ฉีดโบท็อกยกมุมปาก ต้องฉีดตรงไหน รอยยิ้มถึงไม่แปลก?
จุดฉีดโบท็อกยกมุมปากอยู่ตรงไหน ทำไมฉีดช่วงล่างได้ผลดีกว่าแต่ต้องระวังมากขึ้น มุมปากตกแบบไหนต้องดูฟิลเลอร์ร่วม และควรถามอะไรคุณหมอก่อนฉีดระหว่างทริปเกาหลี
โบท็อกยกมุมปากฉีดที่กล้ามเนื้อดึงมุมปากลง (DAO) ตรงด้านนอกใต้มุมปาก ค่อนลงไปทางแนวกราม พอกล้ามเนื้อมัดนี้ออกแรงน้อยลง มุมปากก็ถูกดึงลงน้อยลง แต่ถ้าจุดฉีดเบนเข้าด้านในมากไป กล้ามเนื้อที่ดึงริมฝีปากล่างลงอาจอ่อนแรงตามไปด้วย เวลายิ้มรูปปากจึงอาจดูแปลกไป
มุมปากตกไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อทุกครั้ง บางคนเป็นเพราะเนื้อข้างมุมปากยุบลง บทความนี้จะช่วยให้คุณแยกสองแบบนี้ออก และรู้ว่าควรถามคุณหมอเรื่องจุดฉีดยังไงค่ะ
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
- จุดฉีดอยู่ด้านนอกใต้มุมปาก ค่อนไปทางแนวกราม ที่กล้ามเนื้อดึงมุมปากลง
- กล้ามเนื้อซ้อนกัน: ขอบด้านในซ้อนกับกล้ามเนื้อริมฝีปากล่าง ถ้าจุดหรือความลึกคลาด รอยยิ้มอาจเปลี่ยน
- กล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงในวันที่ 2 ถึง 4 และอ่อนแรงมากสุดราววันที่ 10
- มุมปากตกเพราะเนื้อยุบ โบท็อกอย่างเดียวยกขึ้นไม่ได้
มุมปากตกแบบไหนใช้โบท็อกยกมุมปาก แบบไหนต้องดูฟิลเลอร์?
ลองยืนหน้ากระจก แล้วดึงมุมปากลงแรง ๆ เหมือนทำหน้าบึ้ง ถ้าเห็นกล้ามเนื้อตึงเป็นริ้วจากใต้มุมปากลงไปทางคาง แปลว่ากล้ามเนื้อกำลังดึงมุมปากลง กรณีนี้การฉีดโบท็อกเพื่อลดแรงดึงนั้นตรงกับปัญหา
พูดง่าย ๆ คือกล้ามเนื้อมัดนี้เหมือนเชือกที่ผูกมุมปากไว้แล้วรั้งลง โบท็อกช่วยคลายแรงรั้งของเชือก แต่ถ้าปัญหาคือผ้าที่ยุบลงไปเอง คลายเชือกแค่ไหนผ้าก็ไม่ฟูขึ้นมา
ถ้าหน้านิ่ง ๆ ข้างมุมปากก็ยุบเป็นเงาอยู่แล้ว หรือร่องจากมุมปากลงไปที่คาง (ร่องหุ่นกระบอก หรือ marionette line) ลึกชัด แบบนี้เป็นความหย่อนจากเนื้อที่หายไป ลดแรงกล้ามเนื้อแล้วจุดที่ยุบก็ยังอยู่ จึงควรคุยเรื่องวิธีเติมเต็มอย่างฟิลเลอร์ (Filler) ไปด้วย ตอนตรวจ แพทย์จะดูหน้านิ่งสลับกับตอนดึงมุมปากลง ว่าสองแบบนี้ปนกันแค่ไหน

ฉีดโบท็อกยกมุมปาก จุดฉีดอยู่ตรงไหนกันแน่?
กล้ามเนื้อดึงมุมปากลงเป็นแผ่นบาง ๆ ที่เริ่มจากใต้มุมปาก แล้วบานออกเป็นรูปพัดลงไปทางกระดูกกราม ขอบด้านในซ้อนกับกล้ามเนื้อที่ดึงริมฝีปากล่างลง ด้านนอกไปชนกับกล้ามเนื้อที่ยกมุมปากเวลายิ้ม และกล้ามเนื้อแผ่นบางที่ลำคอ (platysma) เข็มที่ขยับไปด้านข้างนิดเดียว จึงอาจทำให้กล้ามเนื้อข้างเคียงอ่อนแรงไปด้วย
งานวิจัยที่ศึกษาใบหน้าของร่างอาจารย์ใหญ่ชาวเกาหลีและชาวไทยรวม 42 ซีก ชี้ว่าบริเวณรูปพัดที่อยู่ใกล้ขอบกระดูกกรามเหมาะสมที่สุดสำหรับเป็นจุดฉีด เมื่อดูด้วยอัลตราซาวด์ในคน 41 คน กล้ามเนื้อมัดนี้อยู่ช่วงกลางถึงช่วงล่างของร่องหุ่นกระบอก ลึกจากผิวราว 4 ถึง 5 มม.
ราว 1 ใน 3 คนแทบไม่มีกล้ามเนื้อนี้ในช่วงบนของร่องเลย ฉีดสูงใกล้มุมปากจึงอาจไม่โดนกล้ามเนื้อที่ต้องการ

ฉีดช่วงบนกับช่วงล่างของกล้ามเนื้อ มุมปากยกได้ต่างกันไหม?
ในกล้ามเนื้อมัดเดียวกัน การฉีดช่วงล่างช่วยให้มุมปากยกขึ้นได้ดีกว่า งานวิจัยที่แบ่งฉีดช่วงบนกับช่วงล่างแล้วเทียบกันพบว่า ช่วงล่างลดการขยับของกล้ามเนื้อได้มากกว่า และไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง
แต่ยิ่งลงล่าง กล้ามเนื้อนี้ยิ่งซ้อนกับกล้ามเนื้อริมฝีปากล่างกว้างขึ้น จากการวัดด้วยอัลตราซาวด์ ช่วงบนซ้อนกันราว 4.74 มม. ช่วงกลาง 9.68 มม. และช่วงล่าง 14.54 มม.
จุดที่ได้ผลดีจึงเป็นจุดที่ต้องระวังมากขึ้นด้วย เวลาฉีดช่วงล่าง แพทย์จะวางเข็มค่อนไปด้านนอก และคุมความลึกให้ตื้น ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับรูปร่างและความยาวของกล้ามเนื้อแต่ละคน

ฉีดโบท็อกยกมุมปากแล้วกี่วันเห็นผล ควรประเมินเมื่อไหร่?
กล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงในวันที่ 2 ถึง 4 หลังฉีด และอ่อนแรงมากสุดราววันที่ 10 เมื่อผ่านไปราว 3 เดือน การเชื่อมต่อระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมา แรงดึงมุมปากลงก็กลับมาด้วย ระยะเวลานี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ผลจึงควรประเมินหลังผ่านไปราว 10 วันถึง 2 สัปดาห์ ถ้ายังไม่ครบสัปดาห์แล้วส่องกระจกรู้สึกว่ามุมปากยกไม่พอ กล้ามเนื้ออาจยังอ่อนแรงไม่เต็มที่
ถ้าฉีดซ้ำจุดเดิมก่อนถึงเวลาประเมิน ยาอาจซ้อนกันจนริมฝีปากล่างตกตามไปด้วย จึงควรรอให้ครบเวลาก่อน

ผลข้างเคียงของโบท็อกยกมุมปาก อาการไหนรอได้ อาการไหนต้องรีบติดต่อ?
อาการเจ็บตรงจุดฉีด รอยช้ำเล็ก ๆ บวม หรือแดง เกิดจากตัวเข็มเอง ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน ส่วนกล้ามเนื้อข้างเคียงอ่อนแรงตามไปด้วยพบได้น้อยกว่า 10% ของการฉีด ถ้าเกิดที่ริมฝีปาก อาจอยู่ได้นานถึง 12 สัปดาห์
อาการต่อไปนี้ไม่ควรรอดูเอง และอาจเกิดได้ทั้งไม่กี่ชั่วโมงหรือหลายสัปดาห์หลังฉีด หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
- ยิ้มแล้วปากเบี้ยวไปข้างหนึ่ง หรือมีน้ำลายไหล
- พูดลำบาก หรือกลืนลำบาก
- หายใจลำบาก
- ตาพร่ามัว หรือกล้ามเนื้อตามตัวอ่อนแรง
- ผื่นลมพิษ หน้าหรือริมฝีปากบวม ซึ่งเป็นอาการแพ้
ถ้าพูด กลืน หรือหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอใครตอบกลับ การทักมาทาง LINE ไม่ได้แทนการตรวจ
ถ้าเป็นกรณีต่อไปนี้ ควรเลื่อนการฉีดไปก่อน
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีโรคที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (myasthenia gravis)
- มีการอักเสบหรือติดเชื้อตรงจุดที่จะฉีด
- เคยแพ้ยา botulinum toxin มาก่อน

ฉีดระหว่างทริปเกาหลี บินกลับได้ไหม และกลับไทยแล้วติดต่อยังไง?
ถ้าวันนั้นไม่ได้รับยาให้หลับ (sedation) ก็ไม่จำเป็นต้องเลื่อนเที่ยวบินกลับเพราะการฉีดโบท็อกยกมุมปากค่ะ
การมาครั้งเดียวไม่ได้ทำให้มุมปากเปลี่ยนไปมากในวันที่ฉีด กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ คลายแรงลงในช่วงวันแรก ๆ หลังกลับบ้าน ส่วนจะยกได้แค่ไหนและอยู่ได้นานเท่าไร ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
หลังกลับไทย ถ่ายรูปหน้านิ่งกับตอนดึงมุมปากลงในแสงเดิม แล้วส่งมาสอบถามทาง LINE ได้ ที่คลินิกมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้ จึงปรึกษาเป็นภาษาไทยได้โดยตรง แต่ถ้าปากเบี้ยว พูด กลืน หรือหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ที่ไทยก่อนเลยนะคะ
สรุป: ก่อนฉีดโบท็อกยกมุมปาก ถามคุณหมอเรื่องแนวกล้ามเนื้อให้ชัด
ตอนตรวจ แพทย์จะดูสมดุลทั้งใบหน้าและมุมปากซ้ายขวาก่อน แล้วให้คุณทำหน้าดึงมุมปากลงเพื่อคลำหาแนวกล้ามเนื้อและกำหนดจุดฉีด
ก่อนตัดสินใจ ลองถามคุณหมอว่ากล้ามเนื้อดึงมุมปากลงของคุณยาวลงไปถึงแนวกรามแค่ไหน คำตอบนี้จะพาไปคุยเรื่องจุดฉีดและความลึกได้ในคราวเดียว ถ้าข้างมุมปากดูยุบด้วย ถามต่อได้เลยว่าควรฉีดโบท็อกอย่างเดียว หรือควรดูวิธีเติมเต็มร่วมกัน
แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล พร้อมแนบรูปหน้านิ่ง รูปตอนดึงมุมปากลง และช่วงวันที่จะอยู่เกาหลีมาได้เลยนะคะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- จุดฉีดกล้ามเนื้อดึงมุมปากลง จากใบหน้า 42 ซีก (Plast Reconstr Surg, 2014)
- ความลึกและส่วนที่ซ้อนกับกล้ามเนื้อริมฝีปากล่าง จากอัลตราซาวด์ 41 คน (Aesthet Surg J, 2024)
- เทียบการฉีดช่วงบน ช่วงล่าง และกล้ามเนื้อลำคอ (Plast Reconstr Surg, 2026)
- ช่วงออกฤทธิ์ ข้อห้าม และผลข้างเคียงของโบท็อก (DermNet)
- อาการหลังฉีดโบท็อกและอาการที่ต้องรีบติดต่อแพทย์ (Mayo Clinic)
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีดโบท็อกยกมุมปากเจ็บไหม?
A. ฉีดโบท็อกยกมุมปากใช้เข็มเล็กฉีดเพียงไม่กี่จุด จึงมักรู้สึกแปลบสั้น ๆ ตอนเข็มเข้า อาการเจ็บตรงจุดฉีดและรอยช้ำเล็ก ๆ เป็นอาการที่พบได้จากการฉีดเอง ถ้ากังวลเรื่องความเจ็บ วิธีลดความเจ็บจะคุยตกลงกันตอนปรึกษาค่ะ
Q. ฉีดโบท็อกยกมุมปากแล้วนอนราบได้เลยไหม?
A. หลังฉีดโบท็อกยกมุมปาก ควรเลี่ยงการนอนราบราว 2 ถึง 4 ชั่วโมง และไม่ถูหรือนวดจุดที่ฉีดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ยากระจายไปยังกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ตั้งใจฉีดค่ะ
Q. โบท็อกยกมุมปากต้องฉีดซ้ำบ่อยแค่ไหน?
A. โบท็อกยกมุมปากควรเว้นอย่างน้อย 3 เดือนก่อนฉีดรอบถัดไป ถ้าฉีดถี่กว่าทุก 8 ถึง 12 สัปดาห์ ร่างกายอาจสร้างภูมิต้านทานต่อยาจนได้ผลน้อยลง ผลมักอยู่ราว 3 ถึง 4 เดือน แต่ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล คุณหมอจะดูช่วงที่ผลเริ่มลดลงแล้วค่อยกำหนดรอบค่ะ
Q. กินแอสไพรินหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ฉีดโบท็อกยกมุมปากได้ไหม?
A. ถ้ากินแอสไพรินหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ จุดฉีดโบท็อกยกมุมปากอาจช้ำมากกว่าปกติ อย่าหยุดยาเอง ให้แจ้งชื่อยาที่กินอยู่ตอนตรวจก่อน บางกรณีอาจต้องปรึกษาแพทย์ที่สั่งยาเพื่อกำหนดวันฉีดค่ะ
Q. ฉีดโบท็อกที่กล้ามเนื้อลำคอร่วมกับมุมปาก ต่างกันยังไง?
A. การฉีดกล้ามเนื้อดึงมุมปากลงร่วมกับกล้ามเนื้อแผ่นบางที่ลำคอ (platysma) ช่วยให้ตำแหน่งมุมปากดีขึ้นกว่าทั้งที่ 1 เดือนและ 6 เดือนในงานวิจัย และความพึงพอใจสูงกว่ากลุ่มที่ฉีดแค่มุมปาก เป็นทางเลือกที่คุณหมอจะพิจารณาในคนที่กล้ามเนื้อลำคอช่วยรั้งมุมปากลงด้วยค่ะ
Q. ฉีดโบท็อกยกมุมปากมา 1 สัปดาห์แล้วยังเหมือนเดิม ต้องฉีดเพิ่มไหม?
A. ฉีดโบท็อกยกมุมปากมา 1 สัปดาห์ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสิน เพราะกล้ามเนื้ออ่อนแรงมากสุดราววันที่ 10 ให้รอราว 2 สัปดาห์แล้วดูหน้านิ่งกับตอนดึงมุมปากลงอีกครั้ง ถ้ายังไม่ต่าง คุณหมอจะตรวจจุดฉีดและปริมาณใหม่ค่ะ
Q. โบท็อกยกมุมปากกับโบท็อกกรามเหมือนกันไหม?
A. โบท็อกยกมุมปากกับโบท็อกกรามฉีดคนละกล้ามเนื้อ โบท็อกกรามฉีดที่กล้ามเนื้อเคี้ยวข้างกราม ส่วนโบท็อกยกมุมปากฉีดที่กล้ามเนื้อดึงมุมปากลงใต้มุมปาก จะทำทั้งสองอย่างร่วมกันหรือไม่ คุณหมอจะตัดสินตอนตรวจค่ะ
Q. ฉีดโบท็อกยกมุมปากที่ไหนดี ควรดูอะไรบ้าง?
A. การเลือกที่ฉีดโบท็อกยกมุมปาก ให้ดูว่าแพทย์ตรวจหน้าเองก่อนฉีด ให้คุณทำหน้าดึงมุมปากลงเพื่อหาแนวกล้ามเนื้อ อธิบายจุดฉีดและความลึกได้ และบอกอาการที่ต้องรีบติดต่อหลังฉีดไว้ชัดเจน ไม่ควรฉีดกับหมอกระเป๋าค่ะ







