"คุณหมอครับ ฉีดฟิลเลอร์ก้นกี่ครั้งถึงจะพอ?" — คำถามที่ได้รับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
คุณหมอจะอธิบายว่าการฉีดฟิลเลอร์ก้นกี่ครั้งจึงเหมาะสม พร้อมโปรโตคอลการใช้ร่วมกับสคัลพทรา


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
"คุณหมอครับ ฉีดฟิลเลอร์ก้นกี่ครั้งถึงจะพอ?" — คำถามที่ได้รับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว
มีคุณผู้หญิงอายุปลายสามสิบเดินเข้ามาในห้องตรวจครับ
บอกว่าตอนนั่งรู้สึกกระดูกก้นกบโผล่มาบาด
และรอยบุ๋มที่สะโพก (hip dip) ลึกขึ้นจนใส่กางเกงแล้วทรงไม่สวยเลย
"คุณหมอครับ ฉีดฟิลเลอร์ก้นแค่ครั้งเดียวก็พอใช่ไหมครับ?"
— คำถามนี้
ผมได้ยินอยู่สามสี่ครั้งต่อสัปดาห์เลยครับ
แต่ความจริงคือมันตอบแบบสั้นๆ ประโยคเดียวไม่ได้
กับดักของคำว่า "จบในครั้งเดียว" สำหรับฟิลเลอร์ก้น
ฟิลเลอร์ก้นคือการฉีด
ฟิลเลอร์ความหนืดสูงเข้าไปในบริเวณที่บุ๋ม
ไม่ว่าจะเป็น hip dip, กระดูกก้นกบ หรือส่วนที่ขาดวอลุ่ม
เพื่อปั้นทรงให้สวยงามครับ
แต่ต่างจากฟิลเลอร์หน้า ตรงที่บริเวณก้นนั้น
ต้องใช้ปริมาณการฉีดที่มากกว่าเยอะมากครับ
ข้างหนึ่งใช้ประมาณ 20–40 cc
สองข้างก็ต้องใช้อย่างน้อย 50 cc ขึ้นไป
ดังนั้นคำว่า "จบในครั้งเดียว" จึงใช้ได้เฉพาะกับคนที่ต้องการวอลุ่มน้อยมากเท่านั้น
ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่แบบนั้นครับ
ฉีดฟิลเลอร์ก้นกี่ครั้ง — ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ครับ
ประเด็นหลักของบทความนี้
ฉีดฟิลเลอร์ก้นกี่ครั้งถึงเหมาะสม คุณหมออธิบายโปรโตคอลการใช้ร่วมกับสคัลพทราอย่างละเอียด
ฟิลเลอร์ก้นคือ "การเติมวอลุ่ม"
ส่วนสคัลพทราคือ "การเสริมความแข็งแรงให้เนื้อเยื่อ"
ทั้งสองมีบทบาทต่างกัน
ดังนั้นการใช้ร่วมกันจึงเป็นทางลัดที่ช่วยลดจำนวนครั้งในการรักษาได้ครับ
ขอเล่าเคสที่ผมเจอเมื่อเดือนที่แล้วให้ฟังนะครับ
คุณผู้หญิงท่านหนึ่งเคยฉีดฟิลเลอร์ก้นมาสองครั้งจากที่อื่น
แต่มาหาผมเพราะบอกว่าทุกครั้งที่ฉีดเสร็จ ทรงจะยุบเร็วมาก
สาเหตุคืออะไรหรือครับ
เมื่อเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบริเวณก้นบางและหย่อนคล้อย
แล้วฉีดแต่ฟิลเลอร์เข้าไปเรื่อยๆ
ฟิลเลอร์จะไหลลงไปตามแรงโน้มถ่วงครับ
เหมือนการวางน้ำหนักไว้บนฐานที่ไม่มั่นคง
ผมจึงมักแบ่งโปรโตคอลแบบนี้ครับ
สคัลพทราก่อน 1 ครั้ง
รออีก 4–6 สัปดาห์แล้วจึงฉีดฟิลเลอร์ก้น 1 ครั้ง
และถ้าจำเป็นก็เสริมอีก 1 ครั้งหลังจากนั้น 3 เดือน
สคัลพทราประกอบด้วย PLLA (Poly-L-Lactic Acid)
ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ย่อยสลายได้ตามชีวภาพ
หลังฉีดจะค่อยๆ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเองจากภายใน
โดยปกติฉีด 2–3 ครั้ง ห่างกัน 4–6 สัปดาห์
เนื้อเยื่อจะแข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจนครับ
เมื่อวางฐานไว้ก่อนแบบนี้แล้ว
ฟิลเลอร์ที่ฉีดตามมาจะอยู่ได้นานขึ้นมากครับ
นั่นคือเหตุผลที่คนไข้หลายท่านที่เคยฉีดแต่ฟิลเลอร์จากที่อื่น
พอมาทำโปรโตคอลผสม 2–3 ครั้งกับเราแล้ว
บอกว่า "ตอนนี้ไม่บุ๋มแล้วสักที" ครับ
สำหรับคำถามว่าต้องฉีดฟิลเลอร์ก้นกี่ครั้ง
ผมมักตอบว่า "มาดูสภาพเนื้อเยื่อก่อนเลยครับ"
ถ้าต้องการวอลุ่มน้อย ครั้งเดียวก็จบได้
แต่ถ้ามีอาการหย่อนคล้อยร่วมด้วย ควรใช้สคัลพทราร่วม 2–3 ครั้ง
การตัดสินใจที่ถูกต้องตรงนี้ทำให้ระยะเวลาการคงอยู่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญครับ
ฉีดฟิลเลอร์ก้นกี่ครั้ง — แนะนำตามลักษณะแต่ละประเภท
ในห้องตรวจ ผมมักแบ่งออกเป็น
สามประเภทเพื่ออธิบายให้คนไข้เข้าใจครับ
แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าดีเสมอไปนะครับ
มีสิ่งหนึ่งที่ผมต้องบอกไว้ก่อนคือ
การใช้สคัลพทราร่วมด้วย
จะใช้เวลานานขึ้นและค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นด้วยครับ
อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดถึงระยะเวลาคงอยู่ 1–2 ปีแล้ว
เทียบกับการฉีดแต่ฟิลเลอร์ซ้ำๆ
ค่าใช้จ่ายรวมอาจใกล้เคียงหรืออาจน้อยกว่าด้วยซ้ำ
ดังนั้นสำหรับคนที่มีอาการหย่อนคล้อย
ผมยังคงแนะนำโปรโตคอลผสมนี้เป็นลำดับแรกอยู่ครับ
เช็กลิสต์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ก้น 3 ข้อสำคัญ
Q1. ฉีดฟิลเลอร์ก้นครั้งเดียวแล้วอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และปริมาณที่ฉีดครับ
ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิดความหนืดสูง
โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน
แต่ถ้านั่งนานหรือน้ำหนักเปลี่ยนแปลงมาก
ก็อาจยุบเร็วกว่านั้นได้ครับ
Q2. ฉีดสคัลพทราและฟิลเลอร์ในวันเดียวกันได้ไหมครับ?
A. ผมมักไม่แนะนำครับ
ควรให้สคัลพทราเสริมความแข็งแรงให้เนื้อเยื่อก่อน
แล้วค่อยฉีดฟิลเลอร์ตามหลัง 4–6 สัปดาห์
ทรงจึงจะสวยและได้รูปมากกว่าครับ
ถ้าเร่งทำในวันเดียวกัน
ผลลัพธ์อาจออกมาไม่ดีเท่าที่ควรครับ
Q3. ผลข้างเคียงและรอยช้ำอยู่นานแค่ไหนครับ?
A. เพราะปริมาณที่ฉีดค่อนข้างมาก
รอยช้ำอาจอยู่ได้ประมาณ 1–2 สัปดาห์ครับ
ในบางกรณีอาจเกิดก้อนนูน (nodule) หรือความไม่สมมาตรได้
ซึ่งขึ้นอยู่กับความลึกในการฉีดและเทคนิคการกระจายฟิลเลอร์
ดังนั้นประสบการณ์ของแพทย์จึงสำคัญมากครับ
และควรหลีกเลี่ยงการอบซาวน่าและการออกกำลังกายหนักประมาณ 2 สัปดาห์ด้วยนะครับ
หวังว่าบทความวันนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ นี่คือหมอวียองจินครับ






