"คุณหมอครับ ระหว่างฟิลเลอร์สะโพกกับสคัลพทรา อันไหนดีกว่ากัน?" — คำถามที่ได้รับทุกวัน
บอดี้

"คุณหมอครับ ระหว่างฟิลเลอร์สะโพกกับสคัลพทรา อันไหนดีกว่ากัน?" — คำถามที่ได้รับทุกวัน

ฟิลเลอร์สะโพกสร้างโครง สคัลพทราสร้างความเป็นธรรมชาติ — เหตุผลที่ต้องใช้ทั้งคู่

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
1นาที

"คุณหมอครับ ระหว่างฟิลเลอร์สะโพกกับสคัลพทรา อันไหนดีกว่ากัน?" — คำถามที่ได้รับทุกวัน

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับ

นี่ไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ

บทความนี้จะอธิบายเหตุผลให้ฟังอย่างละเอียดครับ

เปรียบเทียบฟิลเลอร์สะโพกและสคัลพทรา



ฟิลเลอร์สะโพกกับสคัลพทรา ดูคล้ายกัน แต่บทบาทต่างกันครับ

ฟิลเลอร์สะโพกโดยทั่วไปใช้ผลิตภัณฑ์ HA (ไฮยาลูโรนิก แอซิด) หรือผลิตภัณฑ์ความหนืดสูง

ฉีดเติมโดยตรงในบริเวณที่ยุบตัวลงครับ

จุดเด่นคือเห็นผลทันทีหลังฉีดครับ

สคัลพทราแตกต่างออกไปครับ

ใช้ส่วนผสมที่เรียกว่า กรดโพลีแลคติก (PLLA)

เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเองครับ

ดังนั้นต่างจากฟิลเลอร์ สคัลพทราจะ

ไม่เห็นผลชัดเจนทันทีหลังทำครับ

วอลุ่มจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายสัปดาห์ครับ





ทำไมฟิลเลอร์สะโพกอย่างเดียวถึงดูไม่เป็นธรรมชาติ

ประเด็นสำคัญของบทความนี้

ฟิลเลอร์สะโพก vs สคัลพทรา — ทำไมต้องใช้ฟิลเลอร์สร้างโครงและสคัลพทราสร้างความเป็นธรรมชาติ

ขอเล่าเรื่องคนไข้อายุปลาย 30 ที่มาเมื่อเดือนที่แล้วครับ

เคยฉีดฟิลเลอร์สะโพกที่อื่นมาประมาณ 60cc

แล้วบอกว่า "รู้สึกเหมือนมีอะไรวางทับอยู่ตอนนั่ง" ครับ

พอดูแล้ววอลุ่มขึ้นมาชัดเจนครับ

แต่เพราะพยายามสร้างโครงด้วยฟิลเลอร์อย่างเดียว

ก็เลยยังมีความรู้สึกเป็นก้อนอยู่ครับ

ตรงนี้มันค่อนข้างละเอียดอ่อนครับ

สำหรับบริเวณที่ต้องการวอลุ่มมากอย่างสะโพก

การแค่เติมเต็มบริเวณที่ยุบลงอย่างเดียวไม่เพียงพอครับ

ความยืดหยุ่นและความหนาของผิวหนังเองต้องเพิ่มขึ้นด้วย

ถึงจะได้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติเวลากดครับ

ผมเลยมักทำแบบนี้ครับ

วอลุ่มที่เป็นโครงหลัก (บริเวณเหนือกระดูกก้นกบ ด้านข้างที่ยุบ) ใช้ฟิลเลอร์สร้างก่อน

แล้วใช้สคัลพทราเสริมความยืดหยุ่นและความหนาโดยรวมครับ

สัดส่วนคร่าวๆ ประมาณฟิลเลอร์ 3 : สคัลพทรา 7 ครับ

ตำแหน่งฉีดฟิลเลอร์สะโพก

สคัลพทราโดยทั่วไปทำ 2–3 ครั้ง ห่างกัน 4–6 สัปดาห์ครับ

เพราะถ้าใส่มากในครั้งเดียว ความเสี่ยงเกิดก้อนนูน (nodule) จะสูงขึ้นครับ

แต่แลกมาด้วยระยะเวลาคงอยู่ที่ยาวนานครับ

ฟิลเลอร์อยู่ได้ประมาณ 8–18 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณและผลิตภัณฑ์

สคัลพทราเป็นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาจริงๆ

จึงมักอยู่ได้มากกว่า 2 ปีครับ

หลักการสร้างคอลลาเจนของสคัลพทรา
สรุปสำคัญจากหมอวียองจิน


ฟิลเลอร์สะโพกคือการกำหนด "รูปทรง"


สคัลพทราคือการสร้าง "สัมผัส"


ถ้าพยายามจบด้วยอย่างใดอย่างหนึ่ง มักจะดูไม่เป็นธรรมชาติครับ


ฟิลเลอร์สร้างโครง สคัลพทราตกแต่งสุดท้าย


นี่คือสูตรที่ผมสรุปได้จากหลายร้อยเคสครับ




ใครเหมาะกับฟิลเลอร์สะโพก vs ใครเหมาะกับสคัลพทรา

แต่ละเคสต่างกันครับ แต่โดยทั่วไปผมแบ่งแบบนี้ครับ

ผู้ที่บริเวณเหนือกระดูกก้นกบยุบลงมาก

หรือด้านข้างเว้าชัดเจน ควรทำฟิลเลอร์ก่อนครับ

เพราะต้องเปลี่ยนรูปทรงเลยครับ

ส่วนผู้ที่สะโพกหย่อนโดยรวม

ไม่มีความยืดหยุ่น และขอบเขตระหว่างสะโพกกับต้นขาไม่ชัดเจน

กรณีนี้ สคัลพทราอย่างเดียวก็ให้ความพึงพอใจสูงพอสมควรครับ

แต่ก็ไม่ได้ดีในทุกกรณีนะครับ

สคัลพทราต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผล

จึงไม่ค่อยแนะนำสำหรับผู้ที่มีงานสำคัญใกล้ๆ (งานแต่งงาน, วันหยุดพักผ่อน) ครับ

ควรมีเวลาว่างอย่างน้อย 3 เดือนครับ

การเลือกฟิลเลอร์สะโพกหรือสคัลพทราตามประเภท



คำถามที่มักถามก่อนทำหัตถการ

Q1. ถ้าทำผสมกัน ค่าใช้จ่ายเป็นสองเท่าไหมครับ?

ตอบ: แล้วแต่เคสครับ

แต่เมื่อเทียบกับการใช้ฟิลเลอร์อย่างเดียวในปริมาณมาก

ปริมาณรวมมักลดลง ทำให้ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกัน

หรือมากกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ

สมมติว่าจะใช้ฟิลเลอร์ 80cc

แบ่งเป็น 30cc + สคัลพทรา 2 ครั้ง

ผลลัพธ์จะเป็นธรรมชาติกว่าและอยู่ได้นานกว่าครับ

Q2. ถ้าน้ำหนักลด ผลที่ได้จะหายไปด้วยไหมครับ?

ตอบ: ฟิลเลอร์เป็นการเติมวอลุ่มโดยตรง

จึงไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักมากนักครับ

สคัลพทราเป็นการสร้างคอลลาเจนของตัวเอง

ถ้าน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว อาจรู้สึกว่าลดลงตามด้วยครับ

แต่ความยืดหยุ่นของผิวหนังเองยังคงอยู่ครับ

Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงอย่างก้อนนูนหรือการจับตัวเป็นก้อนครับ

ตอบ: พูดตรงๆ นะครับ

ก้อนนูนของสคัลพทราขึ้นอยู่กับความเข้มข้นในการเจือจางและความลึกในการฉีดครับ

ถ้าเจือจางไม่ถูกต้องและฉีดตื้นเกินไป

อาจคลำเจอก้อนเล็กๆ ได้ครับ

สำหรับสะโพก ต้องฉีดในชั้นที่ลึกเพียงพอ (ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง)

และนวด 5 นาทีต่อวัน เป็นเวลา 5 วันหลังทำ

ก็มักจะดีขึ้นในกรณีส่วนใหญ่ครับ

ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับฟิลเลอร์หรือสคัลพทรา ส่งรูปมาทางแชทได้เลยครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

บทความแนะนำ

ภาพปกอธิบายปัญหาต้นแขนหย่อนคล้อยกับ Onda คลื่นไมโครเวฟบอดี้

ต้นแขนหย่อนคล้อย Onda จัดการไขมันและความกระชับได้ไหม?

รวมข้อควรรู้เรื่องต้นแขนด้านในและด้านหลังที่หย่อนคล้อย ว่า Onda ซึ่งเป็นคลื่นไมโครเวฟเข้ามาช่วยดูแลทั้งไขมันและความกระชับได้อย่างไร และควรพิจารณาจุดไหนก่อนตัดสินใจ

ภาพหน้าปกอธิบายความเกี่ยวข้องระหว่างออนดากับเซลลูไลท์บอดี้

ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร

ออนดา (คลื่นไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เป็นเส้นใยอย่างไร มาดูความเกี่ยวข้องกับการดูแลเซลลูไลท์กันค่ะ

ภาพหน้าปกอธิบายว่า Onda เหมาะกับใบหน้าหรือบอดี้บอดี้

Onda เหมาะกับหน้าหรือบอดี้? เจาะลึกความต่างและการเลือก

Onda ใช้เครื่องเดียวกันได้ทั้งใบหน้าและบอดี้ แต่เป้าหมายที่มุ่งเน้นต่างกัน หากปัญหาของคุณคือความกระชับ กับปัญหาเรื่องรูปร่างเฉพาะส่วน แนวทางการเลือกบริเวณก็จะต่างกันไป

บทความล่าสุด

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติในช่วงที่เครียดสะสมลิฟติ้ง

ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?

ช่วงที่เครียดหนัก ๆ แล้วรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติ จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวเสียความกระชับยังไง และ RF Lifting เข้ามาช่วยตรงไหน

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

ภาพปกอธิบาย Juvelook Volume สำหรับหน้าตอบหลังลดน้ำหนักผิวหนัง

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติมด้วย Juvelook Volume ได้ไหม

พอลดน้ำหนักสำเร็จ แต่แก้มและกลางใบหน้ากลับตอบจนดูโทรมกว่าเดิม Juvelook Volume ช่วยพยุงด้วยแนวคิดแบบไหน มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ค่ะ

คุณแม่หลังคลอดกำลังพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะกับการทำ Ultherapyลิฟติ้ง

หลังคลอดหน้าหย่อน ทำ Ultherapy ตอนให้นมได้ไหม?

หลังคลอดแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวดูไม่แน่นเท่าก่อน บทความนี้จะพาไปดูว่าช่วงให้นมทำ Ultherapy ได้ไหม และควรเริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors