ภาพปกอธิบายความเจ็บและยาชาของการฉีดฟิลเลอร์สะโพก
รูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม? ยาชาช่วยได้แค่ไหน

อยากฉีดฟิลเลอร์สะโพกแต่กลัวเจ็บ บทความนี้จะพาไปดูว่าความเจ็บมาจากไหน และยาชาช่วยลดความเจ็บได้แค่ไหนค่ะ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 18 สิงหาคม 2026
6นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหม พออยากฉีดฟิลเลอร์สะโพกทีไร ความกังวลเรื่องความเจ็บก็มักจะมาก่อนเรื่องผลลัพธ์เสมอ เพราะสะโพกเป็นบริเวณกว้าง แถมปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องฉีดก็มากกว่าฟิลเลอร์บนใบหน้าอยู่พอสมควร หลายคนเลยรู้สึกว่า "แล้วมันจะเจ็บกว่าไหม" ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เข้าใจได้จริง ๆ ค่ะ

จริง ๆ แล้ว ความเจ็บจากการฉีดฟิลเลอร์สะโพกขึ้นอยู่กับหลายอย่าง ทั้งวิธีการใช้ยาชา อุปกรณ์ที่ใช้ฉีด และเทคนิคของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พอเข้าใจว่าความเจ็บเกิดจากอะไร และยาชาช่วยตรงไหนบ้าง ความกังวลที่คลุมเครือก็จะเบาลงเยอะ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกทีละขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลกันค่ะ

ความเจ็บจากฟิลเลอร์สะโพกมาจากไหน?

พูดง่าย ๆ คือความเจ็บจากการฉีดฟิลเลอร์สะโพกมักเกิดขึ้นใน 3 จังหวะ จังหวะแรกคือตอนที่เข็มหรือ Cannula (แคนนูล่า) แทงผ่านผิวเข้าไป จะรู้สึกจี๊ด ๆ จังหวะที่สองคือความรู้สึกตื้อ ๆ ตอนที่ฟิลเลอร์กระจายเข้าไปในเนื้อเยื่อ และจังหวะสุดท้ายคืออาการปวดหน่วง ๆ ระหว่างที่แผลบวมและค่อย ๆ ฟื้นตัวหลังทำ

สะโพกเป็นบริเวณที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังค่อนข้างหนา และด้านล่างลึกลงไปก็มีกล้ามเนื้อมัดใหญ่กับเส้นประสาททอดผ่าน โดยทั่วไปแพทย์จะฉีดฟิลเลอร์ไว้บริเวณชั้นไขมันและเหนือชั้นพังผืด เพื่อหลีกเลี่ยงการไปกระตุ้นเส้นประสาทที่อยู่ลึก การกำหนดชั้นที่ฉีดให้แม่นยำจึงสำคัญทั้งเรื่องความเจ็บและความปลอดภัย

ภาพตัดขวางแสดงชั้นเนื้อเยื่อของสะโพกและตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์

ถ้าฉีดตื้นเกินไป ผิวก็อาจดูขรุขระไม่เรียบเนียน แต่ถ้าลึกเกินไปก็จะเข้าใกล้เส้นประสาทและหลอดเลือดมากขึ้น ทำให้ทั้งความเจ็บและความเสี่ยงสูงขึ้น เทคนิคการฉีดให้อยู่ในชั้นที่สม่ำเสมอจึงเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการความเจ็บ

ภาพแสดง 3 จังหวะที่เกิดความเจ็บจากการฉีดฟิลเลอร์สะโพก

ยาชามีกี่ขั้นตอน แต่ละแบบต่างกันยังไง?

โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์สะโพกจะใช้ยาชาแบบทาร่วมกับยาชาแบบฉีดเฉพาะที่ ขั้นแรกจะทายาชาบริเวณที่จะทำเพื่อให้ผิวชั้นบนรู้สึกชา รอประมาณ 30 นาที จากนั้นถ้าจำเป็นก็จะฉีดยาชาเฉพาะที่แบบตื้น ๆ เพิ่ม และถ้าใช้ฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของ Lidocaine (ลิโดเคน) อยู่ด้วย ก็จะช่วยให้รู้สึกชาต่อเนื่องระหว่างที่ฉีดเข้าไป

เพราะเป็นบริเวณกว้าง ขอบเขตของยาชาจึงกว้างกว่าการทำบนใบหน้า ลองดูตารางสรุปลักษณะของยาชาแต่ละขั้นด้านล่างนะคะ

ขั้นตอนยาชาวิธีการความรู้สึก
ยาชาแบบทาทาครีมแล้วรอช่วยลดอาการจี๊ดตอนเข็มเข้า
ยาชาเฉพาะที่ฉีดตื้น ๆตอนฉีดครั้งแรกจะจี๊ดเล็กน้อย
ฟิลเลอร์ผสมลิโดเคนชาไปพร้อมการฉีดช่วยลดความรู้สึกตื้อระหว่างฉีด

แค่ยาชาแบบทาอย่างเดียวก็ช่วยให้สบายขึ้นมากแล้ว แต่ถ้าเป็นบริเวณกว้างหรือคนที่ค่อนข้างไวต่อความเจ็บ ก็มักจะเสริมยาชาเฉพาะที่เข้าไปเพื่อลดความเจ็บลงอีกขั้น วิธีใช้ยาชาจะปรับให้เหมาะกับความไวต่อความเจ็บและปริมาณที่ฉีดในตอนปรึกษาค่ะ

ภาพแสดงขั้นตอนยาชาตั้งแต่แบบทาจนถึงแบบฉีดเฉพาะที่

Cannula กับเข็ม เจ็บต่างกันแค่ไหน?

อุปกรณ์ที่ใช้ฉีดก็มีผลกับความเจ็บมากเช่นกัน เข็มปลายแหลมจะแทงเนื้อเยื่อหลายครั้ง ในขณะที่ Cannula ปลายทู่จะแทงเข้าไปครั้งเดียวแล้วขยับเป็นรูปพัดเพื่อฉีดให้กระจายเป็นวงกว้าง จึงช่วยลดจำนวนครั้งที่แทงและลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ทำให้รอยช้ำและความเจ็บมักน้อยกว่า

หลังทำ พอยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ก็จะรู้สึกปวดหน่วง ๆ แต่โดยทั่วไปอาการมักดีขึ้นชัดเจนภายในราว 3 วัน และค่อย ๆ ทุเลาจนใช้ชีวิตได้ตามปกติภายในราว 1 สัปดาห์ ช่วงที่ยังบวมอยู่อาจรู้สึกไม่สบายเวลานั่ง ลองใช้หมอนโดนัทหรืออุปกรณ์ช่วยรองนั่ง ก็ช่วยให้ผ่านช่วงพักฟื้นได้สบายขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองค่ะ

ภาพเปรียบเทียบความเจ็บระหว่างการใช้ Cannula กับเข็ม

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้

ฟิลเลอร์สะโพกถือว่าเป็นหัตถการที่ดูแลได้ไม่ยากนัก แต่ก็อาจมีอาการบวม รอยช้ำ ความไม่สมมาตรของสองข้าง หรือรู้สึกเป็นก้อนเล็ก ๆ ได้ อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์ แต่หากมีอาการผิดปกติ ปวดมากขึ้น หรืออาการลากยาว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ในบางกรณีอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดซึ่งต้องระวังเป็นพิเศษ ดังนั้นหากมีอาการปวดรุนแรงหรือสีผิวเปลี่ยนไปจากเดิม ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที ใครที่กังวลเรื่องความเจ็บ แนะนำให้บอกคุณหมอตั้งแต่ตอนปรึกษา จะได้ปรับขอบเขตของยาชาให้เหมาะกับเราได้ง่ายขึ้น มีงานวิจัยรายงานว่าความเจ็บจากการฉีดฟิลเลอร์สามารถลดลงได้เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีลิโดเคนร่วมกับการใช้ยาชาที่เหมาะสม (รายงานเกี่ยวกับความเจ็บจากการฉีดฟิลเลอร์) ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันตามบริเวณและปริมาณที่ฉีด รายละเอียดควรสอบถามในวันที่เข้าปรึกษาค่ะ

สรุป

ความเจ็บจากการฉีดฟิลเลอร์สะโพกมักเกิดใน 3 จังหวะ คือตอนเข็มหรือ Cannula เข้าผิว ตอนฟิลเลอร์กระจายจนรู้สึกตื้อ และอาการปวดหน่วงหลังทำ แต่ด้วยการใช้ยาชาแบบทาร่วมกับแบบฉีดเฉพาะที่ ฟิลเลอร์ที่ผสมลิโดเคน และการใช้ Cannula ก็ช่วยให้ความเจ็บลดลงได้พอสมควร ไม่จำเป็นต้องกลัวเกินไปนะคะ

ทั้งนี้ความรู้สึกเจ็บและการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลว่า "ฉีดฟิลเลอร์สะโพกจะเจ็บไหม" ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ฉีดฟิลเลอร์สะโพกเจ็บกว่าฟิลเลอร์หน้าไหมคะ

อาจรู้สึกได้มากกว่าเพราะเป็นบริเวณกว้างและปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดมากกว่าค่ะ แต่ความเจ็บจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งวิธีใช้ยาชา อุปกรณ์ที่ใช้ และเทคนิคของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จึงไม่สามารถบอกได้ตายตัวว่าเจ็บกว่ากันแค่ไหน

Q2. ความเจ็บจากฟิลเลอร์สะโพกเกิดขึ้นตอนไหนบ้าง

โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นสามจังหวะค่ะ ตอนเข็มหรือ Cannula แทงผ่านผิวจะรู้สึกจี๊ด ๆ ตอนฟิลเลอร์กระจายเข้าเนื้อเยื่อจะรู้สึกตื้อ ๆ และหลังทำอาจมีอาการปวดหน่วง ๆ ระหว่างที่แผลบวมและฟื้นตัว

Q3. ยาชาช่วยลดความเจ็บได้แค่ไหน มีกี่แบบ

โดยทั่วไปจะใช้ยาชาแบบทาร่วมกับยาชาเฉพาะที่แบบฉีดค่ะ ยาชาแบบทาช่วยลดอาการจี๊ดตอนเข็มเข้า ส่วนยาชาเฉพาะที่ช่วยลดความรู้สึกเพิ่มเติม หากฟิลเลอร์มีส่วนผสมของลิโดเคนด้วยก็จะช่วยให้รู้สึกชาต่อเนื่องระหว่างฉีด

Q4. ใช้ Cannula ฉีดฟิลเลอร์สะโพกเจ็บน้อยกว่าใช้เข็มจริงไหม

โดยทั่วไป Cannula มีปลายทู่กว่าเข็ม จึงมักลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและรอยช้ำได้ในหลายกรณีค่ะ แต่ความเหมาะสมของอุปกรณ์แต่ละแบบขึ้นอยู่กับพื้นที่และเทคนิคของแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับคุณค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

ภาพประกอบ Onda Microwave ช่วยลดคางสองชั้นและกระชับผิวรูปหน้าและวอลุ่ม

Onda ลดคางสองชั้น กี่ครั้งถึงเห็นผล?

คางสองชั้นเกิดจากทั้งชั้นไขมันและผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย ทำให้การดูแลด้วยวิธีทั่วไปได้ผลช้า Onda Microwave เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากจัดการสองปัญหานี้ไปพร้อมกัน

บทความล่าสุด

InMode FX และการเติมไขมันใบหน้า — วางแผนอย่างไรให้ปลอดภัยลิฟติ้ง

ทำ InMode FX หลังเติมไขมันหน้า ไขมันที่ฉีดไปจะละลายหรือเปล่า?

หลังเติมไขมันใบหน้า หลายคนอยากทำ InMode FX เพิ่มความกระชับ แต่ยังลังเลว่าความร้อน RF จะทำให้ไขมันที่ฉีดไว้ละลายหรือเปล่า คำตอบขึ้นอยู่กับว่าไขมันนั้นยึดติดแล้วหรือยัง

Shurink Universe กับโบท็อกซ์คาง ลำดับและระยะห่างที่ปลอดภัยลิฟติ้ง

ทำ Shurink Universe กับโบท็อกซ์คางวันเดียวกันได้ไหม? สิ่งที่ต้องรู้

ทำ Shurink Universe กับโบท็อกซ์คางวันเดียวกันได้ไหม? คำตอบอยู่ที่ลำดับการทำและการกระจายตัวของสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ ที่ต้องพิจารณาร่วมกับความร้อนจาก HIFU

ผู้หญิงกังวลเรื่องผิวแดงหลังทำ Oligio X ก่อนวันงานสำคัญลิฟติ้ง

ทำ Oligio X ก่อนวันงาน หน้าจะแดงจนถ่ายรูปไม่สวยไหม?

อาการแดงและตึงหลังทำ Oligio X มักอยู่สั้นกว่าที่กังวล บทความนี้สรุปว่าผิวเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละช่วง และควรเผื่อเวลากี่วันก่อนวันถ่ายรูป

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหมลิฟติ้ง

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหม?

ลืมพักเรตินอล การผลัดเซลล์ผิว หรือการแวกซ์ก่อนทำ Potenza ไม่ได้แปลว่าต้องยกเลิกคิวเสมอไป มาดูกันว่าอะไรคือตัวชี้ขาดและคุณหมอจะประเมินอย่างไร

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors