ฟิลเลอร์สะโพก — ทำคนเดียวไม่มีทางได้เส้นสายที่เป็นธรรมชาติ
บอดี้

ฟิลเลอร์สะโพก — ทำคนเดียวไม่มีทางได้เส้นสายที่เป็นธรรมชาติ

ทำไมฟิลเลอร์สะโพกอย่างเดียวถึงไม่พอ — ต้องจับคู่กับสคัลพทราถึงจะได้วอลุ่มที่เป็นธรรมชาติจริงๆ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
1นาที

ฟิลเลอร์สะโพก — ทำคนเดียวไม่มีทางได้เส้นสายที่เป็นธรรมชาติ

พอหน้าร้อนผ่านไปแล้วเริ่มหยิบเสื้อผ้าหนาๆ ออกมาใส่

ก็จะมีคนไข้เดินเข้าคลินิกมาบอกว่า "สะโพกเว้าเข้ามากเลยครับ ใส่กางเกงแล้วทรงไม่สวยเลย"

แล้วก็มักจะถามว่า "แค่ฉีดฟิลเลอร์เติมด้านข้างนิดหน่อย น่าจะพอแล้วใช่ไหมครับ?"

ซึ่งเป็นคำถามที่เข้าใจได้มากครับ

วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังว่าทำไมคำตอบนั้นถึงถูกแค่ครึ่งเดียว

มาค่อยๆ ทำความเข้าใจกันครับ

ผลลัพธ์ฟิลเลอร์สะโพก วอลุ่มที่เป็นธรรมชาติ



ฟิลเลอร์สะโพก — ชื่อเหมือนกัน แต่บทบาทต่างกัน

ฟิลเลอร์สะโพกคือการฉีดฟิลเลอร์วอลุ่มกลุ่มไฮยาลูโรนิกแอซิด

เข้าไปในบริเวณที่สะโพกเว้าหรือบริเวณวอลุ่มด้านบน

เพื่อเติมเส้นสายที่ขาดหายไปครับ

ต่างจากฟิลเลอร์หน้าตรงที่สะโพกมีพื้นที่กว้างกว่ามาก

และเป็นบริเวณที่รับน้ำหนัก จึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความหนืดสูงและคงทนนานกว่า

แต่ตรงนี้แหละที่หลายคนเข้าใจผิดครับ

การใช้ฟิลเลอร์อย่างเดียวเพื่อ "เพิ่มขนาดสะโพกทั้งหมด"

นั้นทำได้ยากมากในทางปฏิบัติครับ

พูดให้ตรงคือฟิลเลอร์มีหน้าที่ "เกลาเส้นสาย"

ส่วนวอลุ่มโดยรวมต้องอาศัยวิธีอื่นเข้าช่วยครับ





ทำไมหวังพึ่งแค่ฟิลเลอร์สะโพกอย่างเดียวถึงดูไม่เป็นธรรมชาติ

อินไซต์สำคัญจากหมอวียองจิน

ผลลัพธ์ฟิลเลอร์สะโพก — คุณหมอวียองจินอธิบายสูตรผสมฟิลเลอร์+สคัลพทราเพื่อวอลุ่มที่เป็นธรรมชาติ

เรื่องนี้มันมีความซับซ้อนอยู่นิดนึงครับ

นั่นคือสะโพกเป็นบริเวณที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา

ไม่ว่าจะนั่งลุก หรือเดิน

กล้ามเนื้อและชั้นไขมันต้องเคลื่อนไหวไปพร้อมกันจึงจะดูเป็นธรรมชาติ

แต่ฟิลเลอร์โดยพื้นฐานแล้วเป็นสารที่ "อยู่นิ่ง" ในตำแหน่งที่ฉีดครับ

ถ้าฉีดกระจุกอยู่จุดเดียวมากเกินไป

ตอนนั่งอาจรู้สึกถึงก้อนได้

หรือตอนยืนเส้นสายอาจดูแข็งและเป็นธรรมชาติน้อยลงครับ

ความลึกในการฉีดฟิลเลอร์สะโพก

ขอเล่าเคสของคนไข้อายุต้น 30 ที่มาเดือนที่แล้วสักหน่อยนะครับ

เธอไปฉีดฟิลเลอร์ที่บริเวณสะโพกเว้าถึง 40cc ในครั้งเดียวที่คลินิกอื่น

แล้วพอผ่านไปประมาณ 3 เดือน

ก็รู้สึกว่าตอนนั่งด้านหนึ่งมันโป่งออกมาผิดปกติจึงมาปรึกษาครับ

ในความเห็นของผม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณ

แต่อยู่ที่การใช้ "ฟิลเลอร์อย่างเดียว" โดยไม่มีตัวช่วยอื่นครับ

ชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณสะโพกหนากว่าใบหน้า 3–5 เท่า

ดังนั้นถ้าจะเติมด้วยฟิลเลอร์อย่างเดียว ปริมาณที่ต้องใช้จะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

และความเสี่ยงที่จะเกิดก้อนก็ยิ่งสูงขึ้นตามครับ

หลักการผสมฟิลเลอร์และสคัลพทรา

ดังนั้นวิธีที่ผมใช้เป็นประจำคือ

การทำฟิลเลอร์ร่วมกับสคัลพทราครับ

สคัลพทราประกอบด้วยสาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid)

ซึ่งหลังจากฉีดเข้าไปแล้วจะค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกายเองในช่วงหลายเดือนครับ

กล่าวคือ ฟิลเลอร์ทำหน้าที่ "เติมส่วนที่เว้าในทันที"

ส่วนสคัลพทราทำหน้าที่ "เพิ่มวอลุ่มโดยรวมในพื้นที่กว้างอย่างนุ่มนวล"

ความลึกที่ฉีดก็ต่างกันด้วยครับ

ฟิลเลอร์ฉีดลงไปในชั้นไขมันส่วนลึก (ประมาณ 15–25 มม.)

ส่วนสคัลพทราจะฉีดในชั้นที่ตื้นกว่าและให้กระจายออกในวงกว้างครับ

การแบ่งระดับความลึกแบบนี้แหละ

ที่ทำให้ได้เส้นสายที่เป็นธรรมชาติทั้งตอนนั่งและตอนยืนครับ

สรุปจากหมอวียองจิน


ฟิลเลอร์สะโพก = เกลาเส้นสาย


สคัลพทรา = เพิ่มวอลุ่มโดยรวม


ทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวมักได้ผลลัพธ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ


เมื่อใช้ร่วมกันจึงจะได้สะโพกที่เส้นสายสวยงามและดูเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริงครับ




ผลลัพธ์ฟิลเลอร์สะโพก — คำแนะนำแตกต่างกันตามแต่ละประเภท

แต่ละเคสจะแตกต่างกันออกไปครับ

โดยทั่วไปผมแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ดังนี้ครับ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไปนะครับ

สคัลพทราต้องรอเวลาให้ผลลัพธ์ออกมา

ประมาณ 3–4 เดือนครับ

สำหรับใครที่มีทริปหรือถ่ายงานภายในหนึ่งเดือน

แนะนำให้ทำฟิลเลอร์ก่อน แล้วค่อยเริ่มสคัลพทราทีหลังครับ

แต่สำหรับคนที่ต้องการ "เส้นสายที่เป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน"

การใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดครับ

แนวทางฟิลเลอร์สะโพกตามแต่ละประเภท



3 คำถามที่ถูกถามมากที่สุดในคลินิกเรื่องฟิลเลอร์สะโพก

Q1. ฉีดฟิลเลอร์แล้วนั่งได้ปกติไหมครับ?

A. วันที่ทำหัตถการควรหลีกเลี่ยงการนั่งนานๆ ครับ

ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปจะใช้เวลาประมาณ 48 ชั่วโมงในการปรับตัวเข้าที่ครับ

ถ้าน้ำหนักกดทับบริเวณจุดเดิมในช่วงนั้น

ทรงอาจถูกบีบจนเสียรูปได้ครับ

กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ตั้งแต่วันถัดไป

แต่แนะนำให้หลีกเลี่ยงการขับรถระยะไกลหรือนั่งเก้าอี้แข็งประมาณ 3 วันครับ

Q2. ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ และคงอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

A. ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดและผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นหลักครับ

ฟิลเลอร์สะโพกอย่างเดียวมักใช้ประมาณ 20–40cc

และระยะเวลาที่คงอยู่อยู่ที่ประมาณ 12–18 เดือนครับ

ในกรณีที่ใช้ร่วมกับสคัลพทรา

เนื่องจากมีผลจากการสร้างคอลลาเจนด้วย หลายคนได้ผลลัพธ์นานกว่า 2 ปีครับ

ค่าใช้จ่ายที่แน่นอนต้องดูสภาพจริงก่อนถึงจะแจ้งได้

ทางคลินิกจะแนะนำหลังจากประเมินรูปร่างในการปรึกษาครับ

Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงครับ

A. พูดตรงๆ เลยนะครับ

ฟิลเลอร์สะโพกใช้ปริมาณมากกว่าบริเวณใบหน้า

ดังนั้นรอยช้ำและอาการบวมจึงอยู่นานกว่าครับ

โดยทั่วไปจะยุบลงภายใน 1–2 สัปดาห์

และอาจเกิดความรู้สึกเป็นก้อนหรือความไม่สมมาตรได้ในบางราย

ดังนั้นต้องมาติดตามผลที่คลินิกหลังทำ 1 เดือนโดยไม่ขาดครับ

ผลข้างเคียงรุนแรงอย่างภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือด

สามารถป้องกันได้เกือบทั้งหมดหากฉีดถูกชั้นตามหลักกายวิภาคศาสตร์อย่างแม่นยำครับ

ปรึกษาผ่านแชทก่อนมาที่คลินิกก็ได้ครับ

บทความแนะนำ

ภาพปกอธิบายปัญหาต้นแขนหย่อนคล้อยกับ Onda คลื่นไมโครเวฟบอดี้

ต้นแขนหย่อนคล้อย Onda จัดการไขมันและความกระชับได้ไหม?

รวมข้อควรรู้เรื่องต้นแขนด้านในและด้านหลังที่หย่อนคล้อย ว่า Onda ซึ่งเป็นคลื่นไมโครเวฟเข้ามาช่วยดูแลทั้งไขมันและความกระชับได้อย่างไร และควรพิจารณาจุดไหนก่อนตัดสินใจ

ภาพหน้าปกอธิบายความเกี่ยวข้องระหว่างออนดากับเซลลูไลท์บอดี้

ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร

ออนดา (คลื่นไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เป็นเส้นใยอย่างไร มาดูความเกี่ยวข้องกับการดูแลเซลลูไลท์กันค่ะ

ภาพหน้าปกอธิบายว่า Onda เหมาะกับใบหน้าหรือบอดี้บอดี้

Onda เหมาะกับหน้าหรือบอดี้? เจาะลึกความต่างและการเลือก

Onda ใช้เครื่องเดียวกันได้ทั้งใบหน้าและบอดี้ แต่เป้าหมายที่มุ่งเน้นต่างกัน หากปัญหาของคุณคือความกระชับ กับปัญหาเรื่องรูปร่างเฉพาะส่วน แนวทางการเลือกบริเวณก็จะต่างกันไป

บทความล่าสุด

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติในช่วงที่เครียดสะสมลิฟติ้ง

ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?

ช่วงที่เครียดหนัก ๆ แล้วรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติ จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวเสียความกระชับยังไง และ RF Lifting เข้ามาช่วยตรงไหน

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

ภาพปกอธิบาย Juvelook Volume สำหรับหน้าตอบหลังลดน้ำหนักผิวหนัง

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติมด้วย Juvelook Volume ได้ไหม

พอลดน้ำหนักสำเร็จ แต่แก้มและกลางใบหน้ากลับตอบจนดูโทรมกว่าเดิม Juvelook Volume ช่วยพยุงด้วยแนวคิดแบบไหน มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ค่ะ

คุณแม่หลังคลอดกำลังพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะกับการทำ Ultherapyลิฟติ้ง

หลังคลอดหน้าหย่อน ทำ Ultherapy ตอนให้นมได้ไหม?

หลังคลอดแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวดูไม่แน่นเท่าก่อน บทความนี้จะพาไปดูว่าช่วงให้นมทำ Ultherapy ได้ไหม และควรเริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors