลัก (บริเวณเหนือกระดูกก้นกบ ด้านข้างที่ยุบ) ใช้ฟิลเลอร์สร้างก่อน
แล้วใช้สคัลพทราเสริมความยืดหยุ่นและความหนาโดยรวมครับ
สัดส่วนคร่าวๆ ประมาณฟิลเลอร์ 3 : สคัลพทรา 7 ครับ
สคัลพทราโดยทั่วไปทำ 2–3 ครั้ง ห่างกัน 4–6 สัปดาห์ครับ
เพราะถ้าใส่มากในครั้งเดียว ความเสี่ยงเกิดก้อนนูน (nodule) จะสูงขึ้นครับ
แต่แลกมาด้วยระยะเวลาคงอยู่ที่ยาวนานครับ
ฟิลเลอร์อยู่ได้ประมาณ 8–18 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณและผลิตภัณฑ์
สคัลพทราเป็นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาจริงๆ
จึงมักอยู่ได้มากกว่า 2 ปีครับ
ฟิลเลอร์สะโพกคือการกำหนด "รูปทรง"
สคัลพทราคือการสร้าง "สัมผัส"
ถ้าพยายามจบด้วยอย่างใดอย่างหนึ่ง มักจะดูไม่เป็นธรรมชาติครับ
ฟิลเลอร์สร้างโครง สคัลพทราตกแต่งสุดท้าย
นี่คือสูตรที่ผมสรุปได้จากหลายร้อยเคสครับ
ใครเหมาะกับฟิลเลอร์สะโพก vs ใครเหมาะกับสคัลพทรา
แต่ละเคสต่างกันครับ แต่โดยทั่วไปผมแบ่งแบบนี้ครับ
ผู้ที่บริเวณเหนือกระดูกก้นกบยุบลงมาก
หรือด้านข้างเว้าชัดเจน ควรทำฟิลเลอร์ก่อนครับ
เพราะต้องเปลี่ยนรูปทรงเลยครับ
ส่วนผู้ที่สะโพกหย่อนโดยรวม
ไม่มีความยืดหยุ่น และขอบเขตระหว่างสะโพกกับต้นขาไม่ชัดเจน
กรณีนี้ สคัลพทราอย่างเดียวก็ให้ความพึงพอใจสูงพอสมควรครับ
แต่ก็ไม่ได้ดีในทุกกรณีนะครับ
สคัลพทราต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผล
จึงไม่ค่อยแนะนำสำหรับผู้ที่มีงานสำคัญใกล้ๆ (งานแต่งงาน, วันหยุดพักผ่อน) ครับ
ควรมีเวลาว่างอย่างน้อย 3 เดือนครับ
คำถามที่มักถามก่อนทำหัตถการ
Q1. ถ้าทำผสมกัน ค่าใช้จ่ายเป็นสองเท่าไหมครับ?
ตอบ: แล้วแต่เคสครับ
แต่เมื่อเทียบกับการใช้ฟิลเลอร์อย่างเดียวในปริมาณมาก
ปริมาณรวมมักลดลง ทำให้ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกัน
หรือมากกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ
สมมติว่าจะใช้ฟิลเลอร์ 80cc
แบ่งเป็น 30cc + สคัลพทรา 2 ครั้ง
ผลลัพธ์จะเป็นธรรมชาติกว่าและอยู่ได้นานกว่าครับ
Q2. ถ้าน้ำหนักลด ผลที่ได้จะหายไปด้วยไหมครับ?
ตอบ: ฟิลเลอร์เป็นการเติมวอลุ่มโดยตรง
จึงไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักมากนักครับ
สคัลพทราเป็นการสร้างคอลลาเจนของตัวเอง
ถ้าน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว อาจรู้สึกว่าลดลงตามด้วยครับ
แต่ความยืดหยุ่นของผิวหนังเองยังคงอยู่ครับ
Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงอย่างก้อนนูนหรือการจับตัวเป็นก้อนครับ
ตอบ: พูดตรงๆ นะครับ
ก้อนนูนของสคัลพทราขึ้นอยู่กับความเข้มข้นในการเจือจางและความลึกในการฉีดครับ
ถ้าเจือจางไม่ถูกต้องและฉีดตื้นเกินไป
อาจคลำเจอก้อนเล็กๆ ได้ครับ
สำหรับสะโพก ต้องฉีดในชั้นที่ลึกเพียงพอ (ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง)
และนวด 5 นาทีต่อวัน เป็นเวลา 5 วันหลังทำ
ก็มักจะดีขึ้นในกรณีส่วนใหญ่ครับ
ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับฟิลเลอร์หรือสคัลพทรา ส่งรูปมาทางแชทได้เลยครับ นี่คือหมอวียองจินครับ






